Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'banner_.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
หยิบมาฟัง...
เห็นบอร์ดนี้เงียบๆแล้วรู้สึกค่อนข้างเหงาๆ คล้ายๆกับนักฟังเพลงหลายๆท่านไม่ได้ฟังเพลงกันในช่วงนี้ ตัวผมเลยหาอะไรเขียนถึงกล่าวถึง เพื่อให้บอร์ดนี้ดูไม่เหงานะครับ อัลบั้มหลายๆอัลบั้มที่ผมเขียนถึงนั้นอย่าเรียกว่าวิจารณ์เลยนะครับ ถือว่าเป็นการกล่าวการแนะนำมากกว่า ซึ่งอาจจะมีทั้งดีบ้างและไม่ดีบ้างปนกันไป แล้วแต่ละคนที่จะคิดนะครับ อย่างเช่นเคย หลายๆอัลบั้มอาจจะหาซืเอได้ทั่วไปแจ่หลายๆอัลบั้มอาจไม่มีขายหรือถ้ามีต้องใช้ความพยายามหน่อยครับ ....หวังว่า
ปลใภาพที่ลงอาจไม่เกี่ยวกับกระทู้แค่อยากมอบความเย็นของคริสมาสปีนี้เท่านั้นเองครับ หวังว่าคงไม่รบกวนสายตาหลายๆท่านมากเกินไปนะครับ ......

chais (อ่าน 5573 | ตอบ 39 ) (21/12/2553 01:37:08) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
Artist : เป้ อารักษ์
Album ออโต้อีโรติก

Year -2010
Genre - เพื่อชีวิต
Label --Smallroom
สำหรับอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของมือกีต้าร์วงพังค์อย่างเสล่อ หรือถ้าเอาอย่างเด็กแนวหน่อยก็สเลอร์แต่ผมชอบชื่อแรกมากกว่า เป้ อารักษ์ ตอนนี้ต้องเรียกว่าอยู่ขาขึ้น ไม่ว่าจะจับงานอะไรในวงการต้องมีคนสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าละคร งานเพลง ถ่ายแบบ รวมทั้งงานหนัง แต่อย่าลืมว่าชื่อเสียงเหล่านี้นั้นอยู่ได้ไม่นาน เลยอาจถือว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ในตอนแรกที่ผมกลับเมืองไทยเห็นการโปรโมทอัลบั้มนี้ทางทีวีหนังสือแมชกกซีนแล้ว ตอนแรกกะว่าจะไม่ซื้อมาฟังด้วยซ้ำประกอบกับเพลงเปิดตัวที่ค่อนข้างขี้เหล่ทั้งด้านภาษาและเนื้อหา หรือการที่เป้ อยากเป็น บ็อบ ดีแลน ในคราบเสื้อผ้าแบรนด์เนม ผมเลยละสายตากับซีดีอัลบั้มนี้ จวบจนวันนึงผมไม่มีอะไรทำ เลยเข้าบีทูเอสแล้วลองหยิบมาลองฟังดู แม่ดอกไม้ตูม แค่เพลงแรกผมก็อยากจะยื่นเงินให้เป้ทันที หนึ่งคือเพลงของเป้ นั้น ไม่ต้องการขายกระแสแต่ต้องการขายเนื้อหาแม้เสียงร้องของเป้ยังอาจตะขวิดดะขวางใจ แต่อย่าลืมว่าบ็อบ ดีแลนด์ก็ไม่ได้มีเสียงขั้นเทพ วันนั้นผมเลยตัดสินใจซื้ออะัลบั้มนี้มาฟังดู 15 เพลงในอัลบั้มนี้ ถือว่าคุ้มอัลบั้มนึงที่จะซื้อมาฟัง บวกกับเสียงอัดได้มาตรฐานโปร่งใสตามแบบฉบับเพลงโฟล์ค ในอัลบั้มนั้นมีเพลงหลายๆเพลงกัดและเสียดสีสังคมตั้งแต่เพลงแรก ดอกไม้ตูม ที่เหล่าสาวๆสมัยใหม่นิยมเปลื้องผ้าเพื่อให้ได้มาชื่อเสียง หรือ เต้น ที่กล่าวถึงการวิ่งเต้นของคนเราให้ได้นู่นได้นี่ แม้ในเพลงจะกล่าวถึงการเต้นรำในยามค่ำคืน แต่เนื้อหาที่แฝงนั้นค่อนข้างแสบคัน แต่กับเพลงเปิดตัวมาเลเซียนั้น คือเพลงที่ผมชอบน้อยที่สุดของอัลบั้ม ในอัลบั้มยังมีเพลงที่ทำให้หลายคนที่ใช้ชีวิตในเมืองให้ได้คิดถึงบรรยากาศบ้านนอกนั้นที่เหล่าหลายๆคนที่เกิดกรุงเทพ โตกรุงเทพจนไม่รู้จักคำว่าบ้านนอกจริงๆเป็นยังไง คล้ายๆดั่งคนบ้านนอกที่ฝันถึงเมืองกรุงเพียงแต่เพลงสื่อสารด้านตรงกันข้ามเท่านั้นเอง หรือเพลงที่แดกดันสถาบันครอบครัวไทยในยุคนี้ได้อย่างถึงแก่น อย่างเด็กน้อย ที่เหล่าพ่อแม่นั้นต้องการยัดเยียดสิ่งต่างๆให้ลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการประกวดต่างๆในบ้านเมืองที่เรียกว่าทำตามกระแส อละลูกๆหลายคนก็มิเคยคิดว่าพ่อแม่นั้นมีฐานะยังไง สิ่งที่สวยงามมักจะอยู่ไกลออกไป หนึ่งในเพลงที่ต้องทำให้ใจเราปลงลงบ้าง หรือเพลงอารมณ์อีโนติคอย่างชื่ออัลบั้มอย่าง นอน ถือว่าสื่อสารถึงคนชอบเที่ยวราตรีได้อย่างแยบยลและไม่ถือว่าสื่อออกทางคำว่าลามกด้วยซ้ำไปแต่กลับแสดงออกถึงการใช้ภาษาทางศิลป์หนึ่งในเพลงที่ผมชอบฟังแล้วฟังอีก หรือเพลงอย่างกระสุน ที่ใช้ภาษาได้สวยงามสลดสลวยเป็นอย่างยิ่ง เช่น ใช้กระสุนอย่างมีราคา อย่าให้มันไร้ค่า จนผิดจุดหมาย. หรือหากยิงให้ถูก ลูกปืนถูกถูกจะหยุดทุกเสียงปั้ง ที่เป้ลงน้ำเสียงคล้ายเสียงลูกปืน ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้ ไม่แน่ปีนี้เพลงนี้อาจถูกเสนอเข้าชิงรางวัลเพลงแห่งปีของสีสันก็เป็นได้ และปิดท้ายด้วยเพลงที่แสนถ่อมตนอย่างมาก เพลงฉันจะคิดถึงเธอ ที่อาจจะกล่าวถึงอนาคตในวงการของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง.....จบอัลบั้มที่เรียกว่าเสียดสีสังคมอย่างแสบคันเป็นอย่างยิ่งเรียกว่าน่าจะเป็นยุคที่เหล่านักร้องเดินหาเพลงเพื่อชีวิตอีกครั้งก็เป็นได้หากอัลบั้มนี้ไปได้สวย และคลาดว่าปีนี้อัลบั้มนี้หรือตัวเป้เองอาจจะต้องขึ้นไปรับรางวัลสีสันรางวัลใดรางวัลหนึ่งอย่างแน่นอน หนึ่งในอัลบั้มที่เรียกว่าหากชอบฟังเพลงไม่น่าพลาดอัลบั้มนึงก็ว่าได้ครับ แต่มีสิ่งที่ขัดตาผมอยู่อย่างสองอย่างในอัลบั้มนี้คือ เหตุใดทางค่ายมิออกเป็นแบบกล่องซีดีขนาดปกติทั่วไปเพราะมันลำบากมากเวลาหาที่เก็บนะครับและทำไมต้องทำของแถมสร้อยคอออกมาด้วยมิทราบเพราะหลายๆคนที่ฟังเพลงคงไม่ชอบเก็บเป็นอย่างแน่นอน ลดตรงนี้ลงแล้วลดราคาลงน่าจะมีคนซื้อเพิ่มขึ้นนะครับ.......

chais (21/12/2553 02:09:46)
ความคิดเห็นที่ 2
Artist : สวีทนุช
Album ที่สุดหวาน
Year -2010
Genre -ลูกทุ่งร่วมสมัย
Label --ใบชา
แล้วสวีชนุชของเราก็กลับมาเฉกเช่นเคยในอัลบั้มนี้ หลังจากที่อัลบั้มที่แล้วค่อนข้างแปร่งๆยังไงชอบกล แล้วก็เช่นเคยคือนำเรื่องราวในสังคมยุคปัจจุบันมาพูดมาค่อนแคะถึงเหมือนเดิมรวมถึงเสียงอัดน่าภิรมณ์เช่นเคย เปิดตัวด้วยเพลง สามจี ที่เอาเรื่องราวในเครือข่ายโทรศัพทร์มาแปลงถึงวคามรักปัจจุบันที่ยังมีใครบ้างที่รักกันอย่างไร้วัตถุมาเกี่ยวข้องเพลงสนุกๆบวกเสียงร้องสนุกอย่างกับสาวรุ่น ที่สุดของแม่ ยังคงแสดงถึงเพลงหวานๆเสียงน่าภิรมณ์ ดอกปาริชาติสวรรค์ คือเพลงที่ผมเรียกว่าเป็นเพลงกินใจอย่างมากในอัลบั้มนี้ ได้คุณ เท่ห์ อุเทน มาร้องคู่ฟังเสียงคุณเทห์ตอนขึ้นเพลงผมแทบขนลุกเพราะทำให้คิดถึงเสียงคุณเทห์ในยุคอย่าง โกหกหน้าตายหรือเชือดเชือนอย่างมาก ส่วนเนื้อหาเพลงนั้นคงกล่าวถึงรักที่ต่างวัยมาพบกันช้าเกินไป ที่ผมชอบอย่างนึงคือมีการนำบางส่วนของเพลง Que Sera, Sera (Whatever Will Be, Will Be) มาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะและลงตัวเป็นอย่างยิ่งครับ อย่าเอาคำว่าLove เรียกว่น่าจะเป็นเพลงที่เรียกว่าเสียดสีสังคมในแบบของสวีทนุช คือยังไม่ลืมความหวานปนเปรี้ยวนะครับ เพลงนี้นุ่มอัดเพราะเป็นอย่างมากครับ คำนึง เพลงจังหวะและเนื้อหาชวนนอนฝัน ก่อนที่ทางใบชากลัวคนจะนอนหลับซัก่อนเลยแทรกเพลงสนุกๆอย่าง Call Center ที่ได้ลูกเขยโปรดิวเซอร์บรรณ สุวรรณโณชิน มาช่วยทำให้เพลงทั้งสนุกทั้งชวนฟังให้จบทั้งเพลง แหมฟังจบแล้วผมก็ต้องร้องโอะโอะโอ้ยเหมือนคุณบรรณนั่นแหละครับ ไม่คิดว่าเพลงจะหักมุมได้อย่างนี้ แหม ถือเป็นเพลงโปรดผมเลยครับเพลงนี้ ทั้งอารมณ์คนร้องของคุณสวีทนุช ที่ช่วงซ้ำนั้นแสดงออกถึงวคมารำคาญได้อย่างดีหรือคุณบรรณเองก็ร้องได้กวนคล้ายดังผู้ชายเจ้าชู้เป็นอย่างยิ่ง ต้องเรียกว่าเคมรลงตัวทั้งสองท่านเลยครับ หลังจากเพลงนี้เป็นเพลงหวานๆเกือบทั้งสามเพลงก่อนที่จะไปถึงเพลงอย่างเดินช้าๆหน่อย ที่รู้สึกเข้ายุคแห่งความเร็วของเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี และต้องบอกว่าการอ่านทำนองเสนาะในเพลงอย่างFacebook แล้วฟังเอาผมสะดุ้งได้เหมือนกันคล้ายๆกับผมโดนครูดุยังงั้นแหละครับก่อนจะปิดอัลบั้มด้วยเสียงกล่องดนตรีเพลงคำนึงคล้ายๆกับอัลบั้มชุดแรกที่จบเฉกเช่นเดียวกับอัลบั้มนี้ซึ่งหมายถึงไปนอนได้แล้วนะอย่างมัวเล่นFacebookให้นานนัก.....หากชอบอัลบั้มชุดแรกผมว่าน่าจะชอบอัลบั้มชุดนี้มากยิ่งขึ้นนะครับถือว่าเป็นอัลบั้มที่ลงตัวมากกว่าชุดแรกด้วยซ้ำไป แต่พูดถึงตัวปกอัลบั้มคงสู้ชุดแรกไม่ได้แต่ใช่ว่าเพลงจะไม่ดี หนึ่งในอัลบั้มที่อยากแนะนำของปีนี้....

