หลายคนอาจหนักใจเมื่อต้องเลือกชุดเครื่องเสียงเข้าบ้าน ขั้นตอนนั้น ประเด็นที่หนักใจน่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณกับคุณภาพ
แต่จริงๆแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินคุณภาพของชุดเครื่องเสียงที่เลือกในขณะนั้น ให้ชัดเจนได้ โดยยึดถือเอางบประมาณเป็นสำคัญเพียงประการเดียว
ว่ากันโดยเนื้อแท้แล้ว ความต่อเนื่องของคุณภาพจากชุดเครื่องเสียง ไม่อาจกำหนดได้ชัดเจนในวาระใดหรือช่วงหนึ่งช่วงใดเป็นการเฉพาะ หมายความว่า มันต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายประการ รวมถึงตัวแปรอีกมาก ซึ่งล้วนมีผลต่อคุณภาพเสียงทั้งหมดที่จะได้มา ไม่ได้ขึ้นกับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่เป็นฮาร์ดแวร์เพียงถ่ายเดียว
ปัจจัยและตัวแปรที่อ้างไว้นั้น ล้วนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่างกรรมต่างวาระ ไม่ได้จบลงในกระบวนการเดียวเท่านั้น
ใช่ว่าตัดสินใจเลือกชุดเครื่องเสียงกันตอนนั้น ด้วยคุณภาพที่ได้ประจักษ์แจ้งด้วยหูตนเองขณะนั้น แล้วหมายความต่อไปว่า ในเวลาข้างหน้า ความคุ้มค่าสำหรับงบประมาณที่จ่ายออกไป จะคงเส้นคงวา เสมอต้นเสมอปลายตลอดไปก็หาไม่
เพราะเหตุใด?
ปัจจัยอันดับแรกที่มีความเป็นได้มากที่สุดคือ การจัดวางชุดเครื่องเสียง หมายรวมถึงการจัดวางลำโพง ภายในห้องฟังที่บ้าน
นี่เป็นประเด็นที่หลายคนคาดไม่ถึง หรืออาจมองข้ามไปเลยก็เป็นได้
ข้อแรกนี้ เป็นตัวแปรที่ยิ่งใหญ่ต่อคุณภาพของชุดเครื่องเสียงที่ซื้อหาเข้ามา
ถ้าจะชี้ประเด็นลงไปให้ชัดเจน แน่นอน, ความหมายของมันก็คือ ความสัมพันธ์ ความเหมาะสม ระหว่างการทำงานของชุดเครื่องเสียง กับสภาพแวดล้อมของห้องฟังหรือมิติสัดส่วน(รวมถึงการตบแต่ง) หรือนัยหนึ่งก็คือ ความสำคัญของห้องฟังเพลงนั่นเอง
หลายๆคนในตอนต้นคงคาดไม่ถึงกับตัวแปรที่เป็นเพียงเหตุหนึ่ง และเป็นเหตุผลใหญ่ที่จะทำให้คุณภาพเสียงของชุดเครื่องเสียงเบี่ยงเบนออกไปจากเดิม จะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ ในบางกรณีบางชุด ปัจจัยในข้อนี้เป็นมาตรวัดที่สำคัญทีเดียว
อาจเป็นเหตุให้ดีขึ้นหรือแย่ลง ล้วนเป็นไปได้ทั้งสองทิศทาง
หลายคนที่ต้องการชุดเครื่องเสียงสักชุด ไม่ได้มีการเตรียมการที่พอเพียงสำหรับการจัดวางชุดเครื่องเสียงภายในห้องฟัง ซึ่งอาจจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น, ห้องรับแขก หรือห้องเอนกประสงค์ แต่มุ่งประเด็นไปที่การเลือกหาตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เป็นหลักใหญ่ หรือพะวงต่อราคาค่าตัวที่ต้องจ่ายออกไป ต่อการได้มาซึ่งคุณภาพเสียงที่ตนเองต้องการ นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา
แต่ข้อเท็จจริงที่จะตามมา ย่อมมีเรื่องของปัจจัยที่อ้างถึงเข้ามามีส่วนในการกำหนดคุณภาพเสียงโดยรวมของชุดเครื่องเสียงนั้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ฉะนั้น การวางแผนในเบื้องต้น ไม่เพียงการเลือกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เท่านั้น แต่คุณภาพเสียงที่เป็นเป้าหมาย ต้องหมายรวมถึงกระบวนการทั้งหมด นับแต่ความเข้ากันได้อย่างเหมาะสมของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ซึ่งประกอบขึ้นเป็นชุดเครื่องเสียงนั้น
อาจเริ่มจากเครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่นแผ่นเสียง อินทิเกรตแอมป์ ปรีแอมป์เพาเวอร์แอมป์ หรือประเภทรีซีฟเวอร์ และที่สำคัญคือ ลำโพง
