พบเห็นกระทู้ที่ไม่เหมาะสมไม่สุภาพ, ละเมิดกฏเกณฑ์ กติกา มารยาทของเว็บไซต์ แจ้งลบกระทู้ได้ที่ info@audio-teams.com
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
สำหรับผู้ยังรัก MA 400 เชิญทางนี้ก่อนครับ
Magnet MA 400 เป็น Amp ขวัญใจของผู้นิยมชมชอบ Amp ไทยทำ และให้พละกำลัง ซุ่มเสียงที่ดีในระดับหนึ่งเนื่องจากพื้นฐานวงจรที่ดี ราคาขายในปัจจุบันสภาพพอใช้น่าจะ 10,000 บาท +/- ไม่มาก ถ้าเรานำ MA400 มาผ่าตัดเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ที่จำเป็น ก็น่าจะได้อะไรๆ อีกมาก ด้วยแนวคิดนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีผู้คลอบคลองนำ MA 400 ไป Modify และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งจะจ้างช่าง Modify สำนักหนึ่ง ให้ดำเนินการและคาดว่าน่าจะมีสมาชิกบางท่านได้ฟัง MA400 ตัวนี้มาแล้ว ผมจึงขอนำเสนอภาพก่อนและหลัง Modify และแนวเสียงที่ได้ อวบ อิ่ม นวล เนียล เป็นที่สุด ผมสามารถจัดการกับ Totem Model 1 Biwire ได้อย่างอยู่หมัด ลดอาการเกลี่ยวกราดกลายเป็นแมวเชื่องๆ ไปเลยครับ ยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ที่ได้ Modify เจ้า MA400 และสมาชิกที่กำลังคิดจะทิ้งมันไปเพื่อหา Power นอกราคา.........?

tewarp (อ่าน 14911 | ตอบ 48 ) (04/10/2551 15:41:34) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
สภาพเดิมๆ ที่ได้มาก่อน Mo ครับ

tewarp (04/10/2551 15:43:14)
ความคิดเห็นที่ 2
สภาพเดิมๆ ที่ได้มาก่อน Mo ครับ ภาพด้านหลัง

tewarp (04/10/2551 15:43:52)
ความคิดเห็นที่ 3
ภาพหลังแต่งตัวใหม่ครับ

tewarp (04/10/2551 15:44:36)
ความคิดเห็นที่ 4
ภาพหลังแต่งตัวใหม่ครับ 02

tewarp (04/10/2551 15:45:20)
ความคิดเห็นที่ 5
ภาพหลังแต่งตัวใหม่ครับ 03

tewarp (04/10/2551 15:46:09)
ความคิดเห็นที่ 6
ภาพหลังแต่งตัวใหม่ครับ 04

tewarp (04/10/2551 15:48:03)
ความคิดเห็นที่ 7
หลังจากโมดิฟายแล้วได้ลองเปรียบเทียบกับMarsh Sound Design A400S บ้างไหมครับ?

ยศ (04/10/2551 17:27:17)
ความคิดเห็นที่ 8
รู้สึกว่าจะ ทำไปเยอะพอสมควรเลยนะครับ

อย่างไร ขอรายละเอียดได้ไหมครับ ผมใช้ 400เอ อยู่ครับ

ขอบคุณครับ

su.pop (04/10/2551 17:35:17)
ความคิดเห็นที่ 9
หลังจากโมดิฟายแล้วได้ลองเปรียบเทียบกับMarsh Sound Design A400S บ้างไหมครับ?
ตอบคุณยศครับ ผมลงประกาศขาย MARS H A400S ไปแล้วครับ ดูได้ที่สินค้ามือสองครับ ถ้าเปรียบเทียบด้านเสียงผมว่า MA400 ตัว MO มีความสมดุลย์ของเสียงดีกว่า A400s จะพุ่งไปทางกลางแหลม(ลำโพง Totem Model 1)และความนุ่มนวลของเสียงดีกว่าชัดเจน ไม่มีสาก มีเสี้ยน เหลืออยู่เลย มีความเป็นดนตรีสูงกว่าครับ เสียงต่ำมีความลึกและตัวโน๊ดที่ดีกว่า มาลองฟังที่บ้านก็ได้ครับยังมี A400s อยู่ครับ
2) คุณ Su.pop ใช้ 400a l สำหรับ 400a ผมเข้าใจว่าวงจรจะไม่เหมือนกัน MA400 ซึ่ง เป็นวงจร ที่ไม่มีการป้อนกลับครับ