chais (21/12/2553 02:31:04)
ความคิดเห็นที่ 3
Artist : Pry & May-T
Album Project Poetic Part
Year -2010
Genre -ป็อบร็อค
Label --วอร์เนอร์
มาน้อยแต่ได้มากและให้น้อยแต่ได้มาก คงเป็นคำนิยามของอัลบั้มนี้มาน้อยคือ นานๆจะมีมาทีหรือไม่มีมาเลยหรือให้น้อยคืออัลบั้มนั้นมีอยู่แค่ หกเพลงพร้อมทั้งมิกซ์หนึ่งแต่สิ่งที่ได้คือมากแห่งความหมายเพลง นี่คือเป็นงานรวมมือกันสองนักดนตรีชื่อกล้องของบ้านเรา พราย คือกวีแห่งเสียงเพลงที่นักฟังเพลงหลายๆท่านนิยมและรู้จักเพราะซีดีในยุคแรกๆของศิลปินท่านนี้ราคาสูงลิ่ว ส่วนอีกคนคือเมธี มือกีต้าร์วงผู้นำแห่งร็อคยุคใหม่อย่างโมเดิร์นด็อค แล้วพอสองศิลปินมารวมกันจึงทำให้เกิดงานที่เรียกว่าหลอนอย่างพรายในความหมายแห่งกวีและเสียงเสียงซินร็อคอย่างโมเดิร์นด็อคตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายคืองานที่ต้องคิดตามว่าศิลปินนั้นกล่าวถึงอะไรกันแน่ ภาษานั้นคือภาษาของพรายส่วนดนตรีนั้นคือดนตรีของเมธี แต่เรียกว่ารวมกันเป็นหนังสั้นขยายยาวเรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่งตั้งแต่ ภพแรกภาษาอังกฤษ First Time เสียงเปียโนหวานๆพาเราเคลิ้มก่อนที่เสียงพรายจะปูพรมเข้ามาซึ่งถือว่าหากไม่ดูชื่อนักร้องคงคิดว่าเป็นเพลงนอกแน่นอนเสียงร้องคุณพรายในภาษาอังกฤษจัดว่าอยู่ในโทนเดียวกับจอห์น เลนนอนเลยก็ว่าได้ก่อนที่จะไปหวิวๆเมากับเพลง เพลงพราย ซึ่งคิดว่าเป็นเพลงคุณพรายทั้งหมดเลยด้วยการกล่าวกวีแห่งความรัก ก่อนจะระเบิดอารมณ์กับจานบินและเดินทางกลับมาสู่ห้วงอวกาศในเพลงปรายฟ้า เพลงเพราะจนผมเคลิ้มหลับตาตามโดยเฉพาะเสียงเปียโนที่ปูพรมให้เราสามารถเคลิ้มตาม เพลงนี้เสียงคุณพรายอาจจะสั่นบ้างแต่นั่นแหละคือลายเซ็นต์ของศิลปิน แต่ ผมคิดว่าหากเพลงนี้ได้คุณป็อดร้องน่าจะให้อารมณ์อีกอย่างเฉกเช่นเพลงก่อนที่คุณพรายได้แต่งให้ทางวง ซึ่งสามรถจับความแตกต่างได้เพลง บางเวลา อาจทำให้คุณคิดถึงเพลงอย่างสิ่งที่ไม่เคยบอกของโมเดิร์นด็อคในอัลบั้ม Love me Love My Life เลยก็เป็นได้โดยเฉพาะตอนช่วงที่ขึ้นอินโทร ก่อนที่จะนำพาเข้าสู่หลอนอย่างมีอารมณ์ร่วมรักในเพลงเธอคิดถึงฉันบ้างไหม แล้วก็เป็นด้วยความเวิ้งว้างในเพลงปรายฟ้า อีกครั้งครานี้นำมามิกซ์ใหม่ แม้ว่าจบอัลบั้มแล้วเรายังรู้สึกว่ามันขาดอะไรในอัลบั้มนี้ไปสักอย่าง แต่สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเป็นอย่างมากคือมีลายเซ็นต์ของทั้งสองศิลปินมาให้ได้ฟังกัน หลังจากอัลบั้มนี้แล้วไม่รู้ว่าอีกนานไหมถึงจะได้ฟังในภาคต่อไปของศิลปินทั้งสองเพราะผมรู้สึกว่ามันยังไม่น่าจะจบอยู่ที่ภาคนี้ ้พราะฟังๆไปแล้วเหมือนกับดูหนังแหวนครองพิภพแต่ยังไม่จบสมบูรณ์ยังงั้นยังไงละครับ จะรอภาคต่อนะครับ แต่ภาคหน้าอยากให้ทำรูปแบบเพ็คเกจซีดีเป็นแบบธรรมดาได้ไหมครับ.....

chais (21/12/2553 02:57:27)
ความคิดเห็นที่ 4
Artist : Musketeers
Album Left Right And Something
Year -2009
Genre -ป็อบร็อค
Label --believe records
สุดท้ายก็ได้มาฟังจนได้ครับสำหรับอัลบั้มที่เรียกว่านำ้ซึมบ่อทรายที่ค่อยๆสร้างกระแสปากต่อปากของผู้ฟังอย่างอัลบั้มนี้ เพราะจริงๆแล้วอัลบั้มนี้ออกมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วแต่จะมาแรงจริงก็ในปีนี้ซึ่งปีที่แล้วเดิมผมเดินหาซื้อซีดีนั้นแทบจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำไปจวบจนเพิ่งมาได้ในปีนี้ในวันที่มีวางเกลื่อนอยู่บนชั้นวางซีดีของร้านขายซีดีทั่วไป ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้เป็นเรื่องยากมากในบ้านเราที่จะดังข้ามปีและค่อยสร้างกระแสอย่างนี้เท่าที่เห็นก็มีวงอย่าง แททู คัลเลอร์แล้วก็วงอย่างพอส อัลบั้มไมด์เท่านั้นเอง วง MUSKETEERS ประกอบไปด้วย สี่ชีวิชาครีย์ ลาภบุญเรือง ( ร้องนำ)สรรวิช หวานสนิท ( เบส )ภาคภูมิ นิ่มละมัย  ( กีต้าร์)รวิน   มิตรจิตรานนท์( กีต้าร์)เอกพจน์ อิ่มสำราญ ( กลอง) ซึ่งเดินทางมาจากเจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัลชมเชยจากงาน Believe Audition Day 2007 และได้ออกอัลบั้มรวมกับศอลของค่ายBelieve ซึ่งมีเพลงอย่าง แค่บางคำ และอยู่ที่เธอ อยู่ในอัลบั้ม ซึ่งสองเพลงนี้แหละครับที่ทำให้ทางวงได้ออกอัลบั้มเต็ม เพียงเพราะไปโดนใจผู้ฟังอย่างมากซึ่งมีโพสกันทั้งในเฟชบุ๊คและยูทิวบ์แทบทุกวัน และอัลบั้ม Left Right And Something คืออัลบั้มเต็มของทางวงอัลบั้มแรก ซึ่งพอผมฟังตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้ายจบแล้ว ก็รู้สึกว่า(ตามความรู้สึกผมนะครับ)มีหลายเพลงที่โดนและมีหลายเพลงที่ต้องกดผ่าน อย่างเพลงที่โดนฏ้คงเป็นเพลงเปิดตัวอย่าง พริบตา ที่ขึ้นด้วยริฟกีต้าร์ฮาร์ดร็อคยุค 80 บวกกับเนื้อหาเพลงให้กำลังใจน่าฟังทั้งยังมาพร้อมท่อนฮุคที่ติดหู ที่ฟังครั้งเดียวก็ร้องตามได้อีกเพลงที่น่าจะตัดออกมาใช้โปรโมทอัลบั้มได้ อย่างไม่อาย และต่อด้วย คำบางคำอีกเพลงที่ดังของทางวงซึ่งเรียกว่าทั้งติดหูและฟังง่ายกับจังหวะป็อบร็อคระดับกลาง แต่กลับเพลงอย่างปล่อยค่อนข้างเป็นเพลงที่ทำง่ายเกินไปครับเพราะหลายๆอย่างที่ได้ยินในเพลงรู้สึกจะใช้โปรแกรมทำอย่างออกนอกหน้านอกตาเกินไปทั้งเสียงกีต้าร์ขึ้นอินโทรที่ฟังแล้วก็รู้ว่าใช้โปรแกรมหรือเสียงซินที่ล่องลอยนั่นก็อีก จริงๆใช่ว่าการใช้โปรแกรมไม่ใช่ว่าจะทำให้ไม่เพราะ เพราะครับหากมันเนียนและน่าฟังกว่านี้ พร้อมทั้งการที่ใช้ท่อนฮุคที่ต้องการขายและง่ายคล้ายๆเพลงแรกจึงทำให้ผมฟังแค่รอบเดียวแล้วครั้งต่อต้องกดข้ามและไม่อยากกลับมาฟังอีกรอบ ความทรงจำ เพลงค่อนข้างเชยและฟูมฟายเกินไปนะครับ แต่กลับเพลงไกล นั้นแม้เรื่องราวอาจจะดืมๆแต่ท่อนฮุคของเพลงนั้นน่าฟังเป็นอย่างยิ่งทั้งหวานและเพราะที่อยากฟังอีกครั้งประกอบทั้งมีเสียงเปียโนและเสียงกีต้าร์เข้ามาช่วยเติมเพลงให้น่าฟังยิ่งขึ้นส่วนยาระบายผมว่าหากตัดเพลงนี้ออกก็คงไม่น่าเกลียดนะครับเพราะรู้สึกว่าคล้ายๆเหมือนกลับว่าใส่เพลงนี้เข้ามาให้มันเต็มๆยังไงยังงั้นแหละครับ อยู่ที่เธอ เพลงที่เนื้อหาให้กำลังใจมองโลกอย่างผู้ใหญ่ถือว่าเป็นเพลงที่เพราะที่สุดของทางวงเลยก็ว่าได้แม้ตัวผมจะแอบชอบตอนที่อยู่ในอัลบั้มบีลีฟมากกว่าเพราะอัดเพราะกว่านะครับ แต่หากคนไม่เคยฟังอันเก่าคงไม่มีปัญหาที่จะชอบเพลงนี้ในอัลบั้มนี้นะครับ ส่วนหลังจากเพลงนี้แล้วผมรู้ว่าทั้งอารมณ์จะล้ากับเพลงที่เนื้อหาค่อนข้างวนเวียนอยู่กับความรักดั่งที่กล่าวมาแล้วในขั้นต้น แม้จะมีเพลงอย่างของขวัญสำหรับผมแล้วถือว่าเฉยๆไม่ได้ติดใจไรมากมายเหมือนคนที่กำลังมีความรักและยิ่งกับเพลง Time Outที่ปิดอัลบั้มนั้นจะดูสนุกแต่ก็ยังคงเป็นเรื่องราวซ้ำๆที่ได้กล่าวมาแล้วหากเป็นเทปคลาสเซทนั้นก็คงราวๆฟังเพลงหน้าเอก็พอไม่จำเป็นต้องฟังหน้าบีอีกครั้งละครับ แต่สิ่งที่ดีของทางวงคือเสียงร้องของนักร้องนำนั้นถือว่านุ่มน่าฟังดีครับ แต่ส่วนเรื่องฝีมือนั้นในอัลบั้มนี้ยังไม่คงมีให้เห็นคงต้องรอดูในอัลบั้มต่อๆไปในวันข้างหน้าคลาดว่าน่าจะมีออกมาให้ฟังอีก......ส่วนเสียงอัดนั้นถือว่าพอฟังได้ครับ.


chais (21/12/2553 03:37:08)
ความคิดเห็นที่ 5
Artist : Youmi Kimura & The New Japan Philharmonic Orchestra
Album Le voyage de Chihiro (bande originale de film)
Year -2002
Genre -Original Music Score
Label --Milan Record
ช่วงหนึ่งผมเคยลงประกาศหาซื้อซีดีเพลงประกอบภาพยนต์หนังการ์ตูน ญี่ปุ่นเรื่องนี้ แต่ก็มิมีสมาชิกท่านใดที่จะเสนอขาย ผมเลยจึงลองสอบถามตามร้้านซีดีว่าพอจะสั่งซื้อได้ไหม และก็มีร้านเดียวเท่านั้นที่รับจะสั่งซีดีตัวนี้ให้แต่ราคานั้นถือว่าสูงเอามากๆเขาบอกว่ามันเป็นแผ่นนำเข้าจากทางฝรั่งเศสซึ่งตัวผมก็ลองถามกลับว่าทำไมแพงจังสวิสฯกับฝรั่งอยู่ใกล้กันแทบมองเห็น(สุดท้ายผมก็ต้องซื้อเพราะอยากได้มาเก็บไว้) ผมถึงอัลบั้มดีกว่า ตัวหนังนั้นหลายๆท่านคงเคยผ่านตาไปบ้างแล้ว แต่หากหลายท่านยังไม่เคยผ่านต้องขอแนะนำว่าควรจะหามาดูเป็นอย่างยิ่ง ส่วนตัวเพลงนั้นถือว่าคุ้มทุกเม็ดเงินที่ได้สั่งซื้อไป ฟังตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย ซึ่งรู้ๆกันว่าเพลงของการ์ตูนหนังคล้ายนี้นั้นจะทำออกมาเป็นสกอร์สะส่วนมากแต่ใช่ว่าจะฟังยากอะไรยิ่งหากได้ดูหนังผ่านตาเราแทบจะตีความในเพลงได้เลยด้วยซ้ำ ทุกลายละเอียดของเพลงนั้นแทบจะเห็นภาพชิฮิโรผลุดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเพลงแรก One Summer's Day เราแทบจะเห็นเด็กหญิงนั่งหน้าตาบึ้งๆเหงาอยู่ในรถพร้อมช่อดอกไม้กับบรรเลงเปียโนเหงาๆซึ่งทางญี่ปุ่นเขาถนัดเพลงทำนองนี้อยู่แล้ว เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงหลักของหนังทั้งเรื่องเลยก็ว่าได้ อย่างที่ทราบตัวหนังนั้นไม่ได้เปิดช่องว่างให้ทำอารมณ์เชื่อยชามากนัก ก่อนจะเชื้อเชิญเดินผ่านอุโมงค์แก่งมนตราที่จะพาคนฟังสูโลกใบใหม่ไปหร้อมกับเพลงอย่าง A Road to Somewhere แล้วตามอารมณ์ที่ชวนสงสัยกับร้านอาหารพิศวงอย่าง The Empty Restaurant ซึ่งในเพลงนี้พาอารมณ์ชวนเราพิศวงสงสัยได้ดีทีเดียวก่อนที่พ่อแม่จะกลายเป็นหมู จากนั้นตามด้วยคำ่คืนแห่งความเหงาและงุนงงชวนผวาไปกับ Nighttime Coming ก่อนจะเปิดตัวกับหนุ่มลึกลับที่มาช่วยเธอให้เปิดมโนกับสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าและควรเผชิญกับมัน The Dragon Boy ซึ่งดังที่ผมได้ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้น ทุกๆเพลงที่สอดใส่เข้ามานั้นต้องอยมรับว่าร้อยเรียงได้เป็นเนื้อเดียวกันเป็นอย่างดีมาก มีทั้งฮึกฮัม ชวนสงสัยแทรกด้วความเหงา อ่อนหวาน แต่แทร็คที่ทำให้ผมพิศวงน่าจะเป็นแทร็คที่มีเสียงเอื้ิอนการอ่านทำนองเสนาะของบ้านเราในเพลง Procession of the Spirits ซึ่งทำเอาตื่นเต้นเหมือนกันที่เขานำของเราไปใช้ หากจำไม่ผิดนี่น่าจะเป็นตอนที่เหล่าเทวดาเทวฑูตทั้งหลายของญี่ปุ่นเดินทางมท่าเรือ ทั้งยี่สิบเอโบทเพลงในอัลบั้มนั้นทำผมคนฟังคล้อยตามเนื้อเรื่องได้เป็นอย่าง และที่ขาดไม่ได้น่าจะเป็นระบบเสียงอัดที่ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมจนต้องตาโตแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่จนต้องขวางทิ้ง อย่าลืมว่าญี่ปุ่นเขาใส่ใจศิลปะแทบทุกแขนง ก่อนจะจบอัลบั้มนี้ อยากให้หลายๆท่านลองไปหาเพลงลา เพลงนี้ Itsumo Nando Demo (Always With Me) ในยูทิวบ์มาฟังนะครับ แล้วอาจจะหลงรักเพลงนี้เหมือนผมก็ได้.........

