Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'banner_.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ลองหยิบมาฟัง
 ผมห่างหายจากพื้นที่นี้ไปนานพอสมควร อาจจะเพราะได้ทำร้านขาย ซีดี และ แผ่นเสียง ประกอบทั้งผมใช้เวลาส่วนมากเดินทางเที่ยวไปยังปนะเทศต่างๆเป็นเวลานาน และทั้งนี้ทั้งนั้นมนต์ของเฟชบุ๊คไก็เป็นส่วนนนึงได้ดึงผมหายไปนานเช่นกัน สำหรับอัลบั้มที่ผมจะแนะนำนั้น ต้องบอกว่า เป็นอัลบั้มที่ผมชอบฟังบ่อยๆ ทั้งจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่บ้าน และจาก เครื่องไอพอดที่ผมพกติดตัวตลอดการเดินทาง เก่าและใหม่สลับกันไปนะครับ ...........

chais (อ่าน 1691 | ตอบ 8 ) (20/09/2555 1:54:53) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ศิลปิน Bon Iver
อัลบั้ม Bon Iver
แนวเพลง POP
ค่าย Jagjaguwar
ปีผลิต 2011

  รางวัลแกรมมีครั้งล่าสุดนั้น ได้มอบรางวัลให้กับศิลปินคนนึง แบบไม่ลืมหูลืมตาว่าตัวเองนั้นกำลังทำพลาดครั้งใหญ่หลวงอีกครั้ง ด้วยการมอบรางวัลให้กับ ศิลปิน วง Bon Iver ว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่นั้น ทั้งที่จริงนาย Justin Vernon ได้มีผลงานออกมาในนาม Bon Iver ก่อนหน้านั้นแล้วหนึ่งอัลบั้ม และครั้งนี้นี่เอง ที่บอกได้ว่า รางวัลใหญ่แกรมมี่นั้น ยังคงรักที่จะเสนอชื่อศิลปิน เพื่อหวังขาย อัลบั้มรวมของทางค่าย


  Bon Iver หรือ Justin Vernon นั้น เรียกว่าอยู่ในกลุ่มศิลปินอินดี้ แรกๆแฟนเพลงจะรู้จักเขาเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่เมื่ออัลบั้มที่ได้นี้ได้ใช้ชื่อเดียวกับทางวงปล่อยออกมา และปล่อยเพลงแรกออกสู่ตลาดในช่วงฤดูหนาวในเพลง อย่าง Holocene เพียงแค่เพลงนี้เพลงแรกก็ทำให้เขาคนนี้คนที่เดิมงานเป็นอินดี้ ก็ได้ยกระดับขึ้นมาสู่เมเจอร์ทันที จากยอดชมทางยูทิวบ์ที่มากอย่างท่วมท้น รวมถึงตัวเพลงนั้นรองรับกับอากาศหนาวๆของทางฝั่งตะวันตก

แต่ใช่ว่าอัลบั้ม Bon Iver อัลบั้มนี้จะมีแค่เพลง Holocene เท่านั้นที่เป็นของดี สิบเพลงในอัลบั้ม มีแต่เพลงดีน่าฟังไล่ๆกันอย่างมิให้คนฟังรู้สึกเบื่อเลยสักนิด แต่มีที่ติอยู่บ้าง สำหรับการอัดเสียงที่จูนกีต้าร์เสียงต่ำจนถึงกับยาน ในครั้งแรกที่ผมเปิดฟังนั้น สองเพลงแรกที่ขึ้นต้นผมนึกว่า แผ่นเสียงที่ผมซื้อมามีปัญหา จึงนำไปขอเปลี่ยนแผ่นใหม่ แต่แล้วผมก็ลองฟังในดาวน์โหลด มันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ผมเลยคิดว่าเป็นความตั้งใจของตัวศิลปินมากกว่า

chais (20/09/2555 2:12:32)
ความคิดเห็นที่ 2
ศิลปิน Iron & Wine
อัลบั้ม Sea & The Rhythm
แนวเพลง Folk
ค่าย Sub Pop
ปีผลิต 2003


