พบเห็นกระทู้ที่ไม่เหมาะสมไม่สุภาพ, ละเมิดกฏเกณฑ์ กติกา มารยาทของเว็บไซต์ แจ้งลบกระทู้ได้ที่ pilasinee@audio-teams.com
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
แปลงเสียงแผ่นไวนิลลงซีดี..หรือแปลงเสียงจากเทปให้เป็นไฟล์ดิจิตอล.ไม่ใช่เรื่องยาก
ก่อนอื่น..ลองเข้าไปฟังเสียงจากคลิป youtube ตามลิงค์ที่ผมให้มาก่อนนะครับว่าชอบไหม? ถ้าชอบค่อยมาอ่านบทความข้างล่างนี้ ต่อไป....

http://www.youtube.com/watch?v=tRyinUoaJ7o

สืบเนื่องจากคุณภาพของเพลงและดนตรีในสมัยนี้มันไม่มีความเป็นศาสตร์และ ศิลป์เลยแม้นแต่น้อยนิด โดยเฉพาะศิลปะของดนตรีไทยซึ่งนับวันจะถอยหลังลงคลองซะเป็นส่วนมาก ศิลปินหน้าใหม่ๆต่างเสนอหน้าออกมา(โชว์ห่วย)ทั้งๆที่ความสามารถในตัวตนจริงๆ มันช่างหาความเป็นโปรมิได้เลย(บางคน)จิตวิญาณของความเป็นศิลปินมันช่างไร้ ความขลัง บางคนออกมาทีเหมือนได้ดูจำอวดยังไงอย่างงั้น ค่ายเพลงต่างก็เร่งรีบปั้นศิลปินในค่ายของตัวออกมาเหมือนกับดอกเห็ด อัลบั้มที่ออกมาแต่ละชุดไปดูได้เลย..ห่วยแตกชิกหาย..นั้นจะไม่นับเครื่อง เคราประกอบที่มีแต่เสียงอีเลคโทรนิคล้วนๆ หาความเป็นธรรมชาติของเครื่องดนตรีแท้ๆมิได้เลย ที่ร้ายยิ่งกว่าบางอัลบั้มมีแค่คีย์บอร์ด (keyboard)ตัวเดียวแล้วไปเอานักร้องระดับศิลปินแห่งชาติมา MIX เสียงเข้าไปแล้วนำออกมาจำหน่ายโดยไม่ละอายใจเลยแม้นแต่น้อยนิด เปิดฟังดูแล้วเหมือนวนิพกที่ร้องเพลงขอทานตามสะพานลอยยังไงอย่างงั้นเลย มันเหมือนการดูถูกผู้บริโภคและเหมือนการทำร้ายประสาทหูของผู้บริโภคชัดๆ ไอ้ครั้งจะไปหาเพลงจากต้นฉบับดั้งเดิม ที่ขับร้องโดยศิลปินคนเดิม นักดนตรีเดิมๆ ได้อรรถรสในบรรยากาศแบบเดิมๆ มันก็หาฟังยากเย็นแสนเข็น สาเหตุใหญ่สุดก็เห็นจะมาจากการที่มีการตั้งกฏหมายคุ้มครองและลิขสิทธิเพลง ขึ้นมาเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ข้ออ้างที่ว่าเป็นการช่วยเหลือศิลปินที่ได้รับค่าตัวไม่คุ้มกับค่าเหนื่อย ถึงกับมีวลีที่ว่านักร้องนักดนตรีเป็นพวกเต้นกินรำกินไร้อนาคต เป็นข้ออ้างที่ห่วยแตกสิ้นดี อีกทั้งมันเป็นเหมือนการทำลายวงการเพลงและศิลปะวัฒนะธรรมแบบไทยๆไปแทบจะสูญ พันธุ์ไปเลยทีเดียว ตั้งแต่กฏหมายลิขสิทธิได้ถูกใช้เมื่อกว่า 30 กว่าปีที่ผ่านมา ถามผู้รู้หน่อยว่ามีไหมที่นักร้องนักดนตรีที่มีฝีมือได้รับความคุ้มครองจาก กฏหมายมาตรานี้ (จริหรือไม่)...เปล่าเลยไปดูได้..ศิลปินยังจนเหมือนเดิม นักดนตรีที่มีฝีมือต่างเลิกแสดงไปทำไร่ไถนา ขายข้าวแกงปะทังชีวิตไปวันๆไร้ผู้คนเหลียวแล จะมารู้อีกทีก็ต่อเมื่อเจ็บไข้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต จวนเจียนตายนั้นแหละถึงจะเป็นข่าวรับรู้กันไปทั่ว คนที่ได้รับอานิสงฆ์เต็มๆจากกฏหมายลิขสิทธิฉบับนี้ก็ยังคงเป็นเจ้าของค่าย เพลงและนายทุนไม่กี่คนเหมือนเดิม..ที่น่าเจ็บใจคือผู้บริโภคอย่างชาวบ้านที่ ต้องทนฟังเสียงห่วยๆจากนักร้องไร้คุณภาพและดนตรีห่วยแตกที่เล่นโดยนักดนตรี เพียงแค่คนเดียวกับคีย์บอร์ด (keyboard) เส็งเคร็งเครื่องเดียว...มันนับเป็นโศกนาฏกรรมของวงการเพลงไทยโดยสิ้นเชิง กับกฏหมายเฮงซวยฉบับนี้.