ทั้งหมดต้องตั้งอยู่บนฐานของความเหมาะสม ไม่ว่าจะในแง่ของงบประมาณต่อความต้องการ ความสะดวกสบายในการใช้งาน ความทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว อาจรวมถึงบริการหลังการขาย และที่สำคัญควรมีความเหมาะสมต่อสถานที่ที่จะนำชุดเครื่องเสียงนั้นๆ ไปติดตั้งหรือจัดวาง นั่นเป็นนิยามของความคุ้มค่าคุ้มราคา
หากตีวงให้แคบเข้ามา ลำโพงเป็นอุปกรณ์ในชุดเครื่องเสียงที่ต้องการการจัดวางอย่างถูกวิธี มากที่สุดชิ้นหนึ่งในชุดเครื่องเสียง ทั้งเป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลรวมทั้งหมดของชุดได้อย่างโดดเด่น
ข้อควรคิดเมื่อเลือกเครื่องเสียงและคำนึงถึงความคุ้มค่าในเบื้องแรก ควรเริ่มจากความเหมาะสมระหว่างลำโพงกับห้องฟัง ขนาดของตู้ลำโพงตลอดจนวิธีการจัดวางลำโพงคู่นั้น เหมาะสมต่อขนาดของห้องฟัง หรือสะดวกในการจัดวางหรือไม่
เมื่อได้ประเด็นในเบื้องแรกแล้ว ต่อมาก็ควรคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแอมป์กับลำโพง อย่างน้อยก็ควรให้มีความเหมาะสมในการทำงานเชิงกำลัง โดยพิจารณาความจำเป็นที่ต้องการใช้แอมป์กำลังขับมากหรือน้อยสำหรับลำโพงคู่นั้น ซึ่งอาจศึกษาได้จากคู่มือของเครื่องเหล่านั้นเป็นพื้นฐาน
เมื่อขยับเข้าไปในรายละเอียดของกระบวนการนี้ ลักษณะการจัดวางลำโพงจึงเป็นเรื่องหลักที่ต้องเอาใจใส่ เช่นลำโพงที่ได้รับการออกแบบสำหรับให้ใช้งานด้วยการวางหิ้ง หรือวางบนขาตั้ง นั่นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเริ่มต้นให้ตรงประเด็น ในขณะที่ลำโพงซึ่งผู้ผลิตออกแบบให้ใช้งานด้วยการวางบนพื้นโดยตรง ก็ควรเป็นไปในลักษณะนั้น
แต่ลักษณะการจัดวางลำโพงในห้องฟัง ก็หาข้อยุติเป็นหลักฐานได้ยาก ทำให้มีความสับสนอยู่มากสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงทั่วไป เพราะการจัดวางลำโพง เพียงให้ทำงานได้ตามคู่มือหรือตามลักษณะการใช้งานลำโพง ไม่เพียงพอต่อคุณภาพเสียงโดยรวมสำหรับหลายๆคน บางทีก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลำโพงเอง
ซึ่งถ้าว่ากันบนพื้นฐานข้อเท็จจริงแล้ว ลำโพงเป็นผลิตผลเชิงศิลป์ที่มีความละเอียดอ่อนในตัวเองอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่า การปรับแต่งตำแหน่งการจัดวางลำโพงในห้องฟัง แม้เพียงเล็กน้อยสำหรับบางชุด หรือบางทำเล ก็อาจส่งผลดีต่อคุณภาพเสียงโดยรวมได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว
ในชั้นนี้ลองมาพิจารณาการวางลำโพงพอเป็นสังเขป ก่อนจะต่อเนื่องไปยังประเด็นอื่นๆในภายหลัง
ถ้าจะแบ่งแนวทางการเล่นและฟังเครื่องเสียงออกเป็นสัดส่วนกว้างๆ มีพฤติกรรมอยู่สองลักษณะที่น่าอ้างถึง หนึ่งคือการฟังเครื่องเสียงแบบเรียบง่าย สองคือการฟังเครื่องเสียงแบบเอาเรื่อง
ชุดเครื่องเสียงชุดเดียวกัน หากพฤติกรรมการฟังต่างกันในแนวทางข้างต้น รายละเอียดในการปรับแต่ง หรือจัดวางลำโพงในชุดเครื่องเสียงนั้นก็ย่อมมีความแตกต่างออกไปเช่นกัน
ในกรณีแรก, หากมีพฤติกรรมในการฟังเครื่องเสียงแบบเรียบง่าย หมายถึงการฟังที่เน้นเอาความเพลินเพลิดจากการฟังเพลงและดนตรีทั่วไป ไม่ลงลึกในรายละเอียดปลีกย่อยของน้ำเสียง หรือคุณสมบัติบางประการที่มีอยู่ในระบบไฮฟิเดลลิตี้ ซึ่งมักจะจัดชุดเครื่องเสียงแนวทางนี้ไว้ในห้องนอน ห้องรับแขก หรือห้องเอนกประสงค์ทั่วไป
