Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'banner_.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ชวนฟังทั้งไทยและเทศ
หายไปค่อนข้างนาน(อีกแล้ว)..ต้องออกตัวว่ากลับเมืองไทยครับ ใช้ชีวิตที่ไทยราวเดือนกว่าๆ ได้เห็นอะไรค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันบ้านเรา จะทางที่ดีหรือไม่ดี เราๆท่านๆคงรู้ดี ..กลับไทยคราวนี้ ความตั้งใจครั้งแรก คือกะว่าจะเข้ากรุง เพื่อหอบซีดีเพลงไทยกลับ...แต่ต้องมีเหตุให้ไม่กล้าเข้ากรุง...คราวนี้เลยได้แผ่นไทยมาฟังค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย..เพราะยังดีว่าที่ขอนแก่นมีห้างเปิดใหม่ ใหญ่แต่ภายนอก ภายในเบาโหวง แม้กระทั้งร้านซีดี ที่มีอยู่ร้านเดียว บี2เอส ก็ยังรู้สึกว่ามันเล็กเอามากๆ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาทีก็เบื่อแล้ว..แต่ก็ยังดีที่ได้บางแผ่นที่ตั้งใจว่าจะคว้ามาฟังให้ได้ดั้งความตั้งใจอยากเสาะหามาฟัง..ซึ่งเท่าที่ได้มา ก็พอเคาะหูที่มันเริ่มฝืดมาได้บ้าง แล้วยังดี ที่มีเพื่อนๆ พี่ๆหลายๆท่าน ยังเอื้อเฟื้อมาให้ฟังให้เขียนกันบ้างแม้ไม่ได้รับค่าแรงค่าเหนื่อย แต่ยังบอกว่า เขียนด้วยใจรัก....หลายๆอัลบั้มแม้จะเป็นอัลบั้มใหม่ แต่บางครั้งต้องใช้ความพยายามตามล่าหากันหน่อย ส่วนบางอัลบั้ม ต่างจังหวัดนี่แทบจะต้องลืมกันไปเลย ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกเหลือเกินกับวงการเพลงและการตลาดบ้านเรา....ลองฟังกันดูนะครับ ...
***การให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการให้ที่ประเสริฐสุด จงเปลี่ยนมาเป็นผู้ให้บ้างเถิดครับ***

chais (อ่าน 7726 | ตอบ 42 ) (12/05/2553 00:30:03) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ศิลปิน บางลำพู แบนด์
อัลบั้ม BLP
แนวเพลง บลูส์
ค่าย Warner Music Thailand
ปีผลิต 2009
โดนเพื่อนนักฟังเพลงคนนึง ยัดเยียดให้ฟังซีดีอัลบั้มนี้ให้ได้ ต้องบอกว่าก่อนฟังนั้นไร้ซึ่งข้อมูลของทางวงโดยสิ้นเชิง ไมารู้ด้วยซ้ำว่าทางวงเล่นเพลงแนวไหน เพื่อนคนนี้จึงบอกว่า เล่นบลูส์ แล้วผมยังถามแบบเรื่องมากไปอีก ว่าบลูว์แบบไหน เพราะตัวผมค่อนข้างแอนตี้บลูส์คนขาว
เพื่อนบอกว่า จะเรื่องมากไปทำไมลองฟังดู ตัวผมเลยยอมหยิบไปฟัง ซึ่ง ก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรมากกับอัลบั้มนี้ แต่.....พอได้ฟังเท่านั้นแหละครับ ต้องฟังให้หมดแผ่นไปเลย ลืมไปเลยว่าจะขาวจะดำไม่สำคัญ เพราะแต่ละเพลงนั้น ทำไก้น่าติดตาม ทั้งพารท์ดนตรีและเนื้อหา ซึ่งต้องบอกว่ากับบ้านเรานั้นน่าจะขายยากอยู่พอสมควร...เนื่องด้วยไร้ซึ่งเพลงรักอกหักช้ำชอก..แต่เต็มไปด้วยเนื้อหาที่น่าชวนคิดตามอย่างเพลง บ้านตึก ช่างยียวนกวนใจจริงๆฟังเพลงแล้วคิดถึงเหล่านักเรียนศิลปะ ที่เมานอน ตื่นมาควานหาเสื้อผ้าใส่ไปเรียน เจอเสื้อในตะกร้า ไม่ซักไม่รีด แค่สะบัดแล้วก็ใส่ไปเรียนเฉยเลย ถูกใจครับเพลงนี้ หรืออย่างเพลงที่ผมเรียกว่าน่าจะชอบในรอบปีที่ฟังเพลงไทยมาเลยอย่าง หนองหารบลูส์นี่คล้ายจะเห็นภาพและพจย์ของสถานที่ แม้ว่าจะนำมาเรียบเรียงดนตรีพื้นบ้านใส่ทำนองจังหวะบลูส์ ผมว่าภาพอีสานยังคงลอยอบอวลอยู่ในเพลงเกือยทั้งเพลง แล้วอย่าลืมว่าเพลงอีสานหลายๆเพลงหากขยับจังหวะให้ช้าลงจังหวะจะคล้ายดังเพลงบลูส์เหมือนๆกัน แล้วยิ่งเพลงแค่ฝันก็พอมาต่อในเพลงถัดไปนี่ ต้องบอกว่าต่อเพลงได้เนียนมาครับ เพลงบลูส์เคลิ้มๆชวนฝันเพลง เสียงร้องนั้นชวนฝันชวนเมาจริงๆ แล้วยิ่งเทคนิคการอัดเพลงให้เสียงโดดๆออกมามากกว่าเครื่องดนตรีช่างเข้ากลับบรรยาการชวนฝันได้ดีครับ แล้วยิ่งกับเพลง เด็กน้อยกับดอกไม้นี่ ผมเทใจให้เป็นเพลงที่ผมชอบมาก หากใครชอบเที่ยวกลางคืนหรือ เที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวฝรั่ง เราจะเห็นเด็กขายดอกไม้อยู่แทบทุกที่ ซึ่งภาพมันขัดกับนักเที่ยวเมายำเป แต่ระหว่างนั้น ยังมีอีกชีวิตนึงที่ปากกัดตีนถีบอยู่ข้างๆ...เก้าเพลงบวกนึงอืนโทรดิวส์ในอัลบั้มนี้ ถือว่าเป็นอัลบั้มที่น่าติดตาม และผมยังคงที่จะรออัลบั้มใหม่ ซึ่งคิดว่าน่าจะมีติดตามมาให้ได้ฟังกัน เพราะเท่าที่ทราบมาว่าอัลบั้มนี้ถือว่าประสพความสำเร็จในหมู่นักฟังระดับนึง....นี่คือหนึ่งอัลบั้มที่ผมอยากแนะนำหาให้มาฟังกัน เพราะ ลองคิดดูว่านานแค่ไหนแล้วที่บ้านเราปราศจาคเสียงเพลงบลูส์ ตั้งแต่มาม่าบลูส์ในยุคนั้น นอกนั้นก็คงจะมีแค่เป็นเพียงป้ายติดตามรายทาง อยากให้นักฟังเพลงสนับสนุนสำหรับนักดนตรีที่ต้องการจะทำเพลงดีดีให้ฟังกัน ส่วนเรื่องเสียงอัดถือว่าสอบผ่าน ฟังได้ไม่มีกระตุก.....

chais (12/05/2553 01:01:20)
ความคิดเห็นที่ 2
ขอโทษทีครับลืมรูปภาพ

chais (12/05/2553 01:06:51)
ความคิดเห็นที่ 3
ศิลปิน Sade
อัลบั้ม Soldier of Love
แนวเพลง Soul Jazz
ค่าย Sony Music
ปีผลิต 2010
ชาเด อาดู คือชื่อของเธอ ส่วนชาเด คือชื่อวงของเธอที่รวมกันทำงานมาแล้วร่วมสามสิบปี อัลบั้มนี้ถือว่าเป็นอัลบั้มที่หก ที่พวกเขาและเธอใช้ชื่อวงว่าชาเด เห็นปกแวบแรกนึกว่าเธอคนนี้จะเปลี่ยนแนวเพลงไปเต้นฟลาเมงโกสะอีกเพราะดูจาก แผ่นหลังของเธอคือถ้าพร้อม..แต่พอเปิดฟังเพลงแรกนั้น ต้องบอกว่าลืมความคิดข้างต้นไปได้เลย ชาเดยังเป็นชาเด้หมือนเดิมง่วงเศร้าเหงาซึมนุ่มนวลเหมือนเดิม เปิดตัวด้วยเพลงเรียบๆง่ายอย่าง The Moon And The Sky
เสียงกีต้าร์แบบสเปนยังพอมีให้เห็นบ้างเป็นปะปราย แม้จะเป็นส่วนน้อยนิดแต่ยังพอจับต้องได้ ก่อนจะตามติดด้วยในจังหวะแทงโก้แปลกๆ กับเพลงในชื่อเดียวกับอัลบั้ม ที่ยังยืนยัดว่าเธอแปลกและน่าเกรงขามแค่ไหน ส่วนเพลงถัดมา Morning Bird เธอยังคงวนเวียนอยู่ที่สเปนด้วยเสียงกรับสเปนยังคงให้เห็นบ้างปะปรายเช่นกัน อารมณ์เพลงหวานๆเหงาๆปะแล่มๆในทางของเธอ ค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยกับแนวทางของเพลงนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นเพลงน่าฟังในวันฝนตกได้เป็นอย่างดี ส่วน Babyfather ต้องถือว่าเป็นเพลงที่นุ่มนวลในทางของชาเดจริงๆ เพลงที่กล่าวถึงความรักของครอบครัวเพลงนี้ เข้าใจความรักของผู้เป็นพ่อแม่ได้อย่างดี ผมชอบฟังเพลงนี้บ่อยๆ ส่วนที่เหลืออีกหกเพลงคือมาตรฐานของเธอทุกเพลง ฟังสบายๆในวันฝนพรำอาจทำให้คนขี้เกียจเดินออกจากบ้านด้วยซ้ำ แม้หลายๆเพลงจะมาในทางค่อนข้างเฉื่อย แต่เป็นเฉื่อยในทางค่อนข้างฟังสบายสะมากกว่า ถามว่าคุ้มไหมถ้าจะซื้ออันนี้อยู่ที่ตัวผู้ตัดสินใจเอง เพราะหากชอบอะไรคึกคักคงไม่ใช่ แต่หากชอบเพลงฟังสบายๆกับน้ำเสียงนุ่มๆ ผมว่าถือว่าสอบผ่าน ตัวผมในระหว่างล่องเรือเที่ยวอ่าวไทย ขนอม พงัน เกาะเต่า สมุย ผมเปิดอัลบั้มนี้ฟังบ่อยๆเพราะรู้สึกเข้ากับบบรยากาศล่องเรือเป็นอย่างมากอีกอย่าง แก้ร้อนได้ด้วย ลองดูนะครับ จะรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า.....

chais (13/05/2553 02:02:58)
ความคิดเห็นที่ 4
ศิลปิน HUCKY Eichelmann
อัลบั้ม Magical Melodies Of Thailand
แนวเพลง Thai Classic
ค่าย AMI Record
ปีผลิต 2010
นี่คือซีดีที่มีความตั้งใจเป็นอย่างมากหากกลับไทยแล้วจะต้องพยายามหามาฟังให้ได้ ซึ่งพอได้ฟังแล้ว ถือว่าเป็นอัลบั้มที่ชอบมากที่สุดในงานของคุณ ฮัคคี้เลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะหลายๆเพลงเป็นเพลงที่เราคุ้นหูอยู่แล้ว พอได้ฟังแล้วเลยเข้าถึงง่ายกว่าในอัลบั้มที่ผ่านๆมา สิบสี่บทเพลงในอัลบั้มนี้ ถือว่าเป็นอัลบั้มที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับท่านที่ต้องการทราบเทคนิคการเล่นกีต้าร์ หากจำไม่ผิดนี่คืออัลบั้มแรกของคุณฮัคกี้ ที่อัดเพลงทั้งหมดในประเทศไทย ที่บางสะเหล่ คาร์มา สตูดิโอ ซึ่งตัวคุณฮัคกี้เอง ยังออกตัวว่า คุณภาพอัดเทียบขั้นระดับโลกเลยก็ว่าได้ ในสิบสี่บทเพลงนี้คุณฮัคกี้ได้ขนเพลง ที่เราๆท่านๆคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว ขึ้นเหนือล่องใต้ขนมาหมด และแต่ละเพลงระดับขึ้นหิ้งวงการเพลงบ้านเราเลย และ ที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือคุณ ฮัคกี้นั้น เคารพบ้านเราเป็นอย่างมากด้วยกันนำเพลงสรรเสริญพระบารมีมาเล่นเป็นเพลงแรก เหมือนเป็นการให้เกิยรติคนไทยและในหลวงเป็นอย่างดี ซึ่งได้ใจผมไปเต็ม ซึ่งคุณฮัคกี้เล่นได้นุ่มละมุนเป็นอย่างมาก ผมแทบหลับตาพริ้มเลยก็ว่าได้ในขณะฟัง ส่วนที่เหลืออย่างเพลง ค้างคาวกินกล้วย เล่นได้สนุกสนาน ตามอารมณืเพลง มีแอบซ่อนจังหวะเร็กเก้ไว้นิดๆ หรืออย่างเพลงน้ำตาแสงใต้ นี้เล่นได้เหงาๆเศร้าๆจริงๆ และอย่างเพลง ลายโปงลางนั้น อารมณ์ขึ้นได้อารมณ์บลูส์เป็นอย่างมาก ส่วนอารมณ์เพลงนั้นต้องบอกว่าไม่ทิ้งความเป็นอีสานเลย ฟังแล้วยังคิดถึงบ้านเลย แต่กลับเพลงล่องแม่ปิงนั้น การนำมาตีความใหม่นั้นผมยังชอบของเดิมที่คุณสุนทรีย์ร้องไว้อยู่เหมือนเดิม เพราะบางครั้งผมยังรู้สึกว่าเพลงยังไม่ลื่นเท่าที่ควร แต่กลับเพลงอย่าง เดือนเพ็ญที่นำมาตีความใหม่นั้น ผมชอบมากครับ ไม่ว่าบรรยากาศของกลางคืนที่ใส่เข้ามา ทำผมคิดถึงบ้านจับใจเลย เพราะนี่คือเพลงที่ผมไม่กล้าฟังเท่าไหร่ เมื่ออยู่ไกลบ้าน เพราะมันจะทำให้เหงาและซึมทันที ที่ผมชอบอีกอย่างนึงคือเทคนิคการเล่นกีต้าร์ของคุณฮัคกี้ ที่ทำเสียงกีต้าร์คล้ายดังเสียงหยดของน้ำค้างที่หยดพร่ำลงบนยอดหญ้าในคืนที่เสียงจันทร์ส่องในฤดูหนาว ทำให้ผมนั้นอารมณ์เคลิ้มไปเลยครับ ขอยกนิ้วให้เลยครับ หรือเพลงสาวไหมนั้นก็ทำให้เราเห็นสายไหมที่ค่อยเรียงกันเป็นเส้นออกมาตามเสียงกีต้าร์ของคุณ ต้องยอมรับว่าการตีความหมายเพลงของคุณฮัคกี้นั้นเยี่ยมมาก แทบจะไม่เชื่อว่าคุณเป็นชาวต่างชาติ....อัลบั้มนี้เป็นอีกอัลบั้มที่ทำให้ผมฟังเพลงินตั้งแต่เพลงแรกยันท้ายแผ่น จนรู้สึกว่าจบแล้วเหรอ และแนะนำให้ฟังอัลบั้มนี้ก่อนนอนจะดีเป็นอย่างยิ่ง อีกหนึ่งอัลบั้มที่คิดว่า ไม่เสียดายเงินที่จ่ายไปเลยสักนิด แม้ราคาจะค่อนข้างสูงสักนิดสำหรับเพลงไทย แต่ต้องถือว่าคุ้มสำหรับแผ่นเอาดิโอไฟล์แผ่นนี้ครับ .......