chais (23/12/2553 01:30:52)
ความคิดเห็นที่ 6
Artist : หลายคน
Album Up In The Air
Year -2009
Genre -Original Music &Score
Label --Rhino
หลายคนดูหนังเรื่องนี้แล้วอาจจะสงสัยว่าอาชีพอย่างงี้มีด้วยเหรอในโลกใบนี้ อยากรู้ว่าอาชีพอะไรให้หาหนังมาดูนะครับ หนังของ เจสัน ไรท์แมน เรื่องนี้แม้จะไม่ค่อยโดนใจผมเหมือนเมื่อครั้งที่เขาทำจูโน แต่ก็ไม่ถึงกับว่าเราได้เสียเวลาไปกับหนังเรื่องนี้อย่างเปล่าประโยชน์ไม่อย่างงั้นหนังเรื่องนี้คงไม่เข้าชิงออสการ์ถึง 6 สาขา รวมถึงภาพยนต์ยอดเยี่ยมหรอก แต่ชวดทุกสาขา แต่กัลส่วนเพลงประกอบภาพยนต์นั้น ผมชอบอัลบั้มนี้มากกว่า เพราะดูกลืนกว่าหนังเรื่องจูโนมากกว่า ไม่ว่าเพลงอย่าง This Land Is Your Land หรือ Goin' Home ที่เข้ากับบรยากาศหนังได้ดี เฉกเช่นเคยผู้กำกับ ไรท์แมน เลือกเพลงใส่ในหนังเองทั้งหมดเฉกเช่นผู้กำกับอย่างคาเมรอน โคร์ว ซึ่งตัวเพลงอารมณ์ก็คล้ายๆกัน เหงาๆเศร้าๆแต่มีแง่คิด ผุ้กำกับ ไรท์แมน เลือกที่จะใช้เพลงป็อบโปร่งฟังง่ายเข้ามาในอัลบั้มของเขาและใช้บรรยากาศสบายๆของเพลงเพื่อที่จะพาหนังเหงาๆเรื่องนี้ให้ลื่นไหล ศิลปินที่นำมาใส่นั้นส่วนมากก็จะเป็นศิลปินไม่ค่อยมีชื่อเสียงในทีวีนักแต่ส่วนมากจะมีชื่อเสียงเฉพาะกลุ่มนักฟังเพลงประกอบภาพยนต์ ไม่ว่าจะเป็น โฟล์คเสียงเหงาอย่าง Elliott Smith หลายคนอาจจรู้จังเขาจากหนังเรื่อง Good Will Hunting หรือ American Beauty ที่ในอัลบั้มนี้มีเพลง Angel In The Snow โปร่งวสฟังสบายๆบวกกับน้ำเสียงนุ่มๆ ทำเอาเคลิ้มเหมือนกัน หรือศิลปินกีต้าร์บลูส์ผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง Roy Buchanan ที่เพลงอย่างThank You Lord ใส่เข้าได้ถูกที่ถูกจังหวะเป็นอย่างยิ่ง ท้งอัลบั้มนั้นเพลงแม้บางครั้งเราจะรู้สึกเนือยๆเอื่อยๆไปบ้าง แต่ต้องถือว่าน่าจะเป็นเพราะผู้กำกับ ไรท์แมน ต้องการจะคลุมโทนหนังให้อยู่ ยังไงหากไม่คิดว่าอัลบั้มนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนต์ผมคิดว่าน่าจะฟังได้อย่างสบายไม่น่าขัดเขินอะไร และยังถือว่าเป็นการลองหาฟังศิลปินใหม่ๆที่เรายังไม่มีเวลาทำความรู้จักให้มากยิ่งกว่าเดิมเสียอีกครับ จะได้ไม่รู้สึกว่าเราปิดโลกแห่งเสียงเพลงของเราไว้ที่แนวใดแนวหนึ่งก็ว่าได้

chais (23/12/2553 01:55:50)
ความคิดเห็นที่ 7
Artist : Singular
Album The White Room
Year -2010
Genre -Metro Acoustic
Label --Sony Music Entertainment
พูดถึงเรื่องนี้แล้วผมมีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟัง คือมีอยู่ว่า ตัวผมนั้นซื้ออัลบั้มนี้ด้วยไม่รู้ว่าทั้งสองดังมากในเมืองไทยในช่วงที่ก่อนที่ผมจะกลับเมืองไทยได้ไม่นาน ผมซื้อเพราะชอบหน้าปก แค่นั้นแหละครับ ซื้อแล้วก็ไม่ได้เปิดฟัง คือช่วงนั้นยังไม่มีเวลาฟังประกอบกับเหนื่อยด้วย จากนั้นก็ทิ้งและลืม จวบจนวันนึงไปกินเลี้ยงกับเพื่อน แล้วเพื่อนก็บอกว่าอยากไปดูเบาเบา ผมก็ถามว่าอะไรเบาๆเพื่อนก็บอกว่าวง Singular มาเล่นที่ขอนแก่นเสร็จจากที่นี่เราไปดูกันไหม ไอ้ตัวผมก็บอกไม่ไปง่วงนอน จากนั้นวันถัดมาผมก็แบกกระเป๋าล่องเหนือลงใต้ไม่รู้ไปทุกที่ผมมักจะได้ยินเพลงเบาๆทำให้ผมนั้นเดินไปร้านซีดีแล้วถามใครร้องเพลงนี้จวบจนเขายื่นซีดีมาให้ผม ก็ต้องบอกว่า อ้าวมีแล้วนิ เล่ามาสะยาวเชียววกเข้าอัลบั้มเลยดีกว่าเรื่องประนัติศิลปินไม่ขอกล่าวถึงมากนะครับ สองคน คนนึงร้อง ซิน - ทศพร อาชวานันทกุล ทั้งแต่งทั้งร้องทั้งทำนองเคยอยู่คณะประสานเสียงของ The Bangkok Opera ส่วน นัท - โชติวุฒิ บุญญสิทธิ์ มือกีต้าร์ ดีกรีชนะเลิศประกวดมือกีต้าร์ระดับประเทศ แค่นี้คงพอที่จะทำให้สนใจอัลบั้มนี้ขึ้นมาไหมครับ ส่วนเพลงต่างๆก็เรียกว่าฟังสบายๆตั้งแต่ต้นจนจบ มีทั้ง ป็อบ ป็อบแจ็ส บอสซ่าฯ ฟังค์ รวมถึงชิลเอาท์เข้ารวมด้วย ซึ่งทำให้อัลบั้มนั้นฟังง่ายสบายติดหูติดตลาด ทั้งเพลงอย่าง 24.7 ที่น่าจะถือว่าเป็นเพลงที่ผมชอบและฟังบ่อยมากที่สุดในอัลบั้ม ผมชอบเสียงเบสที่น่าจะเล่นดับเบิ้ลเบส ที่เบสคล้ายเพลงแจ๊ซมากเลย รวมถึงจังหวะของเปียโน ฟังสบายๆแม้ว่าเสียงอัดของกลองค่อนข้างจะอืมนะ แต่กูถือว่าเพลงนี้น่าจะเพราะและสมบูรณ์ที่สุดทั้งทำนองและเนื้อหา ส่วนเพลงถัดมา ลอง ขึั้นอินโทรมาทำให้คิดถึงเพลง Wall In Your Heart ของ Love, Shelby มาก ผมไม่คิดว่าทางวงลอกนะครับ แต่คิดว่าเพียงมันคล้ายกันแค่นั้นเอง(เฉพาะอินโทรเท่านั้นเอง)ก่อนจะตามมากับเพลงชาติประจำร้านอาหาร(ในช่วงที่ผมอยู่ไทย) อย่างเบาเบา ต้องบอกว่าอีกเพลงที่ผมฟังบ่อยๆเช่นกัน เสียงของนักร้องนำในเพลงนี้นั้นนุ่มเข้ากับเสียงเปียโนอย่างเบาเบามากเลยครับ เพลงเกมส์ต่อกับเบาเบาช่วงขึ้นคล้ายๆกันมากแต่ก่อนจะเร่งจังหวะไปสู่จังหวะฟังค์เพลงน่าฟังดีครับ อีกวันจังหวะเนิบๆชวนนอนดีเหลือเกิน แล้วก็ต่อด้วยเพลงชวนฝันอีกเพลงอย่าง Fadedเสียงคอรัสน่าฟังดีครับ แล้วก็ปิดด้วยเพลง 24.7 เวอร์ชั่นอคูสติกน่าฟังอีกเช่นกัน ผมชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าอันแรกเพราะดูโปร่งและเหมาะสมกับเนื้อหาเพลงดี ส่วนที่ดีของอัลบั้มน่าจะเป็นดนตรี เสียงนักร้องนำ และเนื้อหาฟังง่ายๆไม่ฟูมฟายกับรัก อย่างนี้และครับที่คนไทยรุ่นใหม่ๆต้องการอยากจะเห็นศิลปินทำงานออกมา ไม่ใช่ว่าเราแต่งตัวให้เป็นชาตินั้นชาตินี้ แต่ผลงานนั้นฟังแทบไม่ได้ แต่ส่วนที่ไม่ดีของอัลบั้มคือ อ้าวฟังมาไม่นานเองหมดแล้วเหรอแหมให้มาน้ิยจังนะครับขี้เหนียวไปหน่อยไหมครับ อยากเห็นอยากฟังอะไรที่มันเต็มอิ่มกว่านี้นะครับ มันรู้สึกว่าทานข้าวยังไม่อิ่มยังไงไม่รู้ นอกนั้นสอบผ่านหมด......

chais (23/12/2553 02:29:49)
ความคิดเห็นที่ 8
Artist : Ga-Pi
Album Return to the dub kitchen
Year -2009
Genre -Ska Dub
Label --Here
หนึ่งในผู้นำดนตรีสกาเร็กเก้เข้าสู่เมืองไทย สมาชิกเสาหลักของวงเร็กเก้อันดับต้นๆของเมืองไทย อย่างทีโบน เคยถูกเชิญเข้าร่วมเทศกาลดนตรีดังระดับโลกมากมาย วันนี้เขาคนนี้ เจษฎา ธีระภินันท์ หรือที่เราหลายๆท่านรู้จักกันในนาม แก๊บ ทีโบน ได้ทำงานเดบิวอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองออกมา หลบหลี้หนีเมืองอยู่กับครอบครัวตามลำเนาไพร ทำงานสบายๆอัลบั้มนี้ออกมาให้ได้ฟังกัน งานที่เรียกว่าพื้นฐานยังคงวางอยู่ที่สกาเร็กเก้ แต่แต่งเตริงสีสันของเพลงดั๊บมาเพิ่ม ซึ่งเป็นงานถนัดเขาล่ะ ซึ่งเพลงดั๊บนั้นในบ้านเราแทบจะมีแฟนเพลงนับหัวได้(ยิ้มยิ้ม) แต่คุณแก๊บ ทีโบนต้องยอมรับว่ายังคิดที่จะทำออกมาในวันที่สกาเร็กเก้บ้านเราช่วงนั้นกำลังเบ่งบาน แต่ยังมีอีกแนวหนึ่งที่บ้านเราที่ศิลปินยังอยากจะแนะนำ นั่นคือ สกาดั๊บ คือนำเพลงเร็กเก้สกานั้นมาแต่งเตริมใส่เสียงอีเล็คทรอนิคบางครั้งบางเพลงมักจะพูดจะกล่าวซ้ำๆดั่งที่ผมเคยกล่าวมาแล้วกับวงอย่างไคโจบราเทอร์ส เมื่อไม่อยู่ในสังกัดใหญ่แล้วงานเพลงของกาปิหรือแก๊บ ทีโบนจึงค่อนข้างเป็นส่วนตัวอย่างมาก แต่ใช่ว่าไม่ถึงกับจะฟังยากอะไรนับางเพลงนั้นฟังเพลินๆเอาเรื่องเลยไม่ว่าจะเป็นเพลง รถไฟเนื้อหาเข้าใจง่าย แอบมีเสียงลูกตัวเล็กมาแจมด้วย หรือจะเป็นเพลงมะไฟ ที่ฟังง่ายเอาสนุกน่ารักแต่กับได้สาระ เพลงนี้ยิ่งตอกย้ำความน่ารักของลูกคุณแก๊บ กับเสียงร้องตามประสาเด็ก และยังมีเพลงทิ้งท้ายสบายๆคล้ายร้อนอย่างเพลง เกาะ ซึ่งนอกจากเพลงที่มีเสียงร้องสามเพลงนี้แล้ว คุณแก๊บ ก็จะปล่อยใหเเราฟังงานสกาดั๊บอย่างจริงๆ อย่างเพลง Black Sweet Monster นั้นไม่มีเสียงร้องอันใดมีแต่จังหวะเดินเบสสนุกคล้ายเพลงเพลง Message to Crommie จากวงPlanet 4 Folk Quartet ซึ่งห้านาทีกว่ากับเพลงนี้สามารถทำให้เราล่องลอยและจินตนาการตามได้อย่างเต็มเปี่ยม หรืออย่าง The Original ThaiRasta ที่นำเสียงแคนมาเสริมมาแจม ซึ่งผมคิดว่าคุณแก๊บน่าจะสื่อถึงเพลงหมอลำทางภาคอีสานที่น่าจะเป็นต้นตำหรับราสต้าของเมืองก็เป็นได้ ทั้งเก้าเพลงในอัลบั้มนี้แม้จะรู้สึกว่าน้อยแต่ผมกลับคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับงานสกาดั๊บเพราะผมคิดว่าหากมากกว่านี้น่าจะทำให้คนฟังเบื่อซึ่งการใส่เข้ามาเพียงเก้าเพลงผมจึงคิดว่าพอดีและลงตัว แม้การอัดในอัลบั้มจะเรียกว่าพอฟังเพราะน่าจะเป็นการอัดที่บ้านของคุณแก๊บทั้งอัลบั้มเลยก็เป็นได้ บางครั้งมีเสียงหมาเห่าแจมเข้ามาด้วย นี่คืออัลบั้มที่เรียกว่าฟังเอาเพลินและหาสาระได้ทั้งอัลบั้ม หรือหากหลายท่านกำลังรองานใหม่หรืออยากลองฟังเพลงแนวอื่นๆที่แปลกออกไปจากตลาดลองหามาฟังนะครับ ฟังเพลินทั้งอัลบั้มจริงๆ