สำหรับเพื่อนๆที่มีแผ่นเสียงเก่าๆ เทปเพลงเก่าๆฉบับออริจินัลเก็บเอาไว้ ผมขอแนะนำให้ลองนำมาแปลงจากไฟล์อนาลอกให้เป็นไฟล์ดิจิตอลเก็บไว้เป็นแผ่นซี ดีเพื่อไว้ฟังในโอกาศต่อๆไปโดยใช้โปรแกรมง่ายๆใช้งานไม่ยุ่งยากนะครับ ลองหัดทำดูรับรองว่าปอกกล้วยเข้าปากยังจะง่ายเสียกว่าอีก..ความจริงมันมี เครื่องมือสำหรับแปลงเสียง Analog ให้เป็นไฟล์ Digital จำหน่ายเหมือนกันแถมใช้งานก็ไม่ยุ่งยากแค่เสียบแจ็คเสียงเข้าไปในเครื่องๆ มันก็จะแปลงเป็นไฟล์ Digital ออกมาให้เสร็จสรรพ ก็แล้วแต่ชอบครับ ลางเนื้อชอบลางยา นานาจิตตัง แต่ละคนก็ต่างจิตต่างใจมีรสนิยมความชมชอบไม่ชอบต่างกันไป แต่สำหรับผมชอบทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองมากกว่า..นอกเสียจากว่าเมื่อทำจน ถึงที่สุดแล้วไม่สำเร็จนั่นแหละ ค่อยไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นแทน อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ซึ่งหมายถึงตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน จงช่วยตนเองก่อนๆที่จะไปขอความช่วยเหลือจาก "คนอื่น" ในโลกนี้ไม่มีใครรักและหวังดีในตัวของท่านมากไปกว่าตัวของท่านเองดอก คนอื่นเขาช่วยท่านเพราะมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงฉาบไว้ในคำหวานว่าไม่ต้องการสิ่ง ตอบแทน แต่แท้ที่จริงแล้วเบื้องหลังเป็นอย่างไรใครจะรู้ได้....เน๊อะ

สิ่งที่ต้องเตรียมหามาครับ...

1.โปรแกรม Ultar Audio Recorder เวอร์ชั่นไหนก็ได้หรือโปรแกรมอื่นๆที่ใกล้เคียง

2.เครื่องเล่นแผ่นเสียง เทป ฯลฯ

3.ปรีแอมป์ หรือ อินทิเกรตแอมป์ ฯลฯ


ลุงยิ้ม (อ่าน 6146 | ตอบ 32 ) (18/11/2553 01:51:49) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ไปบ้านหม้อหรือ...ซื้อแผ่นรวมโปรแกรมมา 1 แผ่น
ตามรูปที่เห็น ราคา แผ่นละ 100 บางเจ้าขาย 50 บาท/แผ่น..มีโปรแกรมหนุกๆใส่มาให้เพรียบ..รวมถึงโปรแกรม Ultar Audio Recorder ที่ผมแนะนำ สาเหตุที่ผมใช้โปรแกรมตัวนี้เพราะมันใช้ง่ายดี แค่กด Record Pause และ Stop ก็ใช้งานได้แล้ว หรือจะโหลดฟรีจากเน็ตมาลองใช้ดูก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ.