tewarp (04/10/2551 23:32:21)
ความคิดเห็นที่ 10
รบกวนซ่วยบอกสักนิดครับ ทำอะไรบ้าง งบเท่าไร ขอบคุณครับ

san (05/10/2551 13:31:46)
ความคิดเห็นที่ 11
ดูแล้วหมดไปกับ Cที่ในวงจรกับCไบแค่บเยอะเหมือนกันนะครับ กับขั้วต่อลำโพงกับขั้วRCAน่าจะพอๆกับค่าตัวตอนซื้อมาหรือป่าวครับ
อยากฟังเสียงจังครับ

patriots (05/10/2551 16:07:44)
ความคิดเห็นที่ 12
งบประมาณเท่าไรครับ อยากลองทำบ้าง พอดีมีอยู่เหมือนกัน

aong_pk (05/10/2551 19:33:17)
ความคิดเห็นที่ 13
http://audio-teams.com/webboard/?ca1=16&id=63676

aong_pk (05/10/2551 19:34:37)
ความคิดเห็นที่ 14
เรียน คุณ SAN , คุณ patriots และ คุณ aong pk
ต้องออกตัวนะครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องอีเลคทรอนิคส์นัก เท่าที่สอบถามจากผู้ Modify และสามารถนำมาถ่ายทอดได้ประมาณนี้ครับ (กำลังรอวงจรจากผู้ MO ครับ ถ้าได้มาจะ Post ให้ดูครับ)
1.ภาค Power Drive ปรับเปลี่ยนใหม่เป็น Dual Mono แยกอิสระซ้ายขวา และ D clubbling ด้วย SCR Polypropyline ไม่ใช้วิธีBi-Cap ครับ
2.Hard Wires ด้วย Muti Silver Wires ไปที่ภาค Drive ต่าง ๆ
3.Capacitors ใช้ของ SCR เกือบทั้งหมด(นัยว่ามีความเป็นกลางดี),สายไฟที่เห็นขาวๆ ตรงกลางขนาด 6 ตร.มม.
4.อุปกรณ์อื่นๆ RCA เป็น WBT Toplines , Michael Binding Post
5.สำหรับพวก Diode ต่างๆ ทั้งยี่ห้อ และเบอร์ เป็นความลับของช่าง Mo ครับ
6.มีการปรับเปลี่ยนภาค Power Drive และ Power Transit
7.งบประมาณประมาณ 2x,xxx บาท ต้นๆ ครับ แนะนำว่าควรมาฟังก่อนครับ (ผมไม่มีผลประโยชน์กับผู้ทำการ Modify นะครับ)
        ช่างผู้ Modify แนะนำผมว่าให้ทดลองนำไปฟังเปรียบเทียบกับ Ayre V 5xe , Mark Lrvinson 331 , Mcintosh C 2250 ( ท่านที่ใช้ Power รุ่นเหล่านี้อย่าเพียงมองในแง่ร้ายนะครับ มีได้มีเจตนาในทางไม่ดี ผมยินดียก MA400 ไปฟังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ แต่ต้องอยู่ไม่ไกลเกินไปครับ)
ขอบคุณครับ / tewarp


tewarp (06/10/2551 18:03:36)
ความคิดเห็นที่ 15
เรียนคุณ tewarp
หลังจาก Modify เสร็จก่อนยกเครื่องกับบ้านได้ทดลองฟังเปรียบเทียบกับ X-Amp 250 หรือเปล่าครับว่าเสียงต่างกันอย่างไรบ้างครับ

ชัชชัย (06/10/2551 20:00:02)
ความคิดเห็นที่ 16
ขอบคุณครับแบบนี้ต้องหามาครอบครองสักตัวแล้วครับ คราวนี้ใช้ปรี
อะไรถึงจะเหมาะครับ ตามรูปถ้าเป็นผม ผมจะเพิ่มหม้อแปลงอีกตัวครับ ไม่รู้ว่าผมจะเข้าใจถูกหรือเปล่า

san (06/10/2551 20:14:03)
ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณในน้ำใจคุณtewarp มากครับที่จะให้ไปยืมลองฟัง
ผมอยู่ ตจว คงไม่สะดวก ถ้าเอาวงจรมาเผยแพร่เป็นวิทยาทานก็ขอขอบคุณอีกทีครับ ตัวผมก็เดามั่วไปนึกว่าจะเอา c มาไบแค่บเฉยๆ
ส่วนตัวผมยังอยากได้ปรีPV-01ของทางแม็กแน็ทอยู่
จริงๆทางแม็กเน็ทน่าจะทำออกมาขายอีกนะ ปรีหลอดแบบมีโฟโนด้วยเนี้ย

patriots (07/10/2551 10:15:52)
ความคิดเห็นที่ 18
สวยมากครับ เห็นแล้วอิจฉา อยากทำบ้างครับ
ผมเองก็ใช้ MA-400 อยู่ และพอใจในเสียง
อีกสัก 2 วันขอเอารูปมาโชว์มั่งครับ
(พอดีกล้องไม่อยู่)

