Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'banner_.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
The Sound of Classic Marantz
สำเนียงเสียงของมารานซ์อบอุ่น ดั่งสำเนียงไวโอลิน Stradivarius มันให้เสียงเริงร่าประดุจเสียง Flute ยโสวางท่าดั่ง Bassoon และโหยหวนรัญจวนใจดั่ง French horn เสียงมารานซ์งามดั่งทิพยดนตรี อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อนำคุณเข้าถึงความงามของทิพยดนตรีอย่างถึงที่สุด”


“The Sound of Marantz is the compelling warmth of a Stradivarius. It is a dancing flute, a haughty bassoon and the plaintive call of a lone French horn. The Sound of Marantz is the sound of beauty, and Marantz equipment is designed to bring you the subtle joy of its delight.”


นั่นเป็นคำโฆษณาบางส่วนจากคู่มือมารานซ์ยุคแรก


นักสะสมเครื่องเสียงประเภท Vintage Hi-fi แทบทุกคน ย่อมรู้จักคลาสิกมารานซ์ และมักจะมีมารานซ์ยุคแรกอยู่ในครอบครองไม่มากก็น้อย อันที่จริงมารานซ์นั้นเกิดมาพร้อมกับยุค Hi-Fi ทั้งยังมีส่วนกำหนดชี้นำการออกแบบและการผลิตเครื่องเสียงโลก ในยุคต่อๆ มา ไม่น้อยเลย เครื่องเสียงมารานซ์ยุคแรก จัดได้ว่าเป็นงานต้นแบบของอุตสาหกรรมเครื่องเสียงไฮเอนด์ของโลก การสร้างเครื่องเสียงในยุคนั้น เปรียบได้กับการสร้างงานศิลปะในระดับ Work of Art ทั้งในแง่ของการออกแบบวงจร รูปทรง และความใส่ใจในรายละเอียด ตลอดจนการวางตำแหน่งของอุปกรณ์และการเดินสายสัญญาณเชื่อมต่อภายใน ที่ต้องทำด้วยมือ (Hand made) เสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อประกอบกับคุณภาพเสียงและความคงเส้นคงวาของแนวเสียง ตลอดจนความคงทนของอุปกรณ์ที่เลือกใช้ เมื่อเวลาผ่านไปกว่าครึ่งทศวรรษ ทำให้เครื่องเสียงยุคแรกของมารานซ์เป็นที่ต้องการในอันดับต้นๆ ของนักสะสมทั่วโลก ปัจจุบันเครื่องเสียง Marantz ยุคแรก โดยเฉพาะตั้งแต่ Model 1 – Model 10B นั้น ได้กลายเป็นของหายากมาก และเป็นของที่มีราคาแพงในตลาดของสะสมไปเสียแล้ว