ลุงยิ้ม (18/11/2553 01:59:12)
ความคิดเห็นที่ 2
เริ่มปฏิบัติการ..

เมื่อมีเครื่องไม้เครื่องมือดังกล่าวข้างต้นแล้วก็หา มินิแจ๊ค มา 1 เส้นเอาอันที่ดูดีมีชาติตระกูลหน่อย..เวลาใช้งานจริงมันจะได้ช่วยลดเสียง รบกวนจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและคลื่น RF บางชนิดได้เป็นการเซฟตี้ไปเปาะหนึ่ง..ซึ่งมันก็หาได้ไม่ยากนักตามร้าน IT หรือแถวคลองถมมีให้เลือกไม่หวาดไหว..ลักษณะของมินิแจ๊คข้างนึงจะเป็น rca ปลายอีกข้างเป็นแจ๊คไมค์สำหรับเสียบรูหูฟังของเครื่องคอมพิวเตอร์(ในกรณ์นี้ ผมขอกำหนดให้รูสีแดงของเครื่องคอมฯเป็น in put นะครับ)


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:01:52)
ความคิดเห็นที่ 3
ปลายข้างนี้เสียบที่รูสีแดง(ไมค์)ของเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:03:51)
ความคิดเห็นที่ 4
รูนี้นะครับ..ลองสังเกตุดูมันจะอยู่ด้านหลังเครื่องคอมฯและด้านหน้าเครื่องคอมฯอย่างละชุด ส่วนจะใช้ได้หรือไม่ต้องดูสายภายในเครื่องด้วยว่าเสียบไว้กับซาวด์การ์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ครบถ้วนไหม..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:10:10)
ความคิดเห็นที่ 5
ตั้งค่าให้ระบบคอมพิวเตอร์ ว่าจะบันทึกจากแหล่งเสียงไหน Line in หรือ Microphone ขั้นตอนก็มีดังนี้ครับ

เริ่มจากการมองหาสัญลักษณ์รูปลำโพงตามข้างบน ที่ Taskbar ของวินโดวส์ และทำการกดดับเบิ้่ลคลิ๊ิกซึ่งจะเกิดเป็นหน้าต่างตามรูปด้านล่างนี้ ซึ่งเป็นส่วนของการปรับ Volume Control


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:17:18)
ความคิดเห็นที่ 6
หน้าจอส่วนที่เห็นนี้ เป็นส่วนของ กับปรับสัญญาณ Playback ครับ หรือ การปรับเสียงที่ออกมาจากเครื่องให้เราได้ยินกันนั่นเอง..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:19:15)
ความคิดเห็นที่ 7
ลำดับต่อไปก็เลือกกดที่เมนู options และเลือกที่ Properties แล้วปรับระดับต่างๆ ตามรูปเลยครับ..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:22:00)
ความคิดเห็นที่ 8
ทำการสลับมาปรับส่วนของการ Recording โดยเลือกกดที่ Recording แล้วเลือก การบันทึกเสียง

จากทุกแหล่งตามรูปครับ (อาจจะมีให้เลือก แตกต่างกันในบางเครื่องตามซาวการ์ดที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องครับ )

โดยหลักๆ ก็จะมี Stereo Mix , Line in , Microphone , ไมค์ด้านหลัง เป็นต้น


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:31:09)
ความคิดเห็นที่ 9
ในรูปตัวอย่างด้านล่างนี้ ผมเลือกที่ ไมค์ด้านหลัง เพราะต่อสายสัญญาณไมค์ เข้ากับช่องต่อไมค์ด้านหลังไว้ครับ


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:39:31)
ความคิดเห็นที่ 10
เพียงเท่านี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก็พร้อมจะรับเสียง อันแสนไพเราะ ของเราเข้าไปในเครื่องแล้วครับ

อันดับต่อไป..ก็จะกล่าวถึงขั้นตอนการนำเสียงจากแหล่งเสียงต่างๆเข้าไป เก็บไว้ในคอมฯ โดยผ่านโปรแกรม Ultar Audio Recorder ที่ผมแนะนำให้ใช้นะครับ..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:42:34)
ความคิดเห็นที่ 11
หลังจากเข้าไป Settings...ตามลำดับเสร็จแล้วก็มาเริ่มกันใหม่นะครับ เพื่อให้ง่ายเข้าทำตามรูปที่เห็นทีละขั้นตอนแล้วกัน รับรองว่าไม่พลาดแน่นอน..

