จากหูสู่สมอง#3 : เซ็ตอัพลำโพง
จากหูสู่สมอง#2 : เซ็ตอัพลำโพง
จากหูสู่สมอง#1 : เซ็ตอัพลำโพง
จน...เครียด...ปรับแต่ง (อะคูสติค)
Wall One
ความประทับใจในปี 2007
รางวัลสามดีศรีสยาม
เครื่องเสียงที่ประทับใจ
Hi-Fi Never End
คุณภาพเสียงของ CD, SACD, DVD-Audio - Impedance Matching
มหาชนกซิมโฟนี
ค่ำคืนอันแสนอบอุ่นกับ Jacintha
ประชัน "พีเอ" ที่นางตะเคียน
บนเส้นทางนฤพาน
ซิมโฟนี : จิตวิญญาณไทย
เมื่อดอกซากุระบาน
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (ภาค 2)"
ตัวแปรกับคุณภาพเสียง
เล่าสู่กันฟัง
คืนสุดท้าย
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (1)
คืนอันแสนสั้นกับ "เสียงใบไผ่"
อินทิเกรตแอมป์ Aurist Mali
เครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD
หัดซื้อเครื่องเสียงมือสองอย่างมืออาชีพ 2
หัดซื้อเครื่องเสียงมือสองอย่างมืออาชีพ
ซิสเต็มของ เสธ. แดง
เครื่องดีทำไมต้องวัด
คุณบ้าเครื่องเสียงหรือเปล่า?
มือใหม่ซื้อเครื่องเสียง
ประชันพีเอที่บางขันแตก
Dire Straits & Mark Knopfler
10 ประเด็นที่มือใหม่หัดเล่นพึงสังวรณ์
Peter Gabriel
Acoustic Research HT130
Yes : (Final Update)
สุดเอื้อม
เลือกใครดี
ลำนำเพลงร็อค (3)
ตำนานลำโพง MGD
ลำนำเพลงร็อค
ลำนำเพลงร็อค (2)
PHILIPS SACD- 1000
เส้น - สายใครว่าไม่สำคัญ?
เรื่องเกี่ยวกับสายสัญญาณ
มือใหม่หัดขับ
3 คอนเสิร์ต : ดูไป... บ่นไป
Starwars Episode II
DOO WOP
XXX พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ
เพลินเพลงกับ "นายเส้นเล็ก" (2)
โดย..." นายเส้นเล็ก"

สวัสดีครับ กลับมาพบกับกระผม "นายเส้นเล็ก" อีกเช่นเคยนะครับพี่น้อง ฝนมาแล้วดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดีนะครับ เจ็บป่วยกันไปลำบากแย่เลย ช่วงนี้น้ำมันก็แพง ทองก็ขึ้น แล้วยังจะเลือกตั้งกันเป็นว่าเล่นอีก คนไทยเรานี่ช่างร่ำรวยกันเสียจริงนะครับ เงินทองของนอกกายเอามามาละลายน้ำทิ้งเล่นๆสักสองพันสามพันล้านขนหน้าแข้งไม่หลุดไม่ร่วงสักเท่าไรหรอก (คนหาไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้หานี่ครับ) บ่นมากไปประเดี๋ยวท่านทั้งหลายจะพาลเครียดกันไปใหญ่มาพักฟังเพลงให้กระชุ่มกระชวยหัวใจกันดีกว่า

วันนี้ขอแนะนำผลงานเพลงไทยกันสักหนึ่งชุด เป็นผลงานของศิลปินร๊อครุ่นใหญ่ประสบการณ์สูงของบ้านเรา มิใช่ใครที่ไหน วง หิน เหล็ก ไฟ นั่นเอง

