
โดย " เจ. เจ. "
ดินฟ้าอากาศค่อนข้างแปรปรวนรวนเร เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย วันหนึ่งๆแทบจะมีครบทั้งสี่ฤดูกาล ผกผันพลิกแพลงไปตามสภาวะธรรม นี่ก็เป็นธรรมชาติของมันอย่างนั้นเอง หากหลงจิตคิดไปยึดไปครอง เหนี่ยวรั้งตั้งมั่นว่าจริงแท้แน่ชัด ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ รังแต่จะมีทุกข์เสียเปล่า
ก็ด้วยเหตุที่สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในจักรวาลนี้ หาความเที่ยงแท้เที่ยงตรงมิได้นั่นแล้ว
ท่านจึงว่า ควรเร่งทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ให้มีความถึงพร้อมแห่งความบริบูรณ์ในกาลปัจจุบัน ในภาวะสมดุล
อย่าได้ผลัดวันประกันพรุ่ง หามค่ำหามรุ่งก็ยังเช้าชามเย็นชาม หนักไม่เอา เบาก็พาหนี อ้างเหตุการณ์ผันแปรที่ไม่แน่นอนมาเป็นเกณฑ์ หาเป็นการสมควรไม่
ก็ไปของข้าพเจ้าเรื่อยๆพรรค์นี้ละครับท่าน ลงว่าไร้สาระแล้วเป็นต้องยกให้ ว่างั้นเถอะ
เอาละครับ มาดับร้อนผ่อนคลายกับสายตา อ่านเรื่องเบาๆแต่ค่อนข้างหนวกหูพระเดชพระคุณท่านอยู่บ้าง ซึ่งผมได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญ ประมาณว่ามิได้ตั้งใจมาก่อน รวมถึงมิได้ตั้งตัวเตรียมการใดๆล่วงหน้า ก็ต้องไปว่ากันสดๆหน้างาน
ผีถึงป่าช้าแล้ว ไม่เผาก็ต้องฝังละครับ
เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า
"บางขันแตก" เป็นชื่อบางหรือตำบลย่อมๆแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในอาณัติของอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ก็ไม่ไกลไม่ใกล้กรุงเทพมหานครนี่เอง
จังหวัดที่ว่านี้ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมายหลายแห่ง เรียกว่าชายคาโบสถ์แทบจะเกยกันก็ว่าได้ หันซ้ายก็วัดหันขวาก็วัด นับเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทยหาได้น้อยไม่
แล้วยังไง?
"วัดนางพิมพ์" เป็นอีกวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตำบลบางขันแตก, แม้จะเป็นวัดในตำบลเล็กๆ แต่ก็ใหญ่โตพอทำเนาทีเดียวเชียว มีความเจริญด้วยศาสนสถานอาคารโรงทานโรงธรรมครบถ้วน มีพระสงฆ์องค์เณรจำพรรษาเป็นปกติ
ทุกวันที่ 20 มีนาคมของทุกๆปี วัดนางพิมพ์จะมีงานเฉลิมฉลองกันเอิกเกริก เช้าค่ำย่ำดึก คึกคักด้วยมหรสพหลากหลายบริเวณลานวัด นัยว่านี่เป็นงานประจำปี วันคล้ายวันมรณภาพของพระเดชพระคุณท่าน อดีตเจ้าอาวาสวัดนางพิมพ์ (สมณศักดิ์และนามของท่าน ผมจำไม่ได้แล้ว ก็ต้องให้ลืมมั่งละครับ จำหมดทุกเรื่องก็แย่)
แล้วไงต่อ...