chais (26/12/2553 04:15:07)
ความคิดเห็นที่ 9
Artist : Brett Dennen
Album So Much More
Year -2006
Genre Folk Pop
Label --Dualtone Music Group
กับอัลบั้มชุดที่สามของสาวแคลิพอเนียคนนี้ยังมีอะไรให้น่าติดตามเสมอ หากเปรียบเธอกับศิลปินที่ใกล้เคียงแล้ว ก็คงไม่ต่างจากแจ็ค จอห์นสันในยุคนี้ ซึ่งงานเพลงของเธอนั้นได้รับอิทธิพลมาจากอเมริกันโฟล์คป็อบมิวสิคมีทั้งภาคิารมณ์กสีของ บ็อบ ดีแลนด์ หรือภาควคามนุ่มนวลอย่างพอล ไซมอนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยพูดถึงอัลบั้มที่สองของเธอมาแล้วในกระทู้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในอัลบั้มนั้นผมมักยกย่องถึงการอัดเสียงที่ยอมรับว่าเยี่ยมในฐานะนักร้องอินดี้ที่อัดเสียงได้อย่างอัลบั้มแจ๊สบางอัลบั้มยังแอบอิจฉา แต่กลับอัลบั้มนี้แม้การอัดจะถือว่าธรรมดาแต่ก็ฟังได้ไม่ขัดเขินส่วนเนื้อหาเพลงนั้นเธอยังคงเล่าเรื่องได้อย่างงดงาม แทรกกวีและเรื่องราวสังคมลงไปอย่างลงตัวบางครั้งก็รู้สึกสนุกสนานกับเรื่องราวที่เธอเล่าให้ฟังพร้อมกับดนตรีใสๆอย่าง Darlin' Do Not Fear แต่บางครั้งเธอก็แทรกความจริงในชีวิตเราที่พบพานและควรเข้าใจอย่าง There Is So Much More หรือเล่าเรื่องความเข้าใจในความเป็นผู้หญิงอย่าง Because You Are a Woman ผมว่าอัลบั้มนี้แม้เธอจะลดความสนุกลงมากกว่าอัลบั้มที่แล้วและเติมความเหงาเศร้าสร้อยเข้าไป แต่ผมกับรู้สึกว่าอัลบั้มนี้นั้นผมกลับมักหยิบมาฟังบ่อยๆกว่าอัลบั้มที่แล้วมาก ลองหาเธอคนนี้มาฟังบ้างนะครับ แล้วคุณจะคิดว่าบนโลกใบนี้ยังมีเพลงดีๆอีกมากมายกว่าเพลงที่ฟังตามๆกันไปหรือฟังผ่านแล้วผ่านเลยเหมือนบนหน้าปัดวิทยุหรือบนยูทิวบ์.......

chais (26/12/2553 04:30:37)
ความคิดเห็นที่ 10
Artist : Darf Punk
Album Homework
Year -1997
Genre Electronic music
Label --Virgin Records
นานๆผมจะหยิบงานอีดล็คโทรนิคมากล่าวถึงสักครั้ง ครั้งนี้ผมขอกล่าวถึงวงคู่หูดูโอชาวฝรั่งเศสที่แต่งตัวพิลึกกึกกือเวลาขึ้นคอนเสิร์ต เพราะใส่เครื่องหนังสีดำเลี่ยมปิดหน้าปิดตาคล้ายมนุษย์ต่างดาวยังไงยังงั้น ซึ่งวงดาร์ฟพังค์นั้นประกอบไปด้วย Thomas Bangalte และ Guy-Manuel de Homem Christo ซึ่งทั้งสองคนนี้นำดนตรียุโรปแดนซ์มาผสมผสานได้อย่างเหมาะลงตัวและน่าดิ้นทั้งอัลบั้ม แต่ใช่ว่าจะพาเราดิ้นหูดับตับไหม้อย่างเดียวหลายๆเพลงยังรู้สึกถึงคำว่ามีของจะโชว์อยุ่ด้วย อย่างเพลง Da Funk นั้นอาจจพเป็นเพลงชวนดิ้นกันให้ตายไปข้างแต่หากแยกแยะออกเราจะเห้นว่ามีการนำเพลงฟังค์ยุคเก่าๆมาบวกกับเทคโนสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวทั้งบวกกับเสียงซินดิสโก้ที่อาจทำให้เรารู้สึกถึงวงอย่าง กรุ๊ฟไรเดอร์ขึ้นมาได้ ยิ่งกับจังหวะเบสที่ใส่เข้ามาให้เราต้องขยับขาตามต้องบอกว่าเวลาฟังเพลงนี้แล้วได้ยินเสียงเบสแล้ว อดขยับขาไม่ได้สักที หรืออย่างเพลง Around the World จริงๆก็น่าจะเป็นเพลงเต้นรำธรรมดาแต่มันช่างเป็นเพลงเต้นรำที่นำสมัยเหลือเกินซึ่งมีการร้องคำว่า Around the World วกไปวนมาทั้งเพลงด้วยการบีบเสียงเหมือนเสียงหุ่นยนต์ที่ปัจจุบันเหล่าชาวฮิบฮอบนำมาใช้กันเพลงนี้มันจะดูโหลหากเกิดในยุคนี้แต่อย่าลืมว่าอัลบั้มนี้ออกมาตั้งแต่ปี 1997 นั่นก็เรียกว่าสิบกว่าปีกว่าที่การบีบเสียงอย่างนี้จะมาฮิตกันในปัจจุบัน แล้วหากใครได้ดูมิวสิควีดีโอเพลงนี้ต้องบอกว่าก็ยังคงลำ้หน้าสมกับเป็นสัญชาติฝรั่งเศสทั้งเพลงมีเดินวนไปวนมาอยู่แค่ที่เวที แต่มันช่างน่าสนใจเหลือเกินกับการนำเสนอ หรืออย่างเพลง High Fidelity ที่นำแนวเพลง Metro Jazz มาขยับให้เร็วน่าฟังขึ้น หากฟังเพลงนี้เวลาขับรถผ่านเสาไฟในยามค่่ำคืนต้องบอกว่าได้อารมณ์เป็นอย่างยิ่ง แม้ Alive จะเป็นเพลงเทคโนยุโรปแต่ก็ยังชวนให้ฟังจนจบเพลง อัลบั้มนี้มีทั้งหมดสิบหกเพลงมีทั้งนำและล่องมีทั้งชวนเข้าและชวนออกมีสีสรรตื่นตาแทบทั้งอัลบั้มมิใช่เพียงแค่อัลบั้มเพลงเต้นรำดาดๆที่ฟังกันได้แค่สักพักสักช่วงแล้วลืมกันไปแต่อัลบั้มนี้คลาดว่าน่าจะถือว่าฟังได้ทุกยุคทุกสมัยแทบจะทุกเพลงมีอาการคำว่าล้ำหน้าและนำสมัยอยู่ตลอด หนึ่งในอัลบั้มที่ผมหยิบมาฟังบ่อยๆห่กรู้สึกเลี่ยนหรือเอียนกับแนวเพลงอื่นๆ ละหากกำลังมองหาเพลงสำหรับเต้นรำแบบลำ้สมัยในงานปีใหม่แล้วละก็ไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้เป็นอย่างยิ่ง .....

chais (26/12/2553 04:53:47)
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณครับคุณชัย เยี่ยมมาก!

nuch (26/12/2553 08:52:36)
ความคิดเห็นที่ 12
คุณ chai ยังเยี่ยมเหมือนเดิมนะครับ

EEMAN (28/12/2553 17:35:40)
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณทั้งสองท่านที่ยังติดตามอ่านกระทู้ของผมตลอดมาครับ และต้องขออภัยหากกว่าแต่ละอัลบั้มจะออกมาให้อ่านเพราะช่วงนี้ผมค่อนข้างติดลูกค้าท่้ายปีครับ.......

chais (29/12/2553 02:25:02)
ความคิดเห็นที่ 14
Artist : Everything But The Girl
Album Amplified Heart
Year -1994
Genre -POP
Label Warner
หนึ่งในวงสุดรักและอัลบั้มสุดรักของผมก็คงต้องยกให้อัลบั้มนี้อัลบั้มนึงเข้าไปอย่างด้วยแน่นอน Everything but The Girl หรือคนไทยที่มักเรียกกันสั้นว่า EBTG คือคู่หูดูโอป็อบ ทีจากเกาะอังกฤษที่มี Tracey Thorn และ Ben Watt เป็นวงต้นแบบของแนวดนตรี่ที่เรียกว่า เมโทรป็อบเลยก็จะว่าได้ ทุกวันนี้เวลาใครจะเอ่ยถึงแนวเพลงนี้มักจะยกวงนี้หรืออัลบั้มนี้ขึ้นมาพูดถึงประจำ และนี่น่าจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่ทางวงทิ้งแนวเพลงป็อบเข้าไปหาแนวเพลงอย่าง อีเล็คโทรนิค รวมทั้งดั้มแอนเบสก่อนที่ทางวงจะทำการพักระยะยาว แต่ ทางนักร้องหญิงยังคงมีงานเดี่ยวออกมาบ้างบางครา ซึ่งอาจจะทำให้แฟนหลายๆคนคิดถึงทางวงเป็นอย่างมาก ส่วนอัลบั้มที่เพิ่มกำลังให้หัวใจอย่าง Amplified Heart นี้เรียกว่าน่าจะเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดและดังมากที่สุดของทางวงเลยเป็นว่าได้ อาจจะเพราะหลังจากอัลบั้มนี้ทางวงมีการเปลี่ยนแนวทางดนตรี ส่วนในอัลบั้มนี้ มีทั้งหมด 10 เพลงกร้อมทั้งมิกซ์ใหม่ หนึ่งเพลง เรียกว่าทั้งสิบเพลงยกเว้นเพลงมิกซ์เรียกว่าฟังง่ายสบายๆมีทั้ง แจ๊ซ อคูสติค ชะชะช่า ป็อบใสๆมาให้เราได้ฟังกันส่วนเนื้อหานั้น เรียกว่ามองโลกในแง่ดีแม้จะเป็นเพลงรักแต่ต้องเรียกว่ารักที่มีสายตาอย่างคนเข้าใจโลกและเจนโลก และที่สำคัญภาษาที่ใช่ไม่เลี่ยนไม่เอียนเหมือนเพลงรักเพลงป็อบที่พยายามจะเอากันให้ตายไปข้าง และส่วนสำคัญคือเสียงร้องและเสียงประสานของสองนักดนตรีและร้องนั้นเรียกเคมีลงตัวเป็นอย่างมาก เปรียบง่ายๆคล้ายกับ ไซมอน แอนด์ การฟังเกลเลยก็ว่าได้ หรือแม้แต่การร้องเดี่ยวของ แทรซี่ ต้องบอกว่าคุณจะหลงรักนำ้เสียงเพราะๆจองเธอร้องเพลงได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ อย่างเพลง โฟล์คสบายๆอย่าง Get Me ต้องบอกว่าผมหลงต้องมนต์สะกดของเสียงเธอเป็นอย่างมาก หรือเธอทำได้ดีมากๆกับเพลงรักนำ้เสียงเท่ห์อย่าง Missing เพลงนี้ต้องเรียกว่าเป็นเพลงคลาสสิคเพลงหนึ่งของวงการเพลงป็อบ เรียกว่าใครได้ฟังแล้วไม่หลงรักเพลงนี้คงยากนะครับ จังหวะเบสนั้นเดินได้เท่ห์เป็นอย่างมาก บวกทั้งจังหวะที่เหมือนกับในเนื้อหาเพลงที่เราต้องเดินตลอดทั้งเพลงตามหาคนรักที่หายไป เพลงนี้้ถ้าได้นั่งฟังบนรถไฟที่กำลังวิ่งยิ่งเพิ่มบรรยากาศเป็นอย่างยิ่งครับ นี่น่าจะเป็นเพลงที่ดังที่สุดของทางวงและหลายคนอาจจะเคยผ่านหูมาบ้างแล้วแต่มิรู้ว่าเป็นเพลงของใคร สิบเพลงในอัลบั้มนี้ลงตัวทุกเพลงเพราะทุกเพลงไม่มีเพลงไหนกดข้ามหรือปิดหนีมีแต่อยากฟังให้หมดทั้งอัลบั้ม จวบจนเพลงสุดท้าย Missing [Remix] ที่ออกจะโดดอยู่บ้าง แต่หากเรามองอย่างเข้าใจนี่คืองานที่ทางวงเริ่มจับงานเพลงอีเล็คโทรนิคร่วมกับท็อดด์ เทอร์รี่ ที่เป็นมือมิกซ์ชาวนิวยอร์คที่ต้องบอกว่าเขาคนนี้ในช่วงนั้นเป็นขาขึ้นมือมิกซ์อย่างมากไม่ว่าจะร่วมงานกับไมเคิล แจ็คสัน แอนนี่ เสนนอกซ์ บียอร์ค เขาคนนี้แหละครับที่เรียกว่าเป็นตัวเบี่ยงเบนงานของ EBTG แม้ว่าเขาจะทำเพลงของทางวงได้เท่ห์สมตามความต้องการแต่นับวัน EBTG ยิ่งฟังยากขึ้นทุกที จวบจนอัลบั้ม Temperamental ที่ทิ้งไว้ซึ่งคำว่าขึ้นหิ้งให้กับทางวง ยังไงหากอยากลองฟังเพลงป็อบเท่ห์ที่เจือปนความเพราะไว้มากมายอยากให้ลองหาอัลบั้มนี้อัลบั้มนึงมาฟังบ้างนะครับแล้วจะรู้ว่าจริงๆฝั่งป็อบก็มีอัลบั้มน่าฟังมากมายอยู่เช่นกัน
ปล.นิดนึง หากข้อความของผมจะมีข้อผิดพลาดทางตัวหนังสืออยู่มากต้องขออภัยด้วยนะครับเพราะตัวผมนั้นไม่มีฝ่ายพิสูจน์อักษรเหมือนทางนิตยสารทั่วไป หวังว่าคงให้อภัยนะครับ ...