chais (13/05/2553 02:28:19)
ความคิดเห็นที่ 5
ศิลปิน กรุงเทพมาราธอน
อัลบั้ม 7912
แนวเพลง Pop Rock
ค่าย -
ปีผลิต 2010
ส่วนสี่หนุ่มวงนี้ถือว่าฟลุ๊คได้มา ที่ว่าฟลุ๊คเพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางวงออกอัลบั้มใหม่มา พอไปเจอที่ร้านก็รีบหยิบทันที เพราะเดิมชอบงานของทางวงจากอัลบั้มแรกอยู่แล้ว เพราะด้วยจังหวะจะโคนของทางวงนั้นถือว่าเหนือกว่าวงร็อคในยุคปัจจุบันนี้ พอได้ฟังอัลบั้มนี้ยิ่งตอกย้ำความมีฝีมือในการเขียนเพลง ถึงแม้ว่าอัลบั้มนี้จะลดความเป็นฟังค์ลงค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่พอลดลงแล้วผมว่ายิ่งฟังง่ายแต่ไม่โล่งอย่างวงอื่นๆในยุคนี้ไม่ว่าเพลงแรก มันอยู่ที่ใจ แม้จังหวะริฟจะค่อนข้างง่ายไปนิด แต่จังหวะกลองนี่สิครับน่าสนใจ ส่วนเพลง ถอน นี้เราจะได้ยินความเป็นฟังค์ของวงขึ้นมาบ้าง และยังเนื้อหาที่คนมีดีกรีในสายเลือด น้ำตาทะเล เพลงมาค่อนข้างแปลกรวมทั้งเสียงร้องค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แล้วยังรวมถึงเนื้อหาน่าฟังในทางเป็นผู้ใหญ่เข้าใจในรัก เพลงนี้น่าจะดังได้ไม่อยากในหน้าปัดวิทยุบ้านเรา เนื้อหาค่อนข้างเศร้า และเพลงที่เนื้อหาเศร้าอีกเพลงหนึ่ง ฝันที่ไม่ได้วาดไว้ (กลิ่นธูปที่ลอยคอยถามถึงใคร หากเพื่อนมีจริงเพื่อนคงเข้าใจ จะไปฝืนได้อย่างไรกับสายน้ำที่ไหลผ่าน) หนึ่งในเนื้อหาเพียงเสี้ยวเล็กน้อยในเพลง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าทางวงสูญเสียใครไปหรือเปล่า เพราะในอัลบั้มนี้จะมีสองเพลงที่กล่าวถึงการจากไปของใครบางคน ก่อนที่ ทางวงกลัวจะคนฟังนั้นเบื่อกับเพลงช้าเกินไป เพลงต่อมาจึงกระแทกด้วเพลงจังหวะมันส์มันส์ อย่าง จูบสุดท้าย และเพลงหลับตา คือเนื้อหาที่กล่าวถึงความสูญเสียใครสักคนเหมือนเพลงอย่าง ฝันที่ไม่ได้วาดไว้ ฉันจะเก็บรักษามันไว้อย่างดี หากไม่ผิดนี่คืองานเพลงเดิมของ นภ พรชำนิ แม้จะมาทำเป็นเพลงร็อคต้องบอกว่าน่าจะเป็นอีกเพลงที่จะดังได้ไม่ยาก รักครั้งแรกเพลงเนื้อหาคนที่เข้าใจในความรักที่ผ่านมา สิบสองเพลงในอัลบั้มนี้ แม้จะมีเพลงช้าเน้นเพื่อขายมากเกินไป และออกจะจังหวะโจ๊ะมากกว่าเดิม ต้องถือว่า ทางวงปรับดนตรีให้น่าฟังได้มากกว่าเดิม หากชอบวงอย่าง บอดี้สแลม ผมว่านี่น่าจะเป็นตัวเลือกอีกตัวนึงแม้เนื้อหาหลายๆเพลงนั้นค่อนข้างโตมากกว่าบอดี้สแลม แต่ ต้องลองฟังบ่อยๆแล้วจะรู้ว่าเพลงของวงชื่อแปลกวงนี้ ฟังได้บ่อยๆกว่าทางบอดี้สแลม ที่หลายๆเพลงนั้น ไม่เลี่ยนและตั้งใจขายมากเกินไป แต่ข้อด้อยอย่างนึงคือเสียงนักร้องนำนั้น ต้องบอกว่าตูน เนื้อเสียงดีกว่ามาก และร้องได้ชัดถ้อยชัดคำมากกว่าเป็นอย่างยิ่งครับคุณท่าน....

chais (13/05/2553 02:52:56)
ความคิดเห็นที่ 6
ลองดูอีกครั้งครับ

chais (13/05/2553 02:55:13)
ความคิดเห็นที่ 7
ขอยืมภาพคนอื่นมาดีกว่าคับ

chais (13/05/2553 02:56:47)
ความคิดเห็นที่ 8
ศิลปิน กาเนชา
อัลบั้ม s-h-i-a
แนวเพลง Black Music
ค่าย สไปรซี ดิสก์
ปีผลิต 2009
และแล้วรางวัลสีสันอวอร์ด อัลบั้มยอดเยี่ยม ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม ก็ตกเป็นของกลุ่มดนตรีหน้าใหม่แต่ฝีมือเก่า อย่าง วง กาเนชา ชื่อของทางวงนั้น นำมาจากชื่อนักร้องนำ ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า กาเนชา แต่หากเราคิดลึกไปอีก นี่คือชื่อที่ไปพ้องกับเทพเจ้าศิลปะของทางศาสนาพราหมณ์ อย่าง ที่เรารู้กันในชื่อ พระพิฆเนศวร ที่เหล่านักศิลปะทั่วทุกแขนงนับถือกันรวมทั้งรั้วศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในบ้านเราอย่าง มหาวิทยาลัยศิลปกร ยังทำพิธีกันทุกปี ผมไม่รู้ว่าทางวงต้องการคิดถึงไปถึงขั้นนี้หรือไปไม่ทราบนะครับ ส่วนทางดนตรีนั้น ต้องยอมรับว่านำดนตรีคนดำมาเล่นกันสะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเพลงเกล่านี้ ส่วนมากเป็นพื้นฐานของดนตรีแทบทุกแขนง ไม่ว่า เพลง บลูส์ อย่างในเพลง ศิลปิน ซึ่งเนื้อหานั้นเข้าได้กับยุคสมัยได้ดีมาก ใครๆก็อยากเป็นศิลปิน แต่วิกฤตตอนนี้ไม่น่าจะดันศิลปินสักเท่าไหร่ ซึ่งเสียงร้องของคุมบอมบ์ ต้องยอมว่าดีเอามากๆครับ ร้องไม่โวยวายหรือเล่นลูกคอไม่มากอย่างศิลปินของค่ายเบเกอร์รี และอย่างกับสวิงแจ๊ซ ในเพลง Speaking Roses ที่อยู่ในเวอร์ชั่นปิดท้าย หากผมได้ฟังแค่เพลงนี้ ต้องบอกว่าควักตังค์ซื้อแน่นอนครับ เพราะเพลงเดียวเพลงนี้ก็คุ้มแล้วครับ ยอมรับลีลาการร้องนั้นผมให้ เต็มร้อยเลยครับ ยังไม่รวมถึงการสแคบ อีกต่างหาก ต้องยอมรับว่า ทำตามอารมณ์มากกว่า ไม่ใช่การเสแสร้งให้มากเหมือนคุณแมว จิรศักดิ์ หรือเพลง สมจิตร จังหวะ ฟังค์ ริทึ่ม แอนด์ บลูส์ นั้นก็น่าฟังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ หรืออย่างเพลงรักหวานๆ ริทึ่ม แอนด์ บลูส์ หรือเด็กรุ่นใหม่เรียกกันว่า อาร์ แอนด์ บี เธอว่าเป็นเพลงรักอย่างผู้ใหญ่ตามอายุของศิลปิน อีกหนึ่งอัลบั้มของไทย ที่ฟังแล้ว อยากฟังแล้วฟังอีก มิใช่เก็บใส่ตู้ไว้ ส่วนเสียงอัดนั้น ค่ายนี้ไม่ต้องห่วงครับ ถือว่าสอบผ่าน

chais (15/05/2553 02:37:52)
ความคิดเห็นที่ 9
ศิลปิน Rhashomon
อัลบั้ม Shin City
แนวเพลง Jazz Rock
ค่าย สไปรซี ดิสก์
ปีผลิต 2009
อีกหนึ่งวง แม้จะมาจากค่ายเดียวกัน แต่ก็เข้าแย่งรางวัลสีสันอวอร์ด เหมือนๆกัน แม้จะพลาดให้วงกาเนชา แต่ก็ยังไม่วายได้มากับเรารางวัลหนึ่ง คือเพลงบรรเลงบันทึกยอดเยี่ยม เพลงเปิดที่มีชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้ม ฟังแล้วก็ถือว่าสมควรได้รับรางวัลครับ ชื่อวงค่อนข้างแปลกหากสังเกตุกันดีๆเพราะหยิบมาจากหนังสือหรือหนังโปรดของศิลปินจากเรื่อง ราโชมอน แต่ภาษาที่เขียนอีกแบบนึง ใช่ว่า้ฉพาะชื่อวงเท่านั้นที่แปลก ดนตรีที่นำมาเล่นก็ค่อนข้างแปลกแม้กระทั่งภาษาและความหมายก็แปลก ซึ่ง บอกคำเดียวว่า เพลงอย่างนี้ตัดคำว่าตลาดออกไปได้เลย ภาคดนตรีก็เช่นกัน ดนตรีที่นำมาเล่นนั้น จะยืนพื้นอยู่ที่แจ๊ซ และร็อค ยำรวมๆกัน แต่ไม่มั่ว บางเพลงออกมาเป็นเอซิดแจ๊วมันส์มันส์ให้ได้ฟังกัน เช่นเพลง Stardust (ละอองดาว) อารมณ์คนฟัง และศิลปินแทบจะหลุดไปเลย หรือเพลง บัวลอย งานเดิมวงคาราบาวที่นำมาทำใหม่ ได้เพราะและมันส์ไม่แพ้ต้นฉบับ ฟังเพลงนี้แล้วช่วงท้ายๆฟิวส์เกือบหลุดแนะคำ หลายๆเพลงในอัลบั้ม ต้องฟังและคิดตามว่าทางวงต้องการสื่ออะไร เพราะแต่ละเพลงไม่ได้พูดถึงตรงๆ อย่างเพลง ทู ลอง นั้น ถือว่าเป็นเพลงดีเพลงหนึ่งในด้านแง่คิดของวงการเพลงไทยเพลงหนึ่ง หรือเพลง แปลกๆแต่ได้แง่คิด อย่าง นิราศสมชาย (The Chronicle Of Somchai) คล้ายบ่น แต่คนฟังกับสนุกตามไปด้วย คนเรานี่สงสัยมาตั้งแต่เกิดจนเกิดปัญหาตามมา ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึง เพลง อย่างเกือก ของวงรุ่นพี่อย่าง โมเดิร์นด็อก ลักษณะเพลงคล้ายกัน และติดที่เสียงร้องด้วยอยู่ในอารมณ์เดียวกัน แหละนี่คือหนึ่งในเพลง ที่ให้หลายอารมณ์มาก ทั้งให้แง่คิด ทั้ง แดกดัน ประชดสังคม เช่น ท่อนที่กล่าว่า ผมสงสัยว่าเพลงแจ๊ซ มันคืออะไร เดินเบสมั่วๆแล้วบ่นไปเรื่อยอย่างนี้เรียกแจ๊ซไหม หรือแม่_เล่นยากยากให้คนแกะกันไม่ได้ถึงจะเรียกว่าแย๊ซได้ หรือจะเอาเพลงที่มีสไตร์มาใส่เพลงที่มีสเกลร้ายกาจ ...ซึ่งฟังแล้วอารมณ์ขันร้ายกาจแดกดันดี...แม้ในอัลบั้มนี้เพลงสุดท้ายนั้น ค่อนข้างจะเป็นเพลงขี้เล่นค่อนข้างเนื้อหาแรงไปสักนิดที่เล่นกับอวัยวะบางส่วนที่ผู้ชายชอบนักชอบหนาในตัวผู้หญิง ผมว่าตัดเพลงนี้ออกก็ไม่ทำให้อัลบั้มไม่สมบูรณ์นะครับ และในอัลบั้มนี้ยังมีเพลงน่าฟังอีกหลายเพลงที่ผมไม่กล่าวถึง เพราะอยากให้หามาฟังกันเอง ซีดียังมีขาย ถ้าอยากฟังลองซื้อมาฟัง บีทูเอสน่าจะยังมี ผมก็ได้มาจากร้านนี้ละครับ กับหนึ่งอัลบั้มไทยดีๆเพี้ยนๆแห่งปี จริงๆผมเชียวงนี้ให้ได้รางวัลวงดนตรีน่าใหม่ยอดเยี่ยมมากกว่า เสียดายจัง....เฮ้อ

chais (15/05/2553 03:03:11)
ความคิดเห็นที่ 10
ขออภัยสำหรับกระทู้กรุงเทพมาราธอน ปีที่ผลิต คือ 2009 นะครับ ผมค่อนข้างตกยุคนะครับนานๆกลับไปอับยุคบ้านเราทีนะครับ

chais (15/05/2553 03:06:55)
ความคิดเห็นที่ 11
ศิลปิน ซินัย โสตติพันธุ์
อัลบั้ม Time+ กาล
แนวเพลง Trio Jazz
ค่าย 12 Bars
ปีผลิต 2010
ค่าย สิบ บาร์ส คือค่ายเพลงที่เปิดขึ้นด้วยใจรักในดนตรีแจ๊ซของคนไทย ที่อยากให้คนไทยหันมาใส่ใจกับดนตรีแจ๊ซกันสักที เพราะหลายคนต่อหลายคน บอกเป็นปากเดียวกันว่า แจ๊ซ คือสิ่งของที่เข้ายากถึงยาก และอีกหลายคนบอกฟังแจ๊ซแล้วมักง่วงนอน ซึ่งในความจริงแล้ว ดนตรีแจ๊ซนั้น ฝังรากลงลึกในบ้านเรามาช้านาน แม้แต่องค์ประมุขของเรายังทรงแจ๊ซ .....ส่วนอัลบั้มนี้ หากไม่ผิด นี่คือการปล่อยงานเด็ดอัลบั้มที่สอง ซึ่ง คราวนี้ เล่นมาในคอนเซปที่แข็งแรงมากกว่าเดิม แผ่น ทอง 24 กะรัต ปกกระดาษรี"ซเคิ้ล ส่วนหมึกเป็นหมึกพิมพ์ สีถั่วเขียวซึ่งได้มาจากสีธรรมชาติ ส่วนนักดนตรีนั้น ก็ระดับอาจารย์กันทั้งนั้น ไม่ว่า เจ้าของชื่ออัลบั้ม แาจารย์นพดล เล่นดับเบิ้ลเบสส์ คุณ คม วงษ์สวัสดิ์เล่นกลอง ส่วนการอัดถือว่าพิธีพิถันเป็นอย่างยิ่งด้วยการอัดกันสดๆตามอารมณ์นักดนตรี เพื่อให้เข้าถึงความเป็นแจ๊ซ แล้วยังได้มือมิกซ์อย่างคุณวู้ดดี้มาควบคุม ซึ่งรายหลังรางวัลระดับโลกรับประกัน และส่วนเพลงนั้น มีทั้งหมด เก้าเพลง เจ็ดเพลงเป็นของเก่า ส่วนสองเพลงนั้น แสดงฝีมือกันเอง ในเจ็ดเพลงนั้นมีเพลงอย่าง Softly As In The Morning Sunrise ซึ่งเป็นงานดั้งเดิม ของรอมเบิร์ก ที่ขึ้นเสียงกลองนั้นไม่ถึงกับคึกคักชวนให้โยก ก่อนจะปล่อยดับเบิ้ลเบสส์และเปียโนออกมาสัมทับ ซึ่ง บางครั้งอาจคิดถึงงานของคณะบูเบรค ขึ้นมา ก็ได้ (หมายถึงในด้านความรู้สึก)หรือเพลงอย่าง Here There And Everywhere ของนักดนตรีอารมณ์ร้ายอย่าง เลนนอนที่แม้จะขึ้นเพลงมาในทางเศร้าสร้อย หงอยๆแต่เมื่อมีเสียงกลองขึ้นมาก็ลดความเหงาๆในช่วงต้นลงไปได้ เพลงเดินเบสเดินกลองไปเรื่อย เพื่อดันเสียงเปียโนเหงาๆให้เด่นชัดขึ้นมาอีก Night And Day เพลงของ โคล พอร์เทอร์ จังหวะกระชับกระเฉงขึ้นมาหน่อยพอสนุกๆได้บ้างๆส่วน On Green Dolphin Street ของบรอนิสเลา นั้น ถือว่าเป็นคูลแจ๊ซนุ่มๆเหมาะพอจะเปิดค่ำคืนที่มีแสงสลัวๆของดวงจันทร์ทอประกาย เพลงนี้ได้ศิลปินรับเชิญมาเป่าเสียงแซ็กนุ่มๆไม่ทำลายแก้วหูอย่างคุณ ฑลวิทย์ โอภาพันธุ์ ส่วนสองเพลง ที่ชื่อเดียวกับอัลบั้ม คือเพลงที่หากนำ Time และกาลมาต่อกัน ถ่อว่างานนั้น เนียบและสมบูรณ์แบบที่สุดในความหมายเพลงแจ๊ซ นักดนตรีตั้งใจทำและเข้าใจในความหมายดนตรี ส่วนผู้ฟังนั้นคือผู้รับสารที่ส่งมาแล้วไปแปลความหมายอีก จบอัลบั้มนี้แล้ว คงต้องรออัลบั้มต่อไปว่าทาง 12 บาร์สนั้นจะสรรหาอะไรมาเซอร์ไพร์สวงการแจ๊ซบ้านเราอีก และนี่คืองานที่เรียกว่า หากท่านใดยังไม่ได้ฟังอัลบั้มนี้ แล้วห้ามพูดว่าบ้านเราไม่มีซีดีอัดดีๆเพลงเพราะๆให้ฟังกัน เพราะราคาซีดีราคา 300 บาท แผ่นนี้ มีให้คุณครบทุกอย่าง เพียงแต่คุณจะใช้เวลาเสาะและแสวงหาที่จะเสพไหมเท่านั้นเองครับ คุณท่าน.......