Iron & Wine  คือนามปากกาของ ศิลปิน Sam Beam บีม ผู้เดินทางเล่าเรื่องราวชีวิตด้วยกีต้าร์ตัวเดียว พร้อมหนวดเครายาวเฟิ้ม ดูไปแล้วเขาก็มิต่างจาก บาทหลวง ผู้เผยแพร่ดนตรีแห่งความสวยงามตามรายทางที่เขาได้เดินผ่านไป เพลงของบีม เรียบๆง่ายๆ ด้วยเสียงร้องนุ่มๆทุ้มลึก บทเพลงที่เขาเล่ามักแผงความเป็วกวีชีวิตไว้ค่อนข้างสูง อีฟีห้าเพลงอัลบั้มนี้ เคือหนี่งในอัลบั้มที่ผมฟังบ่อยมากที่สุดตลอดช่วงของการเดินทางแสวงหาสุขเช่นเดียวกับเขา



chais (20/09/2555 2:19:38)
ความคิดเห็นที่ 3
ศิลปิน Kings of Convenience
อัลบั้ม Declaration of Dependence
แนวเพลง Pop
ค่าย Astralwerks
ปีผลิต 2009

  หากจะมีอัลบั้มที่ปลุกชีวิตของผมในช่วงเช้าให้ขึ้นมารับแสงอาทิตย์อุ่นๆได้ดีที่สุด ผมคงจะเลือก อัลบั้มคู่หู Kings of Convenience อัลบั้มนี้มาปลุกผมเป็นอย่างแน่แท้
ด้วยเสียงกีต้าร์อคูสติกสองเสียงที่คุยกันสอดรับอารมณ์ในยามเช้า และ รวมถึงเสียงร้องประสานของสองหนุ่มจากนอร์เวยฺสองคนนี้ด้วย นั่นหมายถึง หากคุณได้ฟังเพลงทั้งหมด สิบสามเพลงจากอัลบั้มนี้ ผมเชื่อว่าอารมณ์ของคุณในวันนั้นจะแจ่มใสเป็นอย่างยิ่ง

  เพลง 24-25 จะปลุกคุณด้วยเสียงกีต้าร์นิ่มๆเหงาๆในยามเช้า ที่กีต้าร์และเสียงประสานคู่นี้จะก้องกังวานในห้องนอนของคุณอย่างแน่แท้ และตามด้วย Mrs. Cold จะปลุกคุณด้วยอาการงัวเงียให้กระฉับกระเฉงขึ้นทันที ลุกขึ้นล้างหน้าแปลงฟัน และทานอาหารเช้าไปกับเพลงอย่าง Me In You ที่เสียงเปียโนน่ารักๆจะทำให้อาหารเช้าจืดๆของคุณในวันนั้นน่าทานเป็นอย่างยิ่ง เสร็จแล้ว คุณก็ยัด Boat Behind ใส่ลงไปในเครื่องเล่นในรถของคุณ ขับรถออกไปทำงาน ผมเชื่อว่าแม้รถจะติด คุณก็จะตะโกน คำว่า โอ โวโว่โว้โว้ ไปตลอดทางเป็นอย่างแน่แท้ ที่ทำงานของคุณน่าเบื่อนัก คุณก็ Rule My World กับเสียงกีต้าร์ที่ชวนลืมกองบัญชีที่วางอยู่ข้างหน้า ก่อนจะพักเบรคกลางวันกับ My Ship Isn't Pretty ในอารมณ์หงอยๆกับก๋วยเตี๋ยวรสจืด แล้วก็เดินกลับเข้าที่ทำงานด้วยอารมณ์ซึมๆ Renegade ก่อนที่พลังของคุณจะกลับมานั่งทำงานในช่วงบ่ายอีกครั้ง กับ Power Of Not Knowing เสร็จแล้ว อาบน้ำล้างหน้า แต่งตัวขับรถกลับบ้านในยามเย็นที่แสนวุ่นวาย Peacetime Resistance และทิ้งตัวลงบนโซฟาแบบปลดปล่อยไปกับ Freedom And Its Owner นอนพักผ่อนสมองในช่วงเย็น Riot On An Empty Street แล้วหามื้อเย็นที่ไหนทานสักมื้อกับอารมณ์สบายๆแบบกีต้าร์โปร่งคุยกันสองตัวกับ Second To Numb และปิดท้ายกับชีวิตหนึ่งวันกับฝันที่มีดวงดาวสีสวยอยุ่เต็มท้องฟ้า Scars On Land