Boyjarb (08/10/2551 01:17:42)
ความคิดเห็นที่ 19
ขอ เพิ่มเติมสักนิดนะครับ

เผอิญ ผมเคยใช้ ปรีpv02 จับคู่กับ 400a

อยากบอกว่า ต้องเข้าใจบุคลิกของเค้าพอสมควร และหา อุปกรณ์ที่แมทชิ่งพอควร
ถึงจะได้ ความพอดี ความเป็นดนตรี

400เอ ของผม ก็ไปโมมา จาก ทางแมกเนทเอง ยอมรับว่าดีกว่าเดิมพอเยอะครับ
ถ้าจำไม่ผิด ประมาณ 4000กว่าบาท แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก อย่าง จขกท
แค่เปลี่ยน ซี บางตัว แถวๆ หม้อแปลง

และอีกนิดนึง สำหรับ ปรี 02 ถ้าหาหลอดมาเปลี่ยนให้มันได้จะดี ยิ่งขึ้นมากๆ
ผมเปลี่ยนเป็น 5687 เหมือน อัพปรีให้แพงอีกเท่าตัว ทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิมทุกกรณี

ฝากแค่นี้ก่อนละกันครับ

ปล.ตอนนี้อัพชุดใหม่แล้ว เลยไม่ได้ฟัง นานแล้วครับ สนใจเมล์มาครับ

su.pop (08/10/2551 01:36:36)
ความคิดเห็นที่ 20
เรียน คุณชัชชัย และ คุณ su.pop และ คุณ……
X-AMP250 ก็น่าสนใจครับ ยังไม่เคยเปรียบเทียบ(รบกวนสมาชิกท่านใดใช้อยู่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ก็ดีนะครับ) แต่ต้องออกตัวนะครับ MA400 ตัว MO นี้จะมีกำลังประมาณ 100 W เท่านั้น แต่ก็สามารถขับลำโพงยากๆ ได้ดี (คุณ san ให้แนวคิดเรื่องเพิ่มหม้อแปลงอีก 1 ลูก : ได้เคยหารือกับผู้ทำการ MO แล้วครับ งบจะบานปลายไปมาก ) ปัจจุบันผมใช้ P2000t กับ Amp ตัวนี้ ซึ่ง P2000t ก็ผ่านการ MO มาเหมือนกันครับ
( กระทู้ http://www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&id=57758 )
ผมคิดว่าน่าจะมีความลงตัวของ Pre+Amp ทั้งสอง เนื่องจากมาจากตระกูล Magnet และผู้ Mo คนเดียวกันครับ
ขอบคุณครับ


tewarp (08/10/2551 18:10:58)
ความคิดเห็นที่ 21
เรียน tewarp ครับ

อ่านแล้วไม่เข้าใจ ว่าทำไมเหลือกำลังแค่ 100 watt ครับ

Boyjarb (08/10/2551 18:29:40)
ความคิดเห็นที่ 22
ตอบคุณ..Boyjarb
ตอบแบบจำมาเล่าให้ฟังก็แล้วกันครับ(ถ้าไม่ตรงคำถามต้องขออภัย)
หม้อแปลงของ MA400 มีขนาดเพียง 800Watt เพื่อเลี้ยงวงจรทั้งหมด ซึ่งยังมีการสูญเสียจากความร้อนด้วย แม้ว่า MA400 ตัวนี้ในภาคของ Power จะใช้ Diode แบบ Low Impidance ขนาด 200 Watt ต่อขนาน 3 คู่ รวม 600 Watt (ใช้งานจริงประมาณ 100 watt หรือเท่ากับ 17% ) และภาค Power Drive ตัวใหญ่ 200 Watt /ตัว ใช้งานเพียง 100 Watt แบบ Class A (มีเกณฑ์ขยาย Volt ต่ำ ในขณะที่กระแสสูงมากๆ) เข้าสู่ Power Transit ทำงานแบ Class AB การทำงานเป็นแบบ Power punch-pull หรือคิดกำลัง MA400 ตัวนี้เป็น 100 Watt ต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อจัดการกับเจ้า Totem ซึ่งเป็นลำโพงที่มี impedance ต่ำ คือ 8 Ohm ต้องใช้กำลัง 100 W / ข้าง ,ที่ 4 Ohm เป็น 200 W / ข้าง และ ในบางขณะ impedance ลงต่ำถึง 2 Ohm นั่นก็คือ ต้องการกำลังถึง 300 Watt / ข้าง (กำลังสำรองของ MA400 ตัวนี้ 600 Watt จึงไม่มีปัญหาเรื่องกำลังครับ) แบบคร่าวๆ นะครับ
ขอคุณครับ


