จากหูสู่สมอง#3 : เซ็ตอัพลำโพง
จากหูสู่สมอง#2 : เซ็ตอัพลำโพง
จากหูสู่สมอง#1 : เซ็ตอัพลำโพง
จน...เครียด...ปรับแต่ง (อะคูสติค)
Wall One
ความประทับใจในปี 2007
รางวัลสามดีศรีสยาม
เครื่องเสียงที่ประทับใจ
Hi-Fi Never End
คุณภาพเสียงของ CD, SACD, DVD-Audio - Impedance Matching
มหาชนกซิมโฟนี
ค่ำคืนอันแสนอบอุ่นกับ Jacintha
ประชัน "พีเอ" ที่นางตะเคียน
บนเส้นทางนฤพาน
ซิมโฟนี : จิตวิญญาณไทย
เมื่อดอกซากุระบาน
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (ภาค 2)"
ตัวแปรกับคุณภาพเสียง
เล่าสู่กันฟัง
คืนสุดท้าย
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (1)
คืนอันแสนสั้นกับ "เสียงใบไผ่"
อินทิเกรตแอมป์ Aurist Mali
เครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD
หัดซื้อเครื่องเสียงมือสองอย่างมืออาชีพ 2
หัดซื้อเครื่องเสียงมือสองอย่างมืออาชีพ
ซิสเต็มของ เสธ. แดง
เครื่องดีทำไมต้องวัด
คุณบ้าเครื่องเสียงหรือเปล่า?
มือใหม่ซื้อเครื่องเสียง
ประชันพีเอที่บางขันแตก
Dire Straits & Mark Knopfler
10 ประเด็นที่มือใหม่หัดเล่นพึงสังวรณ์
Peter Gabriel
Acoustic Research HT130
Yes : (Final Update)
สุดเอื้อม
เลือกใครดี
ลำนำเพลงร็อค (3)
ตำนานลำโพง MGD
ลำนำเพลงร็อค
ลำนำเพลงร็อค (2)
PHILIPS SACD- 1000
เส้น - สายใครว่าไม่สำคัญ?
เรื่องเกี่ยวกับสายสัญญาณ
มือใหม่หัดขับ
3 คอนเสิร์ต : ดูไป... บ่นไป
Starwars Episode II
DOO WOP
XXX พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ
ลำนำเพลงร็อค (2) :: Alan Parsons Project
โดย...ว. ชยาเวช

ขอแนะนำผลงานของ Alan Parsons Project (ไม่รวมผลงานชุดรวมเพลง)

ชุดที่ 1. Tales of Mystery and Imagination (1975) เป็น Concept Album ที่ยิ่งใหญ่มากชุดหนึ่ง ได้ดัดแปลงมาจากนิยายสยองขวัญของ Edgar Allan Poe และ Remaster โดย Alan Parsons เอง คุณภาพเสียงใช้ได้ทีเดียว แนวเพลง Progressive Rock มีคุณค่าทางดนตรีสูงมาก เทียบเท่าอัลบั้มของ Pink Floyd ทีเดียว ถือเป็นผลงาน Masterpiece น่าจะเป็นผลงานที่ถือว่าเป็นสุดยอดที่สุดของ Alan Parsons มี Orchestra เล่น Back Up ให้ด้วย เป็นชุดที่แฟนเพลงต้องมีใน Collection อย่างยิ่ง มีเพลงเด่น คือ The Raven

ชุดที่ 2. I, Robot (1977) เพลงเด่นคือ I Wouldn't Be Like You, Day After Day, Don't Let It Show ถือเป็นอีกผลงาน Masterpiece ขั้นสุดยอด ที่แฟนเพลงต้องมีใน Collection อย่างยิ่ง ตอนนี้มีแผ่น DVD Audio ชุดนี้ซึ่ง Remaster โดย Alan Parsons เองออกวางขายแล้ว ร่ำลือว่าคุณภาพเสียงสุดยอด

ชุดที่ 3. Pyramid(1978) เพลงเด่นคือ Eagle Will Rise Again, Can't Take It With You, Shadow of a Lonely Man; What Goes Up ถือเป็นผลงาน Masterpiece ที่แฟนเพลงต้องมีใน Collectionอีกชุดหนึ่ง

ชุดที่ 4. Eve (1979) ฟังแล้วก็งั้นๆแหละ สำหรับชุดนี้ ไม่ทำออกมาเสียเลยจะดีกว่า ไม่แนะนำให้ซื้อ ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานครับ แต่ก็มีเพลงพอฟังได้ เช่น Damned If I do; Lucifer; If I Could Change Your Mind

ชุดที่ 5. The Turn of a Friendly card (1980) แนวเพลงค่อนข้างฟังง่าย เป็น Pop Rock ที่ฟังแล้วติดหู ทำนองเพราะ เพลงเด่นคือ Games People Play, Time, The Turn of a Friendly Card; Snake Eyes ผมชอบนะครับชุดนี้ แนะนำว่าควรมีในครอบครองอีกชุด