1.เปิดโปรแกรม Ultar Audio Recorde


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:45:31)
ความคิดเห็นที่ 12

2.หลังจากเข้าไปในโปรแกรม Ultar Audio Recorde ก็จะเห็นหน้าต่างอันนี้ ให้สังเกตุคำว่า Record ตามลูกศร..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:46:42)
ความคิดเห็นที่ 13

3.กดคำว่า Record ตามลูกศรก็จะเห็นหน้าต่าง Enter name หมายถึงให้เราตั้งชื่อไฟล์เสียง กำหนดชื่ออะไรก็ได้ครับ..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:48:09)
ความคิดเห็นที่ 14

4.ในที่นี้ผมกำหนดให้เป็น music 1 ก็แล้วกัน...


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:49:10)
ความคิดเห็นที่ 15

5.เมื่อกด OK
เราก็จะเข้ามาในหน้าต่างนี้ครับ
ให้สังเกตุดู คำว่า Record จะหายไป คงเหลือสัญลักษณ์
คำว่า Pause และ Stop แทน และในช่องสี่เหลี่ยมข้าง
ล่างก็จะมีเส้นกราฟขยุกขยิกตามความดังของเสียงที่เรา
ป้อนเข้าไปในเครื่องคอมฯของเราครับ..

ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:50:02)
ความคิดเห็นที่ 16

6.ในช่องสี่เหลี่ยมที่มีเส้นกราฟให้คอยดู ยอดของเส้นกราฟต้องไม่เกินขอบ 4 เหลี่ยมนะครับ หากมันลำเส้นเกินขอบ..เสียงที่ได้มันก็จะแตกฟังไม่ไพเราะ..ทั้งนี้ทั้งนั้น เราสามารถลดเกนความดังของเสียงได้จากโวลลุ่มของแหล่งเสียงที่เราใช้ป้อนเข้า ไปครับ...


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:51:01)
ความคิดเห็นที่ 17

7.เมื่อเพลง จบ ลงแล้วก็กด STOP ได้เลยครับ..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:51:49)
ความคิดเห็นที่ 18

8.เสร็จแล้วก็ลองเข้าไปดูในที่ๆเราเซฟไฟล์เอาไว้..ซึ่ง
ส่วนมากเราก็จะกำหนดเอาไว้ในมายด็อก..นั่นแหละ..
ซึ่งไฟล์เสียงของเราก็สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย
ตามที่เราได้กำหนดเอาไว้แต่แรกนั่นแหละ จะโหลดลงซีดี
เอาไว้ฟังก็ได้อารมณ์ไม่ต่างไปจากแผ่นเสียงเท่าไหร่ดอก
หากมีเครื่อง Mix ดีๆยกเสียงช่วยรับรองว่า..สุโค่ย..เลยล่ะจ้า..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:53:00)
ความคิดเห็นที่ 19

ความจริงมีช่องทางที่ง่ายกว่านั้น...แยะ.. แต่ผมไม่ชอบแถมราคาก็ยังแพงไปหน่อย..แต่ถ้าใครขี้เกียจใช้สมองชอบอะไรที่ ง่ายๆแล้วมีเงินเหลือใช้ก็ลองหาเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เขาทำสำหรับการนี้ โดยเฉพาะก็ได้ครับ ชอบแบบไหนก็เลือกใช้ตามสะดวก..

ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:53:54)
ความคิดเห็นที่ 20

เห็นรูปร่างหน้าตาคงไม่ต้องอธิบายนะครับ ว่ามันใช้งานยังไง..ใช้งานบ่อยๆสมองอาจจะเสื่อม ปัญญาหดหายได้เพราะเจ้าเครื่องนี้มันคิดแทนให้หมด..อิ อิ..

ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:55:01)
ความคิดเห็นที่ 21

นี่ก็เหมือนกัน..สารพัดเสียงผ่านเจ้าเครื่องนี้ปั๊บ..มันจะแปลงออกมาเป็นไฟล์ดิจิตอลปุ๊บ..โค-ตะ-ระ จะง่ายดายอะไรปานนั้น..

ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:56:04)
ความคิดเห็นที่ 22

สะดวกแบบไหน..ก็เลือกใช้เอาเองนะครับ..


ลุงยิ้ม (18/11/2553 02:57:45)
ความคิดเห็นที่ 23

คลิ๊กฟังเพลง "ไทดำรำพัน โดย ก วิเศษ" ฉบับ Original จาก YouTube ที่ลิ้งค์นี้ครับ.

http://www.youtube.com/watch?v=cQTHxkeQ2eA

แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ผมซื้อด้วยเงินค่าขนมของผมเองเมื่อ 40 กว่าปีก่อนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนนั้นผมเป็นนักเรียนประจำที่โรงเรียนจีนห้วยหนำ ถนนสละชีพ และเรียนที่โรงเรียนไทยชื่อเดียวกับชื่อถนนเปี๊ยบเลยว่า "โรงเรียนถนนสละชีพ" ม่ะรู้ว่าตอนนี้มันยังอยู่หรือป่าวหว่า?? ไม่ได้แวะไปกว่า 40 ปีแล้วตั้งแต่ย้ายเข้ากรุง จำได้ว่าตอนนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นและได้ฟังเครื่องเสียงตัวแรก อย่างเต็มตาจากวิทยุ Console เป็นแบบ Automatic Stereo - Radio ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้ว ของเหล่าซือ(อาจารย์)แกบอกว่าแกเอาใส่เรือจากไต้หวันมาไทยหลายเดือนกว่าจะมา ถึง แถมมีแผ่นเพลงจีนอีก 1 ลังใหญ่ถ้าจำไม่พลาดคงเป็นพวกนักร้องหญิงโจวเสี่ยน..แนวๆนั้น ตอนนั้นผมบังเอิญไปได้แผ่น"ไทดำรำพัน ขับร้องโดย ก วิเศษ" แผ่นนี้จากตลาดในเมืองนั่นแหละราคาตอนนั้นน่าจะไม่ถึง 5 บาทมั้ง...หมดตูดเลยสมัยนั้น พอได้แผ่นมาก็รีบโกยแนบไปหาเหล่าซือขอร้องให้แกเปิดให้ฟังเพราะในสมัยนั้น เพลงนี้ดังมากๆมันดังพร้อมๆกับโฆษณา "ถ่านไฟฉายตรากบ" นั้นแหละ..นั่นเป็นครั้งแรกที่จุดประกายอยากรู้อยากเห็นและอยากสัมผัสกับ เจ้าเครื่องพวกนี้อย่างใกล้ชิดจนจวบมาถึงปัจจุบัน..นับว่าโชคดีมากๆที่แผ่น เสียงแผ่นนี้ยังอยู่ดีและยังสามารถเปิดเล่นได้..ถึงจะมีเสียงกรอบแกรบนิด หน่อยก็ช่างมันเต๊อะ.....


ลุงยิ้ม (18/11/2553 03:00:20)
ความคิดเห็นที่ 24
คลิป YouTube หนาวลมที่เรณู โดยศิลปิน ศรคีรี ศรีประจวบ
อัดจากแผ่น Original อายุกว่า 40 ปี
และแปลงไฟล์โดยโปรแกรม Ultar Audio Recorde

http://www.youtube.com/watch?v=m11pBVpz93M



ลุงยิ้ม (18/11/2553 03:03:38)
ความคิดเห็นที่ 25
ดีครับลุงยิ้ม เพลงรุ่นนี้ อ่านชื่อซาวด์เอ็นจิเนียเพลงไทยแต่ละคนสุดยอดทั้งนั้น ทำไมเสียงถึงไม่ค่อยดีเลย เน๊อะลุงครับ.