(อ่าน 2671 | ตอบ 8 ) (20/12/2554 06:50:42) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจศึกษาเรื่องราวของเครื่องเสียงมารานซ์ยุคแรก โดยแรงบันดาลใจแรกของผมมาจากสาเหตุที่ผมชมชอบฟังเพลงแจ๊สและคลาสิกที่บันทึกเสียงในยุคกึ่งพุทธกาล หรือราวทศวรรษที่ 50 และ 60 แผ่นเสียงยุคแรกที่ผมมีอยู่ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นแผ่นแจ๊สก็จะเป็นแผ่นโมโน เช่นของ Blue Note หรือ Prestige เป็นต้น และถ้าเป็นแผ่นเพลงคลาสิก ก็จะเป็นแผ่นสเตอริโอยุคแรกของค่ายแผ่นเสียงในยุโรป กิเลสหลักของผมก็คือ ผมอยากฟังสำเนียงเสียงแบบดั้งเดิมอย่างที่คนยุคนั้นได้ยินได้ฟัง ผมจึงคิดว่า Marantz หรือ McIntosh กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงยุคเก่าพร้อมหัวเข็มโมโนที่สร้างขึ้นในยุคนั้น อาจเป็นคำตอบให้ผมได้ อย่างน้อยมันก็เป็นความสุขทางใจแบบหนึ่ง แม้นว่าผมจะเกิดไม่ทันยุคที่ว่านั้นก็ตาม ที่น่าคิดก็คือ พวกคอลัมนิสต์คนสำคัญของฝรั่งปัจจุบัน กลับเรียกยุคดังกล่าวนั้นว่า “ยุคทองของไฮไฟ” (The Golden Age of Hi Fidelity)
ผมแรกพบกับคลาสิกมารานซ์พร้อมกันทั้ง Model 1 และ Model 2 ที่บ้านดอกเตอร์สุกิตติ กลางวิสัย นักสะสมรุ่นใหญ่คนสำคัญของเมืองไทย ซึ่งเครื่องมารานซ์ที่ท่านสะสมไว้นั้น นัยว่าสามารถนับสืบย้อนไปจนเกือบถึงตัว Saul Marantz ผู้เป็นต้นกำเนิดของตำนานทั้งหมด ความประทับใจในตำนานมารานซ์ที่ท่านเจ้าของบ้านเล่าให้ฟัง อีกทั้งรูปลักษณ์และสำเนียงเสียงที่ฉีกแนวไปจากเครื่องเสียงรุ่นใหม่ ทำให้ผมเริ่มสนใจศึกษาลงลึก ทั้งในเชิงของการสะสม และในเชิงเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบวงจร รายละเอียดการใช้อุปกรณ์ภายใน คุณลักษณะและศักยภาพของหลอดแต่ละชนิด ตลอดจนความสามารถของฟังชั่นต่างๆ และการตีความผลลัพธ์เชิงคุณภาพเสียง ซึ่งความรู้ในเชิงเทคนิคเหล่านั้น ผมได้รับความเอื้ออาทร ถ่ายทอดมาจาก คุณศานิต กฤตศิลปานนท์ อีกทอดหนึ่ง
  http://www.sk-audiophile.com



(20/12/2554 06:52:24)
ความคิดเห็นที่ 2
นั่นจึงเป็นที่มาของบทความชุดนี้ ที่ผมตั้งใจทดลองเขียนขึ้นสำหรับนักสะสม และผู้สนใจไหลหลงในเครื่องเสียงยุคเก่า ตลอดจนผู้ที่ต้องการศึกษาแนวการออกแบบวงจรของเครื่องเสียงรุ่นสำคัญๆ ในอดีต (ด้วยเหตุผลอย่างเดียวกับที่เคยเขียนเรื่องการสะสมแผ่นเสียงเพลงแจ๊ส ที่ว่าบทความประเภทนี้ แทบจะหาอ่านไม่ได้เอาเลยในภาคภาษาไทย) โดยจะเริ่มจาก Marantz ยุคคลาสิคก่อนเป็นเบื้องแรก หากมีผู้สนใจติดตาม ก็คาดว่าจะลามออกไปสู่ยี่ห้ออื่นในลำดับถัดไป หวังว่าบทความชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวงการเครื่องเสียงไทยบ้าง ไม่มากก็น้อย
Saul Marantz


ศิลปินอิเล็กทรอนิกส์




เรื่องราวของ Marantz เริ่มต้นเมื่อราวๆ 60 ปีก่อน เมื่อโลกเริ่มรู้จักกับระบบการบันทึกเสียงที่ดีขึ้น มีการผลิตอุปกรณ์และการบันทึกเสียงที่มีความเหมือนจริงมากขึ้น ความสนใจของคนในยุคนั้นจึงเริ่มหันเหจากที่เคยต้องเข้าไปนั่งในคอนเสิร์ตฮอลล์ หรือโรงละครเพื่อเสพความสุนทรีย์จากดนตรี ก็เริ่มหันมาเลือกเสพความสุนทรีย์นั้นผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจำลองเสียงเหล่านั้นมาที่ห้องนั่งเล่นในบ้านได้



หนึ่งในผู้สนใจเรื่องราวนี้คือ Saul Bernard Marantz ชายหนุ่มชาวนิวยอร์ก ผู้หลงใหลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเสียงเพลง หนุ่มคนนี้มีความสนใจในงานศิลปะ การถ่ายภาพ เล่นกีตาร์คลาสสิก และสะสมงานศิลปะของโลกตะวันออก แต่ด้วยในขณะนั้นอุปกรณ์ที่มีอยู่ยังไม่สามารถตอบสนองคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นจากการบันทึกได้ จึงเป็นต้นเหตุให้เขาเริ่มคิดค้นเครื่องเสียงของตัวเองขึ้นมา