chais (16/05/2553 20:30:24)
ความคิดเห็นที่ 12
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม ฮิต
แนวเพลง รวมเพลง
ค่าย หลายค่าย
ปีผลิต 1995
มาถึงงานอัลบั้มเก่าๆแต่ขึ้นชื่อว่าเป็นงานคลาสสิคอัลบั้มนึงบ้างนะครับ อย่างอัลบั้มชื่อแปลกอัลบั้มนี้ ที่คำว่าฮิตในไม่เติมเอสคำนี้ผมไม่แน่ใจว่าทำไมไม่ทราบอันนี้ไปถามเจ้าของเองนะครับ เพราะตัวผมเองก็มิทราบ อัลบั้มนี้มีทั้งหมด 12 เพลง จากค่ายต่างๆที่เป็นค่ายอินดี้ในยุคนั้น และ 12 เพลงในอัลบั้มนี้หลายๆเพลง ได้รับประกันว่าเป็นเพลงคลาสสิคเกือบทุกเพลงในยุคดนตรีอัลเทอร์นาทีฟ ซึ่งหลายๆเพลงยังคงเปิดตามหน้าปัดวิทยุทุกวันนี้ อย่าง บุษบา ของโมเดิร์นด็อค นั้น เพลงที่เล่น แค่สามสี่คอร์ด แต่เพราะและมันส์มาจนถึงทุกวันนี้ บางครั้งเป็นเพลงประจำตัวทางวงเลยก็ว่าได้ หรือย่างเพลงที่มาในทางบริทร็อคอย่าง สองทาง ของ เดอะ มัส ที่แม้ลีลา จะคล้าย วง โอเอซิสมาก แต่ตัวเพลงถือว่าทำได้ดีเพลงหนึ่ง ส่วนเพราะฉันมีเพียงเธอของวงพราว ปกเด็กดัดฟัน ที่ทุกวันนี้กลายเป็นแฟชั่นในทุกวันนี้ และใครจะคิดว่า อัลบั้มนี้ราคาจะถีบตัวสูงขึ้นจนน่ากลัว อย่าง Holly Berry ที่มาในเพลง หัวปักหัวปำ ราคา ก็ใช่ว่าจะย่อย กลายเป็นอัลบั้มอัลเตอร์อีกอัลบั้มที่แม้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ในทุกวันนี้ ส่วนตัวเพลงนั้น ถือว่ามันส์ในระดับที่เรียกว่าหัวแถวอัลเตอร์เลยก็ว่าได้ แล้วยังไม่พอ ตามมาด้วยวงสุดเท่ห์ ในยุคอัลเตอร์ อย่าง สี่เต่าเธอในเพลง เธอน่ารัก ซาวด์หลอนจะล้าสมัยไม่ล้าจะลำ้สมัยไม่ล้ำแต่เท่ห์เป็นบ้า หากในยุคนี้คงเรียกกันว่าวงเด็กแนว แต่ต้องบอกว่าเกรดเพลงนั้นคนละเกรด ระดับนี้ผมให้้กรดสี่ไปเลย แล้วหากใครได้ฟังอัลบั้มเต็มต้องหลงชอบวงนี้แน่นนอน ร่ำลา ของ ทีเอ็นที หรือที่เรารู้จักกัน ในนามอู๋ ธรรณธร ซึ่งพลังเสียงต้องบอกว่าอู๋ในยุคนั้นกับอู๋อาเอสเป็นคนละคนเลย แล้วยังต่อด้วยเพลงรักของ แบล็คเฮด อัลบั้มแรกที่ร่ำลากับคำว่ายูเรเนี่ยมไปมาเป็นคนหัวดำ และยังมีคำตอบ เพลงรักเห็นแก่ตัวของพี่ป้าง ต้องบอกว่าเพลงทั้งหมเที่ต่อเรียงกันมานั้นวางเพลงได้ระดับครูเลย ก่อนที่จะมาสะดุดกับอารมณ์เพลงของพอร์ดในเพลง รักเธฮ จากอัลบั้มแรก ไม่ใช่เพลงไม่ดี เพียงแต่วางไม่ถูกที่เท่านั้นเองครับ แต่ถือว่าพอรับได้ เพราะการวางเพลงต่อไปที่เรียกว่าเพลงหวานๆจากเบิร์ด กะฮาร์ท ที่ต้องบอกว่าถือว่าเป็นเพลงรักเพราะๆหวานๆและยังอัดเสียงได้ดีเลิศน่าฟังสะมากกว่าครับ ส่วน อยากบอกให้รู้ ของวง อิสซึ่น นั้น ถือว่าเป็นเพลงรักบัลลาดร็อคดีดีเพลงหนึ่ง ที่ฟังยุคไหนก็เพราะ และปิดท้ายด้วยการตามหาความฝันของ คุณอัยส์ ในเพลง นานเหลือเกิน ที่เรียกว่า โฟล์คร็อคแรงมากในยุคนั้น จบด้วยเพลงนี้แล้ว เข้าใจว่าทางต้นสังกัดนั้นต้องการวางเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายแน่นอน เพราะน่าจะเข้ากับคอนเซปของศิลปินอินดี้หลายๆคนในอัลบั้มนี้ที่ทุกคนในช่วงนั้นคือการตามหาฝัน หลายคนหลุดออกจากฝัน แต่หลายคนยังวิ่งวนอยู่ในวันที่ตัวเองฝัน และบางคนพบความฝันของตัวเอง อย่างวงร็อคหมายแรกหนึ่งของวงการเพลงไทย อัลบั้มนี้ราคาในอินเตอร์เนทค่อนข้างถูกมาก ไม่ถึงสองร้อย จริงๆแล้วผมมิค่อยอยากเขียนถึงอัลบั้มนี้สักเท่าไหร่ ้พราะกลัวอยู่ดีดีราคาอัลบั้มนี้จะพุ่งพวดขึ้นไป จะเป็นการหนุนราคาซีดีมากกว่า แต่ ผมก็อดไม่ได้ ที่จะแนะนำซีดีที่เรียกว่าดีมากได้เต็มปากเต็มคำอย่างอัลบั้มนี้นะครับ

chais (16/05/2553 20:58:27)
ความคิดเห็นที่ 13
กรุงเทพมาราธอน อัลบั้ม 7912

ลองหา mp3 มาฟังแล้ว ชอบ เดี๋ยวต้องไปหาซื้อแผ่นแท้

ขอบคุณครับ และ ขอติดตามต่อ

EEMAN (17/05/2553 16:56:04)
ความคิดเห็นที่ 14
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม Elizabethtown
แนวเพลง รวมเพลง
ค่าย RCA
ปีผลิต 2005
ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับอีเมลล์ต่างๆที่ส่งมาให้ผมในการที่ต้องการติดตามกระทู้ของผมและกำลังใจ รวมทั้งคุณ EEMAN ด้วยนะครับ สำหรับการติดตามอ่าน ณ ที่นี้ ...ขอบคุณทุกๆท่านครับ .... มาต่อกันที่เพลงสากลบ้าง สำหรับอัลบั้มนี้ ตัวหนังของผู้กำกับคาเมรอน โคร์ว หนึ่งในผู้กำกับหนังในดวงใจผม ผู้กำกับท่านนี้ ชำนาญมากในการเลือกเพลง ให้สอดคล้องกับภาพยนตร์ เพราะ เขาคือ นักฟังเพลงตัวยงของวงการเพลง เพราะ ชีวิตเขานั้น เข้าสู่วงการหนังสือ และเพลง ตั้งแต่อายุยังน้อย จวบจนเแป็นถึงบรรณธิการของนิตยสารเพลงยิ่งใหญาของโลก อย่าง Rolling Stones ใครอยากรู้เกี่ยวกับชีวิตที่น่าสนใจของผู้กำกับท่านนี้ ลองดูหนังเรื่อง Almost Famous หนึ่งในสิบหนังในดวงใจ ของผม แล้วจะรู้ว่า ทั้งงานเพลงและหนังนั้นน่าสนในเพียงใด ไม่อยากให้พลาดครับ ...ส่วนหนังเรื่องนี้ แม้ดูโดยรวมๆแล้ว ยังถือว่าด้อยที่สุดในบรรดาหนังทุกเรื่องของเขา แต่ส่วนงานเพลงนั้น ถือว่า เทียบชั้นแถวหน้ามากกว่า เพลงทุกเพลงในอัลบั้มนี้ ผู้กำกับท่านนี้เป็นคนเลือกมาใส่เอง ไม่ว่าจะเป็นเพลงเปิด 60B (Etown Theme) - Nancy Wilson ที่หากเราสังเกตุดูดีๆหนังแทบทุกเรื่องของคาเมรอน จะมีเธอคนนี้ทำดนตรีประกอบให้ทุกครั้ง ซ฿่งไม่แปลกอะไร เพราะเธอคนนี้คือภรรยาของผู้กำกับท่านนี้นี่เอง และเห็นชื่อเธอแล้ว อย่าบังเอิญไปสับสนกับนักร้องเพลงแจ๊ซผิวสีละครับ เพราะเธอคนนี้คืออดีตสมาชิกวง Heart นั่นเอง เพลงบรรเลงกีต้าร์โปล่งๆเหงาๆ ก่อนที่จะตามติดความเหงาๆในเพลง It'll All Work Out - Tom Petty, Tom Petty & the Heartbreakers ซึ่งคนที่ชอบฟังเพลงซาวด์แทร็ค ส่วนมากจะรู้จักนายคนนี้ดี บ้านเรา นายคนนี้ค่อนข้างดังในวงจำกัด ส่วนเมืองนอกนั้น นักฟังเพลงหลายๆท่านชอบมาก เพลงนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเพลงที่เพราะที่สุดในอัลบั้มนี้เลยก็ว่าได้ และ หนังเกือบทุกเรื่องจะขาดเพลงของป้าแอ้ว อย่าง เอลตัน จอห์น มิได้ ซึ่ง เอ่อ เขามาในเพลงบัลลาดเพราะ ๆMy Father's Gun ซึ่งถือว่าเพลงนี้ในบ้านเราจะมิค่อยได้ฟังกันเท่าไหร่ Io (This Time Around) วง HELEN STELLaR มาในทางนุ่มๆสไตร์เมโลดี้ป็อบ ก่อนจะตบด้วยเพลงคันทรีร็อคเพราะๆของนาย Ryan Adams คนที่ไม่ว่าอัลบั้มไหนก็ดูเท่ห์ทั้งเพลงทั้งคน Where to Begin เมโลดี้ป็อบเพราะจากวง My Morning Jacket งานที่เรียกว่าเหงาๆหลอนๆนัวๆ แต่ถือว่าฟังได้บ่อยและฟังได้ประจำ Long Ride Home ของนักร้องเสียงดีอย่าง Patty Griffin ที่นำเพลงคันทรีบัลลาดเพราะๆมาขับกล่อมก่อนจะขยับจังหวะกลางๆ อีกหนึ่งนักร้องที่ผมชอบฟัง ใ นอัลบั้มมีอีกหลายเพลงที่เรียกว่าพระกาฬแทบจะทุกเพลง เพราะอัดมาให้ทั้งหมด 15 เพลง แต่ถือว่าเป็นเพลง 15 เพลง ระดับ ผู้กำกับคาเมรอน โคร์ว เลือกเอง เลยคิดว่า คุณภาพและความเพราะต้องได้ครบแน่นอน อย่าง Hard Times (Come Again No More) - Eastmountainsouth ชื่อศิลปิน นั้นผมต้องออกตัวว่าแทบไม่รู้จักแต่พอได้ฟังแล้ว ต้องถามตัวเองว่า ก่อนหน้านี้เราไปหลงฟังเพลงอะไรมาว่ะ ทำไมมองข้ามเพลงเหล่านี้ไปได้ อัลบั้มนี้จริงๆแล้วออกมาสองเวอร์ชั่น ซึ่งก็เพราะทั้งสองอัลบั้มไม่ว่าจะหนึ่งหรือสอง หากท่านกำลังมองหาอัลบั้มเพลงเพราะๆและฟังได้กี่รอบก็ไม่รู้เบื่อ ผมอยากให้ลองหาอัลบั้มนี้มาฟังกันครับ แล้วคุณจะพยายามหาซีดีของศิลปินที่มิค่อยคุ้นชื่อเหล่านี้มาฟังกัน อัลบั้มนี้หาค่อนข้างยากหน่อยในบ้านเรา แต่ลองมองหาตามร้านใหญ่ เผื่อยังมีหลงเหลืออยู่นะครับ .......

chais (19/05/2553 02:02:58)
ความคิดเห็นที่ 15
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม The Horse Whisperer
แนวเพลง รวมเพลง
ค่าย -
ปีผลิต 1998
นี่คืออีกอัลบั้มสำหรับคอเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งครานี้เป็นของทางสยาครันทรีโดยตรง ที่ขนมากันทั้ง Cattle Call - Dwight Yoakam, Allison Moorer, -Lucinda William,The Mavericks,Emmylou Harris แค่เอ่ยชื่อเหล่านี้ขึ้นมา หลายๆท่านคอเพลงแนวนี้คงน้ำลายสอกันขึ้นมาทันที 12 เพลง 12 สองศิลปิน ที่ขนมาเฉพาะแถวหน้าทั้งนั้น ผมคิดว่าคงพอให้เหล่าแหนๆควักเงินซื้อได้แน่นอน หรือคนที่อยากหาอัลบั้มเพลงคันทรี ที่มีระดับหน่อยไว้เป็นแนวทางศึกษาหาทาง ผมว่าอัลบั้มนี้ถือว่าคุ้มเกินคุ้มมากเลยครับ รวมทั้งเสียงอัดต้องบอกว่าทำได้ดี โปร่งใส ฟังสบายเหมาะสำหรับฟังคลายร้อนจริง อัลบั้มนี้ถือว่าเป็นอัลบั้มในดวงใจของศิลปินอย่างคุณ โอม ชาตรี เลยก็ว่าได้ ลองหาดูนะครับ เผื่อฟลุ๊คเจอ เพราะถ้าได้มาฟังรับรองคุ้มอย่างแน่นอน

chais (19/05/2553 02:12:29)
ความคิดเห็นที่ 16
ศิลปิน ศุนิตา ลีติกุล
อัลบั้มNon Electric Project
แนวเพลง อคูสติก
ค่าย แกรมมี
ปีผลิต 1999
ช่วงนี้ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน เพื่อนหรือลูกค้าชาวสวิสฯมักจะถามผมด้วยความห่วงใยเป็นประจำเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองเรา ซึ่งผมก็ขอให้เหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นกับประเทศของเรานั้นขอให้ยุติและผ่านพ้นไปในเร็ววัน ซึ่งตัวผมเองมองด้วยสายตาคนที่อยุ่ต่างประเทศ ที่รู้สึกห่วงใยและหวงแหนบ้านเกิดตัวเอง.......มาต่อกันที่เรื่องเพลงดีกว่าครับ ผมลองหาอัลบั้มฟังสบายๆและราคาสบายกระเป๋าให้ท่านนักฟังเพลงได้หามาฟังกันนะ แผ่นนี้ผมได้มาในราคา 250 บาทพร้อมจัดส่งอีเอ็มเอสให้ ซึ่งราคประมาณนี้สำหรับเพลงประมาณนี้ ผมถือว่าเหมาะสมดี โบว์ สุนิตา แม้ทุกวันนี้จะในช่วงร่วงโรย เพราะมีรุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะ และค่ายใหญ่เริ่มคิดว่าเธอขายไม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเหมือนกันสำหรับวงการเพลง เพราะพูดถึงเนื้อเสียงของโบว์นั้น ต้องยอมรับว่า ได้ทั้งเสนาะหูและหนักแน่น ทั้งร็อคทั้งป็อบ เธอถนัดหมด เฉกเช่นเพลงอัลบั้มนี้ ที่นำผลงานเพลงของเธอมาปรับให้นุ่มน่าฟังไปหมดสะทุกเพลง ไม่ว่าจะร้องเดี่ยวร้องคู่ โบว์ เธอคนนี้ สอบผ่านหมด ไม่ว่าเพลง ความรักจากฉัน ที่ได้เสียงร้องของจั๊ก ชวินมาร่วมร้องด้วย ความนุ่มนวล ด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใยต่อกันและกัน หรือเพลง ป็อบร็อคแรงๆอย่าง ฉันรู้ ที่นำมาปรับนุ่มนวลขึ้นเพิ่มเสียงเครื่องสายเศร้าๆอย่างไวโอลินเข้าไปอีก หรืออย่างเพลงที่ร่วมร้องกับ จั๊ก ชวิน ในเพลง ขอเป็นคนของเธอ ทั้งสองคน โบว์ และ จั๊ก นั้นร้องเพลง ได้เข้าขากันจริง ทั้งตอนที่ปนะสานเสียง เหมือนคล้ายๆสองคน พยายามเกื้อหนุนกันและกัน ไม่ใช่แย่งกันกันร้องอย่าง ติ๊ก ชีโร่ และ นิโคล กับเพลง จะไม่กลับมาอีกแล้ว เสียงของ โบว์ช่าง แสดงความน้อยเนื้อต่ำใจได้ดีมาก หรือเพลงอย่างกีรติ ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ ข้างหลังภาพ ในเพลงนี้ เราสามารถ จับน้ำเสียงเศร้าๆของเธอได้ และคล้ายๆว่า โบว์ในอารมณ์เพลงนี้ เธอเปรียบตัวเองเป็นกีรติ จริง นี่คือหนึ่งอัลบั้มที่หากคุณชอบเสียงดีๆเพราะๆทั้งตัว ศิลปิน และ ตัวเพลง หรือจะเป็นเสียงอัด ผมว่า จำเป็นต้องหามาฟัง หรือ อัลบั้มนี้น่าจะเป็นเครื่องเคียง ที่ควบคู่มากับ นิโคล อคูสติกอัลบั้มนั้น เพราะทางฝรั่งนิโคล จะออก สนุก ตาม คาแร็คเตอร์ของเธอ ส่วนโบว์ นั้นจะออกเหงาๆนุ่มๆ หากมีโอกาศลองหามาฟังดูนะครับ อัลบั้มนี้ ฟังได้บ่อยแทบทุกเวลา(จริงๆ)

