"แทบไม่น่าเชื่อว่าเสียงคลาริเนตจากแผ่นของ Kenny G ที่ผมฟังคุ้นหูจะไพเราะเพราะพริ้งถึงปานนี้" เสียงอุทานขึ้นในใจของผมหลุดออกจากปากอย่างไม่ได้ตั้งใจ
นับตั้งแต่เครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD ตัวหรูแวะมาพักในห้องฟังของผมเมื่อราวสัปดาห์ก่อน เครื่องเล่นซีดีที่มีรูปลักษณ์ภายนอกสอดคล้องกับเสียงของมันอย่างอดนึกไม่ได้ว่าเจตนาออกแบบเช่นนี้ตั้งแตกแรก
ความจริง ผมไม่คาดคิดนะครับว่าจะได้มาเขียนอะไรทำนองนี้นะครับ เพราะเพื่อนที่เป็นนักวิจารณ์เครื่องเสียงฝากให้ช่วยใช้งานเครื่องให้ครบระยะ เราเองก็พลอยนึกดีใจได้ฟังของฟรีอยู่พักใหญ่ แต่ที่สุดแล้วเมื่อคืนเครื่องไปได้สองวัน ผมถึงรู้สึกว่าติดใจเครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD ตัวนี้เข้าให้เสียแล้ว
ทนคิดถึงไม่ไหวเลยโทรฯไปบรรยายความในใจให้เพื่อนรักนักวิจารณ์ฟัง เพื่อนบอก "ถ้าเพื่อนฟังออกและบรรยายได้แบบนี้ ลองไปสาธยายในหน้าเวปไซต์ให้คนหมู่มากได้อ่านกัน มันจะดีกว่าไหม?"
ตกลงว่าจะเขียนให้แลกกับการฟังต่ออีกระยะ ส่วนงานเขียนจะดีหรือไม่คงต้องฝากให้เป็นภาระผู้อ่านตัดสินกันเองตามสะดวกนะครับ ผมก็บรรยายตามที่ได้ยินได้ฟังมา, อาสาพาไปของแท้ก็คราวนี้
ก่อนที่จะไปถึงรายละเอียด เรามาพิจารณารายละเอียดของตัวเครื่องและการใช้งานเบื้องต้นกันพอสังเขปเป็นการชิมลางกันก่อน เครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD เป็นเครื่องเสียงสัญญาณอังกฤษตั้งแต่แรกเริ่ม ความเป็นผู้ดีเก่าจึงปรากฏชัดตั้งแต่เห็นรูปลักษณ์ภายนอกกันเลย แผงหน้าแสตนเลสปัดเสี้ยนชิ้นหนาสีเงินวาว หน้าจอสีดำขลับ แล้วแทรกด้วยถาดรับแผ่นตรงกึ่งกลางตำแหน่งเดียวกับถาดรับแผ่นสีทองเงาวับ ปุ่มกดฟังค์ชั่นต่างๆตกแต่งอีกเล็กน้อย ลูกบิดกลมเลือกแทร็คเป็นลูกบิดเก๋ไก๋ มองดูยังไม่ได้ฟังเสียงก็มีใจเข้าข้างไปล่วงหน้าแล้วว่าคงจะ "เสียงดี"
ตัวถังโดยรวมสีดำด้านที่หนาและหนักแน่น ถือมีน้ำหนังตัวว่าไม่เบาทีเดียวสำหรับอุปกรณ์ประเภทเครื่องเล่นซีดี ด้านหลังเน้นการใช้งานเฉพาะเท่าที่จำเป็น ขั้วต่อสายสัญญาณขาออกหนึ่งชุด (RCA) ขั้วต่อสัญญาณดิจิตอลหนึ่งชุด (Coaxial) เบ้าเสียบสายไฟเอซีแบบสามขาพร้อมฟิวส์ป้องกัน สะท้อนความเรียบง่ายตั้งแต่หน้าจรดหลัง
ผมค่อนข้างชอบใจฟังค์ชั่นที่แถมมากับรีโมทอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือปุ่มกดที่ชื่อว่า FADE ทำงานในลักษณะค่อยๆลดระดับความดัง (ซึ่งผมเข้าใจว่ามันคือสัญญาณขาออก) ให้ลดน้อยลงไปจนท้ายที่สุดเมื่อถึงระดับต่ำสุด เครื่องก็จะเข้าสู่การหยุดการเดินแทร็ค (ทำงานเหมือนปุ่ม Pause ทั่วไป) เมื่อกดปุ่มนี้อีกครั้งก็จะยกเลิกการหยุดชั่วขณะแล้วค่อยเพิ่มระดับเสียงไปในตำแหน่งสูงสุด ผมคิดว่าฟังค์ชั่นนี้มันค่อนข้างเท่ห์ไม่หยอก
สำหรับการใช้งานในฟังค์ชั่นอื่นๆก็เหมือนกับรีโมททั่วไป จะมีที่เด่นอีกอันก็คือ ฟังค์ชั่นเพิ่มและลดระดับเสียงที่สามารถลดได้ถึง 20 ระดับ ซึ่งฟังคู่ชั่น FADE ที่พูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือการรวมเอาฟังค์ชั่นเพิ่มและลดระดับเสียงเข้าไว้กับปุ่ม Pause นี่เอง
