พบเห็นกระทู้ที่ไม่เหมาะสมไม่สุภาพ, ละเมิดกฏเกณฑ์ กติกา มารยาทของเว็บไซต์ แจ้งลบกระทู้ได้ที่ pilasinee@audio-teams.com
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
เก็บมาเล่า : ลำโพง Whafedale Denton

ผมมีโอกาสได้ลองฟังลำโพงคู่นี้เมื่อปลายปีที่แล้ว (ปัจจุบันก็ยังอยู่ในห้องฟังฯ) แล้วได้นำเรื่องราวเป็นทำนองเล่าสู่กันฟัง ถ่ายทอดให้พรรคพวกในเฟซบุ๊คได้รับทราบกันเป็นช่วงๆ

เห็นว่า ลำโพงคู่นี้ คุณภาพสมเหตสมผลกับราคาค่าตัว แล้วก็อยู่ในเรทราคาที่นักเล่นที่สนใจลำโพงสองทางหิ้งราคาประมาณนี้(สองหมื่นกลาง) น่าจะมีโอกาสเป็นเจ้าของได้โดยไม่อึดอัดขัดใจมากนัก ก็เลยนำมาเล่าต่อครับ

เนื้อหาอาจไม่ต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก เพราะโพสต์ในเพจฯต่างกรรมต่างวาระ ก็อ่านกันเพลินๆละกันครับ

(อ่าน 5706 | ตอบ 8 ) (24/02/2556 14:49:02) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1

1.) หลังจากที่เปลี่ยนขาตั้ง Atacama (พิมพ์ถูกผิดไม่ว่ากัน) มาเป็น Totem 4T

2.) หลังจากที่เปลี่ยนอินทิเกรตแอมป์ Accuphase E560 มาเป็นอินทิเกรตแอมป์หลอด Prolouge One

3.) หลังจากที่เปลี่ยนสายลำโพง Vampire ST2 มาเป็น JPS (ตัวแพง)

4.) หลังจากที่เปลี่ยนอินทิเกรตแอมป์หลอดมาเป็น Red C3 (ของคุณเจมส์ ซี3)

จากสี่สถานการณ์นั้น มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายส่วน แต่สิ่งที่คงอยู่ ซึ่งบ่งบอกคุณลักษณ์(บุคลิก)ของลำโพง Denton ได้ชัดเจนสองสามประเด็นดังนี้

1. ย่านเสียงกลาง เข้าไปแทรกอยู่ระหว่างลำโพง Argon3 กับ Totem The One โดยเฉพาะเสียงนักร้องฯ มีโฟกัสที่แม่นยำเด็ดขาด มั่นคง นิ่ง ได้สัดส่วนเป็นรูปทรงสามมิติชัดเจน เนื้อเสียงเข้มข้น(แต่ไม่หนาไม่บาง) รายละเอียดในเสียงที่ว่านี้ 8/10 ส่วน

เช่นเสียงแผ่วเบาของการก้องสะท้อนจากไมโครโฟน, เสียงก้องสะท้อนของห้องบันทึกเสียงฯ, หางเสียงแผ่วเบาของนักร้องนักดนตรีที่เคล้าคลอไปกับการเล่น ฯ

ความชัดเจนที่ว่านี้ (ไม่ใช่จัดจ้าน) เสมือนหนึ่งจะจับต้องสัมผัสได้ ด้วยบริเวณมวลอากาศที่รายล้อมตัวโน้ตเอาไว้นั้น เปิดโปร่ง สะอาด เป็นอิสระต่อเสียงอื่นๆที่ดังพร้อมๆกัน โหมดังๆก็ไม่รวน ไม่มั่ว

(คะแนน 7/10)

2. ย่านเสียงทุ้ม ถือว่าดีมาก, กระชับหนักแน่นและหนักหน่วง ไม่ว่าจะเล่นกับแผ่นฯอะคูสติคส์หรือซินธิไซเซอร์ ลงได้ลึกและอิ่มแน่น ควบคุมขอบเขตความเป็นตัวตน(ตัวโน้ตทุ้ม)ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อิมแพคหรือแรงกระทบแรกปะทะ ดีมาก ไม่ฟุ้งไม่เบลอ แล้วก็ไหลลื่นไล่ระดับสูงต่ำ(ของย่านทุ้ม)ได้อย่างประณีต