Eddkrub (18/11/2553 08:57:06)
ความคิดเห็นที่ 26
คงหมายถึงเสียงกรอบแกรบเหมือนเสียงทอดข้าวเกรียบใช่ไหมครับ..ถ้าหมายถึงเจ้าสิ่งนี้เป็นความจงใจของผมต้องการให้ผู้ฟังได้สัมผัสกับบรรยากาศสดๆโดยไม่ปรุงแต่งระหว่างปลายเข็มขูดกับแผ่นไวนิลครับ ผมจึงเลือกใช้หัวเข็มชัวร์ M-75 มาใช้เพราะมันขี้ฟ้องหากมาเจอแผ่นเสียงที่คุณภาพไม่สมบูรณ์เข้า มันก็จะมีเสียงทอดข้าวเกรียบแถมมาให้ครับ หากต้องการให้มันเบาลงก็ต้องไปหาหัวเข็มคริสตัล ราคา 2 ร้อยกว่าบาทมาใช้ซึ่งต่อไปผมจะใช้แบบนั้นแหละครับ เพราะแผ่นเสียงเก่าๆผมมีหลายพันแผ่น ส่วนมากเหลือตกค้างมาจากร้านเก่าที่ผมเลิกกิจการไป ปกมันก็เปื่อยเจอปลวกกินไปหมดแล้ว เหลือแต่แผ่นนี่แหละที่ยังพอจะบูรณะโดยการเอามันมาล้างน้ำได้อยู่ ความจริงมีเสียงทอดข้าวเกรียบแถมมาให้ผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งนา ได้รสชาติของบรรยากาศแบบเก่าๆไปอีกแบบนึง อิ อิ


ลุงยิ้ม (18/11/2553 11:36:34)
ความคิดเห็นที่ 27
คลิ๊กฟังเพลง "ไทดำรำพัน โดย ก วิเศษ" ฉบับ Original จาก YouTube ที่ลิ้งค์นี้ครับ.

http://www.youtube.com/watch?v=cQTHxkeQ2eA

แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ผมซื้อด้วยเงินค่าขนมของผมเองเมื่อ 40 กว่าปีก่อนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนนั้นผมเป็นนักเรียนประจำที่โรงเรียนจีนห้วยหนำ ถนนสละชีพ และเรียนที่โรงเรียนไทยชื่อเดียวกับชื่อถนนเปี๊ยบเลยว่า "โรงเรียนถนนสละชีพ" ม่ะรู้ว่าตอนนี้มันยังอยู่หรือป่าวหว่า?? ไม่ได้แวะไปกว่า 40 ปีแล้วตั้งแต่ย้ายเข้ากรุง จำได้ว่าตอนนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นและได้ฟังเครื่องเสียงตัวแรก อย่างเต็มตาจากวิทยุ Console เป็นแบบ Automatic Stereo - Radio ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้ว ของเหล่าซือ(อาจารย์)แกบอกว่าแกเอาใส่เรือจากไต้หวันมาไทยหลายเดือนกว่าจะมา ถึง แถมมีแผ่นเพลงจีนอีก 1 ลังใหญ่ถ้าจำไม่พลาดคงเป็นพวกนักร้องหญิงโจวเสี่ยน..แนวๆนั้น ตอนนั้นผมบังเอิญไปได้แผ่น"ไทดำรำพัน ขับร้องโดย ก วิเศษ" แผ่นนี้จากตลาดในเมืองนั่นแหละราคาตอนนั้นน่าจะไม่ถึง 5 บาทมั้ง...หมดตูดเลยสมัยนั้น พอได้แผ่นมาก็รีบโกยแนบไปหาเหล่าซือขอร้องให้แกเปิดให้ฟังเพราะในสมัยนั้น เพลงนี้ดังมากๆมันดังพร้อมๆกับโฆษณา "ถ่านไฟฉายตรากบ" นั้นแหละ..นั่นเป็นครั้งแรกที่จุดประกายอยากรู้อยากเห็นและอยากสัมผัสกับ เจ้าเครื่องพวกนี้อย่างใกล้ชิดจนจวบมาถึงปัจจุบัน..นับว่าโชคดีมากๆที่แผ่น เสียงแผ่นนี้ยังอยู่ดีและยังสามารถเปิดเล่นได้..ถึงจะมีเสียงกรอบแกรบนิด หน่อยก็ช่างมันเต๊อะ.....