สิบสามเพลงจากอัลบั้มที่ทั้งอัดเสียงไพเราะ และเพลงไพเราะ หาไม่ง่ายนัก ในเศรษฐกิจเพ้อฝันเช่นนี้ ถึงแม้ว่าอัลบั้มนี้จะสู้อัลบั้มแรกๆของทางวงไม่ได้ แต่ตัวผมกับรู้สึกว่า อัลบั้มนี้มันช่างน่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ลองหามาฟังนะครับ อาจจะชอบเหมือนผมก็เป็นได้ .......


chais (20/09/2555 2:37:08)
ความคิดเห็นที่ 4
ศิลปิน Innocence Mission
อัลบั้ม Now the Day Is Over
แนวเพลง Pop
ค่าย Badman Records
ปีผลิต 2004

  นิทานก่อนนอนนั้นเป็นเรื่องที่เราชอบฟังในตอนเด็กๆเสมอ ไม่ว่านิทานเหล่านั้นจะเป็นนิทานของฝรั่ง หรือนิทานพื้นบ้านของไทยเรา หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่าผีๆก่อนนอนก็เช่นเดียวกัน เด็กทุกคนยังชอบฟังเป็นแน่แท้ แต่พอเราโตมาล่ะ เราอยากฟังอะไร ก่อนเดินทางสู่ที่นอนนุ่มๆของเรา ในเมื่อเราทำงานหนักทุกๆวัน แน่นอน หลายคนคงมุ่งหา บทสวดมนต์ไว้พระให้ใจนิ่งสงบ หลายคนคงหาสุราของมึนเมาเพื่อกล่อมตัวเอง

  ผมก็คนนึงเช่นกัน เหน็ดเหนื่อยในหน้าที่การงานทุกๆวัน บางวันนี้เลยไปจนถึงเที่ยงคืน ยังมิคงได้หลับพักผ่อน และนิทานก่อนนอนที่ผมอยากจะฟังนั้น ควรเป็นนิทานเบาๆสำหรับค่ำคืนที่อยากพักผ่อนแท้จริง

 Now the Day Is Over เป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งของค่ำคืนนั้น ด้วยเพลงที่นำมาทำใหม่เรียบเรียงใหม่ทั้งหมดของทางวง Innocence Mission นั้นทำให้ทุกเพลงเบาลงด้วยเสียง กรุ้งกริ้งของกีต้าร์ เสียงง่วงหงาวหาวนอนของเปียโนกระทบมาเบาๆเป็นระยะ เสียงร้องแมวเหมียวของนักร้องนำกล่อมเราฝันไปแทบทั้งอัลบั้ม

ประกอบกับเพลงที่นำมาเรียบเรียงใหม่นั้น มันคือนิทานก่อนนอนชั้นดี ไม่ว่า Over The Rainbow, What A Wonderful World,Moon River,Edelweiss และบทเพลงอมตะอีกมากมาย รวมทั้งหมดสิบสามอัลบั้ม เรียกว่านำมาทำใหม่ ไม่เสียของสักเพลงเดียว.......



chais (20/09/2555 2:52:35)
ความคิดเห็นที่ 5
ศิลปิน Zee Avi
อัลบั้ม Ghostbird
แนวเพลง POP
ค่าย Universal Republic
ปีผลิต 2011

  ในปีนี้ นี่คืออัลบั้มที่ผมหยิบมาฟังบ่อยที่สุด ทั้งจากแผ่นเสียง และจากไฟล์เพลง และทุกครั้งที่ฟัง มักจะทำให้ผมชอบอัลบั้มนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยเป็นอัลบั้มที่ ฟังง่าย สบาย อัดเสียงดี และภาษาอังกฤษของสาวมาเลเซีย เพื่อนบ้านเราคนนี้ ฟังง่ายจับใจความในสิ่งที่เธอกล่าวได้ไม่ยากเย็น   Zee Avi เธอคือศิลปินหญิงเบอร์แรกของค่าย บรัชไฟร์ ค่ายของ จาหัวอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่างแจ็ค จอห์นสัน เขาทั้งสองพบกัน และต้องในเสียงของกันและกัน ถึงกับหนีบเธอไปทำงานด้วย