chais (29/12/2553 02:57:03)
ความคิดเห็นที่ 15
Artist : Lula
Album Twist
Year -2010
Genre -POP
Label -
ผู้หญิงที่มีชื่อเล่นว่า ตุ๊กตา ชื่อจริงว่า กันยารัตน์ ติยะพรไชย เรียกว่าน่าจะเป็นนักร้องหญิงที่รับประกันความคุณภาพของอัลบั้มได้ในตอนนี้ว่าคุณจะไม่เสียดายสตางค์ที่ซื้อซีดีอัลบั้มของเธอ แม้ว่าอัลบั้มก่อนหน้านี้จะสะดุดเล็กน้อยกับคำว่าค่ายใหญ่ ''ทำเอาแต่ใจตัวเอง'' แต่กับอัลบั้มที่สามของเธอต้องบอกว่าตุ๊กตาหน้ารถของเรากลับมาหาเราอีกแล้ว และยังพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมเห็นได้ชัด สิบเพลงในอัลบั้มนี้นั้นไม่ปล่อยให้คนฟังได้เบื่อหรือหน่ายกับอัลบั้มของเธอตั้งแต่หน้าปกที่ชวนควักตั้งแต่แรกเห็น(อันนี้ไม่รวมรูปแบบที่ใหญ่โต)ที่ภาพข้างในนั่นเป็นป็อบอับแต่ตัวแผ่นค่อนข้างดึงออกมาลำบากสักหน่อยนะครับ....พูดถึงตัวเพลงดีกว่า ไม่เอาน่าโตแล้วไม่น่างอน โอ้ยๆหลงออกนอกเรื่องกับเพลงของเธอ...Love me before sunset ที่มี โตน โซมามาร่วมแจมกีต้าร์ด้วยนี่น่าจะเป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงตุ๊กตาหน้ารถให้เธอดังเป็นพลุแตกในอัลบั้มแรกของเธอ แม้เพลงLove me before sunset จะเป็นเพียงการเชิญชวนให้ฟังอัลบั้มนี้ในยามราตรีนี้ ก่อนที่จะตามด้วยเพลงยามราตรีอย่าง ราตรีนี้ (ยังอีกแสนไกล)ที่เต็มไปด้วยเครื่องเาคะต่างๆชวนให้น่าฟังเป็นอย่างยิ่งบวกกับเปียโนสนุกๆและเสียงร้องของเธอที่ยังคงสอบผ่านกับเพลงในแนวนี้ และ แค่เพียงได้รู้ ที่ได้ จีน มหาสมุทร อดีตนักร้องรำวงซาลิวาบาสตราด ทั้งสองเข้าคู่ขากันได้ดีมากต่างฝ่ายต่างคิดถึงกันไม่ว่าจะเวลาไหรอารมณ?ไหรฤดูไหน ผมชอบจังกับคำว่า อากาศหนาวฉันคิดถึงเธอ อากาศร้อนๆฮันคิดถึงเธอเช่นกัน ตื่นเช้าฉันคิดถึงเธอ ก่อนนอนฉันคิดถึงเธอทุกวัน เสียงทั้งสองนั้นเข้ากันได้ดีอย่างมากรวมถึงการตีความของทั้งสองคนได้ดีทางอารมณ์ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่าหนาวนี้เพลงนี้แหละที่จะทำให้คนไกลกันน้ำตาซึมเวลาฟัง.อย่ามองมาได้มั้ย กับ ติ๊ก Playground เพราะแม้กระทั้งอินโทรขึ้นมากับกีต้าร์ฮาวายหรืออูคูเลเล่ สนุกสนานทั้งเพลงแม้ว่าติ๊กเรียกว่าแค่แจมนิดนิดหน่อยหน่อยก็พอ หรือย่างเพลง Down ใสๆงาสยๆสบายๆแต่ความหมายต้องบอกว่ามีดีแน่นอน เพลงนี้อัดดีมากๆบรรยากาศเพลงนั้นทั้งโปร่งใสๆทั้งเครื่องเคาะและกีต้าร์ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงนิโคลอัลบั้มนั้นนะที่นักฟังเพลงครวญหากันอยู่บ่อยๆ แต่กลัแม่ไม่เข้าใจนี่ ต้องบอกว่าฟังรอบแรกรู้สึกขัดๆสักหน่อยกับเสียงคุณแม่สวีชนุชนี่ตอนแรกดูโดดๆหน่อยแต่หากฟังบ่อยๆแล้วต้องบอกว่านี่คือเพลงหนึ่งที่ดีทั้งเนื้อหาดนตรีและเสียงอัดเยี่ยมทั้งหมด จนถึงเพลงอย่าง เนื้อคู่ นั้นเราจึงเห็นว่าลูลานั้นมีเพลงบอสซ่าป็อบฟังง่ายอยู่นะในอัลบั้มนี้นะ เพลงเพราะ เนื้อหากล่าวถึงเกิดมาเป็นเนื้อคู่นั้นไม่ว่าอยู่ไหนก็จะมาพบกัน เรียกว่าน่าจะเป็นเพลงบุพเพสันนิวาส พ.ศ.นี้เลยก็ว่าได้ แล้วก็ตามด้วยบอซว่าสบายๆอีกกับเพลง อธิษฐาน ก่อนที่จบด้วยอารมณ์สาวเมืองขี้เหงายุคใหม่ในเพลง ความเหงาก่อนที่ราตรีนี้สาวขี้เหงาจะเข้านอนด้วยน้ำตาที่คลอเบ้าตาหรือรดหมอนเลยก็ว่าได้ก่อนที่จะกล่อมตัวเองหลับ..........แต่ยังใช่ว่าเธอจะหลับสนิทสะเมื่อไหร่ เธอยังละเมอตื่นขึ้นมาบอกรักได้ด้วยอาการเบลอๆละเมอร้องในเพลงที่เรียกว่าต่อยอดมาจากเพลง Love me before sunset เสียดายจริงๆที่เพลงนี้เป็นเพียงแค่การตื่นขึ้นมาละเมอร้องแค่แวบเดียวก่อนที่เธอจะกลับไปนอนฝันถึงแฟนหนุ่มของเธอต่อ เสียดายอยากฟังแบบจบเพลงนะ.........หากชอบอัลบั้มแรกของเธอต้องซื้ออัลบั้มนี้มาฟังงานของเธอมีฟัฒนาการขึ้นมาก เชื่อว่าสิ้นปีนี้ต้องมีเธอคนหนึ่งที่จะเข้าชิงรางวัลสีสันอวอร์ดอย่างแน่แท้และคิดว่าเธอต้องได้รางวัลใดรางวัลนึงกับบ้านด้วย.....

chais (29/12/2553 03:39:39)
ความคิดเห็นที่ 16
สวัสดีครับ
เข้ามาอ่านแล้วได้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบรรยายที่โดดเด่น
เข้ามาเป็นกำลังใจครับ
สุดยอดจริงๆ...*_*....!*_*!...^_^...

PIYAONE (29/12/2553 03:46:11)
ความคิดเห็นที่ 17
Artist : สิงโต นำโชค
Album Singto Numchok
Year -2010
Genre -Folk POP
Label --believe records
วันนึงเพื่อนที่เรียนศิลป์มาด้วยกันถามว่าฟังเพลงบักสิงโตยัง ผมก็ถามกลับใครอ่ะ เพื่อนผมก็ต่อยอดให้อ้าวไม่รู้จักเหรอแจ็ค จอห์นาันเมืองไทยไง อ้อ ผมก็ถึงบางอ้ออีกว่าลอกเขามาอีกเหรอ เพื่อนบอกไม่ใช่แค่เอาแนวมาเฉยๆไม่ใช่ลอกเขา แล้วเพื่อนตัวดีก็ลงท้ายก่อนกลับว่าไปหามาฟังเด้อบักสิงโต นำโชคนิ คล้ายๆว่าเพื่อนทิ้งงานให้ผมโดยที่ไม่ออกค่าใช้จ่ายต่างๆให้ผมเลยสักสตางค์ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมีคนมาทิ้งการบ้านให้ผมผมก็จำเป็นต้องทำ (กรรมของเรา) สิงโต นำโชค ไม่ใช่สิงโตเดอะสตาร์แนวเพลงจึงต่างกันแต่เนื้อหามิค่อยทิ้งกันคนนึงเด็กปั้นค่ายยักษ์ใหญ่ส่วนอีกคนเด็กที่ต้องปั้นตัวเองด้วยความสามราถทั้งหมด เด็กจากบุรีรัมย์เล่นดนตรีตามแหล่งนักท่องเที่ยวแถวภูเก็ต จนมีคนเห้นแววด้วยการชนะเลิศการปนะกวดกีต้าร์ฮาวายระดับประเทศไทย จวบจนได้พบวงโมโนโทน จึงมีการปั้นกันเกิดขึ้น แต่มาจบที่ค่ายน้องใหม่ไฟเริ่มแรงอย่าง believe records ทำอัลบั้มชื่อเดียวกับอัลบั้มเดียวของตนเพื่อที่จะให้ติดหูติดตามากขึ้นแนวเพลงที่เล่นเข้ายุคเข้าสมัย ป็อบโปร่งวส สบายๆ หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า ชิลล์ ชิลล์ อะไรประมาณนี้(พูดแล้วขำตัวเอง) คำนี้น่าจะแตกยอดมาจากแนวเพลง ชิลล์เอ้าท์มากกว่า แต่อย่างว่าบ้านเราเอาแค่เปลือกนอกก็เท่ห์แล้ว หากฟังทั้งอัลบั้มนี้ต้องเรียกว่าน่าเบื่อ แต่หากเลือกเพลงฟังถือว่าแจ่มมาก ที่ว่าน่าเบื่อเพราะหลายๆเพลงนั้นดนตรีไม่ทิ้งกันมากบวกกับเนื้อหาที่วนไปวกมากับรักวัยรุ่นทั้วๆไป แต่ถ้าแยกเพลงอย่าง ฮู้ ฮู ออกมาฟังต่างหาก แจ่มครับเพลงนี้ เสียงกีต้าร์อูคูเลเล่ บวกเครื่องเป่าเครื่องเคาะนั้นรับรองคลายร้อนได้แน่นอนพร้อมเสียงอัดที่มาตรฐานดีรับรองหากโปโมทดีดีเพลงนี้ดังแน่ในบ้านเรา เสียงร้องคล้ายกับ เจสัน มาร์ช อย่างนี้ด้วยแล้ว หรือแยกเพลง ส่งดอกไม้ ออกมาฟังเดี่ยวนั้นก็เพราะดีไม่น่าเบื่อมันกับฟังทั้งอัลบั้ม หรือเพลงความหมายดีๆอย่าง เธอคือของขวัญ นั้นเป็นเพลงดีมากเพลงหนึ่งเลยก็ว่าได้ส่วนเพลงอื่นๆนั้นหากฟังนานๆไปค่อนข้างน่าเบื่อ(สำหรับผม)เพราะความหมายที่สื่อนั้นอย่างที่เขียนมาข้างบนนั้นค่อนข้างรักที่วกไปวนมา แต่หากอยากสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่อยากขายความสามารถที่แตกต่างจากศิลปินในบ้านเรานั้นผมว่าควรสนับสนุนเพื่อที่เราจะได้เห็นผลงานครั้งต่อไปว่าจะมีพัฒนาการไหม แต่สำหรับคนนี้ผมว่าได้เห็นแน่นอนถ้ามีผลงานออกมาอีก ส่วนเรื่องที่เอาไปเปรียบกับ แจ็ค จอห์นสันนั้นบ้านเราช่างคิดได้ แนวเพลงนั้นก็คนละอย่างอีกทั้งเนื้อหานำเสนอก็คนละอย่างอีกอย่างเสียงร้องคนละแบบคนนึงนั้นนุ่มลึกมากกว่า เลิกเหอะการเปรียบว่าเราเป็นคนนั้นคนนี้ เพราะพฤติกรรมอย่างงี้ละครับที่ทำให้เกิดคำว่าลอกเกิดขึ้นมาในบ้านเรา.......

chais (29/12/2553 04:05:32)
ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณกำลังใจจากพี่ชายใหญ่ใจดีด้วยครับ ....ส่วนตัวผมขอตัวไปนอนก่อนละครับ

chais (29/12/2553 04:10:00)
ความคิดเห็นที่ 19
สวัสดีครับ คุณchais หวังว่าคงสบายดีนะครับ

ผมห่างหายไปจากบอร์ดนี้นานพอควร และนานๆ จะมีโอกาสแวะเข้ามาเยี่ยมชมซักที
เพิ่งมีโอกาสเข้ามาเปิดดู และเห็นกระทู้ของคุณchais ผมจึงไม่รีรอที่จะเข้ามาอ่านดู บอกได้คำเดียวว่าเนื้อหาสาระในการเขียน review ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ

ขอชื่นชมจากใจครับ อยากจะบอกว่า ........... คุณเขียนได้สุดยอดมาก

ฝากสวัสดีปีใหม่คุณchais และเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกๆ ท่าน ในห้องดนตรีบันเทิง ด้วยครับ.

PAKIN9 (29/12/2553 22:05:57)
ความคิดเห็นที่ 20
ขอขอบคุณคุณภาคินผมสบายดีครับเพียงยุ่งๆเคลียร์งานก่อนสิ้นปี ขอบคุณครับสำหรับคำชมและขอสวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ........