ทั้งปริมาณและคุณภาพ ถือว่าเหนือชั้น ไม่เป็นที่ผิดหวังคอทุ้ม แต่กระนั้นต้องทำความเข้าใจบุคลิกส่วนนี้ในอีกแง่มุมหนึ่ง นั่นคือสภาวะความเป็นลำโพงมอนิเตอร์ เพราะมันสำแดงได้ชัดเจนว่า แผ่นฯใดๆที่ขึ้นชื่อลือเลื่องในด้านเสียงทุ้ม เมื่อนั้นลำโพงคู๋นี้ก็จะแผลงฤทธิ์ออกมาให้ได้ประทับใจกันเลยทีเดียว

ไม่ได้มีทุ้มพร่ำเพรื่อ ชนิดที่ร้อยเนื้อหนึ่งทำนอง เล่นแผ่นฯไหนๆ ทุ้มก็อย่างนั้น(ทั้งคุณภาพและปริมาณ)

อีกประเด็น, (น่าสนใจมากสำหรับผม) มันแยกแยะย่านเสียงทุ้มที่มีแหล่งกำเนิดแตกต่างกันได้ดีมาก ทุ้มที่มาจากเครื่องไฟฟ้า กับทุ้มที่มาจากอะคูสติคส์ มีเนื้อหาสาระที่ต่างกันชนิดฟังออก

(คะแนน 7.5/10)

3. มิติเวทีเสียง อันนี้ปรากฎชัดตั้งแต่นาทีแรกๆที่ได้ฟัง กับเพลงคลาสสิคโหมโรง ต้องบอกว่า ยอดเยี่ยม วางวงได้งดงามสมส่วน โดยเฉพาะมิติเวทีเสียงตรงกึ่งกลางค่อนไปทางด้านหลัง(บริเวณท้องช้าง) ให้บรรยากาศเป็นสามมิติได้อย่างน่าทึ่ง ลึกเป็นชั้นๆลงไปอย่างมีชั้นเชิงและชัดเจน สอดรับกับมิติด้านกว้างที่แผ่เผยออกล้นขอบลำโพงด้านข้างแบบสบายๆ ไม่มีเค้นหรือกดดันใดๆ

สวิงไดนามิค(เบาที่สุด-ดังที่สุด)ได้อย่างฉับพลัน หนักหน่วง โดยที่รูปวงไม่กระเพื่อม ไม่กวัดแกว่ง ไม่เสียศูนย์ ไม่ฟุ้งกระจาย

คุณสมบัตินี้ เสมอด้วย Argon3 (แต่น้ำเสียงสดกว่า-กระชับกว่า) และ Totem One (แต่ผ่อนคลายกว่า) จุดที่ด้อยกว่า The One น่าจะอยู่ที่การจัดวางความเป็นตัวตน ในแง่มิติสูง-ต่ำ เช่นลักษณะเสียงนักร้องที่ "ยืน" ร้องเพลง (สูงกว่าตำแหน่งของกลองชุด หรือสูงกว่าตำแหน่งทวีตเตอร์ลำโพง) อะไรทำนองนี้ ส่วนนี้ ยังคงต้องค้นหาคำตอบกันอีกสักระยะ

โดยย่อก็ประมาณนี้ครับ


(24/02/2556 14:51:25)
ความคิดเห็นที่ 2

ประเด็นที่กังขามาตั้งแต่ต้นสำหรับลำโพง Denton คือย่านเสียงตอนบนทั้งหมด นับแต่เสียงแหลมตอนกลางไปถึงปลายสุด มีลักษณะกร้าวแข็ง, ฟุ้ง และเกรนเสียงหยาบ (คะแนนติดลบ)