การใช้งานก็เป็นเช่นเครื่องเล่นซีดีทั่วไป จัดวางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสม เสียบสายสัญญาณ ต่อสายไฟเอซี แล้วเปิดสวิตช์ด้านหลังเครื่องก่อน จากนั้นค่อยมากดสวิตช์แสตนด์บายที่หน้าเครื่องอีกครั้งเพื่อให้ไฟเข้าเครื่อง หากใช้งานประจำก็ไม่ต้องปิดสวิตช์หลังเครื่องนะครับ ผมลองฟังดูแล้ว ต้องใช้เวลานานกว่าเสียงจะเข้าที่ ปล่อยให้มีไฟเลี้ยงแช่ไว้สักหน่อยเสียงจะดีกว่า ยกเว้นไม่ค่อยได้เปิดใช้งานเครื่องเป็นระยะเวลานาน จะปิดสวิตช์ถอดสายไฟก็ไม่ว่ากัน
ผมเล็งหาช่องทางใช้ขั้วดิจิตอลเอาท์พุทอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้ใช้งานภาคทรานสปอร์ตของเครื่อง เพราะไม่มีเครื่องแปลงสัญญาณดิจิตอลแยกชิ้นให้ลองเปรียบเทียบ ก็เลยฟังเฉพาะภาครวมของทั้งเครื่องแทน จุดนี้ต้องขอผ่านนะครับ
ผมปลดเครื่องเล่นซีดี Micromega Stage2 ที่เป็นเครื่องเล่นหลักในชุดและนำเครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD เข้าแทนที่ อินทีเกรตแอมป์ที่ใช้คือ Exposure Super15 ส่วนลำโพงก็ Epos ES11 กับขาตั้งของเขาเอง สายสัญญาณ สายลำโพง Supra EFF-I และ Ply 3.4 เป็นชุดที่ใช้ในห้องนอนมาหลายปีดีดัก
เป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อเปลี่ยนเครื่องเล่นซีดีที่มีคุณภาพสูงกว่าแทนเข้าไป มันทำให้ผมได้ยินอะไรๆมากขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนครับ ส่วนเรื่องเสียงโดยรวมนั้นฟังแล้วก็ต้องบอกว่ามีรายละเอียดให้อธิบายกันพอสมควรทีเดียว ตามมาดูกันว่าผมสัมผัสอะไรได้บ้างจากเครื่องเล่นตัวนี้
ผมจับจุดจากการใช้งานได้ว่าหลังจากลองใช้งานเครื่องเล่นซีดี LFD Mistral CD ร่วมสองอาทิตย์ พบว่า ผมจับประเด็นสำคัญได้อย่างหนึ่งจากการใช้งาน จะต้องให้เวลานานสักครึ่งชั่วโมงขึ้นไปหลังจากเปิดเครื่อง น้ำเสียงโดยรวมจึงเปิดเผยออกมาอย่างที่ควรจะเป็น เสียงตอนเปิดเครื่องแรกๆ จะทึบหนา (ผมนึกถึงคำอุปมา-มืดฟ้ามัวดิน) แทบไม่พบรายละเอียดเสียงเลย แต่ที่ดีก็มีนะครับ สำเนียงอบอุ่นดี เสียงนุ่มๆตอนเครื่องยังไม่เข้าเบรก ยังไงเสียคงดีกว่าเสียงจัดจ้านใช่ไหมล่ะครับ
ก็ถ้ารู้ทางกันอย่างนี้ ใยจะเป็นปัญหาให้หงุดหงิดค้างคาใจ เปิดเครื่องเล่นซีดีเสร็จ รุดไปอาบน้ำอาบท่าให้ร่างกายสดชื่นกะปรี้กะเปร่า จากนั้นค่อยมานั่งคัดสรรแผ่นที่ชื่นชอบมาสักตั้ง หยิบหนังสือเล่มโปรดสักเล่ม อ่านให้ไปฟังไปให้เพลินอุรา
ฟังไปฟังมา...อ้าว!จบแผ่นไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว
หลังจากที่เปลี่ยนแผ่นเวียนวนไปหลากหลายแนว ผมค่อนข้างสะดุดหูกับแนวเพลงร้องและเพลงบัลลาดแจ๊สเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะมนต์เสน่ห์ของ LFD Mistral CD หรืออย่างไรไม่ทราบ เมื่อถึงคราวที่ฟังเพลงร้องไม่ว่าจะหญิงชาย มันฟังคล้ายนักร้องคนนั้นจะออกอารมณ์เป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้แต่เพลงไทยที่บันทึกเสียงไม่ค่อยพิถีพิถันนัก ขอยกตัวอย่างสักแผ่นก็แล้วกันนะครับ เพลงดอกราตรี จากอัลบั้ม "พริก" ของวงเอนโดรฟิน เสียงร้องสาว สดใส คมชัดตามสไตล์แผ่นก็จริง แต่เนื้อเสียงและลีลานี่สิ อบอุ่น อ่อนหวานค่อนไปทางโรแมนติกทีเดียว ออกอักขระชัดถ้อยชัดคำ เฉพาะเสียงร้องอย่างเดียวก็ทำให้ฟังเพลินเป็นอย่างมากแล้ว
|