|
10 ประเด็นที่มือใหม่หัดเล่นพึงสังวรณ์
โดย " The Wall"
เป็นธรรมดาของนักเล่นเครื่องเสียงที่ เมื่อเล่นมาได้ระยะเวลาหนึ่ง มีประสบการณ์มากขึ้นและพัฒนาทักษะการฟังมากขึ้น ชุดที่ฟังเคยฟังว่าเสียงดีเหลือหลายกลายเป็นมีส่วนที่ต้องปรับปรุง เป็นอย่างนี้เสมอไม่ว่าจะเล่นเครื่องระดับไหน การเปลี่ยนถ่ายเครื่องเสียงจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับวงการนี้ สังเกตได้จากมีประกาศซื้อขายแลกเปลี่ยนกันอยู่ทุกวันไม่ขาด
อย่างน้อยในประสบการณ์ผม ก็ยังไม่เคยเห็นนักเล่นเครื่องเสียงที่ซื้อชุดเดียวไม่เปลี่ยนอีกเลยแม้แต่คนเดียว นอกจากพวกที่ซื้อมาเล่นไป แล้วรู้ว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลิกลากันไป
แต่มีบางเครื่องซื้อมาแล้วโดนปล่อยเข้าตลาดมือสองโดยไม่เคยแสดงประสิทธิ์ภาพที่แท้จริงของมันให้เจ้าของฟังเลย ทำให้เจ้าของเสียเงินเสียทองโดยไม่ควรเสีย
บทความนี้จะมาเสนอวิธีการปรับสิ่งแวดล้อมของเครื่องฯ ให้มันทำงานเต็มความสามารถของมัน ซึ่งอาจจะเป็นการยืดระยะเวลาเปลี่ยนเครื่องฯออกไปได้อีกสักพัก โดยผมจะพยายามเรียงลำดับจากทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว จนถึงทำยากหน่อยและต้องลงทุนบ้าง แต่ก็เป็นการลงทุนที่ทำไปไม่สูญเปล่า ใช้ประโยชน์ได้แม้ว่าจะเปลี่ยนเครื่องไปแล้วตาม
1. อ่านคู่มือเครื่อง
บางคนซื้อเครื่องมาจนขายมันทิ้งไปไม่เคยแม้แต่จะอ่านคู่มือ เพราะเห็นว่าใช้งานได้ไม่ซับซ้อนแค่เสียบสายแล้วกดสวิตซ์ แต่หารู้ไม่ว่านั้นอาจพลาดข้อมูลดีๆ ที่ผู้ผลิตแนะนำเอาไว้ในนั้น เช่น เครื่องบางเครื่องไม่แนะนำให้ใช้กับสายลำโพงบางประเภท, ปรีหรือเพาเวอร์บางตัว สามารถปรับเกนขยายให้เหมาะกับเครื่องอื่นได้, ลำโพงบางคู่ต้องวางให้ระดับหูอยู่ระหว่างทวีตเตอร์กับวูฟเฟอร์ เป็นต้น
ดังนั้นก่อนจะบ่นว่าเป็นเสียงไม่ดี จะขายมันทิ้งควรอ่านคู่มือมันก่อน ปรับให้มันทำงานได้ถูกต้องตามที่มันถูกออกแบบเสียก่อน แต่ลองดูแล้วชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน
2. ขยับลำโพง
บางคนอีกนั้นแหละครับ ซื้อลำโพง วางอย่างไรก็อยู่อย่างนั้นไม่ขยับอีกเลย แม้ว่าจะเปลี่ยนอะไรไปอีก ตำแหน่งที่ตั้งลำโพงนี้มีความสำคัญมาก วางห่างกัน 5-10 ซม.ผลที่ได้ต่างกันมาก นักฟังที่ดีควรขยันขยับ ลำโพงเดินหน้า ถอยหลัง ขยับซ้ายขวา ปรับโทอิน ขยับเก้าอี้ที่นั่งฟังใกล้บ้าง ไกลบ้าง ไปตามเรื่อง
หาจุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องและอุปกรณ์ในชุดขณะนั้น
การขยับลำโพงบ่อยๆยิ่งเพิ่มพูนประสบการณ์การฟัง เมื่อเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ทุกครั้งควรหันมาสนใจขยับลำโพงด้วย และควรตรวจสอบด้วยว่าวางอยู่ในแนวดิ่ง แนวระดับที่ถูกต้อง เดือยแหลมที่ขาตั้งควรปรับให้จิกลงบนพื้น นิ่งบนพื้น แน่นทุกตัว ไม่ใช่แบบโยเยกโคลงเคลง พวกนี่ลดคุณภาพลำโพงไปหลายส่วนทั้งนั้น
3. ถอดอุปกรณ์เสริมต่างๆ ออก