chais (22/05/2553 01:52:30)
ความคิดเห็นที่ 17
ศิลปิน Denny Euprasert
อัลบั้มNon 'S Wonderful
แนวเพลง คูลแจ๊ซ
ค่าย แกรมมี
ปีผลิต 2009
ปีที่แล้วทางค่ายยักษ์ใหญ่บ้านเรา เริ่มมองตลาดผู็ใหญ่ขึ้นมาบ้าง ด้วยการส่งศิลปิน รุ่นใหญ่ในสังกัด ลงสนามร่วมแข่งกับค่ายเล็กๆในแนวเพลงแจ๊ซ ซึ่งนานๆเราจะเห็นเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นสักครั้ง และครั้งนี้ทางค่ายก็จัดว่าลงสนามแข่งในระดับเอาดิโอไฟล์ เขาบอกว่าประมาณนั้นนะ จะจริงไม่จริงต้องตัดสินกันเอง ในบรรดาอัลบั้มที่มีทั้งหมดที่ผมตามเก็บซื้อมา ผมชอบฟังที่สุด คงเป็นงานของอาจารย์ เพราะรู้สึกว่า เทียบระดับสากลมากที่สุด แม้บางเพลงออกจะแปร่งไปบ้าง
อย่าง Love For Sale ที่หยิบงาน ของ สแตนดาร์ดแจ๊ซ ของ Cole Porter ผมค่อนข้างรำคาญกับเสียงแซ็กเป็นอย่างมาก เพราะมันรู้สึกว่าจะโดดและไม่เข้ากับเนื้องานมากที่สุด แต่พอถึงช่วงอาจารย์เด่นโชว์เปียโนแล้ว ผมเลยพารนึกว่า เรายังฟังเพลงเดียวกันหรือเปล่าว่ะ ซึ่งช่วงของอาจารย์นั้นมันส์มากเป็นอย่างยิ่ง หรืออย่างเพลง คูลแจ๊ซ เพราะ อย่าง The More I See You ที่ถือว่าเป็นงานที่น่าฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ยิ่งช่วงโซโลดับเบิ้ลเบสกัลกลองนั้น น่าจะถือว่าเป็นช่วงพีคที่สุดเลยก็ว่าได้ A Time For Love แจ๊ซเหงาๆเศร้าที่ได้เสียงไวโอลินมาเชือดเฉือนความเหงากับเสียงเปียโนเอื่อยๆไปเรื่อย But Not For Me งานสแดนดาร์ดแจ๊ซของ George Gershwin ซึ่งคือเพลงที่นักฟังหลายๆท่านคุ้นเคยกับจังหวะแต่มิทราบว่าเป็นเพลงของใคร นี่คืออีกเพลงหนึ่งที่่เล่น ทริโอแจ๊ซได้น่าฟังอีกเพลงหนึ่ง ในอัลบั้มนี้ แม้มีบางเพลงที่เสียงเปียโนไม่นุ่มเท่าที่ควรเป็น แต่ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะฝีมืออาจารย์ แต่ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่กระบวนการผลิตมากกว่า เพราะบางครั้งผมรู้สึกว่า เครื่องดนตรีบางชิ้น กลบเสียงเปียโน ซึ่งผมว่ามันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น แต่สรุปโดยรวมแล้ว ผมว่าในบรรดาอัลบั้มในเซทนี้ อัลบั้มนี้ คือเพลงแจ๊ซมากที่สุด และน่าฟังที่สุด บวกทั้งเพลงฟังง่ายที่สุด และราคาน่าซื้อ หากท่านชอบฟังแจ๊ซเพราะๆนุ่มๆในหลายๆเพลง ผมว่าอัลบั้มนี้ตแบสนองได้แน่นอน แต่ ซีดีในเซทนี้ ผมมีที่ตำหนิอยู่นิดนึง ขอเถอะครับ ทางค่าย ในบรรดาอัลบั้มเหล่านี้ เป็นการนำเพลงแจ๊ซที่มีชื่อเสียงดังๆมาสะส่วนใหญ่ ดังนั้นเลยตัดการลอกเพลงออกไปได้ แต่.....หากท่านเป้นนักฟังเพลงตัวยง จะรู้ว่าปก ซีดีบางอัลบั้มนั้น เล่มลอกกันมาทั้งกระปิเลยก็ว่า เพราะมีอัลบั้มนึงที่หยิบอัลบั้ม Pure Sax ,State Of The Heart ซึ่งเป็นรูปคนดำยืนเป่าแซ็ก ต้องบอกว่า ค่อนข้างน่าเกลียดเกินไป กทางค่ายอย่าคิดว่า คนฟังเพลงบ้านเรานั้น มันฟังเพลงแจ๊ซกันน้อยสิครับ แม้เป็นเพียงเล็กน้อย แต่ถือว่าเราไม่ควรมองข้ามครับ ......

chais (22/05/2553 02:22:41)
ความคิดเห็นที่ 18
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้มNon Grammy Best of Acoustic 2
แนวเพลง เพลงสบายสบาย
ค่าย แกรมมี
ปีผลิต -
ก่อนอื่นขอแก้ข้อความข้างต้น ที่บอกว่าลอกมานั้น จริงไๆแล้ว ยกกันมาทั้งแระปิเลยครับ.....ส่วนอัลบั้มนี้ ผมเคยฟังคลาสเซทในช่วงเรียนหนังสือ พอเห็นคุณเล็กมาเสนอขายแผ่นไม่ถึง 100 บาท เลยต้องขอคว้าไว้เลยครับ เพราะเพลงที่ใส่มาในอัลบั้มนี้นั้นฟังง่ายและเพราะๆกันทุกเพลง ตั้งแต่ต้นจนจบ ขนมาแต่เพลงดังๆฟังสบายๆของค่าย ไม่ว่า เพื่อเธอตลอดไป แอม-ดา - ไม่ต้องห่วงฉัน โลโซ อัลบั้มแรก ดวงตะวัน แอม-ดา ไม่ลืม ของใหม่เจริญปุระ หยุดมันเอาไว้ ของ อำพล ซึ่งเป็นเพลงที่น่าจะเข้าเหตุการณืบ้านเมืองเราในยุคปัจจุบันได้ดี แม้เพลงนี้จะผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตามที หรืออย่างแผลในใจ งานนี้ได้ คุณ สุรสีร์ ร้องไว้ในงานซน ฉลองครบสิบปี แกรมมี หรือ ไม่ผิดใช่ไหม งานของพี่มาลีวัล ที่ถือว่าเป็นเพลงเพราะมากๆเพลงหนึ่งของพี่เขาทั้งยังฟังง่ายกับเสียงกีต้าร์โปร่งตัวเดียว เติมใจให้กัน งานจากคุณก้อง สหรัฐ ที่ร้องประกอบละครช่องสามอย่าง พริกขี้หนูกับหมูแฮม ซึ่งถือว่าเป้นเพลง โซล นุ่มๆเพลงนึงบวกเนื้อหาดีดีด้วยแล้ว หลายคนได้ฟังคงชอบ ความทรงจำ นี่คือเพลงที่ดีที่สุดอีกเพลงหยึ่งของพี่แอม สาวสาวสาว ทั้งน้ำเสียงที่ถ่ายทอดและดนตรีที่โอบอุ้มน้ำเสียงเศร้าๆของพี่เขา เพลงนี้ใครๆก็รู้ว่าตอนนั้นพี่เขามีความรู้สึกยังไงกับใครบางคน วันใสใส ของคุณ กบ ทรงสิทธิ์ เพลงใสดนดีใสๆโปร่งน่าฟังจริงๆเพลงนี้ หรือเพลงพี่โต๊ะ แทนคำนั้น เพลงความหมายดีๆที่หลายคนมักใช้เป็นเพลงจีบหญิง แล้วกับเพลง รักนิรันดร์ เพลงนี้ได้คุณปั่น ไพบูรณ์ ถ่ายทอด ซึ่งหากใครฟังตอนช่วงกลางคืนผมว่า เพลงนี้หวานเอาแทบขนลุกเหมือนกัน เพลงสุกท้าย ได้พี่มาช่าร้องในเพลง เจ้ากางเขน หากไม่ผิดนี่เป้นเพลงสุดท้ายจากอัลบั้มแรกถามดาวของเธอ เนื้อหาไม่ต้องพูดถึง เพราะและน้ำเสียงเหงาๆคุณมาช่าในเพลงนี้ถ่ายทอดออกมาได้ดียิ่ง สิบสี่เพลงในอัลบั้มนี้ ทุกเพลงยังได้ฟังตามหน้าปัดวิทยุ แม้หลายๆเพลงอาจทำให้เราง่วงๆซึมๆก็ตาม แต่เธอว่านี่คืออัลบั้มรวมเพลงเพราะๆอัลบั้มนึงเลยก็ว่าได้ และการว่างเพลงถือว่าทำได้ดีถึงดีมาก อัลบั้มนี้ยังคงเห้นมีขายบ่อยในเวบ ราคาค่อนไปทางถูกมาก แต่ซ่อนเพลงเพราะไว้เยอะไม่เบา.....

chais (22/05/2553 02:49:28)
ความคิดเห็นที่ 19
ศิลปิน พัซเซิล (Puzzle)
อัลบั้ม Puzzle
แนวเพลง ป็อบร็อค
ค่าย สไปรซี ดิสก์
ปีผลิต 2009
เมื่อปีที่ผ่านมาค่ายสไปรซี่ ดิสก์ นั้นได้ปล่อยวงดนตรีมากหน้าหลายตาออกมาวางตลาด ซึ่งเป็นการท้าทายวงการเพลงในยุคปัจจุบัน ที่แม้หลายๆค่ายเริ่มหันหน้าไปสู่ขายเพลงแบบดาวน์โหลดนั้น ซึ่งแม้แต่ผู้บริหารค่ายใหญ่ในบ้านเรา ที่เริ่มจะจับขายเพลงทางดาวน์โหลดค่อนข้างเยอะ เพราะให้เหตุผลว่า ลงทุนน้อย แต่สำหรับตัวผมคิดว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างผิดมากกว่าที่จะต่อสู้กับปัญหาวงการเพลงในยุคปัจจุบัน ซึ่งค่ายใหญ่บ้านเราลืมคำว่า คุณค่าเวลาและศิลปะไปโดยสิ้นเชิง กลับมากล่าวถึงค่ายเล็กที่กล้าทำและกล้าลอง แถมยังมีผลงานหลากหลายให้เลือกซื้อ ตัวผมคงต้องขอปรบมือและเป็นกำลังใจให้ และขอว่าจะขอติดตามผลงานทางค่ายเรื่อยไปหากยังคงมีให้ติดตาม ....ส่วนวงจิ๊กซอว์ วงนี้ คือวงที่น่าควักตังค์สนับสนุนอีกวงหนึ่งที่จะให้อยู่คู่กับวงการดนตรีกระท่อนกระแท่นของบ้านเราต่อไปนานๆตราบเท่าที่พวกเขายังมีไฟ เพราะอะไรเหรอครับที่เราต้องสนับสนุน เหตุผลคือ พวกเขามีฝีมือและทำเพลงได้เพราะและน่าฟังเป็นที่สุด สมาชิกสี่คนในหน้าปกซีดีวางมาดหัวศิลป์ แต่เพลงของพวกเขานั้นถือว่าเป็นป็อบร็อคละเมียดละมัยมากวงหนึ่งในบ้านเรา ไสตร์เพลงพวกเขาหากเราได้ฟัง และแยกชิ้นส่วนของจิ๊กซอร์ต่างๆออกเราจะพบว่า มีทั้งส่วนของวงรุ่นพี่หลายๆคน ไม่ว่า จะเป็น โมเดิร์นด็อค พราว สี่เต่าเธอ หรือแม้กระทั่ง พีโอพี ซึ่งผลงานของรุ่นพี่เหล่านี้จะวิ่งวนอยู่ในอัลบั้มทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเสียงกีต้าร์ เสียงร้อง เบส และกลอง รวมทั้งเนื้อหา ที่ทำได้ลงตัวมากๆอัลบั้ม ไม่ว่าเพลงเปิดตัวอย่าง Hey เธอ ซึ่งจังหวะเดินเบสสนุกสนุก หากสังเกตุกันดีๆและเคยฟังเพลงของสี่เต่าเธอ จะรู้ว่าเพลงนี้นั้น จะมีสไตร์ของทางวงอยู่พอสมควร และผมไม่รู้ว่า เสียงที่ร้องนั้นจะเป็นเสียงของคุณ คงเดช จาตุรันรัศมี นักร้องนำวงสี่เต่าเธอมาร้องให้หรือเปล่า เพราะเสียงช่างคล้ายๆจริงตั้งแต่เพลงแรกจวบจนเพลงสุดท้าย ทั้งหมด สิบเอ็ดเพลง ไม่ผิดหรอกครับ ที่บอกว่า สิบเเอ็ดเพลง ถึงแม้ว่าจริงๆจะเขียนแค่สิบเพลง เพราะเพลงที่สิบเอ็ดคือเพลงที่ถูกซ่อนไว้ หลังจากเพลงที่สิบจบลง หากคุณยังไม่ปิดรอสักระยะนึงเพลงที่สิบเอ็ดซึ่งร้องเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นมา ทั้งสิบเอ็ดเพลงคืองานคุณภาพอย่างแท้จริงของบ้านเรา หากท่านชอบเพลงป็อบร็อคไม่ออกแนวชี้ช้ำๆซากๆจงหาอัลบั้มนี้มาฟังเถอะครับ น่าจะยังหาได้บนแผงซีดีทั่วไป......

chais (30/05/2553 02:44:59)
ความคิดเห็นที่ 20
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม Lost in Translation
แนวเพลง เพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์
ค่าย Emperor Norton
ปีผลิต 2003
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเวลาผมแนะนำเพลงสากลทำไมถึงชอบนำเพลงประกอบภาพยนตร์มาแนะนำบ่อยนัก เหตุผลของผมคือมีไม่มาก เพียงเพราะผมเป็นคนชอบดูภาพยนตร์มากเป็นชีวิตจิตใจ และชอบหนังเรื่องไหนก็มักจะซื้อซีดีหนังเรื่องนั้นมาเก็บสะสมไว้ แล้วอีกอย่างนึง ซีดีเพลงประกอบภาพยนตร์นั้นจะทำให้เรารู้จักศิลปินมากกว่า ต้องย้ำว่ามากกว่า ซีดีเพลงรวมฮิตดาดๆที่มีขายตามท้องตลาดเพราะไม่ว่าจะรวมกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ลงเอยด้วยศิลปินหน้าตาเดิมๆที่เรามักได้ฟังบ่อยๆ ส่วนเพลงประกอบภาพยนตร์นั้น เราได้รู้ศิลปินที่เราไม่รู้จักมากขึ้น ทำให้การฟังเพลงของเรากว้างขึ้นในการที่จะเสาะหาศิลปินอื่นๆที่เราไม่รู้จักและไม่ได้โดนสื่อยัดเยียดมาฟังกัน อย่างอัลบั้มนี้ มีศิลปินที่ผมไม่รู้จักอยู่มากทีเดียว เพราะศิลปินเหล่านี้ ไม่สามารถโผล่ขึ้นมาบนชาร์ท ให้เรารู้จัก คือประมาณอยากรู้ต้องเสาะหาเอง แต่ศิลปินเหล่านี้ คือนักดนตรีทำเพลงชั้นเซียน ไม่ว่าจะเป็นเพลงง่ายๆ Girls ที่ได้วง Death In Vegas มาขับร้องเหงาๆเศร้าๆ แม้จะเล่นง่ายๆแต่จับอารมณ์คนฟังอยู่หมัด หรือเพลง Kaze Wo Atsumete ที่ได้ศิลปินญี่ปุ่นมาขับร้อง บอกตามตรงว่าอ่านชื่อไม่ออก และฟังไม่เข้าใจ แต่ต้องบอกว่าเพลงน่าติดตามมากครับ จังหวะเรียบๆง่ายๆ และเพลง Alone In Kyoto ที่ได้วง Air ซึ่งน่าจะเป็นวงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอัลบั้มนี้ คุ่หูดูโอจากฝรั่งเศสวงสองคนนี้ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเครื่องหมายหการค้าของผู้กำกับ โซเฟียเลยก็ว่าได้ครับ ส่วนตัวเพลงนั้น เป็นงานอีเล็คโทรนิคป็อบที่บรรยายความเหงาออกมาได้อย่างจับจิตจริงๆต้องบอกว่าหากใครไม่เคยไปอยู่ต่างประเทศ ที่เดินไปไหนแทบไม่มีคนรู้จัก นั้นไม่มีทางรู้แน่ครับว่าเหงาจับขั้วหัวใจนั้นมันเป็นเฉกเช่นไร อีกเพลงที่ไม่ค่อยกล้าฟังฤดูหนาว....เพราะกลัวความเหงา เพลงสุดท้าย Just Like Honey ของ The Jesus & Mary Chain น่าจะเป็นอีกวงที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมากเหมือนกันในอัลบั้มนี้ อินดี้ร็อคเหงา ซึมๆอีกเพลงหนึ่งที่น่าติดตาม ซึ่งวงจากสก๊อตแลนด์วงนี้ก็ทำได้ไม่ผิดหวัง เข้ากับเนื้อหาภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง และจบเพลงนี้แล้ว ก็มีเพลงแถมท้ายอัลบั้มให้อีกนิดหน่อย ไม่ถึงนาที แต่ก็ถือว่าเป็นการหาไข่.....สุดท้าย แม้จะไม่ได้ดูหนังสุดเปลี่ยวเปล่าเรื่องนี้ แต่ก็สามารถฟังเพลงในอัลบั้มนี้ได้ไม่ขัดเขิน แต่ถ้าจะให้ดีอยากแนะนำหาภาพยนตร์เรื่องนี้มาดูเป็นเครื่องเคียงก็ได้ เพราะจะทำให้อรรถรสในการฟังอัลบั้มนี้มีมากขึ้นมากกว่าเดิม ชอบอีเล็คโทรนิคป็อบเหงาๆเมโลดี้ป็อบนุ่ม หยิบอัลบั้มนี้มาฟังเลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน หรือถ้าอยากศึกษาวงดนตรีที่ไม่ได้แล่นบนชาร์ท แต่เพลงเพราะ ก็เชิญได้ครับ.....