(20/12/2554 06:54:20)
ความคิดเห็นที่ 3
Saul Bernard Marantz ชายหนุ่มชาวนิวยอร์ก ผู้หลงใหลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเสียงเพลง หนุ่มคนนี้มีความสนใจในงานศิลปะ การถ่ายภาพ เล่นกีตาร์คลาสสิก

(20/12/2554 07:13:40)
ความคิดเห็นที่ 4
จากประสบการณ์การทำงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ในกองทัพสหรัฐฯ และ ในฐานะคนทำงานด้านศิลปะอิสระ Saul B. Marantz เริ่มต้นสร้างผลงานชิ้นสำคัญของตัวเองภายในโรงรถของบ้านที่นิวยอร์ก เขาถอดวิทยุติดรถยนต์จากรถ Mercury 1940 ของตนเอง เพื่อนำมาใช้ในห้องนั่งเล่น เมื่อนำมารวมกับอุปกรณ์ที่ซื้อเพิ่มเติมจากร้าน Harvey Radio Store ในแมนฮัตตัน สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาคือ Pre Amplifier คุณภาพดีมาก ที่เขาตั้งชื่อให้ว่า Audio Consolette
จุดเด่นที่ Saul B. Marantz คิดค้นให้กับเครื่องปรีแอมป์ของตัวเอง คือการตัดเสียงรบกวนซึ่งเกิดจากการบันทึกและการเล่นแผ่นเสียง โดยใช้อุปกรณ์ Equalizers ที่สามารถปรับความถี่ของเสียงในแต่ละย่าน เพื่อควบคุมคุณภาพเสียงที่ออกมา



ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการคิดค้น Audio Consolette ทำให้เพื่อนของ Marantz ตื่นตาตื่นหูไปกับอุปกรณ์ของเขา และที่สำคัญคือทำให้คู่ชีวิตของ Marantz พยายามผลักดันให้เขาผลิตเครื่องรุ่นนี้ออกจำหน่ายในวงกว้าง ด้วยเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะผลิตเพียง 100 ชุดในเบื้องต้น Saul Marantz ก็ต้องประหลาดใจกับใบสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามากว่า 400 ชุด เขาจึงคิดทำเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยการเปิดบริษัท Marantz ขึ้นมาในปี 2497 นับเป็นการเริ่มต้นสร้างเครื่องเสียง Marantz ที่ตามด้วยคำว่า Model ต่างๆ ตามมา


Saul B. Marantz ร่วมกับคู่คิดนักประดิษฐ์เครื่องเสียงอย่าง Sidney Smith และ Richard Sequerra สร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นเครื่องเสียงที่ได้รับการยอมรับต่อเนื่องกันมาอีกหลายรุ่น (Richard Sequerra คนนี้แหละที่ร่วมออกแบบ Marantz 10B และ Day Sequerra FM Reference Tuner ซึ่งยังคงเป็น Tuner ที่ได้รับการยอมรับกันว่าดีที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการสร้างกันมา)



ช่วงต้น Marantz ใช้เครื่อง Audio Consolette เป็นตัวเปิดตลาด (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Marantz Model 1) ตัวนี้เป็นปรีแอมปริฟลายเออร์โมโน ที่มีระบบปรับเสียงมาตราฐานเดียวกับ RIAA ที่คิดค้นขึ้นในช่วงเดียวกัน มีช่อง Input 6 ช่อง ซึ่งรวมถึงช่องต่อ TV Audio ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นการเปิดศักราชของความบันเทิงในบ้านอย่างครบวงจรเป็นครั้ง