ซึ่งห้องต่างๆที่ว่ามานั้น ย่อมมีตัวแปรของห้องที่ต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้ว ข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่การใช้สอยห้องนั้นๆ ก็มีอยู่ เพราะต้องเฉลี่ยพื้นที่ของห้องในบางส่วน หรือหลายๆส่วนให้กับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆที่จำเป็น นอกเหนือไปจากชุดเครื่องเสียงข้างต้น
การจัดวางลำโพงในห้องตามแนวทางนี้ ก็ย่อมมีเหตุผลส่วนนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงควรจัดวางลำโพงให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมต่อการใช้งานในห้องนั้น ทั้งนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ในทุกทางให้สอดคล้องกันมากที่สุด เช่นอาจวางลำโพงไว้บนชั้นหรือเครื่องเรือนที่มีความสูงในระดับที่เหมาะสม แทนการจัดวางลำโพงไว้บนขาตั้งซึ่งต้องใช้เนื้อที่แยกออกมาต่างหาก
โดยกำหนดให้ระดับของทวีตเตอร์ลำโพง(วางหิ้ง) เสมอหรือใกล้เคียงระดับหูของผู้ฟัง เมื่อนั่งฟังบนโซฟาหรือเก้าอี้ตามปกติ
การควบคุมระยะห่างจากผนังห้องต่อลำโพงโดยรอบ ก็จะควบคุมได้ง่ายและเป็นผลดีต่อดุลน้ำเสียงโดยภาพรวม
ในกรณีลำโพง(วางหิ้ง)ที่ออกแบบเป็นลำโพงชนิดตู้เปิด มีท่อระบายอากาศไว้ด้านหลังของตู้ลำโพง ระยะที่ควรห่างจากผนังด้านหลังอยู่ที่ประมาณ 8-12 นิ้ว ในระยะนี้จะเป็นช่วงปรับระดับความดังของย่านเสียงทุ้มได้ดี ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของสัดส่วนอีกสองมิติ นั่นคือระยะความสูงจากพื้นห้องถึงลำโพง และระยะลำโพงทั้งคู่ห่างจากกัน
ลำโพงซึ่งออกแบบเป็นตู้ปิด หรือตู้เปิดแต่จัดวางท่อระบายอากาศหรือท่อเบสไว้ด้านหน้า ก็สามารถวางชิดผนังได้มากกว่านั้น
สามมิติในสัดส่วนนี้(ระยะลำโพงห่างจากผนังห้องด้านหลัง, ระยะลำโพงห่างจากพื้นห้อง, ระยะลำโพงห่างจากกัน) ควรให้มีความสมพันธ์ต่อกันในขณะจัดวางตำแหน่งหรือขณะที่ปรับแต่ง หรือหาตำแหน่งจัดวางลำโพงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงดุลน้ำเสียงโดยรวมที่ได้ออกมา จำเป็นต้องอาศัยความกลมกลืนของย่านเสียงหลัก(ต่ำ/กลาง/สูง)เอาไว้เป็นสำคัญ
ในขณะที่ต้องไม่ลืมความสะดวกสบายในการรับฟัง เช่นทำเลที่นั่งฟังในขณะทำงานไปด้วย หรือนั่งฟังแบบพักผ่อนคลายอริยาบถเป็นส่วนตัว
ในกรณีลำโพงคู่เดียวกัน แต่ใช้งานด้วยการวางลำโพงบนขาตั้ง กรณีนี้จำเป็นต้องมีเนื้อที่สำหรับการวางขาตั้งลำโพงได้สะดวก มีความมั่นคงสูงและต้องปลอดภัย ไม่กีดขวางทางเข้าออก(เช่นวางใกล้ประตูห้อง, ทางเข้าห้องน้ำเกินไป)
ระยะการจัดวางลำโพงก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากกรณีแรกบ้าง ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงความสูงของขาตั้งให้เหมาะสมกับขนาดของลำโพง อาจชดเชยระหว่างกันด้วยระยะมิติทั้งสามด้านของห้องเช่น ถ้าขาตั้งที่ใช้งานนั้น มีความสูงมากเกินไป เมื่อวางลำโพงบนขาตั้งเรียบร้อยแล้ว ระดับความสูงของทวีตเตอร์(ในลำโพงทั่วไปส่วนใหญ่) สูงกว่าระดับสายตามากเกินไป
กรณีข้างต้น อาจวางลำโพงให้ชิดผนังห้องมากขึ้นเป็นการชดเชย เช่นระยะเดิมห่างจากผนังห้องด้านหลังออกมาประมาณ 12 นิ้ว ก็อาจเลื่อนขาตั้งลำโพงให้ชิดผนังห้องด้านหลังที่ระยะ 8 นิ้วเป็นอาทิ
ในทางกลับกัน, หากขาตั้งที่ใช้งานต่ำเกินไป ระดับทวีตเตอร์ต่ำกว่าระดับหูมากเกินไปเมื่อนั่งฟังปกติ ก็อาจต้องวางลำโพงให้เข้าใกล้ตัว หรือใกล้ตำแหน่งที่นั่งฟังปกติมากขึ้น แต่ทางเลือกหรือทางออกที่ดีในกรณีนี้ก็คือ การเลือกหาขาตั้งลำโพงที่เหมาะสมสำหรับลำโพงคู่นั้นเสียแต่เบื้องต้น
|