chais (30/05/2553 03:19:25)
ความคิดเห็นที่ 21
ศิลปิน Shakira
อัลบั้ม She Wolf
แนวเพลง POP
ค่าย Epic
ปีผลิต 2009
เปลี่ยนบรรยากาศบ้างนะครับ อย่าแปลกใจละกันที่ผมนำเพลงป็อบตลาดมาแนะนำ หาฟังง่ายๆ แต่รับรองว่าเพราะแน่นอน อัลบั้ม(รวมทั้งภาคภาษาสเปน) สาวโคลัมเบียมากความสามารถคนนี้ ที่ทั้งแต่งทั้งร้องทั้งเล่น ทั้งเต้น ทั้งออกแบบเอง ทุกอย่างอยู่ในคำว่าศิลแินทั้งสิ้น แม้ว่าอัลบั้มนี้จะถูกเบียดจากของเทียมอย่าง เลดี้กาก้า ที่ทำให้อัลบั้มดีดีอัลบั้มนี้กระชูดเท่าที่ควร แต่ผมขอบอกว่านี่คืออัลบั้มที่ดีที่สุดในบรรดางานของเธอที่มีมาหรือจะพูดได้เต็มปากว่าน่าจะเป็นงานที่มีสีสันมากที่สุดอัลบั้มนึงในวงการดนตรีเพลงป็อบในยุคปัจจุบันที่คล้อยตามกันมากมาย เธอพาเราสนุกตั้งแต่อัลบั้มที่ชื่อว่า She Wolf ที่เอาจจะเป็นป็อบแด่นซ์ดาดเลยก็ว่าได้ถ้าขาดเสียงเธอและลีลาวาดลวดลายของเธอคนนี้ ฟังง่าย จนแทบขยับสเตปตามเลย...Did it Again ที่แม้จังหวะที่ค่อนข้างร่วมสมัยในยุคดนตรีปัจจุบัน แต่การร้องออดอ้อนในเชิงเด็ดรุ่นสาวของเธอ แล้วกรีดเสียงใหญ่ของเธอผมว่า มีเธอคนเดียวที่ทำได้ในวงการยุคปัจจุบัน หรืออย่าง Why Wait ที่ออกภารตะให้เต้นตามผมว่า ทำเอาลืมแก่เหมือนกัน ใช่ว่าในอัลบั้มนี้จะไม่แถมเพลงป็อบน่าฟังให้ อย่าง Gypsy ผมว่าเป็นเพลงจังหวะน่ารักรวมทั้งเนื้อหาน่าหยิกในความเป็นสาวขี้เล่นแต่จริงจังของเธอ เสียงร้องของเธอ ไม่แสดงพลังอะไร แต่สามารถรับรู้ได้ว่าเธอคนนี้จะไม่หายไปจากวงการง่ายๆแน่นอน มีอีกเพลงหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับคอป็อบร็อค Mon Amour ซึ่งผมว่าเพลงร็อคคือรากฐานงานเพลงของเธอแน่นอน ไม่อย่างนั้นแทบจะทุกอัลบั้มของเธอจะมีความเป็นร็อคเข้ามาทุกครั้งทุกอัลบั้ม รวมทั้งการเล่นคอนเสิร์ตเธอมักจพหยิบกีต้าร์มากระแทกสยายผมอย่างเมามัน จบจากการฟังอัลบั้มนี้แล้ว ผมนึกสงสัยว่า เหตุใดนักฟังเพลงทั่วโลกถึงลืมอัลบั้มดีๆอัลบั้มนี้ไป กลับหันไปมองตุ๊กตาบีทไร้สาระอย่างเลดี้กาก้าไปได้ อัลบั้มนี้คืออัลบั้มที่ผมมักหยิบมาฟังบ่อยๆมากช่วงนี้ ซึ่งไม่ปกติแน่นอนเพราะปกติแล้วเพลงป็อบผมจะไม่ค่อยฟังบ่อยเท่าที่ควร ส่วนชากิร่านั้นผมชอบเธอมาตั้งแต่ยุคหน้ายังไม่เกลี้ยงไม่เศร้าเท่าปัจจุบัน เพราะเธอคือศิลปินที่สร้างสองบุคลิคขึ้นมาได้ทั้งอ่อนหวานและดุดัน ซึ่งนานแล้วที่ไม่มีศิลปินเฉกเช่นนี้เกิดขึ้น.....

chais (02/06/2553 01:00:04)
ความคิดเห็นที่ 22
ศิลปิน Palmy
อัลบั้ม Stay
แนวเพลง POP
ค่าย GMM Grammy
ปีผลิต 2003
หากจับอัลบั้มของปาล์มมี่มาเรียงกันทั้งสี่ชุดที่ผมมีรวมทั้งชุดอคูสติกปัจจุบันด้วย ผมต้องบอกว่าผมชอบอัลบั้มชุดที่สองชุดนี้มากที่สุด เนื่องจากนี่คืออัลบั้มที่ลงตัวมากที่สุดในความเป็นปาล์มมี่ ปาล์มมี่ในวันนี้กำลังจะถูกลืม เพราะด้วยความไร้ประสิทธิภาพของทางค่ายที่ไม่สามารถดึงความเป็นเธอออกมาใช้ได้ และทางค่ายไม่มีเวลาให้กับศิลปินตกค้างค่าย ซึ่งเป็นน่าเสียดายอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเธอคือศิลปินคนนึงที่จะเป็นศิลปินคุณภาพรุ่นใหม่ๆของวงการได้ เปรียบได้เช่น ญารินดา หรือ ดา เอ็นโดฟิน เพราะปาล์มมี่ มีเนื้อเสียงที่ดีและแตกต่างจากศิลปินในยุคหลังๆนี้ และเธอมีคาแล็คเตอร์ที่เป็นตัวเองดีมากๆคนนึงของวงการ ถึงแม้ว่าในยุคแรกๆเธอจะหยิบยืมของ โดโรเรส แห่ง วง เดอะ แครนเบอร๋รีสมาใช้บ้าง แต่พอมาถึงอัลบั้มนี้ จะเห้นได้ว่าเธอกระโดดมาค่อนข้างมาก ในความเป็นสาวฮิปปี้ของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเพลงสนุกที่เธอสามารถถ่ายทอดได้อย่างน่าฟัง ในเพลง ทำเป็นไม่ทัก เสียงร้องสนุกๆส่วนตัวของเธอน่าฟังเป็นอย่างยิ่ง หรือ พูดไม่เต็มปาก ไม่เต็มปากกับเพลงช้า เธอก็แสดงอาการตัดพ้อทางน้ำเสียงของเธอได้ดีมาก บวกกับเนื้อหาเพลง แม้จะเป็นเพลงระกๆใคร่ๆ แต่พอมาอยู่ในเสียงของปาล์มมี่ กลับทำให้เพลงนั้นไม่โหลหรือล้าสมัยเลยด้วยซ้ำ หรือเพลง เนื้อหาดีดีน่าฟัง ทฤษฏี เพราะบางครั้ง คำว่า ทฤษฏี นั้นไม่สำคัญเท่าภาคปฏิบัติ และ กระโดดขึ้นฟ้า เพลงปลอบใจดีดีจังหวะมันส์สำหรับคนชอบโดด ปาล์มมี ก็แสดงพลังร็อคได้อย่างเต็มที่ และเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบั้มคงยกให้เพลงนิทาน ท่เนื้อหาและดนตรีนั้นทำได้น่าสนใจและติดตาม ลองฟังดูนะครับ เพราะทั้งการร้องและเรื่องราวที่ใครๆหลายๆคนมักหลบลี้หนีไปในจินตนาการของตัว ในอัลบั้มยังมีเพลงที่น่าสนใจอีกเพลงอย่าง พรุ่งนี้อาจไม่มีฉัน ซึ่งเนื้อหาสำหรับคยเข้าใจในชีวิต และความรัก เพลงความหมายดีดี เพลงหนึ่งของวงการเพลงบ้านเราในยุคใหม่ๆ แม้ในอัลบั้มอาจจะมีเพลงด้อยบ้าง แต่สิ่งที่ชดเชยเพลงเหล่านั้น คือเสียงร้องของปาล์มมี่ เพราะเธอทำเพลงเหล่านั้นให้กลืนอยู่ในอารมณ์เดียวกันทั้งอัลบั้ม และที่น่าแปลกอีกอย่าง หากเราสังเกตดีดี จะเห็นว่า อัลบั้มเพลงทุกชุดของเธอคนนี้นั้น เสียงอัดถือว่าเข้าขั้นดีแทบทุกชุด ไม่นับชุดล่าสุดที่ผมฟังเพียงไม่กี่ครั้ง นอกนั้น ถือว่าใช้ได้เกินมาตรฐานค่ายทุกอัลบั้ม แต่ก็อย่างว่านี่คืออัลบั้มของปาล์มมี่ที่ผมมักหยิบมาฟังบ่อยมากที่สุด แม้แต่ปัจจุบันก็ยังติดในเครื่องไอพอดประจำ ลองหาดูนะครับ ราคาไม่แพงเลยจริงๆอัลบั้มนี้ ผมได้มาในราคา แปดสิบบาทเอง ซึ่งต้องบอกว่าคุ้มเกินคุ้มเลยครับท่าน รีบคว้าก่อนที่ราคาจะถีบหนี แล้วจะมาบ่นทีหลังมิได้นะครับ .....

chais (02/06/2553 01:21:02)
ความคิดเห็นที่ 23
ศิลปิน Bangkok Symphony Orchestra
อัลบั้ม เพลงไทยเดิมชุด เขมรไทยโยค
แนวเพลง Thai Classic
ค่าย-
ปีผลิต 2541
หนึ่งในอัลบั้มที่อาจารย์สมเกียรติ ที่บอกว่าต้องฟังหากชอบงานของ บางกอกซิมโฟนี่ออร์เคสตร้า เพราะถือว่านี่คืองานที่นำเพลงไทยเดิม มา้ล่นในเครื่องดนตรีชาวตะวันตกอัลบั้มนึงที่เพราะมากที่สุด ถึงแม้ว่าเสียงอัดนั้นถือว่ายอมรับได้ แต่ถ้าพูดถึงเพลงนั้น คพแนนความไพเราะนั้นเกินร้อยเลย สิบสองบทเพลงไทยเดิมที่นำมาขับใหม่นั้นทราบซึ้งกินใจสนุกสนาน ไม่ว่าค้างคาวกินกล้วย ที่ความเป็นไทยนั้นมิเคยถูกกลืนหายไปในเพลงนี้ ขับไม้บัณเฑาะว์ (Khub Mai Ban Doh) ได้ทั้งรุกเร้าและนุ่มนวลน่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเครื่องเป่าและเครื่องสายที่สอดแทรกกันมาอย่างถูกจังหวะ ลาวเสี่ยงเทียน (Lao Siang Thian) BSOบรรเลงในลักษณะอัลบั้มเดียวกันกับแสงเทียน ไม่รู้ทำไมนะครับ ผมฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาจะคลอทุกที อาจเพราะความนุ่มละมุนของบทเพลง เลยทำให้ผมซาบซึ้งขึ้นมาทุกครั้ง ยิ่งได่บรรเลงเพราะพริ้วในท้วงทำนองวงใหญ่อย่างนี้ยิ่งน่าฟังจับใจยิ่งขึ้น ต้นวรเชษฐ คืออีกเพลงเพลงนุ่มน่าฟังเช่นกัน ถือว่าคนไพรเราะละอย่างกับอาจารย์ดนู ซึ่งผมชอบทั้งสองเวอร์ชั่น แต่มีเพลงเด็ดมากเพลงนึงที่เป็นชื่อเดียงกับอัลบั้ม เขมรไทรโยค หลับตาพริ้ม คิดถึงบนนยากาศสายน้ำท่ตกลงมาชโลมใจไปกับบทเพลง นี่คืออารมณืที่ผมได้รับจากบทเพลงนี้ หนึ่งในอัลบั้มที่ผมอยากบอกว่า หากคุณรักที่จะฟังอัลบั้มดีดีสักอัลบั้ม ผมว่าจงหาอัลบั้มนี้มาฟัง แล้วให้เวลาในการฟัง อย่าเร่งรีบ ควรนั่งและตั้งใจฟัง เพราะสิ่งที่คุณได้รับในอัลบั้มนี้ คือความไพรเราะเสนาะหูเป็นอย่างยิ่ง หลายๆอย่างบอกเล่าถึงความเป็นไทย รักสงบ ในอัลบั้มนี้เป็นอย่างยิ่ง ฟังดูครับ เผื่อคุณจะไตร่ตรองในความเป็นไทยตั้งแต่อดีตตกาลมาได้บ้าง ถือว่านี่คืออัลบั้มคุณภาพครบถ้วนเป๋นอย่างยิ่ง.......
ปล.อัลบั้มนี้ยังเห็นมีวางจำหน่ายทั่วไปตามน้านซีดีใหญ่

chais (02/06/2553 01:42:53)
ความคิดเห็นที่ 24
ศิลปิน Eumir Deotato
อัลบั้ม Bossa Nova
แนวเพลง Bossa Nova
ค่าย-Polygram Records
ปีผลิต 2000
หากชอบฟังเพลง บอสซ่าฯ ต้องศึกษานักประพันธ์ท่านนี้ หนึ่งในบุคลากรคนสำคัญ ส่วนอัลบั้มนี้คือการนำเพลงบอสซ่า หลายเพลง ทั้งมีชื่อเสียงและมีชื่อเสียงในวงจำกัด มารวมไว้ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งอัลบั้มนี้นั้น สิ่งที่สำคัญ คือการวางเพลงได้อย่างชาญฉลาด คือวางถูกที่ถูกเวลา บางครั้ง คนทำเพลงเขาอาจะเข้าใจเพลงบอสซ่าฯได้มาก เพราะ สังเกตุไหม หากเราฟังบอสซ่าฯไปนานๆนั้นเราจะรู้สึกเอียนและพานเบื่อเอาเป็นได้ ดังนั้นอัลบั้มนี้จึงมีการคั่นหลายเพลงด้วยเพลงบรรเลงมันสะเลย ซึ่งกลายเป็นการกลืนอัลบั้มให้ไม่น่าเบื่อ หลายๆเพลงในที่นี้หลายคนคุ้นหูเป็นอย่างดี อย่าง Suddenly, Quiet nights of quiet stars, The girl from Ipanema ,How insensitive และเพลงอื่นอีกมากมาย ที่เรามักจะได้ยินประจำตามร้านกาแฟ หากถามว่าหากเจออัลบั้มนี้แล้วน่าซื้อไหม ทั้งที่มีเพลงเหล่านี้อยู่หมดแล้ว ผมคงต้องบอกว่า อยู่ที่การตัดสินใจของท่านครับ เพราะหากชอบเก็บงานบอสซ่าฯ น่าจะมีอัลบั้มนี้วางในชั้นด้วยเป็นอย่างยิ่ง หรือหากท่านอยากเริ่มต้นฟังเพลงประมาณนี้ น่าจะหยิบบอสซ่าฯดีดีอัลบั้มนี้ขึ้นมาพิจารณา แม้จะเป็นของเก่าๆที่หลายๆคนเคยลิ้มลองประจำ แต่แปลกไหม พอมาอยุ่ในอัลบั้มนี้ กลับฟังเพราะและเพลินมากกว่าเดิมจนจบทั้งอัลบั้มเลย.......