นายอำเภอสุรเดช สุวรรณปากแพรก อำเภอเมือง และ นายอำเภอสุวัฒน์ พรมสุวรรณ อำเภออัมพวา สองนายอำเภอชื่อก็พ้องนามสกุลก็พ้องกันทั้งสองท่าน ได้เชิญผมด้วยวาจา ให้ไปช่วยเป็นกรรมการตัดสินการประกวดเครื่องเสียง ซึ่งดำริที่จะจัดขึ้นในงานประจำปีวัดนางพิมพ์นี่แหละ
ฟังความมาว่า จะให้มีการจัดชุดเครื่องเสียง ซึ่งนัยว่าไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าไฮเอ็นด์ไฮไม่เอ็นที่ไหน แต่เป็นเครื่องเสียงที่ชาวบ้านร้านช่อง เราๆท่านๆมีอยู่ นำมาจัดเป็นชุดวางเรียงรายกันบนศาลาวัด แล้วก็หาเรื่องตัดสินว่าของใครควรได้รับรางวี่รางวัล ก็ให้ว่ากันไป
งานนี้ก็มีทั้งถ้วยรางวัลของนายอำเภอ แล้วก็ผู้บริหารระดับตำบล พร้อมบัตรประกาศเกียรติคุณมอบให้ เอากันพอเป็นกระสายแทรกยาดำ ว่างั้นละกัน
ครั้นได้ความว่าอย่างนั้น ผมก็นึกภาพเป็นว่า ในงานนี้ คงมีผู้คนไม่ได้มากมายอะไรนัก น่าจะเป็นเครื่องเสียงมินิคอมโปเนนท์หรือพวกกระเป๋าหิ้วกระเป๋าแบก แยกชิ้นไม่แยกชิ้นก็มี อะไรประมาณนั้น
นำมาโชว์หรือพูดแบบชาวบ้านว่า เอามาอวดกัน ไม่ได้มุ่งหวังจะเอาสุ้มเสียงอะไรดีเด่นเป็นที่หมาย
เล่นกันสนุกสนานไปตามประสา ก็ถือเป็นดำริที่น่าสนใจไม่หยอก ผมก็รับปาก, ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรกับเจ้าภาพต่อไปอีก เป็นอันว่าเข้าใจกัน
พอลุถึงวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม ตามที่ได้กระซิบนัดหมายกันไว้ ผม (อาศัยรถเพื่อนไปอีกที) ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายแก่ๆ ก็แวะไปทักทายท่านนายอำเภอสุวัฒน์ที่อำเภออัมพวาเป็นประเพณี
พอราวๆ ห้าโมงเย็นก็ตั้งกระบวนไปวัดนางพิมพ์ที่บางขันแตก วัดที่จัดงานนี่ละครับท่าน
แหม
พ่อเจ้าประคุณทูนหัวเอ๋ย, ตกใจแทบตั้งสติไม่ได้เมื่อรถไปจอดที่ลานวัดบริเวณงาน
ก็ที่ไหนได้ละครับ ไม่ใช่เครื่องเสียงมินิคอมโปอะไรพรรค์อย่างว่า แต่พวกเล่นขนเครื่องเสียงพีเอ.(เครื่องเสียงสำหรับงานกลางแจ้ง) มาติดตั้งกองเต็มสนามลานวัด เรียงรายด้วยลำโพงพีเอเป็นย่อมๆ มากกว่ายี่สิบคณะ
เอาละซี, ผิดคาดเสียแล้วเรา ผู้คนยามเย็นในลานวัดก็คร่าคร่ำล้นหลาม เรียกว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้คนที่มาชมงานเต็มสนามลานวัด เวลายิ่งผ่านไป จำนวนผู้คนก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ
เจ้าภาพเชิญไปทานข้าวที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็อยู่ข้างๆ วัดนางพิมพ์นั่นแหละ เตรียมโต๊ะเก้าอี้ไว้ยาวเหยียด เรียกว่าทานไปก็คุยกันไป รอเวลาที่จะเริ่มงาน ว่ากันว่าจะเริ่มงานเป็นกิจจะลักษณะในเวลาทุ่มครึ่ง
