รูปลักษณ์ของอุปกรณ์เครื่องเสียง คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักเล่นเครื่องเสียงใช้กอปรการพิจารณาเลือกซื้อ เฉกเดียวกับการเลือกซื้ออาหารมารับประทานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่ความสวยงามของสีสันคือปราการด่านแรกที่ดึงดูดให้อยากลิ้มชิมรส ซึ่งในที่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกท่านที่ได้ประสพพบเจอจะต้องมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้เหมือนกันไปหมด
 มูลเหตุที่ทำให้คิด ให้ชอบ หรือเกิดความหลงใหลต่างกันก็คือ รสนิยม หรือความพึงพอใจส่วนตัว นี่คือที่มาที่ไปทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายแหล่บนโลกใบนี้มีรูปลักษณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ สำหรับอุปกรณ์เครื่องเสียงก็เช่นกันทุกสำนักผู้ผลิตต่างก็รังสรรค์อุปกรณ์รุ่นใหม่ๆประเภทใหม่ขึ้นมาอยู่เป็นประจำ
โดยที่บางสำนักเน้นการออกแบบรูปร่างหน้าตาให้แปลกแหวกแนว บางสำนักเน้นความเล็กกะทัดรัดเป็นวัตถุประสงค์ บางสำนักเน้นความเป็นเอกลักษณ์แบบคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งหนึ่งในสำนักผู้ผลิตที่มีแนวคิดแบบหลังก็คือ YAMAHA สำนักผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงจากแดนอทิตย์อุทัยที่ยืนหยัดอยู่คู่กับสังคมเครื่องเสียงโลกมากว่า 80 ปี
ด้วยความงดงามของผลิตภัณฑ์ทั้งทางด้านรูปลักษณ์ คุณลักษณ์ และความไว้เนื้อเชื่อใจจากนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลกนี่กระมังที่ทำให้สำนักผู้ผลิตแห่งนี้ยังคงเดินหน้าผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในพยานวัตถุที่ช่วยยืนยันคำกล่าวข้างต้นได้อย่างแจ่มแจ้งก็คือ อินทีเกรดแอมป์ YAMAHA A-S 1000 นวัตกรรมชิ้นล่ามาใหม่ที่ได้รับมาทำรายงานทดลองฟังฉบับนี้
กล่าวคือหลังจากได้ทราบข่าวจากทางกองบรรณาธิการว่าทางบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ได้จัดส่งอินทีเกรดแอมป์รุ่นใหม่มาให้ทำรายงาน จึงได้เข้าไปศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นจาก http://www.yamaha.ca/index.jsp สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจในทันทีก็คือรูปลักษณ์ของอินทีเกรดแอมป์รุ่นใหม่ทุกรุ่นที่ต่างมีหน้าตาคล้ายอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่ในอดีต
นั่นก็หมายความว่าท่านที่เคยพลาดโอกาสครอบครองอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่ของสำนักผู้ผลิตแห่งนี้มีโอกาสที่จะสมหวังกันในคราวนี้ ซึ่งก่อนที่ท่านจะตัดสินใจอุปการะอินทีเกรดแอมป์รุ่นใหม่ก็คงอยากจะทราบถึงอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาขอเชิญร่วมพิจารณาสรรพคุณของอินทีเกรดแอมป์รุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยครับ

ดังที่ได้เกริ่นนำไปในเบื้องต้นถึงรูปลักษณ์ของอินทีเกรดแอมป์รุ่นนี้ว่ามันมีความละม้ายกับอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่ในอดีต ดังนั้นในวาระแรกของรายงานฉบับนี้จึงควรชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์เสียก่อน เมื่อมองจากภาพที่แนบมาให้จะเห็นว่า องคาพยพของอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้ถูกออกแบบให้มีลักษณะใหญ่โตพอสมสมควรทีเดียว
มูลเหตุที่ทำให้ต้องกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องมาจากน้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่อง และสัดส่วนทางด้านความลึกของตัวถังที่มีอัตราส่วนมากกว่าอินทีเกรดแอมป์สามัญประจำห้องพอสมควรนั่นเอง ดังนั้นการยกย้ายอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้จากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่งโดยลำพังจึงควรวางแผน และตั้งหลักตั้งท่ากันให้ดีไม่เช่นนั้นหลังของท่านอาจจะเคล็ดยอกได้