เมื่ออยู่อนุรักษ์ธรรมชาติ ซุ้มเสียงงานเธอเลยออกแนวธรรมชาติ แม้กระทั่งชื่ออัลบั้มเธอยังหยิบจับมาจากนกฮูก นกที่เธอบอกว่า เธอชอบมันมาก  ตั้งแต่เพลงรแกยันเพลงสุดท้าย เราจะได้ยินเสียงกีต้าร์ใสๆ เสียงร้องนุ่มๆที่หากไม่เห็นหน้าค่าตา คงคิดว่าเธอนั้นคงจะอยุ่ละม้ายคล้ายกับ โนราห์ โจนส์ แต่เธอคือเอเชีย ที่ร้องเพลงอังกฤษได้เป็นธรรมชาติมาก ไม่มีใส่จริตเหมือนนักร้องบ้านเราบางคน และในอัลบั้มมีเพลงที่ย้ำให้เห็นว่าเธอคือของจริง คุณภาพล้วนๆ ไม่ได้ย้อมไม่ได้แต่กลิ่นสังเคาะห์อันใด กับเพลง Madness ที่เธอนั้นมาในลีลา วอคอลแจ๊ช เสียงดีระดับเดียวกับ ดิอานา คราลล์ทีเดียว ไม่ว่าการเอื้อนการเอื่อยคำร้อง ชัดเจนทุกเมล็ด พานให้ผมคิดว่า พื้นฐานแจ๊ซเธอนั้นแน่นพอสมควร

หากชอบงาน Norah Jones ยุคแรกๆ ผมว่าไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะงานนี้อยู่ในระดับเดียวกับอัลบั้มตำนานอัลบั้มนั้นเลยทีเดียว


chais (22/09/2555 2:24:26)
ความคิดเห็นที่ 6
ศิลปิน Stacey Kent
อัลบั้ม Breakfast on the Morning Tram
แนวเพลง Vocal
ค่าย Blue Note Records
ปีผลิต 2007

  เธอคือศิลปินรุ่นใหม่ที่ถูกยกย่องว่าเป็นศิลปิน วอคอล ที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานี้ แต่ใช่ว่าเธอจะมีเนื้อเสียงเข้มข้น หรือหนักไปทางนักร้องผิวสี แต่สาเหตุที่เธอได้ถูกกล่าขานมาข้างต้นนั้น อาจจะเพราะ เสียงของเธอนั้นฟังง่าย อยู่ในระดับนักร้องเพลงป็อบ ก็ว่าได้ แต่ที่เธอแตกต่างอย่างชัดเจน คือทุกถ้อยคำที่เธอร้องออกมานั้น ชัดถ้อยชัดคำ และเมื่อบวกกับเสียงดนตรีที่ฟังง่าย ไม่ถึงกับ ฮาร์ดแจ๊ซ เลยทำให้เธอเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
อัลบั้มลำดับที่สิบของเธออัลบั้มนี้ สำหรับผม คืออัลบั้มที่ฟังง่ายแทบจะทุกเพลง และยิ่งกับเพลงอย่าง Landslide ที่นำเพลง คันทรีป็อบของวง Dixie Chicks มาทำใหม่ร้องใหม่ แทบจะไม่เหลือร่องรอยของเก่า ผมคิดว่าเธอทำได้ดีกว่าต้นฉบับมากทีเดียว แม้กระทั่งเพลงสุดคลาสสิคที่เธอใช้มาปิดอัลบั้มสวยของเธออย่าง What a Wonderful World มันเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่อยากบอกว่า สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ.....




chais (22/09/2555 2:37:33)
ความคิดเห็นที่ 7
ศิลปิน The Cox Family
อัลบั้ม Everybodys Reaching Out for Someone
แนวเพลง Bluegrass
ค่าย Blue Rounder
ปีผลิต 1993

