จากหูสู่สมอง#3 : เซ็ตอัพลำโพง
จากหูสู่สมอง#2 : เซ็ตอัพลำโพง
จากหูสู่สมอง#1 : เซ็ตอัพลำโพง
จน...เครียด...ปรับแต่ง (อะคูสติค)
Wall One
ความประทับใจในปี 2007
รางวัลสามดีศรีสยาม
เครื่องเสียงที่ประทับใจ
Hi-Fi Never End
คุณภาพเสียงของ CD, SACD, DVD-Audio - Impedance Matching
มหาชนกซิมโฟนี
ค่ำคืนอันแสนอบอุ่นกับ Jacintha
ประชัน "พีเอ" ที่นางตะเคียน
บนเส้นทางนฤพาน
ซิมโฟนี : จิตวิญญาณไทย
เมื่อดอกซากุระบาน
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (ภาค 2)"
ตัวแปรกับคุณภาพเสียง
เล่าสู่กันฟัง
คืนสุดท้าย
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (1)
คืนอันแสนสั้นกับ "เสียงใบไผ่"
อินทิเกรตแอมป์ Aurist Mali
เครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD
หัดซื้อเครื่องเสียงมือสองอย่างมืออาชีพ 2
หัดซื้อเครื่องเสียงมือสองอย่างมืออาชีพ
ซิสเต็มของ เสธ. แดง
เครื่องดีทำไมต้องวัด
คุณบ้าเครื่องเสียงหรือเปล่า?
มือใหม่ซื้อเครื่องเสียง
ประชันพีเอที่บางขันแตก
Dire Straits & Mark Knopfler
10 ประเด็นที่มือใหม่หัดเล่นพึงสังวรณ์
Peter Gabriel
Acoustic Research HT130
Yes : (Final Update)
สุดเอื้อม
เลือกใครดี
ลำนำเพลงร็อค (3)
ตำนานลำโพง MGD
ลำนำเพลงร็อค
ลำนำเพลงร็อค (2)
PHILIPS SACD- 1000
เส้น - สายใครว่าไม่สำคัญ?
เรื่องเกี่ยวกับสายสัญญาณ
มือใหม่หัดขับ
3 คอนเสิร์ต : ดูไป... บ่นไป
Starwars Episode II
DOO WOP
XXX พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ

Starwars Episode II & World cup 2002 ใน D Cinema

โดย..."การุณชาติ พุกกะเวส"


สืบเนื่องมาจากความโด่งดังของ Starwars ที่ถือเป็นหนังที่หลายคนตั้งตาคอย โดยเฉพาะภาค 4-6 (กำหนดคลอดแผ่นดีวีดียังเป็นวุ้นอยู่เลย) นายจอร์จ ลูคัส ย้อนยุคด้วยการนำภาคต่อมาให้เราดูกันก่อน เมื่อปี ค.ศ. 2001 นี่เอง เขาได้นำปฐมบทของ Starwars มาให้เราได้ดูกันในชื่อตอนว่า Episode I: The Phantom Menance (ซึ่งมีเป็นแผ่นดีวีดีแล้ว คุณภาพเสียงล้ำลึกทีเดียว)

การปรากฏของ Episode I: The Phantom Menance ได้สร้างปรากฏการณ์ด้านระบบเสียงขึ้นใหม่ คือ เป็นระบบ Surround-EX คือ เพิ่มเสียงเซอร์ราวด์ที่ด้าน " กลางหลัง " เข้าไป จนปัจจุบันระบบนี้ได้ฮิตในหมู่นักเล่นอย่างยิ่ง

แน่นอนครับ เมื่อเขาโฆษณาว่ามีระบบเสียงใหม่ล่าสุด ทำให้ผมต้องไปลองของใหม่กับเขาด้วยคน ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทำให้ผมเลือกดูโรงภาพยนตร์เครือ เมเจอร์ซีนิเพล็กซ์ สาขา เอกมัย และเป็นไปตามโฆษณา คือ ระบบเสียงมีการแพนไปมาได้ดีกว่าที่เคยได้ยินมา มีความต่อเนื่องยิ่งขึ้น ซึ่งแต่เดิมหาได้ยากยิ่งในโรงภาพยนตร์

ส่วนภาคต่อ Episode II: Attack of Clones (ถ่ายทำในออสเตรเลีย) ได้สร้างความฮือฮาอีกระลอก อย่างการมีแผ่นดีวีดีเถื่อนออกมาขายแล้ว โดยที่หนังฉบับจริงยังไม่ลงโรงด้วยซ้ำ !! นี่มันอะไรกัน…

แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญครับ สาระที่สำคัญคือ ภาคนี้ถ่ายทำในรูปแบบ " ดิจิตอล " เพื่อเน้นคุณภาพสูงขึ้น ตรงนี้ครับ…ที่สำคัญ