นี่เป็นมูลเหตุที่ผมบอกกล่าวไว้ในเบื้องแรกว่า "เชื่อว่าลำโพงคู่นี้ยังไม่พ้นเบิร์นอิน" ซึ่งน่าจะใช้งานก่อนมาถึงห้องผม ไม่น่าจะเกิน 20-30 ชั่วโมง ลักษณาการจึงออกมาในทำนองนี้ ซึ่งมักเป็นกับลำโพงที่ยังไม่พ้นเบิร์นอินโดยข้างมาก

แต่ได้ใช้งานลำโพงคู่นี้มาอย่างน้อยก็น่าจะเกินร้อยชั่วโมงแล้ว อาการที่ว่านี้ แม้จะบางเบาลงไปบ้าง เสียงนิ่งขึ้น แต่ยังมีอาการกร้าวแข็งติดปลายเสียงอยู่เสมอ

ด้วยความเป็นธรรมก่อนที่จะวินิจฉัย อย่างใดอย่างหนึ่งลงไป ซึ่งได้ทำมาหลายขั้นตอนแล้ว เช่นเปลี่ยนขาตั้งลำโพง, ปลั๊กเต้ารับ, จัดระเบียบสายลำโพงสายไฟเอซี, เอาลำโพงที่ไม่ได้ใช้งานบนพื้นออกไป, เปลี่ยนแอมป์, เปลี่ยนสายฯ ฯลฯ อาการที่ว่านี้ ก็ยังคงมีร่องรอยให้ได้ยินอยู่บ้างกับบางอัลบั้ม ไม่ขาดหายไปเสียทีเดียว

ในที่สุดก็เปิดโอกาสให้อีกครั้ง ด้วยการเบิร์นอินซ้ำด้วยแผ่นฯ PAD (เป็นการพักหูไปในตัว-ฟังลูกทุ่งในห้องนอนแทน) แต่เพื่อไม่ให้(เสียงเบิร์นฯ)เป็นการรบกวนคนในบ้านและข้างเคียง จึงใช้วิธีหันหน้าลำโพงให้จูบกัน แล้วกลับเฟสสายลำโพงไว้ข้างหนึ่ง เพื่อลดเสียงลง ตั้งโวลุ่มไว้ที่ประมาณ 11 นาฬิกา ซึ่งเป็นระดับเฉลี่ยที่ใช้ฟังเพลงปกติ

มาถึงนาทีนี้ ก็น่าจะเกิน 30 ชั่วโมงไปแล้ว รอให้ได้สัก 60 ชั่วโมง ก็จะจัดระบบเพื่อฟังอีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายถึงการตัดสินบุคลิกนี้อย่างเด็ดขาดและเป็นที่ยุติ


(24/02/2556 14:52:42)
ความคิดเห็นที่ 3

ฟังไปฟังมา สุ้มเสียงกลางแหลมไปถึงแหลม เริ่มเข้าท่าแล้ว รึว่าฟังจน "หูชา" ไปแล้ว มันก็เลยชิน????

หรือว่าอีกที นี่คือสภาพที่พ้นเบิร์นอินแล้วจริงๆ???

คล้ายๆการบรรลุอรหันต์ประมาณนั้น วันดีคืนดี สุ้มเสียงกลัลตาลปัตรแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น ก็แปลกดี ไม่ค่อยพบอาการแบบนี้ได้บ่อยนัก
มีสองประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า เมื่อฟังได้ว่า Denton ลดความกร้าวแข็งในช่วงเสียงสูงลงมาบ้าง(ไม่ถึงกับเนียน)นั้น สาเหตุเป็นเพราะเลือกใช้อินทิเกรตแอมป์ IA180 หรือไม่? เพราะอินทิเกรตแอมป์ตัวนี้ ไม่เน้นเสียงสูงๆให้เปิดพุ่งมากนัก จะเด่นที่เสียงกลางและทุ้ม(ตามสไตล์แอมป์คลาสดี)

ทางออกคือ ใช้ลำโพงอีกคู่ ที่เด่นในช่วงเสียงสูงเช่น D-1 มาเป็นตัวเทียบเคียง เมื่อได้ฟังอย่างพิเคาระห์แล้ว เสียงแหลมของ D-1 ก็ยังคงปริมาณและคุณภาพสมตัว ไม่ได้ลดทอนลงไปเลย นั่นก็แปลว่า อินทิเกรตแอมป์ไม่ได้มีผลทำให้ Denton ลดความกร้าวแข็งในช่วงเสียงแหลมลงอย่างที่คิดไว้ตอนต้น