(20/12/2554 07:17:00)
ความคิดเห็นที่ 5
พอถึงปี 2499 Marantz 40-Watt Amplifier (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Marantz Model 2) ก็ออกสู่ตลาด และก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นแอมป์ที่แพงที่สุดในยุคนั้น ความสำเร็จของ Model 1 กับ Model 2 ทำให้ Marantz ออก Model 5 ซึ่งเป็นแอมป์ที่มีวงจรคล้าย Model 2 แต่ราคาถูกลง เพื่อทำตลาดในระดับรองลง
พอถึงยุคสเตอริโอ Marantz ก็คิดค้น Model 6 ซึ่งเป็น Stereo Adapter สำหรับ Marantz 1 คือสามารถใช้ Model 1 สองตัวกับ Model 6 แล้วเล่นเป็นปรีสเตอริโอได้ และในปีต่อมาก็ได้ออกปรีแอมป์ระบบสเตอริโอตัวแรกคือ Model 7C ซึ่งได้กลายเป็นตำนานด้วยยอดขายกว่า 130,000 เครื่องในระหว่าง 9 ปีที่วางตลาดอยู่นั้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการของนักฟังที่มีต่อผลงานของ Marantz และทีมงานยุคนั้น ถือเป็นยุคที่ Marantzรุ่งเรืองที่สุด และสมองของพวกเขาก็ Bright ที่สุดด้วย การสร้างงานในช่วงนั้นของพวกเขา มักไม่คำนึงถึงต้นทุน พวกเขาเริ่มทุ่มเททำในสิ่งที่มีคุณภาพสูง และต้องเป็นตำนานอย่าง Marantz 9 แอมป์โมโนบล็อกกำลังขับ 70 วัตต์ ที่แพงที่สุดในยุคนั้น และ Marantz 10B ซึ่งเป็น FM Tuner หลอด ที่พวกเขาทุ่มเทเงินทองจำนวนมหาศาลไปกับการวิจัย จนทำให้บริษัทประสบปัญหา แม้ว่า Marantz 10B จะได้รับการยอมรับว่าเป็น Tuner หลอด ที่ดีที่สุดในโลกก็ตามที


(20/12/2554 07:20:58)
ความคิดเห็นที่ 6
.........

(20/12/2554 07:27:40)
ความคิดเห็นที่ 7
Marantz 10B และ Day Sequerra FM Reference Tuner ซึ่งยังคงเป็น Tuner ที่ได้รับการยอมรับกันว่าดีที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการสร้างกันมา)



(20/12/2554 12:12:38)
ความคิดเห็นที่ 8
นั่นตรงกับปี 2507 ที่เขาต้องขายกิจการให้กับ Superscope Inc. ซึ่งต้องการเก็บเกี่ยวชื่อเสียงของ Marantz ด้วยการลงตลาดระดับกลาง ต่อมา Marantz ก็เปลี่ยนมือไปอยู่ใต้ธงของ Philips ก่อนจะมาเป็นของ D&M สัญชาติญี่ปุ่นในปัจจุบัน ส่วนตัว Saul Marantz ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการเครื่องเสียง เขาก่อตั้งกิจการเครื่องเสียงอีกสองสามแห่งแต่ก็ไม่โด่งดัง เขาเสียชีวิตเมื่อปี 2540 ด้วยวัย 86 ปี
ผมชมชอบผลงานของ Jackie Mclean ศิลปินแจ๊สผู้ล่วงลับที่สร้างผลงานไว้มากในหลายช่วงของชีวิต ผมสะสมแผ่นเสียงของเขาเกือบครบ แต่ผมชอบงานยุคแรกของเขาที่สุด ผมว่ายุคนั้นเป็นยุคที่เขา Bright มาก งานของ Marantz ก็เฉกเช่นเดียวกัน ผมว่า ตั้งแต่ Model 1 – Model 10B นั้น ถือเป็นงานคลาสิกของวงการเครื่องเสียง เป็นงานในระดับ Work of Art ที่วิศวกร นักออกแบบ และนักสร้างเครื่องเสียงรุ่นหลัง ยังต้องกลับไปอ้างอิงถึงเสมอ เสมือนหนึ่งศิลปินยุคใหม่ที่รู้สึกกับงานยุค Blue Period ของปิกาสโส และงาน Impressionism ของแวนโก ฉันใดก็ฉันนั้น




(20/12/2554 12:23:08)