เพราะเมื่อถ่ายทำด้วยระบบดิจิตอล จะต้องเล่นกลับด้วยดิจิตอลเช่นกัน เป็นผลให้เจ้าของโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาออกมาโวยวายกันใหญ่ เพราะการเปลี่ยนโรงภาพยนตร์ที่ฉายด้วยฟิล์ม 70 มม. มาเป็นดิจิตอลจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอีกมาก (พอดีตัวเลขที่ตัดมาผมทำหายไปไหนไม่ทราบ) ต่อโรงทีเดียว ซึ่งในอเมริกามีโรงภาพยนตร์อีกหลายพันโรง ลองคิดดูว่าจะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลขนาดไหน และประการต่อมาคือ จะคุ้มทุนหรือไม่ เจ้าของโรงเลยไม่อยากควักเงิน

ในบ้านเราผมเคยได้ข่าวว่า เครือเมเจอร์ซินิเพล็กซ์กำลังจะซื้อดิจิตอลโปรเจคเตอร์เข้ามา ผมอ่านแล้วได้แต่รอลุ้นให้ทำได้จริง เพราะเบื่อที่จะดูเส้นฝนตก รอยต่อ รอยไหม้ บนแผ่นฟิล์มเต็มแก่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ และจะประเดิมด้วยเรื่องอะไร?

พอข่าวของ Episode II: ปรากฏขึ้นเท่านั้น ภาพความจริงบางอย่างก็ปรากฏขึ้น และเมื่อมีการโฆษณาลงหนังสือพิมพ์ว่าจะฉายด้วยระบบดิจิตอลภายใต้ชื่อ D Cinema ที่สาขาใหม่ เซ็นทรัล พระราม 3 ทำให้สร้างแรงจูงใจที่จะเสียเงินเข้าไปชมให้ได้ เพราะในโลกนี้มีเพียงไม่กี่โรงเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า พี่ไทยของเราก็ไม่เบาเหมือนกัน โดยค่าตั๋วจากราคาปกติ 120 บาท บวกเพิ่มเข้าไปเป็น 150 บาท ถือว่า ไม่แพงจนเลยเถิด ทั้ง ๆ ที่เครื่องฉายนี้มีมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

โดยเป็นการฉายพร้อมอเมริกา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2545 ส่วนตัวผมไปเสียเงินชมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ครับ ผมไปถึงราว 12.00 น. ก็ตรงขึ้นไปเพื่อจองตั๋วเลย ซึ่งปรากฏว่า รอบแรกเริ่มฉาย 11.00 น. (ซึ่งเลยมาแล้ว) ทำให้ต้องดูรอบต่อไป คือ 13.55 น. เมื่อเข้าไปจองพบว่าคนมาจองดูในรอบนี้กันแน่นขนัด ที่นั่งตำแหน่งที่หมายตาไว้ถูกจับจองไปหมดแล้ว เหลืออยู่กึ่งกลางโรง มุมขวา เนื่องจากเวลาจำกัดจะเลื่อนดูรอบต่อไปก็ไม่ได้ ทำให้จำใจนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่

โรง 9 นี้ถือเป็นโรงใหญ่สุด แต่เดิมที่เป็นเครือ ยูไนเต็ด อาร์ทติส ด้านหลังซ้ายจะถูกตัดลบมุมออกไป ไม่เป็นสี่เหลี่ยม แต่ก็ไม่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงมากนัก เมื่อเป็นเครือเมเจอร์ซินิเพล็กซ์ ถูกปรับปรุงใหม่ พื้นมีการสโลปมากขึ้น (แต่ก็ยังไม่ดีพอ มีการบังกันอยู่บ้าง) เก้าอี้ใหม่หมด ด้านหลังจะมีพวกเก้าอี้โอเปร่าแชร์ อยู่ด้วย สนนราคาแพงขึ้นอีก เพราะมีอยู่ไม่กี่ตัวในโลก ผนังโรงจะเป็น สี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้ว มุมซ้ายด้านหลังไม่ถูกตัดมุมออก

เริ่มต้นจะฉายด้วยฟิล์ม แต่พอได้เวลาจะฉายด้วย ดิจิตอล ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน มีไตเติ้ลของระบบ DLP (Digital Light Processing), โลโก้ Dolby Digital และตรา THX (ซึ่งหลายคนให้ขอสังเกตว่ามันได้การันตีด้วยหรือ)

จากนั้นมีหนังตัวอย่าง 3 เรื่อง เรียกน้ำย่อยได้ดี จากนั้นเริ่มฉาย มีซับไตเติ้ลภาษาไทยขึ้นมาบรรยายเรื่องย่อ (ค่าทำเฉพาะช่วงต้นนี้ตกประมาณ 20,000 หมื่นเหรียญสหรัฐ) ผมนึกในใจว่าโรงนี้พากษ์ไทยหรือ? ถ้าใช่..เสียหายมากทีเดียว แต่ไม่ใช่ครับ ยังคงเป็นซาวด์แทรคเช่นเดิม โดยภาพรวม คุณภาพของภาพ สีสันสด อิ่มเอิบดี สัญญาณรบกวนน้อยมาก เรียกว่าใสราวกับดูทีวีจอแก้วเลย