ประเด็นที่สอง ก็สำเร็จไปพร้อมๆกับประเด็นแรก คือ ผมใช้สายไปไวร์ที่ทำเอง ในตอนหนึ่งที่ฟังลำโพง Denton รวมถึงสายลิงค์(ที่ลงรูปไปก่อนแล้ว) เข้าใจเอาเองว่า สายไบไวร์ที่ผมทำเอง มันออกไปโทนนุ่ม หนา ไม่เน้นแหลมมากนัก ลำโพง Denton น่าจะได้อานิสงส์จากส่วนนี้บ้าง (รวมถึงตอนลองเปลี่ยนสายลิงค์สองสามตัวที่มี)

ครั้นได้ลองฟังกับลำโพง D-1 ในสถานภาพและสภาพแวดล้อมเดียวกันทั้งหมด ประเด็นนี้ก็ตกไป เพราะ D-1 ยังคงให้เสียงสูงได้อย่างเปิดเผยและมีรายละเอียด สายไบไวร์ที่ว่านั้น จึงไม่มีอิทธิผลใดๆเช่นเดียวกับประเด็นของอินทิเกรตแอมป์ แต่ทั้งหมดนี้ เป็นผลโดยตรงมาจากลำโพงทั้งคู่นั่นเอง


(24/02/2556 14:54:12)
ความคิดเห็นที่ 4

ในขณะที่อีกโสดหนึ่ง, ลำโพง Denton ก็ได้ปรับเปลี่ยนจาก E560 มาขับด้วยอินทิเกรตแอมป์หลอด Prolouge One

หลังจากปรับจูนชั้นวางฯ สุ้มเสียงลำโพงคู่นี้ ลดความกร้าวแข็งในช่วงปลายแหลมลงมามากทีเดียว(มากกว่าวันที่อาจารย์ไข่แวะมาฟัง) สามารถเล่นกับแผ่นซินธิไซเซอร์ได้ในระดับที่โวลุ่มสูงๆ (วงแหวนสปริงฯมีผลอยู่มากทีเดียว) โดยเฉพาะทุ้มจากโปรแกรมซินธิไซเซอร์ ลงได้ลึกและแน่นสะใจทีเดียว

ถ้าให้ดี, อยากได้อาสาสมัครช่วยฟัง ช่วยออกความเห็นซะหน่อย น่าจะเบาแรงคนแก่ได้แยะ ใครพอมีเวลาว่างไม่วุ่นวายกะกิ๊กมาก เกินไป ก็ส่งเสียงมา แต่ฟังแล้วต้องบรรยายได้นะครับ ดีด้อยไม่ว่ากัน แต่ประเภทมาฟังแล้ว "เงียบ..สงสัยไม่ชอต" อย่ามาเลย เปลืองแอร์เปล่าๆ


(24/02/2556 14:55:34)
ความคิดเห็นที่ 5

เมื่อเวลาล่วงเลยมาหลายเดือน พอจะสรุปประเด็นที่แน่ชัดได้ว่า ลำโพง Whafedale : Denton ในราคาสองหมื่นกลางๆ ถือเป็นลำโพงที่มีคุณภาพควรแก่การแนะนำคู่หนึ่ง

ในภาพที่ผ่านพ้นการใช้งานจริงมาหลายเดือน ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง(จากด้อยไปสู่ที่ดีกว่า) ได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะย่านเสียงสูงๆ ซึ่งตอนแรกๆที่แกะกล่องฟังใหม่ๆ ต้องบอกว่าสุดทนจริงๆ ทั้งกระด้างและเปิดพุ่ง แต่มาวันนี้ มันได้เนื้อเสียงที่กระชับพอดี มีความลื่นไหลและฟังได้สบายหูมากขึ้่น ชนิดที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