ลุงยิ้ม (18/11/2553 13:58:59)
ความคิดเห็นที่ 28
ผมหมายถึงเพลงวัยสะรุ่นสมัยนี้ครับลุง มือระดับโปรทั้งนั้น แต่เสียงดิจิตอลจ๋าเลยจ่ะ่ลุงยิ้มครับ

Eddkrub (18/11/2553 19:25:38)
ความคิดเห็นที่ 29
ตอบได้ง่ายมาก...มันเป็นธุระกิจ..ครับ
ถึงจะมือโปรระดับไหนเมื่อเอาผลประโยชน์ "นำ" มากกว่าทำเพราะใจรัก..
ผลงานมันก็ออกมาอย่างที่เห็นๆกันในปัจจุบัน..ห่วยชิกหาย..
ทั้งการเรียบเรียงเสียงประสาน ทำนอง..เนื้อเพลง..คุณภาพห่วยแตกสุดๆ
ผิดกันลิบลับกับศิลปินในอดีตที่ผ่านมา...

กว่า ปีที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นมีอัลบั้มชุดใด สามารถอ้างอิงความเป็นอมตะได้แม้นแต่ชุดเดียว..แค่คำร้อง เนื้อเพลง ความงามของภาษา ความไพเราะของดนตรีและท่วงทำนอง..ในสมัยก่อนภาษาที่ครูเพลงใช้แม้จะเป็นคำ ง่ายๆ ธรรมดาสามัญ แต่พอเรียงร้อยออกมาถูกจังหวะ อยู่ในตำแหน่งอันเหมาะสม ก็กลับกลายเป็นภาษาที่มีอารมณ์ มีความเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภาษากวี ไพเราะงดงาม เป็นงานศิลปะขั้นสูง ว่ากันว่าในสังคมสากลหรืออารย-ชนให้เกียรติและยกย่องกวียิ่งนัก เพราะถือได้ว่าเป็นผู้เข้าถึงความงาม ความสุนทรีย์ มีจิตวิญญาณสูงส่ง ชมภาพแวดวงเพลงไทยในสมัยนี้แล้วอนาถใจ..มันช่างห่างไกลจากคำว่าศาสตร์และ ศิลป์ชั้นครูโดยสิ้นเชิง..

มีเพลงอยู่จำนวนไม่น้อยได้ฟังครั้งเดียวก็ จดจำรำลึกถึงได้ เนื่องมาจากความงามของภาษา ความไพเราะของดนตรีและท่วงทำนอง รวมทั้งเสียงของนักร้องที่ขับร้องเพลงนั้น ทั้งหมดนี้จะต้องผสานกลมกลืนกัน จึงจะทำให้เพลงนั้นๆสมบูรณ์ สัมผัสเข้าไปถึงใจ ฟังแล้วอิ่มอารมณ์ อยากฟังอยู่บ่อยๆ หากองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งขาดหายไป ย่อมทำให้ลดความไพเราะลงเป็นอันมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ การที่นักร้องรุ่นหลังนำเพลงเก่ามาร้องใหม่ เรียบเรียงดนตรีใหม่ เมื่อฟังเปรียบเทียบกับต้นฉบับเดิม ส่วนมากหาความไพเราะได้ไม่เท่าของเก่า ขาดเสน่ห์ ไม่มีพลัง เนื่องจากนักร้องใหม่ไม่สามารถตีความเพลงนั้นๆจนเข้าใจได้ อารมณ์และน้ำเสียงจึงยังไม่เหมาะ การเรียบเรียงดนตรีใหม่บางครั้งก็ใส่ดนตรีหลายชิ้นมากเกินไป ทำให้ยุ่งเหยิง กลบความงามของเนื้อเพลงหมด เป็นความมักง่ายของคนทำที่ไม่เจียมตัว ขาดจิตวิญาณของความเป็นศิลปินโดยสิ้นเชิง การที่จะ COPY ผลงานของผู้อื่นซึ่งดีอยู่แล้วมาทำขึ้นใหม่ต้องทำให้ดีเท่าหรือดีกว่าต้น ฉบับดั้งเดิม ไม่ใช่ไร้ฝีมือแต่อยากดังอยากเด่นทั้งๆที่ตัวตนจริงๆแล้ว บ่ มิไก๊...

อยากจะยกตัวอย่างผลงานประพันธ์เพลงระดับครู ซึ่งหาได้ยากยิ่งสำหรับนักแต่งเพลง(สมัครเล่นในยุคปัจจุบัน)สำหรับท่านที่ อายุเกิน 50 เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักครูเพลงอย่างพงศักดิ์ จันทรุกขา นักแต่งเพลงชาวอีสานผู้ที่ใช้ภาษาได้งดงาม กระทบใจ จนได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่นเพลงชื่อ "ทุ่งรัก" ซึ่งนักร้องต้นแบบคือ ศรคีรี ศรีประจวบ ได้เคยขับร้องเอาไว้ เป็นเพลงที่เรียกได้ว่าสื่อด้วยภาษากวีอีกบทเพลงหนึ่ง..