อัลบั้มล่าสุดนี้มีชื่อว่า "SMF Acoustique" เป็นการนำเอาเพลงเก่ามาบันทึกเสียงกันใหม่ในแบบอะคูสติค พร้อมด้วยเพลงใหม่อีกสองเพลง แถมยังได้สามสาว The Sis มาร้องประสานเสียงให้ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเพลงขึ้นอีกเยอะ เพลงที่น่าสนใจในชุดนี้ก็ได้แก่ เพลงที่ 1 "นางแมว" เพลงเปิดตัวของทางวงเมื่อหลายปีก่อน นำมาเรียบเรียงใหม่ได้อย่างน่าสนใจด้วยการดึงจังหวะของเพลงให้ช้าลง โดยที่ยังคงรักษาอารมณ์ดั้งเดิมของเพลงเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

เพลงที่ 2 "ยอม" เพลงรักอกหักที่โด่งดังมาก เพลงนี้เปรียบได้กับเหล้าชั้นดีที่บ่มมานาน รสนุ่มลิ้น แต่ออกฤทธิ์แรงเมาได้โดยไม่รู้ตัว ทั้งการร้องที่เข้าถึงอารมณ์ของเพลง โดยเฉพาะการโซโลกีต้าร์นั้นช่างบาดอารมณ์ดีเหลือเกิน เสียงของหมู่เครื่องสายที่รองพื้นอยู่ตลอดทั้งเพลงก็สื่อความรู้สึกเศร้า หม่นหมองผสมกลมกลืน (กลมกล่อม) กันดีจริงๆ ฟังแล้วทำให้นึกถึงตอนอกหักสมัยหนุ่มๆ ฮือ....อ เศร้า

เพลงที่ 3 "สู้" เพลงนี้เป็นเพลงสร้างชื่อให้แก่ คุณป๊อป หรือชื่อจริงว่า คุณจักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย มือกีต้าร์ของวง ผู้ซึ่งจัดได้ว่าเป็นนักกีต้าร์อันดับต้นๆของเมืองไทยเลยทีเดียว ในเวอร์ชั่นดั้งเดิมนั้น คุณป๊อบได้แสดงเทคนิคการเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงเวลานั้น (ประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว) จำได้ว่าไม่เคยมีเพลงไทยเพลงไหนที่มีท่อนโซโล่เหมือนเช่นเพลงนี้ สำหรับในชุดนี้เพลง "สู้" ได้ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่โดยยังคงรักษาอรรถรสของเพลงดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน

เพลงที่ 7 "หลงกล" เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของ นายเส้นเล็ก ครับ ชอบโดยไม่มีเหตุผลครับท่าน ฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่ท่อน Intro ที่ใช้กีต้าร์สองตัวเล่นประสานกันด้วยโน๊ตที่ต่างกันช่างไพเราะเสียจริง

เพลงที่ 9 "สองคน" อีกเพลงหนึ่งที่เรียงเรียงใหม่ได้อย่างมีสเน่ห์ ไฮไลท์ของเพลงอยู่ที่การโซโล่เปียโนในช่วงท้ายของเพลงที่พริ้วไหว ไหลลื่นเป็นอย่างยิ่ง สุดยอดจริงไครับพี่น้อง

และเพลงสุดท้าย "ก่อนจะสาย" ในเวอร์ชั่นเดิมนั้นเพลงนี้จังหวะค่อนข้างจะหนักหน่วง แต่แรกที่เห็นชื่อเพลงนี้บนปกแผ่น ยังนึกแปลกใจว่าทางวงจะเรียบเรียงเพลงนี้ออกมาอย่างไร พอได้ฟังก็หายสงสัยเป็นปลิดทิ้ง ต้องขอบอกครับว่าสุดยอดอีกเช่นกัน สำเนียงของเครื่องดนตรีอคูสติคนั้นมิได้ลดทอนความหนักหน่วงของเพลงลงไปแม้แต่น้อย บอกได้คำเดียวว่า "มันส์ พะยะค่ะ"