ชุดที่ 6. Eye in the Sky (1982) แนวเพลงค่อนข้างฟังง่าย เป็น Pop Rock ที่ฟังแล้วติดหู ทำนองเพราะเกือบทั้งชุด เพลงเด่นคือ Silence and I, Old and Wise, Eye in the Sky; Psychobabble แต่ยังไงก็ยังเทียบไม่ได้กับ 3 ชุดแรก แต่ซื้อไว้เถอะครับ ไม่ผิดหวัง

ชุดที่ 7. Ammonia Avenue (1984) ฟังง่าย มีเพลงเด่นคือ Prime Time, Don't Answer Me โดยรวมชุดนี้ก็ถือว่าใช้ได้ครับ

ชุดที่ 8. Stereotomy (1985)ตั้งแต่อัลบั้มนี้เป็นต้นไป การบันทึกเสียงจะดีมาก เป็น Digital Master ทุกชุด สำหรับชุดนี้ ผมฟังแล้วคิดว่างั้นๆ ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร

ชุดที่ 9. Vulture Culture (1985) ฟังง่าย มีเพลงเด่นคือ Let's Talk About Me, Days Are Numbers

ชุดที่ 10. Gaudi (1987) ถือเป็นผลงาน Masterpiece ขั้นสุดยอดที่แฟนเพลงต้องมีใน Collection อีกชุดหนึ่ง มีเพลงเด่นคือ Sagrada Familia, Paseo De Gracia ไม่รู้ว่าแต่งออกมาได้ยังไง เพราะมากๆ อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่อุทิศให้กับสถาปนิกชาวสเปนที่ยิ่งใหญ่มากคนหนึ่ง

ชุดที่ 11. Freudiana(แผ่นคู่) (1989)เป็นอัลบั้มที่อุทิศให้ Sigmund Freud นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงก้องโลก มีเพลงที่เพราะมากๆหลายเพลง เป็น Concept Albumถือเป็นผลงาน Masterpiece ที่สุดยอดอีกชุดหนึ่งที่แฟนเพลงต้องมีใน Collection มีเพลงเด่นคือ I Am A Mirror (เพลงนี้ได้ Leo Sayer มาช่วยร้องครับ เพราะมากครับ)

ชุดที่ 12. Try Anything Once (1993)ไม่เลวนักสำหรับชุดนี้ มีเพลงเด่นคือ Jigue, Rejigue; Turn It Up

ชุดที่ 13.The Very Best Live (Live) (1995)เป็นอัลบั้มแสดงสดที่เลือกเอาแต่เพลงฮิตมาเล่น มีเพลงใหม่ ประมาณ 3 เพลง ฟังแล้วก็เพราะดี ผมชอบอยู่แล้วเป็นของธรรมดา

ชุดที่ 14 Lady Hawke (1995) เป็น Soundtrack หนัง ซึ่ง Alan Parsons Project ทำร่วมกับ Andrew Powell ชุดนี้ ผมไม่เคยฟังครับ

ชุดที่ 15. On Air (1998) ชุดนี้ไม่เคยฟัง ไม่วิจารณ์

ชุดที่ 16. Time Machine(1999) ชุดล่าสุด การบันทึกเสียงดีมากครับ มีเพลงเด่นคือ The Time Machine(Part 1); The Call of The Wind โดยรวมถือว่าชุดนี้สูงกว่ามาตรฐานครับ

นอกจากนี้ ยังมีอีกอัลบั้ม คือ ชุด Professional Audio Test Disc ซึ่งเป็นแผ่นที่ใช้ทดสอบเครื่องเสียงโดยตรงเลยครับ (มีบาง Tracks ใช้ทดสอบลำโพงโดยตรงด้วยครับ) ฟังว่ามีประมาณ 84 tracks ครับ ราคาแผ่นนี้แพงมากครับ ประมาณ $70 ผมไม่เคยเห็นเลยครับ สำหรับคอ Audiophile น่าจะมีสักแผ่นนะครับ ไม่ทราบว่าใครซื้อแล้วบ้างครับ อาจต้องสั่งจาก Amazon.com ถ้าอยากได้จริงๆ

สำหรับอัลบั้มรวมเพลงฮิตนั้น ออกมาเยอะมาก ซื้อกันไม่ไหว เพลงก็ซ้ำไปซ้ำมา แต่ถ้าจะซื้อ แนะนำให้ซื้อชุดเดียวคือ ชุด The Definitive Collection (เป็นแผ่นคู่) (1997) ที่เพิ่งออกมาเร็วๆนี้ เพราะเป็นอัลบั้มที่ Remaster โดย Alan Parsons เอง เลือกเพลงได้ค่อนข้างดี เสียอย่างเดียว คือไม่มีเพลงจากชุด Gaudi เป็นไปได้อย่างไร สำหรับผู้ที่ชอบ Pink Floyd น่าจะชอบ Alan Parsons เพราะแนวเพลงคล้ายกัน

Alan Parsons ยังไปช่วยเป็น Engineer ให้ศิลปินคนอื่นๆ เช่น Al Stewart (ชุด Year of the Cat และ Time Passages) และPink Floyd (ชุด Dark Side of the Moon และ Atom Heart Mother) และ Beatles (ชุด Abbey Road)

 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com