chais (02/06/2553 02:01:04)
ความคิดเห็นที่ 25
ศิลปิน Oliver Shanti & Friends
อัลบั้ม Taichi
แนวเพลง Meditation Music
ค่าย-Shanti Records
ปีผลิต 1993
เคยแนะนำอัลบั้มที่สองไปแล้วครั้งหนึ่งในอัลบั้มนั้นเพลงที่ทำออกมาค่อนข้างแตกต่างจากอัลบั้มที่หนึ่งพอสมควร เพราะมีการใส่เสียงดนตรีสังเคราะห์เข้าไปมากพอสมควร แต่กับอัลบั้มภาคหนึ่งนี้คล้ายๆว่าทางโอลิเวอร์จะเล่นเครื่องดนตรีจริงเพียวๆเลย ซึ่งทั้งร้องทั้งเล่น เพลงส่วนมากเลยออกมาทางผ่อนครายมากกว่าภาคที่สอง ซึ่งดูจากหน้าปกแล้วหลายๆท่านอาจจะพอเดาแนวดนตรีออกบ้างว่าจะไปทางไหน คือ ดนตรีไทเก๊กนั้น คือไว้สำหรับผ่อนครายเวลาเหนื่อยล้า เหนื่อยอ่อนจากการงาน หรือจะไว้เปิดตอนเช้าๆเพื่อทำให้สมองของเรานั้นแจ่มใสยิ่งขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายก่อนที่จะออกไปสู้กับหน้าที่การงาน หรือ จะฟังก่อนนอนเพื่อความหลับสบายสำหรับคนที่หลับยากหลับเย็น เฉกเช่นผมคนหนึ่ง ไม่รู้ทำไมยิ่งแก่ตัวขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งหลับยากขึ้นเท่านั้น จำเป็นต้องพึ่งของขมๆทุกทีไป ส่วนผมนั้นชอบฟังอัลบั้มนี้ เวลาแบกเป้เที่ยวตามที่ต่างๆวัดวาอารามแล้วแต่มีโอกาศจะอำนวย เพลงหลายๆเพลง แม้จะร้องวกไปวนมา แต่ไม่รู้นะครับ กับซาบซึ้งทุกที ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่สอง Chenresie, Flame Of Peace And Compassion แม้ผมจะไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ไม่รู้ว่าฟังแล้วรู้สึกสงบยังไงชอบกล ยิ่งตอนท้ายแล้วที่มีเสียงของน้ำแล้วรุ็สึกว่าจิตใจสงบนิ่งจริง หรืออย่างเพลง Rhythm Of Tao Te Ching ที่มีเสียงร้องคอรัส คำเดิมๆแต่รู้สึกว่ามันก้องเข้าไปในหูเรายังงั้นละครับ เพลงหลายเพลงอาจจะคล้ายๆกันจนกลืนกันเป็นเนื้อเดียว แต่ผมกลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่ออะไรเลยครับ เพราะทุกเพลฟังง่าย และมีชิ้นดนตรีพื้นบ้านทั้งจีนทั้งธิเบต แทรกซ้อน บวกทั้งเสียงสวดมนต์ที่วกไปวนมา แล้ว ผมรู้สึกว่าเพลงดึงความรู้สึกเราให้ลึกลงไปตาม แล้วเพลงสุดท้าย An Ti Dog Ma Ti Sm คล้ายว่าจะดึงเราลงสู่ห้วงแห่งนิทราไปเลย หากอย่างฟังอะไรแปลกๆแตกต่างจากแจ๊ซลองหาอัลบั้มนี้มาฟังดูนะครับ เผื่อบางทีจะฉุดให้ใจเราคิดได้ว่า เพลงที่เราต้องการฟังนั้นมิได้มีเพียงแจ๊ซเท่านั้น ซีดีหาซื้อค่อนข้างยากครับ คงต้องสั่งตามร้านใหญ่ๆเท่านั้น แต่ถ้าได้มาแล้วต้องบอกว่าคุ้มนะครับ

chais (04/06/2553 01:56:48)
ความคิดเห็นที่ 26
ศิลปิน Dechen Shak-Dagsay
อัลบั้ม Shi De
แนวเพลง Meditation Music
ค่าย- New Earth Records
ปีผลิต 2002
ส่วนเธอคนนี้ผมก็เคยแนะนำไปแล้วอัลบั้มนึง ส่วนนี่คือผลงานอัลบั้มที่สองของเธอ ที่แม้ชื่อเสียงของเธอไม่ได้ดังมากมายคล้ายเอนย่า แต่เธอก็่คงระดับชื่อเสียงและผลงานของเธอไว้คงที่คงวามีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ทุกวันอาจเป็นเพราะคนเรานั้นเครียดมากขึ้นทุกวันเลยต้องการพื้นที่ผ่อนคลายเล็กน้อยในชีวิต เลยต้องพึ่งเพลงจิตบำบัด ซึ่งบางครั้งสามารถทำให้เราผ่อนคลายได้เช่นกัน อัลบั้มนี้ก็ไม่ต่างจากอัลบั้มข้างบน คือเพลงส่วนมากจะร้องซ้ำไปซ้ำมา บวกกับดนตรีที่ผ่อนคลาย อัลบั้มนี้เธอได้เพิ่มเคื่องสายอย่างกีต้าร์อคูสติกเข้ามาด้วยจึงทำให้รู้สึกโปร่งฟังสบายมากขึ้น แถมต้องบอกว่าอัลบั้มนี้อัดดีจริงๆแม้จะเป็นเพียงเพลงฟังเพื่อความผ่อนคลายก็เถอะเสียงกีต้าร์นั้นใสแจ่วชัดเจนมากๆเลย มากกว่าอัลบั้มน้องนิโคลสะด้วยซ้ำ ถ้าเจอลองหยิบมาฟังบ้างนะครับ เผื่อจะชอบขึ้นมาบ้านเราอาจจะหาซื้อยากสักหน่อย แต่ลองหาดูแล้วกันเผื่อจะเจอ

chais (04/06/2553 02:07:34)
ความคิดเห็นที่ 27
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม In the Mood for Love
แนวเพลง เพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์
ค่าย-Higher Octave OmTown
ปีผลิต 2000
หนังสร้างชื่อต่างประเทศให้มาสนใจผู้กำกับหนังประหลาดอย่างหว่องคาไว คนนี้ ที่ทุกวันนี้ยังรักที่จะทำหนังเนื้อหาและทางหนังส่วนตัว แม้ว่าหนังเรื่องล่าสุดที่เป็นหนังกำลังภายใน แต่สุดท้ายก็ยังเป็นงานที่เรียกว่าส่วนตัวเฉกเช่นเดิม และนี่คือผู้กำกับหนังอีกคนที่เทศการหนังเมืองคานน์(ฝรัั่งเศส)ชอบนักชอบหนา เพราะหนังของผู้กำกับท่านนี้แม้จะดูยากทั้งมุมกล้องและเนื้อหา แต่หากใครเข้าถึงรับรองถูกใจแน่นอน กับอารมณ์หนังที่มักเล่นกับความเหงาเปล่าเปลี่ยวในอารมณ์ของตัวละคร ....มาถึงผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทำออกมาเป็นสองอัลบั้ม คือหนึ่งกับสองให้นักสะสมนักฟังตามเก็บ แต่ตอนนี้คงตามยากแล้วละครับ เพราะแม้แต่ตัวหนังยังหาดูยากเลย(ปลใบางครังหนังของแกจะกองอยู่ในกระบะลดราคาของบีทูเอส) ตัวเพลงส่วนมากจับมารวมกันได้ลงตัวอารมณ์หนังนัวร์ๆเก่าๆได้ดีมาก ฟังได้ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีสะดุด คือฟังแล้งจะออกอาร์ทๆอย่างงานเพลงประกอบภาพยนตร์ของคุณเป็นเอก คล้ายๆยังงั้นละครับ อย่างเพลง Yumeji's Theme ที่หากใครชอบไวโอลินเหงาๆเป็นได้ถูกใจแน่นอน ก่อนที่จะคั่นด้วเสียงพูดของเหลียงเฉาเหว่ย(ดาราคู่บารมี) แล้วก็ซัดความเหงาเข้าเต็ม ๆกับไวโอลินเหงาๆในเพลง Angkor Wat Theme I , Aquellos Ojos Verdes งานละตินแจ๊ซเพราะๆของ Nat King Cole ทำเอาอารมณ์เคลิ้มๆ แล้วยังงัดเอาเพลงอารมณ์เก่าๆสนุกๆอย่าง Shuang Shuang Yan ของ Deng Bai Ying ซึ่งต้องออกตัวว่าผมไม่ใช่คอเพลงจีน แต่ก็ฟังเอาเพราะได้มิวาย แม้จะมีเสียงก๊อบแก๊บ คิดว่าน่าจะเป็นความต้องการของผู้กำกับท่านนี้แน่นอน มีอีกเพลงที่อารมณ์นั้นเก่าลิบลับอย่างเพลงจีนเสียงนุ่มๆ อย่าง Radio Zhou Xuan Announcement/Hua Yang De Nian Hua ผมไม่รู้ว่าใครร้องเพราะอ่านชื่อไม่ออก เพลงนั้นคล้ายๆจะมีทำนองเพลงวันเกิดเข้ามาแทรก ฟังเพลงนี้แล้วทำให้คิดภึงบรรยากาศคนจีนรุ่นอาอึ้มหรืออาซิ้ม แม้ผมจะไม่เคยมีบรรยากาศอย่างนั้นก็เถอะ แล้วยังต่อด้วยเพลงเพราะๆในดวงในผมตลอดกาลอย่าง Quizas, Quizas, Quizas (Perhaps, Perhaps, Perhaps) ของ Nat King Cole ที่หลายๆคนมักจะได้ยินกันบ่อยๆและมักจะนำมาทำเป็นเพลงบอสซ่าฯ ผมชอบมากเพลงนี้ ไม่ว่าจังหวะน่าเต้นลีลาศเป็นอย่างยิ่ง แล้วยังตามด้วยบรรยากาศเก่าๆเพราะ Bengawan Solo ที่ Rebecca Pan ร้องเพลงภาษาอังกฤษได้น่าฟังเพลงอย่างยิ่ง ผมเคยเดินหาซื้อเพลงของเธอมาฟังแต่มิเคยได้สักที เพลงนี้บรรยากาศดีมากๆเพลงหนึ่ง แล้วเพลงที่เหลือส่วนมากก็จะเป็นเพลงงิ้ว และเพลงบรรเลงที่อารมณ์มาคล้ายๆกับเพลงเหงาๆในช่วงแรกๆ ที่แทบจะมิค่อยแตกต่างกันมากเท่าไหร่ แล้วบางครั้งก็แทรกด้วยบทพูดของจวางหมั่นอวี้บ้างเหลียงเฉาเว่ยบ้าง ที่พอทำให้อัลบลั้มนั้นมิน่าเบื่อด้วยเสียงเพลงอย่างเดียว ทุกท่วงทำนองนั้นได้เรียงร้อยบทเพลงให้กลืนกันอย่างมืออาชีพมาก และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซีดีอัลบั้มนี้คงต้องหาซื้อยากอีกแล้ว......แต่ถ้าเจอก็อย่างที่บอกหยิบไว้ก่อนเถอะครับ....


chais (04/06/2553 02:38:25)
ความคิดเห็นที่ 28
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม IAlmost Famous
แนวเพลง เพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์
ค่าย-Dreamwork
ปีผลิต 2000
คุณเคยดูหนังเรื่องหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามีความสุขในขณะที่ดูไหมครับ....เพราะเมื่อไม่นานมานี้ผมบังเอิญได้รับแผ่นดีวีดีหนังเรื่องนี้จากเพื่อนฝรั่งคนนึงที่ส่งมาให้ผม เพราะผมเคยเปรยว่า ผมชอบหนังเรื่องนี้จับหัวใจ ในครานั้นที่ผมได้ดเูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก เหมือนกับหนังต้องการจะสนองความฝันของผมในส่วนที่ผมมิสามารถทำมันได้ ซึ่งพอดูจบแล้วหนังเรื่องนี้ทั้งทราบซึ้งและตรึงใจทุกครั้งที่ผมดู หนังกล่าวถึงเด็กชายอายุ 15 คนหนึ่งที่ชอบในเสียงดนตรี และมีความฝันอยากทำงานให้กับนิตนสารดนตรีด้วยการวิจารณ์ดนตรี และงานครั้งแรกที่เขาได้รับนั้น คือการเดินทางตะลอนไปกับวงดนตรีร็อคฮิปปี้วงหนึ่ง ในระหว่างเดินทางไปกับวงฮิปปี้นั้น เขาต้องพบประสบการณ์ในชีวิตมากมาย และต้องแบ่งรับแบ่งสู้อยู่สามฝ่าย คือ วงร็อคที่ตัวเองติดตามเขียนเรื่องราวของเขา ที่หลายๆคนนั้นอีโก้รุนแรง และสอง แม่ที่ห่วงกว่าว่าลูกชายคนเดียวของตัวเองจะเสียผู้เสียคนไปกับเพลงร็อค และสาม การไล่หลังของนิตยสารที่ตัวเองทำงานอยู่ ซึ่งบทสรุปนั้น ของหนังเรื่องนี้นั้นลงตัวมากที่สุด และหากจะพูดว่านี่คือเรื่องจริงของชีวิตผู้กำกับอย่าง คาเมรอน โครว์ เพราะตัวเขานั้น เริ่มเข้าทำงานกับหนังสือวงการดนตรียักษ์ใหญ่อย่างโรลลิ่งสโตนตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี แล้วก็สามารถปีนไปถึงบรรณาธิการของนิตยสารชื่อดังล่มนี้ หนึ่งในหนังที่อยากแนะนำให้หลายๆท่านที่ชอบในเสียงเพลงลองหามาดูกันเพราะอาจจะกลายมาเป็นหนังในดวงใจของท่านเลยก็ว่าได้ และสำหรับท่านที่ชอบสาวสวยอย่างเคต ฮัดสัน นี่คือหนังที่มิควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ส่วนเรื่องซีดีเพลงนั้น ผมพึ่งได้มาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง หลังจากที่ลองพยายามหาอยู่พอสมควร หลายๆคนคงรู้แล้วว่าผู้กำกับคือนักฟังเพลงตัวยง และเพลงที่นำมานั้น เข้ากับยุคของหนังฮิปปี้ได้เปแ็นอย่างดี และทุกเพลงนั้นวางได้ดีและให้อารมณ์ต่องเนื่องกันทุกเพลง ไม่มีเพลงไหนกระโดดหนีจากกัน และศิลปินที่มีในอัลบั้มนี้นั้นหลายๆคนรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็นการวาง Simon and Garfunkel ในเพลง America ไว้ที่เริ่มหัวเพลงนั้น หากหลายท่านได้ดเูหนังเรื่องนี้แล้วจะเข้าใจว่าทำไม เพราะคล้ายๆว่านี่คือการเปิดจุดเริ่มต้นของอเมริกา ก่อนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ ในอัลบั้มนั้นมีทั้ง The Who ,Todd Rundgren, Yes, Rod Stewart, lynyrd Skynyrd จวบจนถึง Led Zeppelin ซึ่งทุกเพลงบอกเรื่องราวของตัวหนังได้เป็นอย่างดียิ่ง หากดเูหนังแล้วชอบ ลองหาอัลบั้มนี้มาฟังบ้างนะครับ

chais (09/06/2553 01:40:57)
ความคิดเห็นที่ 29
ศิลปิน John Coltrane & Johnny Hartman
อัลบั้ม -
แนวเพลง Cool Jazz
ค่าย- Impulse
ปีผลิต 1963
เมื่อสองตำนานนิวยอร์คเกอร์มาเจอกัน ฝ่านึงคือ เทเนอร์แซ็คระดับตำนาน ส่วนอีกคนคือ นักร้องแจ๊ซเสียงโซปราโนระดับตำนานเฉกเช่นกัน ดังนั้น จึงได้เกิด อัลบั้มตำนานอัลบั้มนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นอัลบั้มไม่มีชื่ออัลบั้มนี้ ที่ออกเมื่อปี 1963 ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยทำงานร่วมกันมาแล้วในวง Dizzy Gillespies Band .....และมาถึงงานคลาสสิคแจ๊ซอัลบั้มนี้(จริงๆแล้วมิค่อยอยากแตะของสูงเท่าไหร่ เพราะกลัวพลาด) ที่นักฟังเพลงแจ๊ซหลายๆคนยกย่องว่าให้เป็นงานชั้นเยี่ยมอัลบั้มนึงเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งความนุ่มละมุนในการขับกล่อมของทั้งสองศิลปินที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในอัลบั้มตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย ที่มีบางท่านว่าพานเอาง่วงได้เหมือนกัน แต่ถ้าหากเราลองฟังดีดีและถูกเวลานั้น และต้องถามอารมณ์ตัวเองด้วยว่าอยากฟังไหม ตั้งแต่เพลงที่หนึ่ง They Say It's Wonderful (Irving Berlin) จนถึงเพลงสุดท้าย Autumn Serenade (Peter DeRose, Sammy Gallop) นั้นมาในอารมณ์เดียวกันหมด เสียงนุ่มๆของ Johnny Hartman และเสียงการเป่าแซ็กผ่อนปรนของ John Coltrane นั้นแทบจะเป็นเนื้องานเดียวกัน ฟังเพลงิน จนจบทั้งอัลบั้ม ซึ่งน่าจะใช้เวลามินานเท่าไหร่ เพราะอัลบั้มนั้นให้มาน้อยเหลือเกิน เพียงแค่ 6เพลงเอง แต่ถ้าคิดกลับกันแล้วผมว่า ทางศิลปินนั้น คิดถูกแล้ว เพราะเพียงแค่ครึ่งทางกับการฟังแจ๊ซนุ่มๆอัลบั้มนี้ คุณอาจจะเดินทางสู่นิทราเป็นได้ ส่วนที่ทำให้อัล้บั้มนี้ดูดีและนุ่มนอกจากศิลแินทั้งสองท่านแล้ว ยังเป็นเสียงเปียโนของ McCoy Tyner ที่บรรจงเติมความนุ่มละมุนลงไปในขวดไวน์แดงขวดนี้....อัลบั้มนี้เหมาะอย่างมากที่ฟังในยามค่ำคืนที่แสงสลัวๆ อาจทำให้คุณคิดถึงใครบางคนขึ้นมาก็ได้ หรือท่านจะฟังกับคนที่รู้ใจของคุณก็ได้ เพราะอาจจะทำให้เป็นการเพิ่มคืนพิเศษอีกคืนหนึ่งของคุณ เพราะเพลงในอัลบั้มนี้สุดแสนโรแมนติกแทบหวานเคลิ้ม.......