tewarp (09/10/2551 17:21:49)
ความคิดเห็นที่ 23
เรียน คุณ tewarp,
ตามความเข้าใจของผม หากคุณไม่ได้ไปเปลี่ยนหม้อแปลง เพื่อลด Voltage ลง
ผมว่ายังไงกำลังขับก็ยังคงเป็น 200 watt per channel at 8 Ohms, และประมาณ
320 watt per channel at 4 Ohms ส่วนที่ 2 Ohms Ma 400 ไม่น่าจะทำงานแล้ว
(ระบบ Protection จะตัดการทำงาน) ส่วนที่ว่าทำไมถึงขับลำโพงที่บางความถี่
ลงถึง 2 Ohms ได้นั้น เป็นเพราะ ระยะเวลามันสั้นมาก เช่นอาจจะเป็น 1/100 วินาที
ซึ่ง ระบบ Protection ทำงานไม่ทัน ความเข้าใจผมเป็นอย่างนี้ครับ ซึ่งไม่ทราบว่า
ถูกหรือเปล่า

ช่างมันเถอะครับอย่าไปซีเรียสอะไรมากมายเลยครับ มาดูกันที่อุปกรณ์กันดีกว่า
จากที่เห็นในรูปและรายการที่ทำไป ไม่มีการกล่าวถึง Resistor เลย ประสบการณ์
ของผมที่เคย Mo มาคือ การเปลี่ยน Resistor ซึ่งขอแนะนำให้เป็น Dale เหมือน
ที่ Mark Levinson หรือ Krell รุ่นเก่าๆใช้ สิ่งที่ได้มาคือความสะอาดของเสียง
สำหรับ R ตัวนี้ไม่ต้องกลัวว่าเสียงจะแห้งนะครับ มีขายที่ร้าน AHT
มีตัวอย่างให้ดูตามรูปครับ ยังไงก็ลองดูครับ

Boyjarb (11/10/2551 02:23:32)
ความคิดเห็นที่ 24
ขออนุญาตแก้ไขให้นิดนึงครับ
ไดโอดที่ใช้เป็นแบบคู่ ทนแรงดันได้ 200V

มีการปรับไบอัสใหม่ด้วย

มีการยุ่งกับวงจรโซเบลด้วย

นัยว่ามีการทำอะไรบางอย่าง กับวงจรด้วย

เรื่องตัวต้านทาน ผมเห็นด้วยกับคุณ Boyjarb ครับว่าสามารถเปลี่ยนในหลายๆจุดที่มีผลต่อเสียงในทางบวก(น่าฟังมากขึ้นกว่าเดิม) ...
.....ของคุณBoyjarb ค่าตัวต้านทานก็คงหลักพันกระมังครับเนี่ย

สำหรับของเจ้าของกระทู้นั้น ผู้โมฯ มีความละเอียด และทำงานเรียบร้อยมากครับ
(คนละเรื่องกับข้าพเจ้า ที่ทำของตัวเองออกมารกรุงรัง ทุกครั้งไป)

สำหรับข้าพเจ้าเอง ก็ได้บรรจุMA400 รุ่นเก่าเข้ารายการ ฟื้นฟู สภาพ + ดัดแปลงแต่งซิ่ง เป็นรายการต่อไปแล้วครับ