รายละเอียดครับ, ลำโพงคู่นี้ช่างมีโดดเด่นจริงๆกับคุณสมบัตินี้ เทียบชั้นได้กับลำโพงราคาสูงกว่าบางคู่กันเลย แล้วก็ดุลน้ำเสียง มีความเป็นกลางค่อนข้างสูง หมายความว่า ทั้งเสียงทุ้มกลางแหลม มีปริมาณและสีสันที่สอดคล้องกลมกลืนกันได้อย่างราบรื่น ไม่โด่งหรือโดดเด่นอยู่กับย่านเสียงใดๆเป็นที่สะดุดหู

แล้วก็ทุ้มครับ, ลำโพงสองทางวูฟเฟอร์ไม่ใหญ่โตมโหฬารอะไร แต่ถ่ายทอดเสียงทุ้มได้อย่างหนักแน่นจริงๆ เป็นตัวเป็นตนชัดเจน มีไดนามิคกระแทกกระทั้นได้อย่างน่าพึงพอใจ จะว่าเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจก็ว่าได้

(24/02/2556 15:05:15)
ความคิดเห็นที่ 6

อีกคุณสมบัติหนึ่ง ถ้าเล่นลำโพงแล้วไม่คำนึงถึงส่วนนี้กันเลย ก็น่าจะเสียของไปบ้างบางส่วน นั่นคือการถ่ายทอดหรือจำลองสภาพเวทีเสียงให้ปรากฎ ลำโพงคู่นี้มีคุณสมบัตินี้ เข้าขั้นยอดเยี่ยมทีเดียว(ถ้ากำหนดเพดานกันที่ราคาขาย)

มันให้เสียงที่เปิดกว้างออกด้านข้างทั้งซ้ายขวาได้อย่างโอ่อ่าล้นห้อง(ทั้งที่ลำโพงมีขอบตู้รอบด้าน) แล้วไปสัมพันธ์กับมิติชัดลึกที่เรียงแถวชิ้นดนตรีจากหน้าไปหลังได้อย่างลงตัว มีความชัดเจนในบริบทที่ว่านี้ แยกแยะตำแหน่งแห่งที่ได้อย่างเด็ดขาด ฟังง่าย แม้ดนตรีมากชิ้นหรือวงใหญ่ ก็ไม่สับสน

คุณสมบัตินี้ ปรากฎชัดเจนไม่ว่าจะเล่นกับแอมป์ระดับไหน(ที่มีอยู่ในห้องผมขณะนี้) แล้วภายในคุณสมบัตินี้นี่เอง มันมีความต่อเนื่องลื่นไหลเป็นดนตรีที่ดีปะปนอยู่ด้วยตลอดเวลา หมายถึงไม่ว่าจะฟังเพลงขับร้องหรือบรรเลง เส้นเสียงมีความเชื่อมโยงทำให้ฟังแล้ว รับรู้ได้ถึงความไพเราะของดนตรีจริงๆ

(24/02/2556 15:10:14)
ความคิดเห็นที่ 7


ครับ, ได้แค่นั้น เนื้อหาอาจจะไม่ต่อเนื่องอย่างที่เรียนไว้เบื้องต้น แล้วก็อาจพิมพ์ผิดถูกคละๆกันไป ทั้งหมดสำเนามาจากเพจในเฟซบุ๊คของผม

หากท่านใดสนใจลำโพงประมาณนี้ แนะนำให้หาโอกาสนะครับ ไปลองฟังจริงๆด้วยตนเองที่ไฮไฟทาวเวอร์ เพราะถือเป็นลำโพงอีกคู่ที่มีความโดดเด่นในคุณสมบัติที่อ้างถึงไว้ และสนนราคาที่น่าสนใจ รวมถึงงานการประกอบตู้ก็ไม่ได้ย่อหย่อนใดๆ วันนี้หาลำโพงที่ให้สุ้มเสียงครบเครื่องแบบนี้ยากเข้าไปทุกที อย่างไรเสียก็ควรจะหาโอกาสลองฟัง

ผิด-ตก-ยกเว้น

(24/02/2556 15:14:48)
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณ อ.ธนกฤตมากครับ ถึงจะเป็นรีวิวเล็กๆแต่ก็ได้ใจความครบถ้วน

nuch (24/02/2556 20:16:56)