นอกจากส่วนของดนตรีที่เรียบเรียงได้อย่างไพเราะแล้วนั้น เนื้อหาของหลายต่อหลายเพลงในชุดนี้ยังให้คติเตือนใจได้เป็นอย่างดี เพลงดี มีคุณภาพ ควรค่าแก่การซื้อหามาไว้ในครอบครองเป็นอย่างยิ่ง หมอเล็ก เอ้ย! "นายเส้นเล็ก" ขอฟันธงครับ นอกจากซีดีแล้วก็ยังมีดีวีดีคาราโอเกะให้เลือกชมกันอีกด้วย

อีกชุดหนึ่งที่อ้ายกระผมภูมิใจนำเสนอนั้นเป็นผลงานของนักกีตาร์ผู้ยืนหยัดอยู่ในวงการมายาวนาน สำเนียงการเล่นกีต้าร์ของเขาผู้นี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านทางเสียงกีตาร์ออกมาได้เสมือนหนึ่งว่ากีตาร์ที่ถืออยู่นั้นเป็นอวัยวะในร่างกาย ผมกำลังพูดถือนักกีต้าร์ผู้มีฉายาว่า "Slow Hand" Eric Clapton ผู้นี้นี่เอง

งานชุดนี้บันทึกเสียงจากการแสดงสด ณ Royal Albert Hall กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในระหว่างปี 1990 - 1991 ซึ่งทำการแสดงทั้งหมด 24 รอบ อัลบั้มชุดนี้จึงมีชื่อว่า "Eric Clapton 24 Nights" ทุกเพลงในชุดนี้บันทึกเสียงกันสดๆจากเวทีโดยมิได้บันทึกเสียงซ่อมในภายหลัง (Overdubs) เรียกว่าเล่นกันอย่างไรก็บันทึกมาอย่างนั้น ได้ทั้งความสดของเสียงดนตรี และบรรยากาศของผู้ชมในห้องแสดง

เท่านั้นยังไม่พออีกหนึ่งความพิเศษของการแสดงครั้งนี้อยู่ที่ในแต่ละรอบจะมีไฮไลท์ที่แตกต่างกัน ทำให้แฟนเพลงหลายคนต้องลงทุนซื้อบัตรเข้าชมกันหลายรอบเลยทีเดียว เพลงในชุดนี้แบ่งเป็นสี่ช่วง ได้แก่

ช่วงที่ 1 วงสี่ชิ้น (4 Pieces Band) เพลงที่นำมาเล่นในช่วงแรกนี้เป็นเพลงที่ Eric มักจะหยิบมาเล่นเป็นประจำในคอนเสิร์ตของเขา เช่น Badge, Sunshine of Your Love และเพลงที่โดนใจนายเส้นเล็กเป็นอย่างยิ่งคือ Running on Faith ช่างไพเราะเหลือเกิน เสียงกีต้าร์มิได้เด่นเป็นพระเอกอยู่คนเดียวแต่กลับผสมกลมกลืนกันเครื่องดนตรีชิ้นอื่นอย่างลงตัว

ช่วงที่ 2 วงบลูส์ (Blues Band) ฟังชื่อช่วงนี้ก็รู้ทันทีว่าต้องเล่นเพลงบลูส์แน่นอน แถมยังมีแขกรับเชิญเป็นนักกีต้าร์แนวบลูส์ อาทิ Buddy Guy, Robert Cray และ Jimmie Vaughan มาแจมกันอย่างเมามัน ช่วงบลูส์นี้เป็นช่วงโปรดของกระผมเลย เพราะการเล่นดนตรีกันออกมาสดๆ (ไม่เหมือนต้นฉบับที่บันทึกเสียงในสตูดิโอ) นั้นถือเป็นสิ่งที่สุดยอดของการแสดงคอนเสิร์ต ในทุกโชว์ของ Eric Clapton เขามักจะโซโล่กีต้าร์แบบด้นสดทำให้แต่ละครั้งที่เล่นไม่เหมือนกัน (ถ้าเหมือนกันเป๊ะทุกครั้งเปิดแผ่นฟังที่บ้านก็ได้)