chais (09/06/2553 02:05:07)
ความคิดเห็นที่ 30
ศิลปิน หลายคน
อัลบั้ม The Pianist
แนวเพลง Piano Classic(Film Score)
ค่าย- Sony
ปีผลิต 2002
จากสมุดบันทึกส่วนตัวของชีวิตในระหว่างสองครามโลกครั้งที่สองของชาวยิวคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักเปียโน ก่อนที่จะกลายเป็นเชลยสงครามด้วยเพียงเกิดมาเป็นชาวยิว และจากสมุดบันทึกได้กลับกลายมาเป็นภาพยนตร์ตีแผ่สงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีผู้กำกับฉาวชาวโปแลนด์อย่างโรมัน โปรันสกี้ ที่ปีที่ผ่านมานั้นทำประเทศสวิสฯกินไม่ได้นอนไม่หลับกันกับข่าวฉาวฉ่อนทั่วโลก ถึงแม้จะเป็นผู้กำกับต้องคดี แต่ทุกครั้งที่ลงมือทำหนัง เป็นอันหนังเรื่องไหนเรื่องนั้นต้องเข้าตากรรมการไม่รางวัลใดก็รางวัลหนึ่ง เฉกเช่นหนังออสการ์ในดวงใจของใครหลายคนเรื่องนี้ก็เช่นกัน ที่คำว่าฮีโร่ไม่ได้มีอยู่จริงในสงครามเหมือนเช่นงานหลายๆเรื่องของผู้กำกับสปีลเบิร์ก แต่สงครามนั้นมีแต่ความโหดร้ายทารุณ และยิ่งกับยุโรป ซึ่งเรียกว่าน่าจะเป็นภูมิประเทศที่อ่อนแอต่อคำว่าสงครามมากที่สุดเพราะเปแ็นจุดที่นวมหลากหลายเผ่าพันธุ์.....ส่วนงานเพลงในอัลบั้มนี้นั้นถือว่าฟังง่าย ไม่อยาก หลายคนอาจกลัวคำว่าเพลงคลาสสิค ว่าจะต้องใช้บันไดปีนขึ้นไปฟัง แต่หากลองฟังอัลบั้มนี้ แล้วคิดภาพของหนังไป ต้องถือว่าแป๊บเดียวเป็นหมดอัลบั้มแน่นอน อาจทำให้เกิดความกระหายในการอยากหางานของศิลปินมาฟังด้วยซ้ำไป เพลงในอัลบั้มนี้ส่วนมากเป็นงานเดี่ยวเปียโนของโชแปง ซึ่งทุกเพลงอยู่ในขั้นพื้นฐานในการฟังเพลงคลาสสิค อาจจะเพราะว่าทางผู้ทำหนังไม่ต้องการให้หนังออกมาดูเป็นฮีโร่ เลยไม่ใส่เพลงที่เรียกว่าเครื่องสายหรูหรา แต่กับจับเพลงเหงาๆหนาวๆใส่เข้ามา เพราะสภาพภูมิประเทศของโปแลนด์นั้นค่อนข้างเยือกเย็น .....ส่วนเสียงอัดนั้นถือว่าสอบผ่าน เสียงเปียโนชัดเจน ไม่แสบแก้วหู แต่กับไหลรื่นหูชวนฟัง อัลบั้มนี้ผมไม่รู้ว่าจะยังหาซื้อได้รึปล่าวนะครับ และเห็นมีทำออกมาเป็นสองปกด้วย คือปกเป็นรูปมือดีดเปียโน และปกนี้ ตัวผมชอบปกนี้มากกว่าเพราะให้อารมณ์คำว่ามิตรภาพได้ดี คนนึงเป็นชาวยิว แต่คนนึงเป็นทหารนาซีที่หลงไหลในเสียงดนตรี .......
ปล.มีตอนหนึ่งในหนังที่กินใจผมมาก ในตอนที่แอนเดีย เข้าไปหลบในห้องชุดแห่งหนึ่ง แล้วในห้องนั้นมีเปียโนตั้งอยู่แต่มิสามารถเล่นได้ ซึ่งตอนนี้ทำได้ใจผมไปเต็มๆ

chais (02/07/2553 01:56:40)
ความคิดเห็นที่ 31
ศิลปิน แอม ดา
อัลบั้ม Ampda
แนวเพลง Pop Rock
ค่าย- GMM
ปีผลิต -
อัลบั้มนี้แม้เสียงจะอัดมาพอฟังได้ แต่ต้องบอกว่าเพลงในอัลบั้มนี้ฟังได้ไม่เบื่อ ไม่ว่าผ่านมากี่ปีแล้วก็ตาม แม้ว่า!!!!เพลงในอัลบั้มนี้อาจจะทำให้เรานึกถึงเพลงนั้นเพลงนี้ดนตรีของคนนั้นคนนี้บ้างก็ตามที แต่หากเราปัดตรงจุดนี้ออกไปบ้าง เราจะได้อัลบั้มดีดีเนื้อหาเพลงผู้ใหญ่ๆอัลบั้มนึงทีเดียว ไมว่าจะเป็นเพลงเปิดหัว ชื่อเพลงแปลก แต่เพราะและมันส์อย่างเพลง Yeah...Yeah...Yes! คุณแอมร้องเพลงได้ดีและยังกวนเหมือนเดิมหรือเพลงรักเพลงต่อมาที่ฝ่ายชายขอร้องบ้างอย่าง ฉันยังเป็นของเธอ เพลงป็อบร็อคเอาใจขายแต่เนื้อหาดี และวกไปหาเพลงรักฝ่ายหญิง วันนี้ไม่มีน้ำตา ผมว่าหากเพลงนี้ได้ศิลปินหญิงคนอื่นร้องผมว่าคงร้องได้ไม่ดีเท่าคุณแอมเป็นอย่างแน่แท้ เสียงคุณแอมเหมือนกับคนที่ร้องไห้มาก่อนหน้าที่จะมาร้องเพลงนี้ต้องบอกว่าตีความหมายดีมากครับ อยู่ด้วกันก่อน เพลงร็อคมันมัน เนื้อหาดีๆ เพลงนี้ต้องฟังจังหวะกลอง ตีได้ดีมากหรือเนื้อหานั้นต้องบอกว่าเพลงทุกวันนี้ชิดซ้ายไปเลยก็ว่าได้ เธอคือเพลง ยังคงเป็นทางคุณศักดาทำหน้าที่ แม้ตัวจังหวะจะทำให้เราคิดถึงเพลงากลสักเพลงที่เราคุ้นๆหู แต่สิ่งหนึ่งที่เข้ามากลบจุดด้อยตรงนี้ได้คือเนื้อหาและการประสานเสียงของทั้งสองท่านยอมรับว่าทำผมทลืมจุดนั้นไปได้ ส่วน ดวงตะวัน เฉกเช่นเคยอาจทพให้เรานึกถึงเพลงสากลที่คุ้นหูสักเพลงหนึ่งโดยเฉพาะตอนที่คุณช่าขึ้นอินโทรให้ แต่ช่างเถอะ เพราะเนื้อและเสียงคุณแอมกลบได้สนิท จนทำให้เกิดเพลงรักเพราะๆเพลงหนึ่งขึ้นมาในวงการบ้านเรา ไม่เดือดร้อน เบสในเพลงนี้เดินได้น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งบวกกับร้องเพลงอาการกวนๆของคุณแอมต้องบอกว่า แหมคุณแอมอายุอานามขนาดนี้ร้องเพลงให้เด็กๆอายได้เลย เพลงนี้แม้ว่าความเป็นRoxette ค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่ถือว่าเพลงน่าฟังจริงๆ ก่อนที่จะทิ้งหน้าที่เพลงรักใสๆฟังสบายๆให้คุณดาอย่างเพลง เพื่อเธอตลอดไป ซึ่งเพลงนี้นับว่าเป็นเพลงรักคลาสสิคระดับต้นๆของบ้านเรา เรียกว่าหากมีการจัดอันดับเพลงรักรับรองเพลงนี้ต้องติดอันดับต้นๆเป็นอย่างแน่นอน และเพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่อัดได้ดีที่สุดในอัลบั้มนี้ก็ว่าได้ อย่างเพื่อน ขึ้นต้นด้วยกีต่าร์โปร่งจจังหวะโฟล์คร็อค ถือเป็นอีกเพลงหนึ่งเนื้อหาดีๆ ทางเดินแห่งรัก อีกครั้งที่คุณแอมทำการบ้านในการตีความหมายเพลงมาดีอีกเพลง นับว่าเป็นเพลงหนึ่งที่ใครกำลังจะเดินขึ้นคานไม่ควรฟัง เพราะอาจทำน้ำตานองหน้าเป็นอย่างได้ เย็นไว้ก่อน อาจจะเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่ดูเด็กที่สุดของอัลบั้ม อาจจะถึงขั้นจบเพลงอย่างทางเดินแห่งรัก แล้วก็กดซีดีออกมาเลยก็ว่าได้ เพราะฟังๆไปแล้วคล้ายเพลง เออๆใส่ๆมันเข้าไปเถอะ ถือว่าเป็นเพลงที่ไม่ได้มาตรฐานของศิลปินทั้งสองท่าน .....อืม จบอัลบั้มแล้ว ต้องบอกว่าหากท่านชอบเพลงป็อบตลาดๆๆๆดีๆสักอัลบั้มควรหยิบอัลบั้มนี้มาฟัง แม้ว่าทางเพลงอัลบั้มนี้ จะเห็นเงาของศิลปินสวีเดนอย่างRoxette ค่อนข้างมากก็ตาม แต่ถือว่าเป็นอัลบั้มที่หยิบมาฟังบ่อยๆได้พอสมควร อีกอย่าง ซีดีแผ่นนี้ในตลาดมือสองราคาค่อนข้างถูกเทียบกับตัวงานแล้วด้วย.....ลองฟังเพลงครับอย่าซีเรียสกับเครื่องมากเกินจะพารทำให้ฟังเพลงอัลบั้มไหนก็มิเพราะได้......

chais (02/07/2553 02:32:30)
ความคิดเห็นที่ 32
ศิลปิน แอม ดา
อัลบั้ม Ampda
แนวเพลง Pop Rock
ค่าย- GMM
ปีผลิต -
อัลบั้มนี้แม้เสียงจะอัดมาพอฟังได้ แต่ต้องบอกว่าเพลงในอัลบั้มนี้ฟังได้ไม่เบื่อ ไม่ว่าผ่านมากี่ปีแล้วก็ตาม แม้ว่า!!!!เพลงในอัลบั้มนี้อาจจะทำให้เรานึกถึงเพลงนั้นเพลงนี้ดนตรีของคนนั้นคนนี้บ้างก็ตามที แต่หากเราปัดตรงจุดนี้ออกไปบ้าง เราจะได้อัลบั้มดีดีเนื้อหาเพลงผู้ใหญ่ๆอัลบั้มนึงทีเดียว ไมว่าจะเป็นเพลงเปิดหัว ชื่อเพลงแปลก แต่เพราะและมันส์อย่างเพลง Yeah...Yeah...Yes! คุณแอมร้องเพลงได้ดีและยังกวนเหมือนเดิมหรือเพลงรักเพลงต่อมาที่ฝ่ายชายขอร้องบ้างอย่าง ฉันยังเป็นของเธอ เพลงป็อบร็อคเอาใจขายแต่เนื้อหาดี และวกไปหาเพลงรักฝ่ายหญิง วันนี้ไม่มีน้ำตา ผมว่าหากเพลงนี้ได้ศิลปินหญิงคนอื่นร้องผมว่าคงร้องได้ไม่ดีเท่าคุณแอมเป็นอย่างแน่แท้ เสียงคุณแอมเหมือนกับคนที่ร้องไห้มาก่อนหน้าที่จะมาร้องเพลงนี้ต้องบอกว่าตีความหมายดีมากครับ อยู่ด้วกันก่อน เพลงร็อคมันมัน เนื้อหาดีๆ เพลงนี้ต้องฟังจังหวะกลอง ตีได้ดีมากหรือเนื้อหานั้นต้องบอกว่าเพลงทุกวันนี้ชิดซ้ายไปเลยก็ว่าได้ เธอคือเพลง ยังคงเป็นทางคุณศักดาทำหน้าที่ แม้ตัวจังหวะจะทำให้เราคิดถึงเพลงากลสักเพลงที่เราคุ้นๆหู แต่สิ่งหนึ่งที่เข้ามากลบจุดด้อยตรงนี้ได้คือเนื้อหาและการประสานเสียงของทั้งสองท่านยอมรับว่าทำผมทลืมจุดนั้นไปได้ ส่วน ดวงตะวัน เฉกเช่นเคยอาจทพให้เรานึกถึงเพลงสากลที่คุ้นหูสักเพลงหนึ่งโดยเฉพาะตอนที่คุณช่าขึ้นอินโทรให้ แต่ช่างเถอะ เพราะเนื้อและเสียงคุณแอมกลบได้สนิท จนทำให้เกิดเพลงรักเพราะๆเพลงหนึ่งขึ้นมาในวงการบ้านเรา ไม่เดือดร้อน เบสในเพลงนี้เดินได้น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งบวกกับร้องเพลงอาการกวนๆของคุณแอมต้องบอกว่า แหมคุณแอมอายุอานามขนาดนี้ร้องเพลงให้เด็กๆอายได้เลย เพลงนี้แม้ว่าความเป็นRoxette ค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่ถือว่าเพลงน่าฟังจริงๆ ก่อนที่จะทิ้งหน้าที่เพลงรักใสๆฟังสบายๆให้คุณดาอย่างเพลง เพื่อเธอตลอดไป ซึ่งเพลงนี้นับว่าเป็นเพลงรักคลาสสิคระดับต้นๆของบ้านเรา เรียกว่าหากมีการจัดอันดับเพลงรักรับรองเพลงนี้ต้องติดอันดับต้นๆเป็นอย่างแน่นอน และเพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่อัดได้ดีที่สุดในอัลบั้มนี้ก็ว่าได้ อย่างเพื่อน ขึ้นต้นด้วยกีต่าร์โปร่งจจังหวะโฟล์คร็อค ถือเป็นอีกเพลงหนึ่งเนื้อหาดีๆ ทางเดินแห่งรัก อีกครั้งที่คุณแอมทำการบ้านในการตีความหมายเพลงมาดีอีกเพลง นับว่าเป็นเพลงหนึ่งที่ใครกำลังจะเดินขึ้นคานไม่ควรฟัง เพราะอาจทำน้ำตานองหน้าเป็นอย่างได้ เย็นไว้ก่อน อาจจะเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่ดูเด็กที่สุดของอัลบั้ม อาจจะถึงขั้นจบเพลงอย่างทางเดินแห่งรัก แล้วก็กดซีดีออกมาเลยก็ว่าได้ เพราะฟังๆไปแล้วคล้ายเพลง เออๆใส่ๆมันเข้าไปเถอะ ถือว่าเป็นเพลงที่ไม่ได้มาตรฐานของศิลปินทั้งสองท่าน .....อืม จบอัลบั้มแล้ว ต้องบอกว่าหากท่านชอบเพลงป็อบตลาดๆๆๆดีๆสักอัลบั้มควรหยิบอัลบั้มนี้มาฟัง แม้ว่าทางเพลงอัลบั้มนี้ จะเห็นเงาของศิลปินสวีเดนอย่างRoxette ค่อนข้างมากก็ตาม แต่ถือว่าเป็นอัลบั้มที่หยิบมาฟังบ่อยๆได้พอสมควร อีกอย่าง ซีดีแผ่นนี้ในตลาดมือสองราคาค่อนข้างถูกเทียบกับตัวงานแล้วด้วย.....ลองฟังเพลงครับอย่าซีเรียสกับเครื่องมากเกินจะพารทำให้ฟังเพลงอัลบั้มไหนก็มิเพราะได้......