นอกจาก Alison Krauss & The Union Station แล้ว นี่คืออีกหนึ่งวงที่ผมชอบฟัง เพราะงานของสองวงนี้สอดคล้องกันทั้งทีมงาน และตัวเพลง เพียงแต่ชือเสียงระดับโลกของทางวงอาจจะด้อยกว่านัก แต่ในเรื่องฝีมือแล้ว มิได้ด้อยกว่าอันใดเลย
  ไม้ตายของ The Cox Family นั้นเรียกว่าควรจะยกให้กับการเรียบเรียงประสาน ที่มาพร้อมหนึ่งหญิงสองชาย ไม่มีใครร้องแข่งใคร ทุกคนต้องการที่จะร้องให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่นเพลงเปิดหัว อย่าง Standing by the Bedside of a Neighbor ซึ่งหากใครได้ดูหนังฮอลลี้วู้ด ที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นแถวๆชานเมือง น่าจะจำเสียงพวกเขาได้ดี แม้กระทั่งอัลบั้มดังจากหนังเรื่อง O Brothers Where Art Thou ก็ยังใช้บริการของกลุ่มนี้ แม้กระทั่ง Alison Krauss เช่นเดียวกัน
 ถึงแม้ว่าเนื้อหาเพลงของพวกเขามันจะเชย เกี่ยวกับความรักมากจนเกินไป แต่อย่าลืมว่านี่คือเพลงลูกทุ่งพรียวๆของอเมริกานะครับ ในอัลบั้มนี้เพลงโปรดของผมนั้นยกให้เพลงที่สามมีชื่อเดียวกับอัลบั้ม Everybody's Reaching Out for Someone มันเป็นเพลงที่อัดเสียงดีมากๆ มากขนาดที่ว่า เสียงกีต้าร์ที่ดีดอยู่นั้น เขามาดีดที่หูของเราทีเดียว และการสีฟิดเดิ้ล นั้นมันช่างตัดกับอารมณ์เพลงเสียเหลือเกิน เหงา เศร้า สร้อย รวมถึงการร้องประสานของทางววง ไพเราะจนเกินจะบรรยาย อยากให้ลองกดหาฟังตามยูทิวบ์ดูนะครับ ว่าจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า ทั้งอัลบั้มอัดเสียงดีหายห่วง เพราะตรา Rounder อัดเสียงระดับ Audiophile อยุ่แล้ว ...........

chais (22/09/2555 2:50:45)
ความคิดเห็นที่ 8
ศิลปิน Mountain Man
อัลบั้ม Made the Harbor
แนวเพลง American Folk
ค่าย Blue Partisan Records
ปีผลิต 2010

หญิงสาวสามคน กับ กีต้าร์ตัวเดียว และเสียงประสานระดับพระกาฬ พวกเธอมีดีอะไร ผมถึงติดใจพวกเธอนักหนา อัลบั้มแรกของพวกเธออัลบั้มนี้ แม้ไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้พวกเธอมากมายนัก เพราะพวกเธอมิสนใจคำว่าตลาด แต่พวกเธอยังรักที่จะเข็นงฃานออกมา เพลงของพวกเธอแม้โดยรวมแล้ว มิต่างจาก อเมริกัน โฟล์คทั่วไปสักเท่าใดนัก แต่ส่วนที่ดีในเพลงของพวกเธอ คือ เสียงประสาน และ การอัดเสียง อัดสดเล่นสด ที่สำคัญ เวลาฟังเพลงของพวกเธอ ผมมีความรู้สึกเหมือนว่า พวกเธอเข้าไปนั่งเล่นดนตรีนั่งร้องเพลง ในโอ่งใบใหญ่ที่ยังมีได้บรรจุน้ำ มันเลยก้องเสนาะหูไปทั้งอัลบั้ม

 ผมเคยใช้อัลบั้มนี้เปิดรับอากาศยามเช้าเมื่อครั้งผมต้องไปค้างบนเทือกเขาเอลป์ ในเช้าที่มีฝนตก ผมหยิบเสียงพวกเธอลงไปคลุกเคล้ากับบรยากาศนั้น อัลบั้มที่ว่าเพราะอยุ่แล้ว เมื่อมีบรรยากาศมาเสริม มันยิ่งทำให้อัลบั้มนี้ กลายเป้นอัลบั้มแห่งความรักของผมเลยก็ว่าได้ ไม่น่าเชื่อว่า เครื่องดนตรีที่มีแค่กีต้าร์ตัวเดียว จะทกให้อัลบั้มทั้งอัลบั้มมันน่าฟังเช่นนี้ได้ นี่สินะที่เขาเรียกดว่า ทำน้อยแต่ได้มาก สมที่เป็นศิลปิน .......

chais (22/09/2555 3:01:13)