chais (30/12/2553 04:03:26)
ความคิดเห็นที่ 21
เพลงแม่ไม่เข้าใจของลุลา อยู่ในอัลบั้มไหนครับ แล้วอัดเสียงดีหรือเปล่าครับ

pont (16/01/2554 14:32:10)
ความคิดเห็นที่ 22
เห็นแล้วตอนแรกอ่านไม่เจอ ทวิสนี่เอง ไว้จะลองหามาฟัง ไม่รู้ยังพอหาได้เปล่า

pont (16/01/2554 23:47:55)
ความคิดเห็นที่ 23
ยังหาได้ครับ พึ่งออกไม่นานมานี้ครับ....^_^

chais (17/01/2554 15:31:52)
ความคิดเห็นที่ 24
Artist : I Ching
Album Of the Marsh and the Moon
Year -1996
Genre -New Age
Label - Chesky Records
อี้จิง นั้นหากว่ากันถึงความหมายแล้ว อาจหมายถึงวิชาแห่งความเปลี่ยนแปลง จากบวกเป็นลบจากลบเป็นบวก นั่นคือหลักตำราของฮวงจุ้ย แต่อี้จิง ที่ผมนำมาเสนอนี้ คือวิชาทางดนตรี ประกอบไปด้วยนักดนตรีสามชีวิต Sisi Chen ที่เล่น Yangqin เครื่องดนตรีจีนมีลักษณะคล้ายๆขิม (ซึ่งตัวผมนั้นไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกกันว่าอะไร ท่านใดทราบโปรดช่วยด้วยนะครับ) Tao Chen ที่บรรเลงขลุ่ยจีน และ Bao Li ที่เล่น Erhu หรือไวโอลินจีน ซึ่งทั้งสามท่านนี้ผมไม่มีข้อมูลอันใดที่จะนำมากล่าวและเขียนถึง เพราะพยายามหาแล้วก็ไม่เจอ ซึ่งอ่านในปกก็รู้แต่เพียงว่าทั้งสามคนนั้น เรียนทางด้านศิลปะดนตรีโบราณของจีนมา ซึ่งข้อมูลที่ได้มาก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งทั้งสามคนนี้ก้นำเพลงจีนโบราณมาบวกกับเสียงซินธิไซเซอร์ (เครื่องสังเคราะห์เสียง ) ของมือ ซินฯอย่าง Joel Goodman ทำเกิดแนวดนตรีที่ข้ามสายพันธ์ุอย่าง นิวเอจ หลายคนอาจจะสงสัยว่า นิวเอจ กับ เวิลด์มิวสิก อย่างไรนั้น ลองหากระทู้เก่าๆผมมาอ่านดูนะครับ แม้จะมีเสียงซินฯเข้ามายุ่งเกี่ยวในอัลบั้มนี้ แต่ผมกลับคิดว่าน่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่ช่วยหนุนให้อัลบั้มนี้มีความลึกขึ้นมากกว่าเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นเพลงอินโทรขึ้น อย่าง Tibet จนถึงเพลงที่สิบเอ็ดอย่าง Birds Flying in the Sky นั้น ละมุนและมีมนต์ขลังทั้งอัลบั้ม อาจจะเป็นเพราะว่า มิใช่การเล่นเครื่องดนตรีจีน เดี่ยวๆล้วนๆ แต่กลับมีเสียงซินฯเข้ามาร่วมมีบทบาทมากขึ้น เครื่องดนตรีที่เด่นและกล้องน่าฟังมากที่สุดคงยกให้เป็นขลุ่ยจีน และคลาดว่าน่าจะเป็นเครื่องดนตรีหลักของอัลบั้มเลยก้ว่าได้ ที่ขับขานคลอรับคลอส่งไปแทบทุกเพลง หรือแม่กระทั่งเพลงสุดท้าย ที่แทบจะเป้นการโซโล่เดี้ยวเลยก็ว่าได้ อัลบั้มนี้ฟังผ่อนคลายทั้งอัลบั้ม เกือบจะเรียกว่าฟังจากหลังเลิกงานที่เหน็ดเฟนื่อยมาทั้งวันได้เลยครับ ส่วนเสียงอัดนั้น ไม่ต้องพูดถึงครับเพราะชื่อคล้ายนั้นรับประกันให้อยู่แล้วครับ เพียงแต่อัลบั้มนี้อาจจะผิดแปลกจากแนวเพลงของค่ายนี้พอสมควร ไม่รู้ว่าจะยังหาได้หรือเปล่านะครับ อัลบั้มนี้ เพราะตัวผมก็เกือบพลาดขายทิ้งแล้วเหมือนกัน ดีที่มือยั้งไว้ทัน ยังไงถ้าเตอก็ลองหยิบมาฟังดูนะครับ
ปล.ช่วงนี้ที่ผมค่อนข้างหายไป หนึ่งอาจจะเพราะงานค่อนข้างยุ่ง และสองเอาเวลาว่างทั้งหมดไปคลุกคลีอยู่กับเจ้าเฟชบุ๊ค ซึ่งตอนนี้ผมได้ทำเพจคุยเกี่ยวศิลปะบันเทิงไว้ สำหรับท่านที่อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห้นหรือแลกเปลี่ยน ซีดีแผ่นเสียงกันฟัง อยากให้ลองตามลิงค์นี้ไปดูนะครับ และเผื่อนมีอะไรจะได้คุยกันโดยตรงเลยครับ http://www.facebook.com/home.php?sk=group_151986811522982&ap=1 หวังว่าคงจะได้พูดคุยกันนะครับ......

chais (05/02/2554 01:38:00)
ความคิดเห็นที่ 25
Artist : อ.กมล อัจฉริยะศาสตร์ ชมรมกีต้าร์กรุงเทพ
Album กีต้าร์ลายไทย
Year -2540
Genre -Thai Classic Guitar
Label - น้องท่าพระจันทร์
อีกหนึ่งอัลบั้มดีที่โดนผิดเศรษกิจเล่นงานในยุคที่เรียกว่าค่าเงินบาทลอยตัวเกือบถึงเพดาน เลยต้องทำให้อัลบั้มนี้โดนผลกระทบไปด้วย ดีที่ยังมีร้านน้องท่าพระจันทร์ที่มองเห็นคุณค่าและสนับสนุนให้ออกมา และอย่างที่รู้อัลบั้มนี้เป้นอัลบั้ลที่นำกีต้าร์คลาสสิคมาเล่นเพลงไทยเดิมที่นักฟังเพลงหลายคนรู้จักกันดี ไ่ว่าจะเป็น แขกต่อยหม้อ แขกเชิญเจ้า ลาวดวงเดือน เขมรไล่ควาย เขมรไทรโยก ค้างคาวกินกล้วย ซึ่งเพลงที่กล่าวมานี้ได้ชื่อว่าเป้นเพลงที่เคยผ่านหูคนไทยในชั้นเรียนตั้งแต่ระดับประถมมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งน่าจะเป้นเรื่องงานที่จะฟัง เพราะทำนองต่างๆหลายๆคนคงฮัมกันได้ แต่สิ่งที่พิเศษในอัลบั้มนี้ คงต้องยกให้ การอัดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป้นการอัดปิงปองเสตอริโอ ที่วิ่งไปซ้ายไปขวา ซึ่งการอัดอย่างนี้ทุกวันนี้คงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่มักใช้โปรแกรมกัน แต่สิ่งที่ตั้งใจของผู้ทำนั้นเรียกว่าอัลบั้มนี้จงใจให้ผู้ที่หัดเล่นกีต้าร์รับส่งสองคนได้ส่งสองคนสองบาลานซ์ ที่เล่นคลอกันไป อัลบั้มยังหาซื้อได้ครับ ไม่ว่าจะในเวบเอาดิโอ ซึ่งราคาก็ไม่สูงมาก.......


chais (05/02/2554 02:06:44)
ความคิดเห็นที่ 26
Artist : นิโคล เทริโอ
Album บุษบาหน้าเป็น อคูสติค
Year -1999
Genre -POP
Label - GMM
ตกใจ! กับราคาซีดีตัวนี้ที่พุ่งแรงกว่าราคาน้ำมันเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านั้นราคาไม่ถึงสองร้อย แต่ตอนนี้เดินทางห่างพันไม่กี่ร้อย ซึ่งแปลกใจ อีก ที่ทางค่าย มัวนั่งทำอะไรอยู่ ที่ไม่ปลั้มอัลบั้มนี้ออกมาใหม่ ไม่รู้ว่าไปมัวปั้มอัลบั้มอะไรที่ยุคของเพลงนั้นได้หลงไปแล้ว ซึ่งฝากทางค่ายเป้นข้อคิดด้วยนะครับ อัลบั้มดีดี ไปมัวทำอะไรอยู่........ส่วนตัวอัลบั้มนี้ พูดถึงเพลงแล้วก็เรียกว่า ฟังได้เรื่อยทั้งอัลบั้มแม้จะมีล้าบางครั้ง แต่มีส่วนที่ดีมาเสริมให้ฟังทั้งอัลบั้มจบไปได้ไม่กังขา คือ เสียงอัดที่โปร้งใส มีเสน่ห์น่าฟังตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย ซึ่งก็ทึ่งกับทางค่ายเหมือนกันที่อัดได้ดีเกินมาตรฐาน ซึ่งปกติแล้วทางค่ายนี้ มักจะอัดอัลบั้มเอาเสียงนักร้องนำหน้ามากเกินอยู่ประจำ และส่วนดีอีกส่วนที่น่ายกย่องคือ นิโคล เสียงดี ตีความเพลงตามอารมณ์ได้เยี่ยมยอด เรียกว่าเป็นมืออาชีพได้สบายๆ เพียงแต่ทุกวันนี้ทางค่ายยังหาจุดและจับจุดนักร้องไม่เจอสักที ควรให้เธอเป็นอะไรดี โดยลืมว่านิโคล คือนิโคล เสียงดีกับเพลงใสๆโปร่งๆไม่รกหู รับรอง ยังคงขายได้กับนักฟังเพลง แม้จะไม่มาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะไม่ได้อะไรกับ แต่อย่างว่า ค่ายใหญ่ค่ายนี้มักจะเห็นผลกับเมล็ดเงินมากกว่าที่จะเห้นค่าทางความเป็นศิลปิน ผมชอบนะเพลง บุษบา อินโทรนั้นใสมาก บวกทั้งเครื่องเคาะอคูสติค ชัดเจน เครื่องสายดันหลังให้นุ่มนงลบวกการร้องที่เข้าขั้นฝีมือกับการตีความ และอารมณ์ที่ไม่มีนักร้องคนไหนน่าจะตีเพลงนี้ได้ดีกว่าเธออีกแล้ว สำเนียงชัดออก ร.ควาบกล้ำชัดเจน เยี่ยมมากเพลงนี้ หรือทำไมเป็นคนแบบนี้ น่าฟังต่างจากเวอร์ชั่นเดิมเกินเท่าตัว เครื่องเคาะต่างๆยังทำงานได้ดี แม้กีต้าร์จะไม่ใสเท่าเพลงแรกก็ตาม และเสียงร้องของนิโคล ยังตีความเศร้าได้อารมณ์ตามเนื้อหาเพลง แม้จะเป็นเพลงเนื้อหาค่อนข้างไปในทางรักของวัยรุ่นรักก็ตาม ผมเลยวัยมาแล้ว ฟังกี่ครั้งก็ยังเพราะ และทีเด็ดอีกเพลง ยกให้ ดอกไม้ที่ทำตก กีต้าร์เร็กเก้ใสๆสนุกๆเครื่องเคาะยังเด่นมากเกินเครื่องดนตรีทุกชนิด หรือเสียงระฆังที่มาสอดคล้องกับเพลง อีกหนึ่งเพลงที่ผมมักกลับไปกลับมาฟังอยู่บ่อยๆ ชอบเสียงนิโคล เครื่องเคาะต่างๆและเสียงใสของกีต้าร์ช่วงโซโลเล็กน่าฟังมากรวมถึงการเรียบเรียงใหม่ที่เรียกว่าน่าฟังกว่าเวอร์ชั่นเดิมเป็นอย่างมาก หรือเปรี้ยวใจ แม้จะไร้ซึ่งเสียงเครื่องเคาะ แต่ที่น่าสนคือเสียงอคูสติคกีต้าร์ที่ใส่ปิ้งมาก รวมถึงแขกรับเชิญ ฟังเสียงดูคลาดว่าน่าจะเป็น เจ เจตริน เพราะกับกีต้าร์อคูติคเป็นอย่างมาก แม้จะมาแค่นิด ไม่รู้ว่าทางค่ายจะรู้หรือเปล่า ว่าเขาร้องเพลงช้าอย่างนี้เพราะ ไม่ใช่ไม่ใช่ เพลงน่ารักน่ารัก ที่ดารานักร้องบ้านเรามักจะใช้ปฏิเสธสื่อต่างๆว่า ไม่ใช่ไม่ใช่ ผมลองนึกขำเล่นๆกับเพลงนี้ ไม่รู้ว่าคนแต่งเขาเล่นมุขอะไรในเพลงหรือเปล่า หากเราลองฟังช่วงที่ร้องว่า ไม่ใช่ไม่ใช่ นั้นจะมีการเว้นวักคำว่า ไม่ใช่.......ไม่ใช่ ซึ่ง ผมว่า ตกลงผมน่าว่าจะใช่นะ^_^ ใต้แสงตะวันเพลงความหมายดี ซึ่งผมจำไม่ได้แล้วว่าเคยใช้ประกอบละครเรื่องอะไร ซึ่งมันนานมากแล้ว น่าจะเป้นของค่าย คุณถกลเกียรตินี่แกละมิทราบ อยู่ที่ใจ เพลงให้กำลังใจอีกเพลงหนึ่ง แม้ทำนองจะคุ้นกับเพลงสากลอยู่สักหน่อย แต่เอาน่าเครื่องเคาะเพราะออก ให้อภัย ส่วนสองเพลงหลังนั้น เรียกง่ายๆว่านี่คือการวางเพลงของค่าย แกรมมี่ ใส่ๆเข้าไปให้เต็มล่ะกัน เฮ้อ แต่ก็ฟังได้ไม่เสียหายอะไร แต่จะปิดก็ได้ นี่คืออัลบั้มที่เรียกว่าแกรมมี่ทำได้ดีเป็นอย่างมาก ตบมือให้ครับ นานๆจะมีให้ทีสำหรับค่ายนี้ แต่อย่างที่พูด ทางค่ายควรปลั้มออกมาสนองตัณหานักฟังที่สู้ราคาในตลาดมือสองไม่ไหวทีเถอะครับ ไม่งั้นเสียดายแย่สำหรับอัลบั้มดีดี ที่เรียกว่าเข้าขั้นคลาสสิคของบ้านเรา.......