chais (02/07/2553 02:40:59)
ความคิดเห็นที่ 33
ขอบคุณครับ คุณ chais

EEMAN (02/07/2553 08:33:33)
ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณ ครับ

samrith (02/07/2553 11:14:05)
ความคิดเห็นที่ 35
ศิลปิน คาราบาว
อัลบั้ม ทับหลัง
แนวเพลง เพื่อชีวิต
ค่าย- อามีโก้
ปีผลิต -2535
ผมอาจจะไม่ใช่แฟนตัวจริงของเพลงเพื่อชีวิตหรือวงคาราบาวสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าในยุคเด็กของผมคุณพ่อจะประโหมเพลงเพื่อชีวิตให้ผมมากมาย แต่ถึงกระนั้นผมกลับสนใจในเพลงร็อคมากกว่า ...แต่ถึงนั้นก็เถอะบางครั้งผมก็แอบมีใจให้เพลงเพื่อชีวิตดีๆบ้าง อย่างอัลบั้มนี้ แม้ตัวผมจะหาแผ่นมาได้ในยุคหลังๆ(เพราะของพ่อนั้นคลาสเซท) แต่ก็ถือว่าอัลบั้มนี้นั้นฟังมาค่อนข้างนานเหมือนกัน ในช่วงนั้นระหว่างที่เกิดสงครามเวียดนามทางสหรัฐได้มาตั้งค่ายทหารที่เมืองไทย และในระหว่างที่เล่นเป็นฮีโร่อยู่นั้นอีกด้านหนึ่งก็เล่นบทเป็นผู้ร้ายให้ครบสูตรความเป็นอเมริกัน ด้วยการขโมยของเก่าของประเทศแถบอินโดไชน่า ไม่ว่าจะเป็นบ้านเชียงที่พรุนหรืออย่างทับหลังที่จู่ๆไปโผล่ที่ชิคาโก จนเราต้องขอทวงคืน จากหัวขโมย แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะเขาคือคนใหญ่คนโตใช่ว่าจะยอมเสียหน้าง่ายๆทวงคืนดีๆไม่ได้เราคนไทยจึงต้องฟ้องศาลโลกสุดท้ายเราคือฝ่ายชนะและในฐานะคนเล็กสู้คนโต ในเมื่อมันเป็นของๆของเราเราก็ควรจะได้คืน และเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ถือเกิดอัลบั้มนี้ขึ้นมา ซึ่งต้องยอมว่าทางวงคาราบาวนั้นถือว่าเป็นวงที่จับเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นมาเขียนเป็นเพลงถือว่าเป็นวงใช้โอกาศได้ดีมากๆ เช่นเพลงแม่สาย หนึ่งในเพลงที่ตีแผ่สังคมไทยได้ดี เพราะในช่วงนั้นเราก็รู้ว่าอาชีพค้าประเวณีเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะผู้หญิงผิวขาวๆทางเหนือเป็นการต้องตาชายไทยเป็นอย่างมาก แม้ทุกวันนี้ก็ยังไม่หมดไป ผมชอบชื่อเพลงนี้มาก ทำให้ได้สองแง่คิด หนึ่งสื่อความเป็นทางเหนือได้อย่างดี ส่วนสองนั้น คำว่าแม่สายนั้นเธอกลับมาบ้านสายเกินไป หรืออย่างเพลง มิสชาวนา นั้นก็จับเอาเหตุการณ์ประกวดนางงามมาใช้และตีแผ่ค่านิยมของผู้ชายได้อย่างดีที่มักสนับสนุนและอยากเห็นผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อย แล้วเป็นไงครับทุกวันนี้คำว่ายิ่งน้อยชิ้นยิ่งทำให้คุณมีชื่อเสียงเกิดขึ้นมากมาย แล้วไหนจะกับเพลงอย่าง รักทรหด ที่แม้ว่าจะผ่านมายี่สิบกว่าปีแต่เพลงนี้ยังคงไม่ตกยุคตกสมัยด้วยเนื้อหาเช่นนี้เรายังคงเห็นได้ทุกวันนี้ หลายๆคนยังคงวิ่งตามความต้องการและความต้องการหน้ากันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่า รถ โทรศัพทร์ บ้าน ที่ทุกคนต้องมีให้ได้ เลยเกิดบริษัทเงินด่วนใช้จนตายเกิดขึ้นมากมายเตฝ้มบ้านเต็มเมือง หรือ นิกส์ เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้ ด้วยเนื้อหานั้นล้ำหน้ามากๆหลายคนคิดว่าคำว่าเมืองเจริญ ต้องมีห้างใหญ่ มีอุโมงค์ให้รถวิ่ง มีรถเต็มบ้านเต็มเมือง มีตึกมากมายแออัดนั่นคือความเจริญ นั่นคือความคิดที่ค่อนข้างผิดเพราะหากจะว่าไปแล้วนั่นคือความเจริญทางวัตถุดิบมากกว่า เพราะเราอย่าลืมว่า สิ่งเหล่านี้ต้องแลกด้วยความสูญเสียทางธรรมชาติมากมายอย่าลืมว่าในยุคหนึ่งแม่น้ำเจ้าพระยาเคยสะอาดไร้กลิ่นเหม็น เรายังอยากให้เห็นการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับต่างจังหวัดของเราอีกเหรอ เพลง น้าที่ต่อกับเพลง นิกส์ นั้นช่างต่อกันได้อย่างดียิ่ง ถือว่าการวางเพลงได้ประโยชน์และเป็นเพลงปิดอัลบั้มได้ดี ฟังอัลบั้มนี้จบแล้ว ถามตัวเองว่าบ้านเราเดินไปไกลแค่ไหนแล้วจากอัลบั้มนี้ ผมกับคิดว่าบ้านเมืองเรานั้นก้าวไปในทางวัตถุมากกว่าอยากวานท่านผู้ใหญ่คิดด้วยครับ.....และนี่คืออัลบั้มที่หลายๆคนกล่าวไว้ว่าเป็นอัลบั้มนึงที่ต้องฟังของทางวงคาราบาว อาจจะไม่ใช่อัลบั้มที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องเสียงอัดนั้น พี่ PIYAONE ว่าเป็นเช่นไร โดยเฉพาะเพลงทับหลังนั้นต้องบอกว่าขึ้นต้นเพลงนั้นชัดเจนสมจริงเป็นอย่างมาก หรือกับเพลง มิสชาวนา มีเสียงล่องหน(ยืมหลายๆท่านมา ฮิฮิ)มาข้างหลังด้วยแฮะ ทำเอาสะดุ้งเลย ยังไงหากมีโอกาศลองหาอัลบั้มนี้มาฟังดูนะครับ......

chais (06/07/2553 02:30:18)
ความคิดเห็นที่ 36
ศิลปิน คาราบาว
อัลบั้ม ทับหลัง
แนวเพลง เพื่อชีวิต
ค่าย- อามีโก้
ปีผลิต -2535
ผมอาจจะไม่ใช่แฟนตัวจริงของเพลงเพื่อชีวิตหรือวงคาราบาวสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าในยุคเด็กของผมคุณพ่อจะประโหมเพลงเพื่อชีวิตให้ผมมากมาย แต่ถึงกระนั้นผมกลับสนใจในเพลงร็อคมากกว่า ...แต่ถึงนั้นก็เถอะบางครั้งผมก็แอบมีใจให้เพลงเพื่อชีวิตดีๆบ้าง อย่างอัลบั้มนี้ แม้ตัวผมจะหาแผ่นมาได้ในยุคหลังๆ(เพราะของพ่อนั้นคลาสเซท) แต่ก็ถือว่าอัลบั้มนี้นั้นฟังมาค่อนข้างนานเหมือนกัน ในช่วงนั้นระหว่างที่เกิดสงครามเวียดนามทางสหรัฐได้มาตั้งค่ายทหารที่เมืองไทย และในระหว่างที่เล่นเป็นฮีโร่อยู่นั้นอีกด้านหนึ่งก็เล่นบทเป็นผู้ร้ายให้ครบสูตรความเป็นอเมริกัน ด้วยการขโมยของเก่าของประเทศแถบอินโดไชน่า ไม่ว่าจะเป็นบ้านเชียงที่พรุนหรืออย่างทับหลังที่จู่ๆไปโผล่ที่ชิคาโก จนเราต้องขอทวงคืน จากหัวขโมย แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะเขาคือคนใหญ่คนโตใช่ว่าจะยอมเสียหน้าง่ายๆทวงคืนดีๆไม่ได้เราคนไทยจึงต้องฟ้องศาลโลกสุดท้ายเราคือฝ่ายชนะและในฐานะคนเล็กสู้คนโต ในเมื่อมันเป็นของๆของเราเราก็ควรจะได้คืน และเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ถือเกิดอัลบั้มนี้ขึ้นมา ซึ่งต้องยอมว่าทางวงคาราบาวนั้นถือว่าเป็นวงที่จับเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นมาเขียนเป็นเพลงถือว่าเป็นวงใช้โอกาศได้ดีมากๆ เช่นเพลงแม่สาย หนึ่งในเพลงที่ตีแผ่สังคมไทยได้ดี เพราะในช่วงนั้นเราก็รู้ว่าอาชีพค้าประเวณีเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะผู้หญิงผิวขาวๆทางเหนือเป็นการต้องตาชายไทยเป็นอย่างมาก แม้ทุกวันนี้ก็ยังไม่หมดไป ผมชอบชื่อเพลงนี้มาก ทำให้ได้สองแง่คิด หนึ่งสื่อความเป็นทางเหนือได้อย่างดี ส่วนสองนั้น คำว่าแม่สายนั้นเธอกลับมาบ้านสายเกินไป หรืออย่างเพลง มิสชาวนา นั้นก็จับเอาเหตุการณ์ประกวดนางงามมาใช้และตีแผ่ค่านิยมของผู้ชายได้อย่างดีที่มักสนับสนุนและอยากเห็นผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อย แล้วเป็นไงครับทุกวันนี้คำว่ายิ่งน้อยชิ้นยิ่งทำให้คุณมีชื่อเสียงเกิดขึ้นมากมาย แล้วไหนจะกับเพลงอย่าง รักทรหด ที่แม้ว่าจะผ่านมายี่สิบกว่าปีแต่เพลงนี้ยังคงไม่ตกยุคตกสมัยด้วยเนื้อหาเช่นนี้เรายังคงเห็นได้ทุกวันนี้ หลายๆคนยังคงวิ่งตามความต้องการและความต้องการหน้ากันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่า รถ โทรศัพทร์ บ้าน ที่ทุกคนต้องมีให้ได้ เลยเกิดบริษัทเงินด่วนใช้จนตายเกิดขึ้นมากมายเตฝ้มบ้านเต็มเมือง หรือ นิกส์ เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้ ด้วยเนื้อหานั้นล้ำหน้ามากๆหลายคนคิดว่าคำว่าเมืองเจริญ ต้องมีห้างใหญ่ มีอุโมงค์ให้รถวิ่ง มีรถเต็มบ้านเต็มเมือง มีตึกมากมายแออัดนั่นคือความเจริญ นั่นคือความคิดที่ค่อนข้างผิดเพราะหากจะว่าไปแล้วนั่นคือความเจริญทางวัตถุดิบมากกว่า เพราะเราอย่าลืมว่า สิ่งเหล่านี้ต้องแลกด้วยความสูญเสียทางธรรมชาติมากมายอย่าลืมว่าในยุคหนึ่งแม่น้ำเจ้าพระยาเคยสะอาดไร้กลิ่นเหม็น เรายังอยากให้เห็นการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับต่างจังหวัดของเราอีกเหรอ เพลง น้าที่ต่อกับเพลง นิกส์ นั้นช่างต่อกันได้อย่างดียิ่ง ถือว่าการวางเพลงได้ประโยชน์และเป็นเพลงปิดอัลบั้มได้ดี ฟังอัลบั้มนี้จบแล้ว ถามตัวเองว่าบ้านเราเดินไปไกลแค่ไหนแล้วจากอัลบั้มนี้ ผมกับคิดว่าบ้านเมืองเรานั้นก้าวไปในทางวัตถุมากกว่าอยากวานท่านผู้ใหญ่คิดด้วยครับ.....และนี่คืออัลบั้มที่หลายๆคนกล่าวไว้ว่าเป็นอัลบั้มนึงที่ต้องฟังของทางวงคาราบาว อาจจะไม่ใช่อัลบั้มที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องเสียงอัดนั้น พี่ PIYAONE ว่าเป็นเช่นไร โดยเฉพาะเพลงทับหลังนั้นต้องบอกว่าขึ้นต้นเพลงนั้นชัดเจนสมจริงเป็นอย่างมาก หรือกับเพลง มิสชาวนา มีเสียงล่องหน(ยืมหลายๆท่านมา ฮิฮิ)มาข้างหลังด้วยแฮะ ทำเอาสะดุ้งเลย ยังไงหากมีโอกาศลองหาอัลบั้มนี้มาฟังดูนะครับ......

chais (06/07/2553 02:35:32)
ความคิดเห็นที่ 37
ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยที่หัวข้อมาซ้ำกันถึงสองครั้งผมไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรไม่ทราบนะครับ
เพราะผมนั้นกดโอเคแค่ครั้งเดียว แต่ภาพนั้นกับมาสองครั้ง ยังไงทางเวบช่วยตรวจสอบด้วยนะครับ
ขอขอบคุณและขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

chais (06/07/2553 02:38:11)
ความคิดเห็นที่ 38
ศิลปิน Tina Turner , Dechen Shak-Dagsay,Regula Curti
อัลบั้ม Beyond
แนวเพลง Gospel
ค่าย- Universal(Switzerland)
ปีผลิต -2009
หนึ่งในอัลบั้มที่มาถึงมือผมนานแล้วแต่เพิ่งมีโอกาศฟังเมื่อไม่กี่อาทิตย์มานี้ เนื่องด้วยช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาฟังเพลงมากนักและกอบกับซีดีมาถึงมือผมค่อนข้างเยอะ อัลบั้มนี้ออกมาเมื่อปรายปีที่แล้วเป็นการประสานงานของศิลปินสามท่านที่ใช้ชีวิตในประเทศสวิตเซอแลนด์ สาเหตุที่ทำให้เกิดอัลบั้มนี้เนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วองค์ดาร์ไลย ลามะ นั้นได้เดินทางให้โอวาทที่สวิตเซอร์แลนด์ และสถานที่ปาตคาถานั้นคือดบสถ์คริสที่ใหญ่ที่สุดในสวิสฯอย่างไอซีเดิล ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากเพราะองกาไลย ลามะนั้นถือว่าเป็นชาวพุธ ดังนั้นทางยูนิเวอแซลสวิสเลยเกิดไอเดียทำอัลบั้มนี้ขึ้นมาด้วยการจับ พุธกับคริสมาร่วมทำอัลบั้มร่วมกัน และก็ได้ศิลแินทั้งสามท่านมาทำงาน ถึงแม้ทิน่า นั้นจะไม่ได้ร้องเพลงในอัลบั้มนี้เลยเพราะส่วนมากเธอเข้ามาพูดนำล่องเพลงต่างๆส่วนอีกสองคนคือคนที่ร้องเพลงสะทั้งหมด คนหนึ่ง Regula Curti คือซุ้มเสียงของทางคริส หลายคนอาจจะไม่เคยฟังเพลงของเธอ แต่หากท่านเคยเข้าดบส๔์ในสวิสฯท่านถึงจะคุ้นเคย เพราะหลายๆเพลงที่เปิดในโบสถ์นั้นคือเสียงของเธอ และเธอคืออาจารย์สอนโยคะและเพลงของเธอส่วนมากใช้ในการฝึกบำบัดจิตเวทมากกว่า ส่วน Dechen Shak-Dagsay นั้นผมเคยกล่าวถึงเธอมาบ้างแล้ว ตอนแรกผมก็ลังเลเหมือนกันกับการที่นำ้ธอสองคนมาร่วมกันทำซีดี เพราะจะออกมาอีท่าไหน แต่ สิ่งที่ได้ฟังนั้นเกินความคาดหวังตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุกท้ายนั้น เพลงกลืนกันดั่งเป็นเนื้อเดียวกันเสียงที่ขาดที่เกินเธอสองคนทดแทนกันได้ เนื้อเสียงทั้งสองคนนั้นเป็นเอกลักศณ์ได้เป็นอย่างดีมากไม่มีใครแย่งใคร และเสียงนำร่องของทิน่านั้นหากขาดเธอไปอัลบั้มนี้คงไม่สมบูรณ์เป็นอย่างแน่แท้ ตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย ผมกล้ายืนยันได้ว่านี่คืออัลบั้มที่ดีมากอัลบั้มนึงดนตรีน้อยชิ้น แค่เสียงคนทั้งสองนั้นก็น่าฟังเป็นอย่างยิ่งอยู่แล้ว นุ่มละมุน เหมาะแล้วที่ชื่ออัลบั้มว่า Beyond ไม่แน่ใจว่าอัลบั้มนี้ทางยูนิเวอร์แซลบ้านเรานั้นได้นำเข้าหรือปล่านะครับ ปล.มีส่วนที่ขัดใจนิดหน่อยกับปกอัลบั้ม เพราะดูป้าทีน่านั้นช่างทำให้เธอไม่ขึ้นกล้องเหลือเกิน งงกับคนทำให้ใช็ภาพนี้ได้ไง

chais (06/07/2553 02:59:58)
ความคิดเห็นที่ 39
เข้ามาจดครับ ขอบคุณครับคุณ cris

Eddkrub (20/10/2553 20:31:27)
ความคิดเห็นที่ 40
เพลงดีๆทั้งนั้น ขอบคุณครับ

Nanon (29/05/2555 13:32:55)
ความคิดเห็นที่ 41
สะใจคอเพลง
 ใครที่ชอบเพลงเพื่อชีวิตแบบหลายรสหลายอารมณ์ ต้องไม่พลาดแผ่นนี้
อาจจะหามาฟังไม่ยากนัก แต่ไม่ง่ายนักที่จะหา บันทึกเสียงดี ร้องดี น่าฟัง
เกือบทุกเพลงครับ

PIYAONE (29/05/2555 18:48:21)
ความคิดเห็นที่ 42
ขอบคุณครับ .. เมื่อไหร่จะมีมาอีกครับ

EEMAN (09/06/2555 0:12:48)