ทุกครั้งที่ฟังเพลงช่วงนี้อดไม่ได้ที่จะต้องโยกหัวโยกตัวตามจังหวะเพลง มือไม้มันคันอยากจะหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นด้วยตามประสาคนเคยเล่นดนตรี โดยเฉพาะเพลง Have You Ever Loved a Woman และเพลง Worried Life Blues การโซโล่กีต้าร์ล้อรับกันของนักกีต้าร์แต่ละคนนั้นสุดยอดครับ ขอบอก

ช่วงที่ 3 วงเก้าคน (9 Pieces Band) ช่วงนี้เล่นกันเป็นวงใหญ่ครับ นักดนตรี นักร้องประสานเสียง รวมทั้งตัว Eric ด้วยเป็น 9 คน เปิดช่วงนี้ด้วยเพลงจังหวะสนุกๆสองเพลง คือ Pretending และ Bad Love สองเพลงนี้ Eric บ่งบอกถึงฝีมือการเรียบเรียงเพลงของเขาอย่างชัดเจน ไม่ใช่การเล่นกีต้าร์เพียงอย่างเดียวที่เขาทำได้ดี สองเพลงนี้มีทุกอย่างครบ จังหวะจะโคนของเพลงที่เด็ดขาด การผ่อนหนักผ่อนเบา ทีมเวิร์คของวงที่เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเสียงกีต้าร์โซโล่ที่ครบเครื่องของ Eric เขาได้แสดงถึงส่วนผสมระหว่างสำเนียงเฉพาะตัว ทักษะ และประสบการณ์ให้เราได้เห็นกัน

ครูสอนดนตรีท่านหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้ว่าการจะเล่นเครื่องดนตรีสักชิ้นให้ได้ดีควรจะต้องมีสิ่งดังต่อไปนี้ผสมผสานกัน คือ เร็ว-ช้า, หนัก-เบา, สั้น-ยาว, ดัง-ค่อย หากขาดซึ่งสิ่งเหล่านี้แล้วก็หาได้ใกล้เคียงความเป็นดนตรี การเล่นกีต้าร์ของ Eric Clapton มีสิ่งที่กล่าวมาครบถ้วน

นอกเหนือจากสองเพลงข้างต้นยังมีอีกเพลงหนึ่งที่ทุกท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อว่าเพลงนี้ยังคงถูกบรรเลงอยู่ทุกค่ำคืนตามสถานบันเทิงต่างๆ มิใช่อื่นไกลครับ กระผมกำลังพูดถึงอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลเพลงรัก (เว่อร์ไปไหมเนี่ย) Wonderful Tonight เพลงนี้คือตัวตนของ Slow Hand อย่างแท้จริง เสียงกีต้าร์ของเพลงนี้ช่างหวานซึ้งเสียเหลือเกิน ไม่ต้องมีคำบรรยายแล้วกระมัง

ช่วงสุดท้าย เล่นกับวงออร์เคสตร้า (Orchestra) ช่วงนี้ทั้งวงเล่นร่วมกับ The National Philharmonic Orchestra อำนวยเพลงโดย Michael Kamen ผู้ซึ่งฝากผลงานการอำนวยเพลงไว้ในเพลงประกอบภาพยนตร์มากมาย เพลงเด็ดของช่วงนี้คือ Edge of Darkness เพลงบรรเลงกีต้าร์ที่เล่นร่วมกับวงออร์เคสตร้าได้อย่างกลมกลืนน้อยคนนักจะทำได้ดีอย่างนี้

คอนเสิร์ตครั้งนั้นของ Eric Clapton ทุ่มทุนสร้างขนาดไหนไม่ต้องพูดถึงลงทุนเล่นกันถึง 24 รอบ ไม่ได้ทำกันแบบสุกเอาเผากินแน่นอน นอกจากซีดีแล้วยังดีวีดีจำหน่ายด้วยหากใครต้องการได้อรรถรสแบบครบถ้วนทั้งภาพและเสียงก็เชิญเลือกซื้อกันได้ตามอัธยาศัย