chais (05/02/2554 02:44:05)
ความคิดเห็นที่ 27
Artist : พลพล
Album ห่วงใย
Year -2002
Genre -POP
Label - จีนี่
อย่าว่านะครับที่ผมจะขอเปรียบการทำงานระหว่างอัลบั้มข้างบนและอัลบั้มนี้นะครับ เพราะ จะเรียกว่าเป็นการเสียของเสียเพลงเป้นอย่างมากสำหรับอัลบั้มนี้ ไม่ใช่ว่าเพลงไม่เพราะ เสียงนักร้องไม่แจ่ม แต่สิ่งที่ควรปรับปรุงเป็นอย่างยิ่งคือการเรียบเรียงเพลงใหม่ และ การลืมใส่บางอย่างที่อัลบั้มข้างบนใส่เข้าไปให้มีเสน่ห์ไม่ว่าจะเป้นเพลงแรก ยังยิ้มได้ ไม่ใช่เพลงไม่เพราะ ถึงขั้นเพราะมากด้วยซ้ำไป แต่ติดที่การนำมาเรียบเรียงใหม่ที่ช่างคล้ายของเก่าเกินไป ทำให้รู้สึกว่าเพลงมันไม่ใหม่อ่ะ จะโทษตัวนักร้องก็ไม่ได้ที่ว่าร้องเหมือนเวอร์ชั่นเดิม เพราะผมฟังดูแล้วตัวดนตรีต่างหากที่เป้นตัวทำให้นักร้องต้องร้องเฉกเช่นเดิม บวกกับเสียงกีต้าร์และไวโอลินไม่ใส่ไม่โปร่งพอ และยังเสียงกลองที่เดินจังหวะทางเดิมมากเกินไป แต่กลับเพลง ดอกหญ้า นี่สิครับ ที่เรียกว่าต้องทำให้ได้อย่างนี้ โปร่งใส่น่าฟัง ทั้งแซ็ก ทั้งเครื่องสาย เครื่องเคาะน่าฟังทั้งนั้น บวกเสียงทุ้มนุ่มลึกของคุณพลพล ต้องเรียกว่านี่คือเพลงที่ดีที่สุด ที่อัลบั้มนี้ควรน่าจะทำได้อย่างนี้ ห่วงใย มาในทางคันทรีเล็กๆ เพลงเพราะ แต่อารมณ์คล้ายๆกับเพลงแรกที่ผมกล่าวมา ซึ่งน่าเสียดายเป้นอย่างยิ่ง คนไม่สำคัญ มีการเปลี่ยนทำนองบ้างเล็กน้อย แต่กับทำให้ดูขัดๆและด้อยกว่าเวอร์ชั่นเดิมอีกเพลง เฉกเช่นเดียวกับเพลงขอให้โชคดี ก่อนจะถึง รักเอย ที่เรียกว่ามีของเพลงนี้ เพราะกว่าเวอร์ชั่นเดิมเป็นอย่างยิ่ง ใสโปร่ง ไม่ทึบเหมือนสองเพลงข้างบน อาจจะเป็นเพราะตัดเสียงกลองรกๆออกแล้วใส่เครื่องเคาะอคูติคเข้ามาแทนเลยทำให้เพลงน่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ส่วนสี่เพลงถัดไปนั้น ก็มาในทางเดียวกันกับสามสี่เพลงที่ผมกล่าวข้างบน สิ่งที่เป็นปัญหาในอัลบั้มนี้นั่นไม่ใช่เสียงร้องของคุณพลพล เพราะเขาสอบผ่านไม่มีข้อกังขาสังเกตได้จากเพลง รักเอย ดอกหญ้า เพราะมาก แต่ข้อเสียน่าจะมาจากการเรียบเรียงดนตรีที่บอกว่าใหม่แต่ไม่ใม่มากเลยทำให้เวลาฟังนั้นเกือบคล้ายกันทั้งอัลบั้มพลอยให้น่าเบื่อขาดสีสัน และหากตัดเสียงกลองออกแล้วใส่เครื่องเคราอคูสติคเข้าไป ต้องบอกว่าอัลบั้มนี้จะเข้าไปยืนเคียงคู่บุษบาหน้าเป็นแน่นอน เพราะทุกเพลง เพราะ และเพราะมากกว่าอัลบั้มข้างบน เพียงแต่ขาดสีสันในการเรียบเรียงให้น่าฟังเหมือนอัลบั้มข้างบนเท่านั้นเอง แต่สำหรับตัวผม 80 บาท สำหรับอัลบั้มนี้ แค่สองเพลงที่ผมยกย่องก็คุ้มแล้วครับ...อยากให้ทางค่ายถอดยกเครื่องอัลบั้มนี้ใหม่จังเลย น่าจะแจ่มไม่หยอก แล้วหาเพลงจังหวะสนุกๆอย่าง อยากมีแฟนจนๆไหมครับมาทำอคูสติคขั้นรับรองเพราะ.....

chais (05/02/2554 03:09:53)
ความคิดเห็นที่ 28
Artist : หลายคน
Album ฟ้าทลายโจร
Year -2000
Genre -Original Soundtrack&Score
Label -
ปีที่แล้วน่าจะไม่ใช่ปีทองของคุณ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เพราะกับการนำอินทรีแดงมาตีความใหม่นั้น ไม่ค่อยเป้นที่ต้องตาเท่าไหร่ทั้งคนดูและนักวิจารณ์รวมทั้งการบอกลากับการกำกับภาคต่อ ซึ่งคลาดว่ายากที่จะมีต่อ แต่กับเรื่องนี้ ตัวหนังนั้นขึ้นหิ้งทั้งวงการเมืองไทยและต่างประเทศและอัลบั้มเพลงนั้นก็ขึ้นหิ้ง้เช่นกัน น่าจะถูกจัดอยู่ในคำว่าคลาสสิคเหมือนอัลบั้มแผลเก่าไปเลยก็ว่าได้ และ ที่จะพูดถึงไม่ได้ คือราคา ของซีดีตัวนี้นั้น สูงเกินนักฟังบางคนจะเอื้อมถึง ตัวผมได้มาได้ก็เพราะใช้แผ่นทองค่ายคลาสสิคไปล่อมาได้ครับ เพลงนุ่มเพราะทั้งอัลบั้ม ไม่ว่า Mercy คาวบอยแบบไทยๆน่ารักและน่าฟังบ่อยๆทำนองเพราะๆมากๆเสียงผิวปากช่างรื่นเริงเสียนี่กระไร น่าจะเป็นเพลงหลงยุคที่เข้าได้ทุกยุคเพลงหนึ่ง The Moon Lament ครวญอย่างคนรันทดกับความรักได้ดีเป็นอย่างยิ่ง เสียงกีต้ร์คล้ายดั่งดอกไม้ตกลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ เพลงนี้ฟังในคืนที่จันทร์เต็มดวงเปิดหน้าต่างรับแสง โอ้ย ขนลุกครับ When the Rain Bid the Sky Farewell เสียงไวโอลินละมุนแทบจับต้องได้ เรียกว่าแทงโก้แบบไทยไทยเลยก็ว่าได้ destiny หรือที่หลายๆคนรู้จักในพรมลิขิต แหมเพลงนำมาทำใหม่ได้น่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่งครับ ฟังซำ้จนไม่รู้กี่รอบต้อกี่รอบแล้วครับตั้งแต่ได้เป็นเจ้าของมา Beautiful Beach บรรยายความงามของธรรมชาติกับเสียงคนร้องได้อย่างดี Splendid Night Sky อารมณ์เพลงมาในทำนองเดียวกับ The Moon Lament ฟังตอนกลางคืน ขนลุกอีกครับ ส่วนเจ็ดเพลงที่เหลือเป็นการนำเพลงข้างต้นมาบรรเลงล้วนๆนอกจากเพลงปิดอัลบั้ม Horse Riding ที่ทำให้นึกถึงคาวบอยไทยแถวเขาใหญ่หรือหนังประเภทระเบิดเขาเผากระท่อมประมาณนี้นะครับ อัลบั้มนี้เพราะสมกับการเสี่ยงแลกครับ เพราะทุกเพลงอัดดีทุกเพลง ฟังได้ทุกยามทุกช่วง ไม่อยากบอกว่าหากเจอรีบคว้า เพราะราคานั้นสูงส่งเกินไป แปลกเช่นเคย ไม่มีค่ายใดกล้าซื้อมาทำใหม่แฮะ ...

chais (05/02/2554 03:29:02)
ความคิดเห็นที่ 29
วันนี้คงพอที่ 5 อัลบั้มนี้นะครับ อย่าลืมนะครับสำหรับท่านที่มีเฟชบุ๊คและอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ตามนี้เลยครับ http://www.facebook.com/home.php?sk=group_151986811522982&ap=1 หวังว่าคงจะได้พูดคุยกันนะครับ......

chais (05/02/2554 03:30:18)
ความคิดเห็นที่ 30
ลีลารีวิวของคุณchaisน่าติดตามเช่นเดิม
เพลิดเพลินดีครับ
ขอบคุณครับ

นายเสียง (14/02/2554 21:09:03)
ความคิดเห็นที่ 31
ขอบคุณครับ ^_^

chais (20/02/2554 02:25:52)
ความคิดเห็นที่ 32
Artist : หลายคน
Album I'm Not There
Year -2007
Genre -Original Music
Label -Sony
ในเมื่อ Bob Dylan เป็นคนที่มีบุคลิคไม่ธรรมดาและประวัติที่ไม่ธรรมดาแล้ว ตัวหนังก็เลย ค่อนข้างบรรเจิศ จนแทบตามไม่ทัน เพื่อนหลายคนปิดหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ยังดูไม่ถึงครึ่ง ส่วนตัวผม ดูเกินครึ่ง ก็โบกมือลา เพราะ ต้องบอกว่า ความรู้และความรู้สึกเข้าไม่ถึงหนังครับ ส่วนงานเพลงนั้น ตอนแรกก็คิดว่า บ็อบ จะเหงาคนเดียว แต่ ไม่ใช่เลย งานนี้ให้รุ่นน้อง รุ่นไล่กัน ได้นำเพลงของตัวเองมาทำ และยำใหม่ มีทั้งน่าชิม และน่าลอง มีทั้ง น่าเชยชมแล้วก็ผ่านเลยไป งานนี้รวบรวม คนใต้ดิน บนดิน ชื่อลอง ชื่อดังมารวมกันเยอะมากมายน่าทดลองฟังและรู่จักกับศิลปินที่เราไม่รู้จักบ้าง และยังคงยัดเยียดหรือใจดีให้มาเป็นสองแผ่น คู่กัน ไม่มีด้อยมีแต่เสริมกัน ศิลปินมีชื่อเสียงตบเท้ามา ก็คงตั้งแต่เพลงแรก อีตา Eddie Vedder กระบอกเสียงของ วงยุคกรันซ์ครองเมืองอย่างเพิลแจม ซึ่งมาพร้อมกับวงอย่าง The Million Dollar Bashers ซึ่งดูจากชื่อในปกแล้ว ต้องร้องอ้อครับ เพราะน่าจะเรียกว่างานเฉพาะกิจ ของศิลปิน เพราะน่าจะมาจากวง โซนิค ยอร์ท(Sonic Youth) และวง ( Wilco) เรียกว่ารวมกันเฉพาะกิจก็ว่าได้ ทางวงนำเพลง All Along The Watchtower ซึ่งหยิบมาตั้งแต่อัลบั้มต้นกำเนิดของ บ็อบเอง แต่คนที่ทำให้มีชื่อเสียง คงยกให้กับ จิมมี เอนดริกซ์ เพลงมาใน สไตร์บลูส์ร็อคเมาๆ หรืออีกวงที่ดังมาก และตบเท้ามาอย่าง Sonic Youth เจ้าพ่อ อินดี้ร็อคที่มาในเพลงแสนเมา I'm Not There ที่อาจเอื่อยเฉื่อย แต่ก็ถือว่าเป็นลีลาของทางวง และตำนานที่ยังมีลมหายใจอย่าง Willie Nelson ก็ถูกรับเชิญมาในเพลง Señor (Tales Of Yankee Power) ที่นำมาจากอัลบั้ม Street-Legal เพลงนี้ อัดเพราะ เสียงของคุณตายังเขี้ยวเหมือนเดิมครับ ส่วนภาษาสเปนสวยๆก็ได้ วง Calexico มาเสริมทัพ.. ส่วนอีกหลายคนหลายวงในอัลบั้มนี้ ทุกคนมีทีเด็ดของตัวเองทั้งนั้น แม้จะเป้นหน้าใหม่ หรือเกือบใหม่ ไม่ว่า Jack Johnson ที่นำเพลงMama You've Been On My Mind แม้เสียงของแจ็ค อาจจะไม่แตกพร่ากระดูกหนาอย่างคนอื่นๆ หรือ Cat Power วงที่ร้องเพลงแปลกดนตรีแปลกเสียงดีที่นำเพลงจังหวะสนุกอย่าง Stuck Inside Of Mobile With The Memphis Blues Again มาขับขานให้ฟัง และ Highway 61 Revisited ที่ได้ คาเรน โอ นักร้องนำวงสามเย้ส์ มาในทางโฟล์คร็อค Iron & Wine ก็ถูกดึงมาร่วมกับเขาด้วย กับเพลง Dark Eyes ที่แม้ลีลาไม่จัดจ้านแต่ก็ได้ทางนุ่มนวลของเสียงประสานที่ดีเยี่ยมที่คลุมเพลงให้เดินไปทั้งเพลง น่าฟังครับเพลงนี้ ฟังได้บ่อยๆไม่มีเบื่อ เสียงเมาออร์แกน เมาดีครับ Yo La Tengo บลูส์ได้มันจัดจ้านมากกับเพลง I Wanna Be Your Lover หรือจะคู่หู่ Glen Hansard & Markéta Irglová ที่เดินทางมาไกลสุดจากไอซ์แลนด์ สองคนนี้ต้องบอกว่าสิ่งที่ทำให้เพลงน่าฟังคงเสียงร้องประสานชายหญิงที่กลมเกินกันได้ดีมาก แล้วไหนจะบวกเมโลดี้ที่เพราะน่าฟังของสองคนลงไป ซึ่งทำให้เพลงเพราะน่าฟังเป็นอย่างยิ่งครับ ในอัลบั้มนี้ยังมีศิลปินท่านอื่นๆอีกหลายคนที่ผมไม่กล่าวถึง มีทั้งใช้ชื่อตัวเองและแอบแฝงด้วยชื่อวงเฉพาะกิจ หนึ่งในอัลบั้มสำหรับท่านชอบลอง และอยากฟังอะไรที่ฟังได้นานไม่เบื่อ หยิบมาฟังเมื่อไหน่ก็เพราะ ผมขอแนะนำอัลบั้มนี้ครับ...