ขอให้มีความสุขกับดนตรีทุกท่านครับ

MM (11/10/2551 11:23:01)
ความคิดเห็นที่ 25
MA-400 ของผม

Boyjarb (11/10/2551 14:03:47)
ความคิดเห็นที่ 26
รูปที่ 2 ครับ

Boyjarb (11/10/2551 14:04:34)
ความคิดเห็นที่ 27
รูปที่ 2 ครับ

Boyjarb (11/10/2551 14:05:07)
ความคิดเห็นที่ 28
ตัวของผมนี้ไม่ได้แก้ไขวงจรใดใดทั้งสิ้น เปลี่ยนแค่อุปกรณ์เท่านั้น
1. Resistor ทั้งหมดใช้ของ RikenOhm Series RM-G ซึ่งเป็น Carbon
Composition R นี้จะเจอในเครื่องญี่ปุ่นแพงๆเช่น Accuphase หรือ Sony
ES Series เขายังไม่บ้าเท่าผม คือใช้ทุกตัว
2. Resistor ตัวโตใกล้กับ Power Transistor (R emiter) ใช้เป็นของ Mills
เป็น Non-Inductive wireround resistor
3. C Electrolytic ทั้งหมด ยกเว้น 4 ตัวใหญ่ (Power Supply) ใช้เป๋นของ
 Rubucon Blackgate
4. Power Transistor เปลี่ยนจากเบอร์ MJ15003 & MJ15004 (เบอร์นี้มันเก่า
โบราณมาก) เป็น MJ21193 & MJ21194 เหมือนกับ Marsh ใช้
อุปกรณ์ทั้งหมดยกเว้น Power Transistor หาจาก www.partsconnexion.com
ทำไปเพราะอยากรู้และความบ้า (บ้าไม่บ้าคิดดูเองครับ ค่า R อย่างเดียวกว่า
20,000 บาทแล้ว)

Boyjarb (11/10/2551 14:20:09)
ความคิดเห็นที่ 29
โอ้โห ทุ่มทุนสร้างจริงๆครับ
เรียกว่า "เห็นคุณค่า คุณประโยชน์" จะฟังดูดีกว่าครับ เฮ่ๆๆ

ถ้าทำภาคจ่ายไฟแบบสุดๆเพิ่มเติมไปอีก ก็น่าจะไปอีกไกลครับผม

ขอบคุณสำหรับภาพประกอบครับผม

MM (11/10/2551 16:38:26)
ความคิดเห็นที่ 30
สุดยอดครับ RIKENOHM นี่ถ้าเปิดเจอ caddock ทุกตัวผมคงหงายเงิบแน่ ใจเกิน100ครับ

san (11/10/2551 20:48:16)
ความคิดเห็นที่ 31
อยากจะจัดการเรื่องไฟเหมือนกันครับ แต่มันยึ่งยากและใส่กล่องไม่ลง
ตอนนี้กำลัง ก็อป pass labs อยู่ เสร็จเมื่อไหร่จะลงรูปให้ดูครับ

Boyjarb (11/10/2551 21:39:22)
ความคิดเห็นที่ 32
คุณ Boyjarb
หลังจาก Mo แล้วแนวเสียงที่ได้เป็นอย่างไรบ้างครับ คิดว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มาไหมครับ(เข้าใจว่าคุณ Boyjarb เป็นผู้ลงมือ Mo ด้วยตนเอง) เครื่องผมเป็นช่าง Mo ที่ลำพูนครับ ถ้าสนใจจะแลกเปลี่ยนประสบกาณ์กับ Totem Model 1 ก็ยินดีครับ น่าประเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นกับเพื่อนๆ สมาชิกครับ
ขอบคุณครับ

tewarp (13/10/2551 19:34:53)
ความคิดเห็นที่ 33
เรียนคุณ tewarp ครับ

พูดโดยรวมๆนะครับ ว่าเสียงดีกว่า Ma400 original มากครับ ผมก็ชอบมาก
เพราะฟังแล้ว สบายหูดีครับ อาจเป็นเพราะ Amp ตัวนี้ไม่มีการป้อนกลับทาง
ลบด้วย (non negative feedback) แต่เรื่องกำลังชับไม่ต้องห่วงนะครับ
ผมใช้ NHT SB-3 ซึ่งกินกำลังขับมหาสาร ขับออกสบายครับ

ผมถึงแนะนำให้คุณเปลี่ยน R เพราะ R ที่ติดมากับเครื่องคือ Royal Ohm
ผมว่าเสียงห่วยมาก (ความเห็นส่วนตัว) และ R ที่แนะนำให้เปลี่ยนคือ
R Dale (ที่ลงรูปให้ดู) R นี้เลิกผลิตไปนานแล้ว แต่ยังพอหาซื้อได้อยู่ตามร้าน
ที่บอกไปแล้วครับ R ตัวนี้เครื่อง Hiend เก่าๆใช้หันแทบทุกยี่ห้อครับ
(ลอง Search รูปดูครับ พวก Mark ML-2, ML 23 ฯ)
ที่ผมไม่พูดถึง R Rikenohm และ C Blackgate เพราะเลิกผลิตไปแล้วและ
หาของไม่ได้แล้วครับ
หากทำแล้วได้ผลอย่างไร กรุณาบอกด้วยครับ
ขอบคุณครับ