เล่นมาพอสมควร เครื่องเคียงอุปกรณ์เสริมคงมีพอสมควร พวกอุปกรณ์เสริมคุณภาพต่ำทั้งหลายนี้ก็ตัวดี ใส่เข้าไปเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เน้นแต่เชิงประมาณ คุณภาพถดถอย อย่างพวกตัวกรองไฟ หรือ ferrite Ring ทิปโทที่คุณภาพต่ำ
เมื่อตอนที่ประสบการณ์(การฟัง)น้อย ใส่เข้าแล้วถึงตาโต ได้ความใส เบสกระชับ ประทับใจเหลือหลาย ใส่แล้วใส่เลยไม่ได้สนใจมันอีก เปลี่ยนอีกกี่ชุดต่อกี่ชุด ก็ติดมันเอาไว้ คิดว่าดีแน่ หารู้ไม่ว่ายาพิษทั้งนั้น
หากมีทักษะมากขึ้น ขอให้ลองไม่ต่อผ่านมันดูเถอะครับ จะรู้ว่ามันขโมยบรรยากาศในเพลงไปเสียนาน ความใสและเบสกระชับนั้น เป็นแค่เสียงแหลมที่จัดแห้ง เบสห้วนๆเท่านั้นเอง ดังนั้นก่อนจะเปลี่ยนเครื่องควรลองถอดพวกเครื่องเคียงพวกนี้ออก ลองดูหน่อยนะครับว่าตัวที่ใส่ไว้อยู่ในประเภทนี้หรือเปล่า
4. สลับขั้วปลํ๊กไฟเอซี
เครื่องเสียงบางเครื่องออกแบบมาปลั๊กเป็นแบบสองขา มีเฉพาะ Line (L) กับ Neutral (N) ไม่มี Ground(G) สามารถที่จะสลับขั้วปลั๊กระหว่าง L กับ N ได้ เครื่องพวกนี้เค้าออกแบบให้ภาคจ่ายไฟมีฉนวน 2ชั้น โดยจะเห็นมีสัญลักษณ์ สี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองรูปที่หลังเครื่อง หมายความว่าหากเกิดความชำรุดเสียหายจะไม่มีไฟรั่วมาที่ตัวถัง
จึงไม่จำเป็นต้องมีกราวนด์ที่ตัวถัง
เค้าออกแบบมาสำหรับระบบไฟฟ้าที่ไม่มีกราวนด์ แต่เมื่อเสียบปลั๊กและเปิดใช้งานจะพบว่าทิศทางของปลั๊ก มีผลกับโวลต์ ระหว่างตัวถังกับกราวนด์ดิน มากบางน้อยบ้างแล้วแต่เครื่อง โดยทั่วไปควรเสียบปลั๊กในทิศทางที่ทำให้ โวลต์ที่ตัวถังเครื่อง กับกราวนด์ดินต่ำที่สุด ซึ่งจะเป็นทิศทางถูกต้องตามที่วงจรถูกออกแบบมา
โดยขณะวัดให้ถอดสายสัญญาณที่เชื่อมต่อออกทั้งหมด เปิดเครื่องแล้ววัด AC Volt Meter หรือ ใช้ไขควงเช็คไฟจดหรือสังเกต แล้วสลับขั้วไปอีกด้าน แล้ววัดเปรียบเทียบ ทิศทางที่ที่วัดค่าไฟได้ต่ำกว่า หรือไขควงสว่างน้อยกว่า น่าจะดีกว่า แต่ให้ดีลองฟังด้วยก็ดีครับ เพราะมีบางเครื่องที่วัดได้มีค่าสูง แต่เสียงดีกว่า แต่ไม่ค่อยเจอเท่าไร
เรื่องนี้ในบางยี่ห้อเช่น Luxman ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ขนาดติดอุปกรณ์ตรวจสอบทิศทางขั้วมาพร้อมกับเครื่องเลยทีเดียว
5. ตรวจสอบสภาพจุดต่อต่างๆ
เรื่องนี้ก็ไม่ควรมองข้ามครับ
กระแส สัญญาณต่างๆต้องผ่านจุดต่อพวกนี้ เมื่อใช้ไปนานควรตรวจสอบว่ายังมีสภาพดีแน่นหนาอยู่หรือไม่ หน้าสัมผัสไม่เกิดออกไซค์จนกีดข้วางทางเดินสัญญาณ ลดทอนรายละเอียดเสียงไปหลาย ควรเช็คล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดหน้าสัมผัส อย่างน้อยก็ 6เดือนครั้ง
ขั้วไฟฟ้าที่ไม่แน่นหนาพอ อาจจะทำให้จ่ายกระแสได้ไม่เต็มที่ เสียงจะเบลอร์ หรือรุนแรงจนเกิดการสปากส์ ทำให้เครื่องเสียหายได้
จุดต่อระหว่างสายกับขั้วต่อจำพวกนี้ ก็สำคัญ โดยเฉพาะที่ต่อกันเอง พวกนี้เปิดหัวออกมาสนิมทองแดงเขียวเลยก็มี หากเจอแบบนี้ก็ควรตัดเชื่อมต่อใหม่ให้เรียบร้อย
|