chais (20/02/2554 02:59:25)
ความคิดเห็นที่ 33
Artist : Air
Album The Virgin Suicides
Year -2000
Genre -Original Music
Label -Astralwerks
อากาศ คือสิ่งของที่จับต้องไม่ได้ แต่ เรา สัมผัส และ รับรู้ได้ และแอร์ คู่หู่จากฝรั่งเศสคู่นี้ คือสิ่งที่เราสัมผัสและรับรู้ทางดนตรีได้ สำหรับอัลบั้มที่ทำงานให้กับลูกสาวนักกำกับชื่อก้องโลกอย่าง โซฟี ครอบเปล่า คนนี้ ไม่ชอบทำหนังกระแส แต่ชอบทำหนังตามใจเรื่องนี้ เป้นที่กล่าวถึงเป้นนอย่างมากในแวดวงภาพยนต์ และยิ่งกับฝรั่งเศสนั้นถือว่าเกรียวกราวมาก ส่วนงานเพลงนั้น อัลบั้มนี้ก็เรียกว่า ขึ้นหิ้งอัลบั้มคลาสสิคอัลบั้มนึง พูดถึงแนวเพลงแล้ว หลายคนฟังแล้วระบุให้เป็นแนวอีเล็คโทรนิคป็อบ แต่ก็มีหลายคนจัดให้เข้าข่าย อีดล็คโทรนิคป็อบแจ๊ซ งง แต่หากลองเย่าดูดีๆสสารต่างๆของงานดนตรีจะหลุดออกมาเยอะเหมือนกัน ไม่ว่าไซคลีเดลิค ที่พาล่องลอยเวิ้งว้างไปในห้วงแห่งความฝันมิรู้จักคำว่าตื่น เรียกว่าเป้นแนวเพลงอับยาของนักเล่นยายุคเก่าเลยก็ว่าได้ครับ สิบสามเพลงของการล่องลอยในอัลบั้มนี้ ฟังได้เรื่อยๆ เบื่อก็หยุด แล้วมาฟังใหม่ ก็ยังเพราะ ลองหามาฟังดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าดนตรีที่ทำให้เราหลุดล่องลอยนั้นเป็นยังไง ฟังไม่ยากครับ เพราะทางวงยังวางเมโลดี้อยุ่ในพื่นฐานแห้งเพลงป็อบอยู่นะครับ อัลบั้มนี้เรียกว่าน่าจะเป้นจุดสูงที่สุดของทางวงเลยก็ว่าได้ครับ

chais (20/02/2554 03:12:10)
ความคิดเห็นที่ 34
Artist :Yeah Yeah Yeahs
Album Fever to Tel
Year -2003
Genre -Garage Punk
Label -Interscope Records
ไหนๆก็กล่าวถึง คาเรน โอ แล้ว ไม่พูดถึงวงของเธอก็กระไรอยู่ เพราะหากวงนี้ไม่แน่คงไม่โอกาศได้ร่วมงานกับ บ็อบ ดีแลน อย่างแน่แท้ การาจ พังค์วงนี้มีอะไรดี สิบเอ็ด เพลง และซ่อนอีกหนึ่งพิสูจน์ได้ว่า ทางวงมีของดีจริงๆ แม้ว่างานหลัง ค่อนข้างเฉื่อยก็ตาม แต่กับอัลบั้มนี้ คืออัลบั้มเพลงร็อคดีดี ที่หนังสือ นิตยสารฝรั่งทั้งหลาย ให้ ห้าดาว เพราะตั้งแต่เพลงแรก Rich นั้นเธอก็โหมกระหน่ำคนฟัง ด้วยเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น เพลงไม่กี่คอร์ด แต่พาร์ทหนักให้ฟัง บวกเนื้อหาคมคายปากร้ายของเธอ และยังเสียงร้องที่ไม่ใช่ใครจะเลียนได้ง่าย หรือ เสียงดีต้าร์แตกพร่า Date With The Night แค่ชื่อเพลงก็รู้แล้ว ว่าชีวิตพวกเขานั้นหลงรักกลางคืนแค่ไหน เสียงร้องของเธอในเพลงนี้ ความเป้นร็อคเซ็กซี่ กินขาดครับ ทำให้ พีเจ ฮาร์วี่กลายเป้นเด็กไปเลยครับ Man มาเพื่อซัดให้คุณล้มอย่างเดียว Tick เพลงที่ข้ามสายพันธุ์ไปสู่เพลงเต้นรำได้สบาย แม้เนื้อหาจะไม่อะไรมาก แต่เนื้อหาดนตรีมันส์มาก บวกทั้งการตะโกนแหกปากของเธอ Black Tongue เป็นเพลงที่ต่อกันได้อย่างดีมากจากเพลงที่แล้วครับ อารมณ์แทบไม่เปลี่ยน Pin หนึ่งเพลงน่าฟัง (สำหรับคนชอบฟัง อัลเตอร์)สนุก เพราะเครื่องดนตรีในเพลงนี้คุยกันได้ดีอย่างมาก ทั้งกีต้าร์ เสียงร้อง เสียงเบส เสียงกลอง เรียกว่าคุยกันภาษาดนตรีเลยก็ว่าได้ครับ จริงแล้วใช่ว่าอัลบั้มนั้จะมีดนตรีมันส์อย่างเดียว ยังจบด้วยเพลงเพราะเมาๆอย่าง Modern Romance ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คาเรนโอนั้นเธอเป็นนักร้องเสียงดีคนนึง เสียงเหงาๆแหบ ๆห้าวๆ เปรียบแล้วก็คงคล้ายเสียงอ้อมสุนิสา ในอัลบั้มสุนิสานะครับ เหงาๆ อัลบั้มนี้เรียกว่าเป้นอัลบั้มในดวงใจผมอัลบั้มนึง และหากใครเคยดูทางวงเล่นสดนั้น รับรองว่าคุณจะชอบเข้าทวีคูณครับ คนที่ชอบอัลเตอร์มันส์แบบติดดิน ที่แรงมาแรงไป ไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้ด้วยประการทั้งปรวง......

chais (20/02/2554 03:30:13)
ความคิดเห็นที่ 35
Artist หลายคน
Album จังหวัดที่ 77
Year -2003
Genre -ฮิบฮอบ
Label -
ตอนที่ได้ซีดีตัวนี้มา ก็เมื่อตอนไปเที่ยวที่เชียงใหม่ แล้วแวะไปร้านซีดีมือสอง หยิบซีดีแผ่นนี้มา แล้วจ่ายตังค์เจ้าของร้านถาม ซีดีใครเหรอน้อง ผมก็ตอบว่าของ ไททาเนี่ยมครับ เจ้าของน้อง อ้าว ขายไปได้ไง ห้าสิบบาท แต่จริงๆแล้วผมรู้จักอัลบั้มนี้มาตั้งแต่ฟังเทปคลาสเซทในยุคที่ออกมาใหม่ๆ ทำไมผมต้องนำอัลบั้มนี้มาแนะนำ เพราะ นี่คืออัลบั้มที่เรียกว่า เข้าขั้นและถึงขั้น คำว่า เพลงคนดำ ที่ไม่ใช่คนดำทำ แต่เป็นคนผิวเหลืองทำ คนไทยหลายๆคนหลงรักเพลงฮิบฮอบคนดำทำที่ทุกวันนี้ มิน่าจะใช่เพลงคนดำแล้ว แต่ไม่เคยฟังอัลบั้มนี้ที่เป็นคนไทยทำเอง ต้องบอกว่าเสียดายเป็นอย่างมาก เพราะทั้งเนื้อหาในเพลงที่ดำถึงกึ๋น ที่ต้องติดตา พาเรนทอลให้ เพราะคำที่ใช่ในอัลบั้มนี้แรงมาก แต่น่าจะเรียกว่าคำที่เราใช้พูดใช้คุยใช้ด่ากันตามหน้าทีวีทุกวันนี้ สิบห้าเพลงในอัลบั้มนี้ มีศิลปินมาช่วยกันหลายคน แต่ตัวตั้งตัวตีจริงๆต้องถือว่าเป็นวงไททาเนี่ยม ฮิบฮอบไทยที่เข้าใจคำว่าฮิบฮอบอย่างแท้จริง ตั้งแต่เพลง P 77 ที่เนื้อส่อด้านมืดของ จังหนัดที่เรียกว่า Thai Town ในนครลอสแองเจลเลีส พาร์ทดนตรีทำได้น่าสนมาก หากตัดเสียงแร็ปของไทยออก ผมแทบจะไม่เชื่อว่านี่คือเพลงที่คนไทยทำ แถมอัดได้ระดับเรียกว่าต้นๆของอัลบั้มเพลงแนวนี้ด้วย Too Much ไททาเนี่ยม ยังทำได้เยี่ยม แม้เนื้อหาค่อนข้างอวดตัวมาก แต่อย่าลืมว่านี่คือนิยามเพลงของแนวนี้ สิ่งที่น่าสนใจก็เช่นเดิม ดนตรี อย่างที่ในตัวเพลงว่า ทำได้เกินมาตรฐานไทยทั่วไป Ollie Ollie ของBlah ต้องบอกว่ามืดแปดด้านครับ ไม่ทราบทั้งตัวศิลปินและทีมงานเลยครับ พาร์ทดนตรีทำให้นึกถึงเพลงเพราะของเจซี อย่าง La La La ผมไม่คิดว่าทางวงลอก แต่คิดว่าอิทธิพลของเจซี เยอะมากพอสมควร Duong Fa Likid อีกเพลงแร็บเพราะ เนื้อหาดีมากราวๆ Lose Yourself ของอิเมเนม แม้จะแร็บไม่เร็ว แต่ถือว่าเป็นเพลงฟังได้บ่อยๆ อีกเพลงน่าสนคือเพลง Dang Baby Dang ลามกหน่อย แต่น่าฟังทั้งดนตรีและเนื้อหา บวกทั้งการแร็บที่เรียกว่าเด็ดขาดมาก แม้ Wine ที่่มีเร็กเก้เข้ามาบวกหน่อยๆและเสียงร้องที่คล้าย ชอน พอล ซึ่งน่าจะเป็นเพรายุคสมัยมากกว่า B Quiet เคยฟังเพลงแร็บไทยเพราะๆอย่างนี้ไหม จังหวะอารมณ์ให้ดำเต็มร้อยเลย แม้เพลงจะแรงมาก อย่างที่ผมบอกสิบห้าเพลงในอัลบั้มนี้ หาก เปลี่ยนจากภาษาไทยเป็นภาษาคนดำ ต้องบอกว่า ไม่ใช่ของคนไทยทำแน่นอน แปลกใจที่หลายคนพยายามตามเก็บ ซีดีวงทีเคโอ ที่คราดว่าน่าจะเป็นแร็บไทยวงแรก โดยที่ราคาเกินพัน แต่กลับลืมอัลบั้มที่ราคา เกินร้อยมาไม่กี่สิบอัลบั้มนี้ เรียกว่าฝีมือทางเพลงแนวนี้นั้นห่างกันราวฟ้ากับดิน ที่อัลบั้มนั้นเรียกว่าติดป็อบค่อนข้างมาก แต่กลับอัลบั้มนี้ เรียกว่า ห้าดาวเต็มๆครับ ลองมองหาอัลบั้มนี้ในสินค้ามือสอง เจอและชอบเพลงแนวนี้ เก็บทันที เพราะ ผมบอกว่านี่คืออัลบั้มฮิบฮอบห้าดาวอัลบั้มเดียวของคนไทย เสียงอัดไม่ต้องห่วงดีเกินคลาดไม่ถึง หนึ่งในอัลบั้มที่จะมีคำว่าอัลบั้มคลาสสิค ในอนาคตแปะหน้า.........ขออภัยภาพเล็กนะครับ

chais (20/02/2554 04:03:21)
ความคิดเห็นที่ 36
Artist โจ้อี้บอย ขัน-ที
Album -
Year -2000
Genre -ฮิบฮอบ
Label -
ไหนๆก็มาแนวนี้แล้ว ขอต่ออัลบั้มดีๆสักอัลบั้มนะครับ ในวันที่รู้จักอัลบั้มนี้รุ่นน้องที่ มข นั้น พาพวกผมไปทดลองความแรงอัลบั้มนี้ ด้วยการพาไปเปิดที่ตลาดเปิดท้าย ด้วยเพลงที่มีชื่อว่า Hea Woy!(ขออภัยทางเวบที่ใช้คำแรงนะครับ) ที่น่าจะลดความแรงด้วยการเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ปรากฏว่าวันนั้น ได้รับความสนใจเป้นอย่างมาก เพราะใครเดินผ่านจำเป็นต้องหันมามองกับความแรงของภาษา ที่แรงมาก แต่ ถือว่าใช้ภาษาได้ตรงเป้าหมายและเข้าเป้า การแร็บของคุณโจอี้บอย ค่อนข้างแปลกจากงานของตัวเองอยู่ค่อนข้างมาก เพราะถือว่าไม่ใช่ร้องเล่นๆสนุกๆเพราะคลาดว่านี่คือการเอาจริงเอาจังและซีเรียส Flip ที่นำแซมเปิ้ลเพลงของ ซูซานน่า เว อย่างเพลง ทอมส์ ดินเนอร์ มาแซมไว้ได้สนุกมาก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเขาจะรู้หรือเปล่า เนื้อหาแทงใจค่ายเพลงอย่าง แกรมมี่ อาร์เอส กามิกาเซา เป็นอย่างมาก ได้มือแร็บหลายคนมาร่วม เท่าที่ฟังเสียงดู น่าจะมี ฟักกิ้งฮีโร่ ขันที โจอี้บอย และยังถึง เวย์แม้ค่อนข้างจะด้อยที่สุด แต่ก็ยังเป็นสไตร์เขา ชอบการร่ายกลอนของคุณ โจอี้บอยเป็นอย่างมากนี่แหละครับที่เรียกว่ารุ่นใหญ่ แม้จะร้องเพลงนิด แต่ก็แสดงถึงบารมีเป็นอย่างมาก Yed เพลงที่ฟังแล้ว รู้สึกว่า มันช่างน่าYed จริงๆครับ แรงมากสำหรับเนื้อ และรุกเร้าเป็นอย่างมากสำหรับทางด้านดนตรี เพลงอย่างงี้สำหรับคนที่รับได้ก็รับ ส่วนคนที่รับไม่ได้ ก็คงผ่านละครับ ส่วนเพลงนี้ คุณโจอี้ ก็มาแบบ สนุกๆแต่ติดใจมากกับลีลาการร้องแบบYedๆ ของคุณ อัลบั้มนี้มีอยู่เก้าเพลง รวมทั้งอินโทร และเอ้าท์ทูสะสอง เหลือจริงอยู่แค่ เจ็ด ถือว่า น้อย แต่ ผมว่า ได้มาแค่นี้ถือว่าเหมาะสมที่จะฟังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมากกว่านี้จะเป็นความน่ารำคาญไปได้ ผมคิดว่าศิลปินน่าจะรู้ข้อนี้ดี หายากนะครับอัลบั้มนี เพราะที่ผมมีก็มรดกเทปคลาสเซทมาจากรุ่นน้องที่ยืมมาแต่ไม่ยอมคืน ผมไม่รู้ว่าซีดีนั้นมีหรือเปล่า เพราะนี่คืออัลบั้มที่ศิลปินควักสินทรัพย์ส่วนตัวกันทำเอง คลาดว่าน่าจะทำเอาเพื่อสนุก เพราะ ภาษาอย่างงี้ขึ้นบนดินบ้านเราไม่ได้ ในอัลบั้มเรายังสามารถจับถึงความสนุกเอามันส์ของศิลปินได้เป็นอย่างดี นี่คือหนึ่งในอัลบั้มที่ บรรดาขาฮิบฮอบบ้านเรามารวมกันทำ คิดว่าน่าจะเป็นอัลบั้มเดียวด้วยซ้ำ ที่เห้น ขัน กับ โจอี้บอย มาเจอกัน ก่อนที่ทั้งสองจะกลายเป็นคู่อริกัน เท่าที่ตามสื่อพยายามจะทำได้และแนะนำ .......

chais (20/02/2554 04:31:26)
ความคิดเห็นที่ 37
ลองอีกครั้งครับ

chais (20/02/2554 04:34:57)
ความคิดเห็นที่ 38
ขอแก้ไขข้อผิดพลาดนะครับ จริงๆแล้ว Brett Dennen นั้นเป็นศิลปินชาย ตามข้อมูลที่ได้รับมานะครับ ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

chais (06/03/2554 03:09:40)
ความคิดเห็นที่ 39
ขอบคุณครับ

EEMAN (09/06/2555 0:13:36)