Boyjarb (14/10/2551 18:48:11)
ความคิดเห็นที่ 34
ภาพถ่ายวงจร MA400 จากผู้ MO ส่งมาให้

tewarp (15/10/2551 17:12:41)
ความคิดเห็นที่ 35
ขอบคุณครับ

Boyjarb (15/10/2551 17:49:08)
ความคิดเห็นที่ 36
รายละเอียดคร่าวๆ ที่ขอให้ช่าง MO (คุณนุ้ย) สรุปให้ครับ เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับสมาชิกที่ต้องการเปลี่ยนแปลง MA400
1.เปลี่ยนตัวต้านทาน INPUT ค่า 150 ohm ,1.8 kohm,33kohm,560ohm จำนวน 8 ตัว เป็น VISHAY DALE ½ w.
2.เปลี่ยน CAPACITOR ค่า 100 Micro F เป็น Sanyo oscon Rubycon Black Gate,Rubicon ZL,Nippon Chemecal kze แล้ว Bi cap.ด้วย 1 Micro F ของ SCR
3.เปลี่ยน Drive Stage เป็น 2SC5200 กับ 2SD1942 หรือเบอร์ที่มี Spec. ใกล้เคียงกัน
4.เปลี่ยนตัวต้านทาน Out Put ค่า 0.33 ohm เป็นแบบ Non inductive (เพื่อการตอบสนองความถี่สูงที่ดีขึ้น)
5.ตัดวงจร Zobel Network ออก(เพื่อการตอบสนองความถี่ต่ำที่ดีขึ้น)
6.เปลี่ยน Diode ของภาค Regulate ไฟ +/-80V เป็น Ultrafast 10 A.400Vหรืออื่นๆ ที่ดีกว่า
7.เปลี่ยน Capacitor Filtor จาก 330 Micro F เป็น 1,000 Micro F ของ Rubycon Black Gate, Rubycon ZL,Nippon Chemecal KZE แล้ว Bi cap 1 Micro F ของ SCR
8.เปลี่ยน Capacitor ค่า 100 Micro F เป็นจองอื่นที่ดีกว่า ดูหัวข้อ (ส่วนของ FEGU. )
9.Bypass ด้วย Capacitor 10 Micro F ของ SCR
10.เปลี่ยน Diode ของ Supply ภาคป้องกัน Control เป็น Ultra Fast Recovery 1 A.400V
11.เปลี่ยน Capacitor ทั้งหมดเป็น Rubycon Black Gate,ZL ส่วน Bypass ค่าน้อยๆ 1-10 Micro F เป็น Sanyo oscon ( Filter ไฟ + ใช้ค่า 2,200 Micro F- Filter ไฟ – ใช้ค่า 1,200 Micro F
12.เปลี่ยน IEC Socket เป็น Furutech
13.เพิ่ม Switch ไฟสำหรับตัดต่อไฟสำหรับหม้อแปลงของวงจร Control เพื่อกันไม่ให้เกิดเสียงตุ๊บออกลำโพง
ยังมีต่ออีกครับ


tewarp (15/10/2551 18:10:32)
ความคิดเห็นที่ 37
ถามหน่อยครับ Rubycon ZL ซื้อที่ไหนครับ

Boyjarb (15/10/2551 20:08:33)
ความคิดเห็นที่ 38
เห็นมีที่นี่ครับ http://th.farnell.com/jsp/search/browse.jsp;jsessionid=OKUBBGQV4S2QMCWNBBSLY4Q?N=1520+230579&_requestid=105780

ZLH 330uF100V (กระแสสองแอ็มป์นิดๆ )ราคาสูงไป150uF100V(กระแสเกือบแอ็มป์ครึ่ง) คุ้มกว่าครับ (ดูจากอัตราการรับจ่ายกระแส เทียบกับราคา)
ใช้สองตัวขนานกัน ได้อัตรากระแสร่วม๓แอ็มป์สูงกว่า330uF100Vซะอีก
(คุณBoyjarbครับ ถ้าจะสั่งแจ้งข่าวด้วยครับ จะฝากด้วยครับผม...mmcaaha@ego.co.th วัฒน์)

อย่างไรก็ตาม ซีตัวสุดท้าย(ดีคัปปลิ้ง) ใกล้อุปกรณ์ภาคขยาย ชนิดโพลีโพรไพรีนตามแนวทางที่คุณนุ้ยทำ ก็ยังจำเป็นครับ หากชอบความนวลเนียน (พักหลังๆ ทั้งปรีหลอด และแอ็มป์หลอด ของผมที่ทำก็ใช้แบบโพลีแทบทั้งเครื่องครับ)