แต่ผมทานอะไรไม่ลงละครับ เริ่มวิตกกังวลกับสิ่งที่ได้เห็น มันผิดไปจากที่ตนเองคาดหมาย ก็แล้วนี่ไม่ได้เตรียมหลักการหลักเกณฑ์สำหรับการตัดสินรางวัลเครื่องเสียงพีเอมาก่อน จะให้ทำอย่างไรล่ะ ทานข้าวกันไปก็ต่อว่าต่อขานกันไป โทษมึงโทษกูไม่ขาดปาก
บางช่วงก็แย้งกันเรื่องหลักเกณฑ์การตัดสิน อีรุงตุงนังพัลวันพัลเกกันเลยทีเดียว
เรียกว่างานนี้ กรรมการมาตั้งกฎเกณฑ์กติกากันหน้างานเลยนั่นเทียว
เอาก็เอา, ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มันก็ต้องไหนๆ เลยละครับ มาแล้วจะไปไหนได้อีก
ว่าแล้วก็เรียกข้อมูลรายละเอียดจากออบอตอที่เป็นกรรมการจัดงาน มาพินิจพิเคราะห์ เพื่อดูลาดเลาช่องทางที่จะดำเนินการต่อไป
แต่ยิ่งทราบจากข้อมูลดิบๆ ว่าพรรคพวกที่มาติดตั้งเครื่องพีเอเต็มลานวัดนั่น มีมาทั้งหมด 24 คณะด้วยกัน ลมสวิงสวายแทบจับเอา ก็แล้วอย่างนี้ไม่ต้องกลั่นกรองแต่ละคณะจัดยันสว่างดอกหรือ? ทำไมถึงได้มากมายปานนั้นก็ไม่ทราบ
พวกยังพูดเฉียดๆ ว่า ตามกำหนดที่วางไว้แล้ว จะให้มีถึง 30 กว่าคณะที่เข้าประกวดประชันกัน
แค่ยี่สิบกว่าๆ ก็เดินฟังกันหูชาแล้วละครับท่าน
ในที่สุดก็กำหนดหลักเกณฑ์ในการประกวดประชันคราวนี้ลงตัว โดยแบ่งประเภทแต่ละคณะด้วยการกำหนด "ดอก" วูฟเฟอร์ของลำโพง มีขนาด 12 นิ้ว, 15 นิ้ว, และท้ายสุดก็ประเภท 18 นิ้ว
ทีนี้ก็ได้ผู้เข้าประกวดแยกแยะออกมาเป็นหมวดหมู่แน่ชัด
ประเภทตัวขับหรือชาวบ้านเรียกว่าดอกทุ้ม12 นิ้ว มีเข้าประกวดเพียง 2 คณะ ก็เป็นอันว่าหมดภาระกันไป ก็รางวัลมีไว้เกินผู้เข้าประกวด อย่างนี้ก็ผ่านกันไป ไม่ต้องไปคิดให้ฉี่เหลืองเสียเปล่าๆ
ส่วนประเภท 15 นิ้ว น่าจะเป็นไซด์นิยม เพราะมีส่งเข้าประกวดมากที่สุดถึง 14 คณะ ตามด้วยขนาด 18 นิ้วอีก 8 คณะ
หลักเกณฑ์การตัดสินที่ได้ข้อสรุปจากวงเหล้าอย่างนี้ครับ
1. พิจารณาคุณภาพเสียงโดยรวมๆ ทุ้มกลางแหลม อะไรทำนองนั้น
2. พิจารณาวิธีการต่อเชื่อมสายสัญญาณสายลำโพงต่างๆ
3. พิจารณาความเรียบร้อยสวยงามทั้งอุปกรณ์และการจัดวาง
เมื่อได้กฏเกณฑ์หลักๆ พอเป็นพิธีการคร่าวๆอย่างนี้แล้ว ก็จำเป็นจะต้องมีคณะกรรมการตัดสินรางวัล ผมคนเดียวจะเป็นคณะไปไม่ได้
ฉุกคิดได้ว่า พรรคพวกที่อยู่แถวๆบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทางห่างกันไม่ไกลนักกับสุมทรสงคราม น่าจะพอกล่อมแกล้มกับงานเฉพาะหน้าอย่างนี้ได้บ้าง ก็เลยติดต่อพรรคพวกให้ช่วยมาร่วมเป็นคณะกรรมการ
พรรคพวกก็ดีใจหาย รับปากตกคำกันแล้วก็รีบมาให้ทันการณ์กันเลยทีเดียว นับไปนับมาก็ได้คณะกรรมการชุดเฉพาะกิจงานนี้รวมทั้งหมด 7 คน เป็นอันว่ารอดตัวกันไป
|