สีดำเกือบจะดี เพราะในบางฉากดูเหมือนจะไม่ดำสนิท (ซึ่งต้องสัมพันธ์กับการเลือกใช้จอที่มีค่าเกนที่เหมาะสมด้วย) ผมไม่แน่ใจว่าเขาเปลี่ยนจอใหม่ หรือแค่ทำความสะอาด เพราะก่อนหน้าที่ไปดู Harry Potter ก็ดูโรงนี้ รู้สึกว่าจอ " สกปรก " เหมือนกันเวลาที่ฉายฉากสว่าง-แต่ดูครั้งนี้ไม่เห็นคราบสกปรกใด ๆ การไล่ระดับความเข้มทำได้ดี

ที่ผมติดใจมากอีกจุด คือ การแพนกล้องในบางฉากที่โฟกัสตัวละครอยู่นิ่งแล้วฉากหลังเคลื่อนที่ไป รู้สึกว่าภาพมันจะกระตุกเป็นจังหวะ แต่ดีที่เรื่องนี้มีไม่มาก เลยอาจสังเกตลำบาก ส่วนการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ไม่เป็นปัญหา

ป้ายทางออกที่ใช้ไฟสีแดง รู้สึกว่าจะสว่างมากเกินไปนิด ทำให้มีแสงสีแดงเลียจอในบางฉาก

ผมเองไม่ทราบว่าเขาใช้เครื่องยี่ห้ออะไร (น่าจะเป็น Barco ตามข่าวที่ได้ยินมา) สเปคคร่าว ๆ ของโปรเจคเตอร์ ใช้ชิพ DMD 3 ชิพ, ความละเอียด 1,280x1,024 พิกเซล, คอนทราสต์ > 1,000:1, ถอดรหัสภาพแบบ 10 บิท, สัญญาณ Component 4:2:2, หลอดไฟ Xenon ความสว่าง 10,000-12,000 Lumens, ใช้ฮาร์ดดิสก์ 4 ตัวควบคุมการทำงาน, บีบอัดสัญญาณ MPEG2, ระบบเสียงมี 6 แชนแนล 24 บิทไม่ลดรูปข้อมูล ส่วนหนังตัวอย่างจะเป็นเพียง 16 บิท

ระบบเสียง เมื่อผมนั่งในตำแหน่งที่ไม่ดีนัก รับรู้ได้เพียงสนามเสียงด้านหน้าเท่านั้น การแพนไปด้านหลังไม่ชัดเจนนัก ปลายแหลมใส สะอาด ไม่บาดหู เสียงกลางคมชัด เสียงเบสอิ่มแน่นดี ซับวูฟเฟอร์เกือบป๊อกในบางฉาก

ก็ต้องถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการที่มีนักลงทุนใจถึง ทำให้ชาวไทยได้มีโอกาสสัมผัสกับดิจิตอลโปรเจคเตอร์ ได้ในราคาไม่แพง เหนือกว่าหลายประเทศด้วยซ้ำไป

และช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2002 ก็ประมูลลิขสิทธิ์ได้ด้วย ทำให้มีการถ่ายทอดสดในโรงภาพยนตร์ ฉายด้วยเครื่องดิจิตอลโปรเจคเตอร์ เพื่อให้ความคมชัดสูงสุด โดยคิดค่าตั๋วแบบเหมาจ่าย คือ วันละ 100 บาทต่อคน ก็นับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่เราท่านจะได้ชมการถ่ายทอดสดแบบเต็มตา แถมมีความคมชัดสูงกว่าปกติอีกด้วย

เมืองไทย…ใครว่ากระจอก? และผมเชื่อว่าจะทำให้ตลาดโฮมเธียเตอร์ในบ้านคึกคักขึ้นแน่ ผมเชื่ออย่างนั้น อีกทั้งสตูดิโอใหญ่ 7 แห่ง อันประกอบด้วย Walt Disney, 20 th Century Fox, Metro-Goldwyn-Mayer, Paramount Picture, Sony Picture Entertainment, Universal Studios และ Warner Bros. ได้ตกลงกันแล้วว่าจะสร้างหนังแล้วฉายในระบบดิจิตอล เพื่อลดการใช้ฟิล์มลง นั่นแสดงให้เห็นว่า ในระยะยาวทางไหนที่มีผลกำไรดีกว่าพวกเขาย่อมเดินไปในทางนั้น

ส่วนตอนนี้ขอไปเชียร์ฟุตบอลโลก (ไม่มีพนันอยู่แล้ว-เพราะดูด้วยใจ) ก่อนครับ…สวัสดี

การุณชาติ พุกกะเวส
มิถุนายน 2545

 
 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com