MM (16/10/2551 08:54:01)
ความคิดเห็นที่ 39
รับทราบครับ ว่าถ้าจะสั่งจะถามเพื่อนๆก่อน
ผมเคยอ่านเจอจาก Web ของคุณ ตู่นินจาว่ามีท่านผู้หนึ่งเคยซื้อมาได้จาก
บ้านหม้อแต่หลายปีแล้ว และมีเป็นบางค่าเท่านั้นครับ หากท่านผู้ใดทราบว่า
ร้านไหนในเมืองไทยมีขายกรุณาแจ้งด้วยครับ

C ของ Rubycon ตระกูล Z... นี้ หลายสำนักของต่างประเทศชมว่าดีมาก
ข้อสำคัญคือราคาไม่ค่อยแพง และขนาดไม่ค่อยใหญ่ สามารถเปลี่ยนแทน
ของเดิมได้ง่าย ไม่เหมือน Rubycon Blackgate ที่ตัวใหญ่ เปลี่ยนแทนของ
เดิมยาก (มันใส่ไม่ลง) ลองอ่านรีวิวและดูราคาของสำนักนี้ดูครับ
http://www.referenceaudiomods.com/Merchant2/merchant.mvc?Screen=CTGY&Store_Code=RAM&Category_Code=RUBY
ขอบคุณครับ


Boyjarb (16/10/2551 10:43:53)
ความคิดเห็นที่ 40
มีแต่ 1800uF 25Vครับ ที่หาได้ง่าย (โมฯพวกซีดี ดีวีดี และปรีโซลิทสเตท และในแอ็มป์ส่วนที่ใช้ไฟไม่สูง)

โวลท์ค่าสูงขนาด100Vนั้นถ้าต้องการใช้ ผมคิดว่าคงต้องสั่งกันสถานเดียวครับ

MM (16/10/2551 11:34:29)
ความคิดเห็นที่ 41
คุณ MM ครับที่บอกว่า 1800uFD 25 Volt หาง่ายหาได้ที่ไหนครับ ช่วยบอกด้วยครับ

อนึ่งเรื่อง Rectifier Diode ตัวเล็กบน PCB จากกาทดลองของผมเองนั้นรู้สึกว่า
Fast Recovery Diode ให้เสียงได้ดีกว่า Ultra Fast Recovery Diode ครับ
ลองเปลี่ยนใน Pre เห็นผลชัดเจนมากครับ แต่สำนักโม ของอเมริกามักจะนิยม
ใข้ Ultra Fast & Soft recovery กันทั้งนั้น เท่าที่ดูราคาแล้วไม่แพงตัวละประมาณ
10 บาท แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ลองครับ แต่บางท่านในเมืองไทยใช้ Schottky
Diode กัน ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ลอง ท่านผู้ใดมีประสบการณ์ กรุณาเล่าให้ฟังมั่งครับ
ขอบคุณครับ


Boyjarb (17/10/2551 01:41:29)
ความคิดเห็นที่ 42
ปรีและวงจรที่ใช้กระแสต่ำๆ
ผมชอบใช้ BYV26 เม็ดกลมๆของ Philips เป็นแบบ Fast soft-Recovery Diode ครับ และแน่นอน Schottky Diode ก็ให้เสียงในแนวทางนวลเนียน เปล่งประกายครับ
อย่างไรก็ตามความดีเหล่านี้ของ ไดโอด มาจากการทำงานเป็นทีมกับ สายไฟ และซีด้วยครับผม