แดดบ่ายปลายคุ้งท้องทุ่งรวงทอง
น้ำทรงเมื่อเดือนสิบสอง
หัวใจพี่กลับนองรักน้องนางทุ่ง
กระจับจอกแหน
เป็นแพลอยติดก้นคุ้ง
เหมือนสวาทพัดผันใจมุ่ง
มุ่งปองรักสาวแม่ดาวบ้านนา
ย่างเดือนสิบสองลมล่องนารัก
ข้าวเอนอุ้มรวงหน่วงหนัก
เหมือนใจพี่อุ้มรักภักดีกานดา
เจ้าเรียมเจ้าขวัญเทวัญสถิตทุ่งนา
โปรดช่วยดลหัวใจน้องข้า
รักหนุ่มบ้านนาเหมือนอธิษฐาน
ฯลฯ



ความโดดเด่นของเพลงนี้มีอยู่สองประการ อย่างแรก ใช้คำได้ภาพพจน์งามเหมาะใจ เห็นความงามของท้องทุ่งได้เต็มความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นภาพ แดดบ่ายปลายคุ้งท้องทุ่งรวงทอง หรือ กระจับจอกแหนเป็นแพลอยติดก้นคุ้ง หรือภาพ ข้าวเอนอุ้มรวงหน่วงหนัก นั้นบอกเล่าให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวา ความอุดมสมบูรณ์ของทุ่งนาไทย โดยไม่จำเป็นต้องบอกตรงๆว่า นี่คือความอุดมสมบูรณ์ นี่คือชีวิต แต่รับรู้ด้วยอารมณ์ความรู้สึก ประการต่อมาคือใช้ความเปรียบได้กินใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบความรักที่ท่วมท้นอยู่เต็มอกกับภาพของกระจับจอกแหนลอย เป็นแพที่ก้นคุ้ง หรือภาพของ “ใจอุ้มรัก” ที่ไม่ต่างจาก “ข้าวเอนอุ้มรวง” เป็นการอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมคือ “ความรัก” ออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจน มีความหมายและอารมณ์ความรู้ที่ดีงาม
อีกนัยหนึ่งนั้น เพลงนี้ทั้งเพลงสรุปออกมาได้ความว่า อันความรักนั้นเมื่อเกิดขึ้นในใจใครแล้ว ก็ย่อมจะงอกเงยเติบโตงดงามขึ้น เหมือนต้นข้าวที่กำลังออกรวงให้ผลผลิตแก่ชาวนา หากบำรุงรักษาให้ดี ผลตอบแทนย่อมคุ้มค่า เพราะความรักนั่นคือความงาม คือชีวิต คือความสุข คนที่บำรุงรักษาความรักดีๆ ย่อมได้ตอบแทนเป็นแน่แท้ ผู้แต่งอาจต้องการบอกผ่านบทเพลงมาถึงเราอย่างนี้ ขออ้างอิงบทวิจารณ์และคำชมของโกศล อนุสิม ที่มีต่อเพลง "ทุ่งรัก" ซึ่งเคยได้เขียนไว้อย่างน่าชมยิ่งนัก นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ๆหากได้มาอ่านพบเจอเข้า คงจะเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย ..



ลุงยิ้ม (21/11/2553 15:19:10)
ความคิดเห็นที่ 30
^
^
เวรกรรม..เจอภาษาต่างดาวอีกล่ะ..

เมื่อไหร่ระบบอินเตอร์เน็ตมันถึงจะปองดองจับมือกันใช้งานเป็นหนึ่งเดียวไม่แยกค่ายซักที..ก๊อปผ่านเว็บทีไรถ้าไม่แก้ไขก่อนเป็นเจอภาษาต่างดาวประจำ "เซ็งเป็ด"


ลุงยิ้ม (21/11/2553 15:27:47)
ความคิดเห็นที่ 31
.

ลุงยิ้ม (22/01/2554 16:03:08)
ความคิดเห็นที่ 32
.

ลุงยิ้ม (22/01/2554 16:06:55)