ซีดีอีกแผ่นหนึ่งที่ "นายเส้นเล็ก" จะขอนำเสนอ เป็นแผ่นที่หลายท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี แผ่นนี้กระผมเองฟังเป็นประจำทั้งที่บ้าน ในรถ และที่ทำงาน เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกเอาไว้ว่าใครบ้างไม่มีแผ่นชุดนี้ จะอะไรเสียอีกล่ะ "Best Audiophile Voices" ไงครับพี่-น้อง คงไม่ต้องบรรยาย (เขียน) กันให้เมื่อยมือ มาว่ากันถึงเพลงที่น่าสนใจกันดีกว่า (ที่ว่าน่าสนใจก็ว่ากันตามความเห็นของกระผมเองนี่แหละ)

เพลงที่ 2 "What a Wonderful World" ขับร้องโดย Eva Cassidy เนื่องจากไม่ทราบประวัติของนักร้องอย่างแน่ชัดจึงขออนุญาตไม่กล่าวถึง เพลงนี้เป็นเพลงเก่าของนักร้องชั้นครู Louis Armstrong จัดเป็นเพลงอมตะอีกเพลงหนึ่ง Eva ถ่ายทอดเพลงนี้ในแบบของเธอได้อย่างดี การร้องของเธอช่างอ่อนช้อยแต่เปี่ยมไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัดเมื่อใดที่ต้องให้เสียงที่โหนสูงขึ้นเธอสามารถร้องไปได้อย่างสบาย อีกเพลงในแผ่นนี้ที่จะช่วยย้ำถึงข้อนี้ได้อย่างชัดเจนคือเพลงที่ 11 "Ain't No Sunshine" เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของกระผมเลยลองฟังท่อนร้องหลังจบโซโล่ดูแล้วจะรู้

เพลงที่ 4 "So Nice" นอกจากลีลาการร้องของ Stacy Kent แล้วขอให้ลองฟังเสียงแซกโซโฟนในเพลงนี้ดูครับจะรู้สึกได้ถึงการผ่อนลมจากปากของนักดนตรีผ่านลิ้นของแซกโซโฟนได้อย่างชัดเจนเหมือนมายืนเป่าอยู่ในห้องเลยทีเดียว

เพลงที่ 5 "When I Dream" ขับร้องโดย Carol Kidd ลีลาการร้องของเธอช่างฉอเลาะเสียจริง เพลงนี้สามารถรับรู้ถึงการเปล่งเสียงจากท้องของเธอได้ไม่ยากเลย

ไม่เพียงแค่ 4 เพลงนี้เท่านั้น เพลงอื่นในชุดก็ไพเราะเพราะพริ้งไม่แพ้กันเรียกว่าถ้าต้องนั่งให้คะแนนกันละก็กรรมการลำบากใจแน่ กินกันไม่ลงจริงๆครับพี่น้อง เพลงเพราะ บันทึกเสียงดี ใช้ฟังทดสอบเครื่องก็ได้ ฟังเพื่อผ่อนคลายก็ดี จะบอกให้ครับว่า "นายเส้นเล็ก" ถึงกับหลับคาเก้าอี้กับแผ่นนี้มาหลายครั้งแล้ว

มาถึงบรรทัดนี้นาฬิกาปลุกของเพื่อนบ้านก็ร้องบอกเวลา 05.00 น. พอดิบพอดี สมควรแก่เวลาแล้ว กระผม "นายเส้นเล็ก" ต้องเผ่นไปก่อนนะครับ ขอให้ทุกท่าน อยู่ดี กินดี สุขกาย สบายใจ ปลอดภัยไร้โรคา ร่ำรวยกันทุกคน

อรุณสวัสดิ์


" นายเส้นเล็ก "
กันยายน 2549

 

 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com