ขอให้มีความสุขกับดนตรีทุกท่านครับ

MM (18/10/2551 22:25:47)
ความคิดเห็นที่ 43
ต่อจากตอนที่แล้วครับ
14.เปลี่ยน Biding Post เป็น Micheal หรือ WBT
15.เปลี่ยน RCA เป็น WBT Top Line
16.เปลี่ยน Diode ของภาคจ่ายไฟภาคขยายเป็น Ultra Fast โดยใช้ 10A.400V ขนานกัน 2 ตัว เพื่อลดความต้านทานภายใน Diode และใช้แยกกัน 2 ชุด ระหว่างซ้ายขวา เพื่อเพิ่มค่าการแยกแชลแนล
17.Capacitor Filter ค่า 15,000 Micro F ใช้ตัวเดิม แต่ Bi Cap ด้วย 6.8 MicroF ของ SCR และแยกเป็น 2 ส่วน เพื่อจ่ายไฟให้กับ ซ้าย-ขวา
18.ภาคจ่ายไฟภาคขยายสุดท้ายพยายามใช้การ HarWire ด้วยสายไฟเกรดสูงประมาณเบอร์ 4 SQ.MM.(ในรูปใช้ 6 SQ.MM.)เพื่อให้ภาคจ่ายไฟสามารถจ่ายกระแสได้อย่างรวดเร็ว และการตอบสนองความถี่ที่ดี(จุดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับลายปริ้นจะเห็นความแตกต่างที่สูงมาก ในการขับลำโพงที่อิมพิแดนซ์ต่ำกว่า 8 Ohm อย่าง Totem Model 1 และทำให้ AMP สามารถขับโหลดที่มีอิมพิแดนซ์ต่ำถึง 2 Ohm ได้)
หมายเหตุ
-Capacitor PP เลือกใช้ SCR หรือ Solen เนื่องจากมี Tonal Balance ทางเสียงค่อนข้างดี
-Resistor เลือกใช้ Dale เนื่องจากมีความคงที่ และเที่ยงตรงสูงมาก แต่ควรเลือกใช้เฉพาะจุดที่เป็นทางผ่านสัญญาณเหมือนกัน อย่าใช้ในจุดที่เป็นจุด Bias กระแส หรือแรงดัน เพราะถ้าเกิดความร้อนสูง Capacitor ค่าจะไม่คงที่ ควรใช้แบบฟีลม์โลหะซึ่งมีค่าความเที่ยงตรงกว่า
-Diode ควรเลือกแบบที่มีค่าความต้านทานภายในต่ำมากๆ Low Doft Volts.
-ที่ไม่เปลี่ยน Transistor Output เพราะของเดิมกำลัง 200 Watt และใช้ถึง 3 คู่ขนานกัน สวิงกำลังได้ถึง 600 Watt
พิมพ์ผิดตก/ขออภัย
ขอขอบคุณคุณนุ้ย(ลำพูน) ซึ่งเป็นผู้นำเสนอวงจร และ รายละเอียดของการ Modify -MA400 อย่างละเอียด และให้เหตุผลของการเลือกใช้อุปกรณ์ (ที่คุณนุ้ยได้พัฒนาและปรับปรุงมานานกว่า 10 ปี) ให้กับสมาชิกที่สนใจได้ทราบ และเป็นแนวทางในการปรับปรุง Amp ไทยๆ ที่ให้เสียงได้ดีไม่แพ้ Amprifier นอกราคาสูงหลายเท่าตัวได้
ขอบคุณครับ


tewarp (20/10/2551 17:49:04)
ความคิดเห็นที่ 44
มีสมาชิกสอบถามเบอร์ติดต่อมาทาง Mail
คุณนุ้ย (ช่างนุ้ย) 081- 2890668 ปรึกษาหารือเรื่องการ MODIFY (Pre ,Power ,CD Player ,Transport)
ผมปันครับ 02-5082662 (โทรเข้าได้ตลอดครับ) ถ้าสนใจทดลองฟังชุดที่ช่างนุ้ย MO มา(Micromega Stage 3,Marsh P2000T,MA400 ) ติดต่อที่ผมได้ครับ


tewarp (24/10/2551 14:04:04)
ความคิดเห็นที่ 45
ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ให้ช่างนุ้ยโมเครื่อง DAC THEAT DSPro prime หลังการ MO แล้วคูรภาพเสียงจากที่แข็งกร้าน กลายเป็นเสียงที่นุ่มนวลลื่นไหล เวทีกว้างขึ้น มิติชัดเจนครับ ขอให้ดูรูปภาพประกอบ

toyo (01/11/2551 16:43:47)
ความคิดเห็นที่ 46
รูปอุปกรณ์ที่เปลี่ยนใหม่ครับ รายละเอียดผมไม่สามารถอธิบายได้ สนใจติดต่อสอบถามช่างนุ้ยตามเบอร์ข้างบนครับ DAC ตัวนี้ใช้เล่นคู่กับ CEC TL5100 BELT DRIVE CD TRANSPORT เครื่องเล่นตัวนี้ก็เหมือนกันครับผ่านการ MO เรียบร้อยแล้วเสียงดีขึ้น ความลื่นไหล เวทีกว้าง ไดนามิกดีขึ้น ชิ้นดนนตรีสะอาดมีความเป็นธรรมชาติครับ

toyo (01/11/2551 16:51:01)
ความคิดเห็นที่ 47
TS AUDIO 34.1 Modify By NUI จัดระเบียบด้านล่างใหม่ เสียงลื่นไหลต่อเนื่อง พละกำลังเพิ่มขึ้นมากครับ ปัจจุบันใช้กับ Moniter Audio one Gold.

tewarp (26/11/2551 21:00:25)
ความคิดเห็นที่ 48
ภาพ 2

tewarp (26/11/2551 21:02:48)