เมื่อทราบถึงสัดส่วนอย่างคร่าวๆของอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้กันแล้ว คราวนี้ก็มาสำรวจรายละเอียดต่างๆบนแผงหน้าปัดกันต่อเลย เริ่มจากบริเวณด้านซ้ายสุดในระนาบบนจะเห็นว่าตำแหน่งดังกล่าวได้มีการสกรีนชื่อของสำนักผู้ผลิต สรรพคุณ และตามด้วยชื่อรุ่นซึ่งตัวหนังสือทั้งหมดเป็นสีเทาดำ ถัดมาในระนาบด้านล่างเป็นสถานที่ติดตั้งสวิทช์ เปิด-ปิด เครื่องแบบโยกขึ้นโยกลงติดตั้งอยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายสุด
ถัดมาเล็กน้อยเป็นสถานที่ติดตั้งเซ็นเซอร์สำหรับรับสัญญาณจากรีโมทคอนโทรลไร้สายซึ่งทางผู้จัดจำหน่ายมิได้แนบมาให้ ถัดมาทางด้านขวาเป็นช่องเสียบสำหรับต่อเชื่อมกับหูฟัง และสวิทช์สำหรับ ปิด เปิด และเลือกช่องสำหรับต่อเชื่อมสายลำโพง ระหว่างชุดเอ ,ชุดบี และชุดเอ+ชุดบี
คราวนี้ก็มาถึงบริเวณกึ่งกลางของแผงหน้าปัดด้านหน้าในระนาบกึ่งกลางซึ่งเป็นสถานที่ติดตั้งปุ่มปรับรายละเอียดเสียงจำนวนสามปุ่ม ปุ่มแรกทางด้านซ้ายเป็นปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับดุลเสียงต่ำ ,ปุ่มที่สองอยู่ตรงกลางเป็นปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับดุลเสียงสูง และปุ่มปรับที่สามทางด้านขวาเป็นปุ่มปรับความสมมาตรระหว่างภาคขยายด้านซ้าย และภาคขยายด้านขวา
โดยที่ปุ่มปรับทั้งสามปุ่มนี้มีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือจะกล่าวว่าเป็นเพราะปุ่มปรับเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้อินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้มีหน้าตาคล้ายอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่
 สุดท้ายบนแผงหน้าปัดด้านหน้าบริเวณด้านขวาเป็นสถานที่ติดตั้งปุ่มลูกบิททรงกลมขนาดกลางที่ใช้สำหรับปรับเปลี่ยนเลือกแหล่งต้นทางของสัญญาณเสียง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 6 ช่องทางให้เลือกใช้งานอันได้แก่ MAIN DIRECT ,LINE 2 ,LINE 1 ,CD ,TUNER และ PHONO ( MM/MC ) ที่สำคัญเมื่อเลือกแหล่งต้นทางสัญญาณใดหลอดแอลอีดีสีส้มก็จะสว่างขึ้นในตำแหน่งนั้นๆ
ถัดมาบริเวณด้านขวาเป็นปุ่มลูกบิททรงกลมขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับปรับเพิ่ม/ลดระดับความดังของเสียง (VOLUME) ซึ่งบริเวณกึ่งกลางระหว่างปุ่มปรับทั้งสองปุ่มในตำแหน่งระนาบด้านล่างเป็นสถานที่ติดตั้งปุ่มปรับสำหรับปิดเสียงชั่วคราวแบบคันโยกพร้อมหลอดแอลอีดีสีส้มสำหรับบอกสถานะ
เมื่อทราบถึงรายละเอียดของปุ่มปรับต่างๆบริเวณแผงด้านหน้าจนครบถ้วนขบวนความกันแล้วก่อนที่จะพลิกไปดูรายละเอียดบริเวณแผงด้านหลัง มองจากภาพที่แนบมาให้จะเห็นว่าบริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งของตัวถังถูกประกบด้วยแผ่นไม้จริงสีบีชที่มีความหนา 20 มิลลิเมตร ที่สำคัญบริเวณด้านบนของตัวถังยังได้มีการเจาะช่องระบายความร้อนเอาไว้เป็นจำนวนมาก
คราวนี้ก็มาถึงบริเวณแผงด้านหลังกันต่อเลย เริ่มจากบริเวณด้านซ้ายสุดเป็นสถานที่ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงแบบไบดิ้งโพสชุบทองของภาคขยายด้านขวาจำนวน 2 ชุด คือชุดเอ และชุดบี สำหรับบริเวณกึ่งกลางเป็นสถานที่ติดตั้งขั้วต่อสายสัญญาณขาเข้าจำนวน 6 ชุดอันได้แก่ CD ,PHONO ,TUNER ,LINE 1 ,LINE 2 และ MAIN IN และขาออกจำนวน 2 ชุดอันได้แก่ REC และPRE OUT
นั่นก็หมายความว่าอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้สามารถนำไปใช้งานในลักษณะที่เป็นปรีแอมป์ และเพาเวอร์แอมป์ได้ด้วย ที่สำคัญสำหรับการต่อเชื่อมกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนภาคขยายหัวเข็มระหว่าง MM และMC ได้อีกด้วย ซึ่งสวิทช์ดังกล่าวถูกติดตั้งอยู่ด้านข้างขั้วต่อสัญญาณขาเข้า PHONO ที่แนบมาให้พร้อมกับขั้วต่อสายดินชนิดขันแน่นด้วยมือ
สุดท้ายบริเวณด้านขวาสุดเป็นสถานที่ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงแบบไบดิ้งโพสชุบทองของภาคขยายด้านซ้ายจำนวน 2 ชุด คือชุดเอ และชุดบี พร้อมขั้วต่อสายไฟเอซีชนิดถอดเปลี่ยนได้แบบสองขา
ข้อมูลจำเพาะของอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้
Minimum RMS Output Power (8 ohms, 20 Hz20 kHz, 0.019% THD) 90 W + 90 W
(4 ohms, 20 Hz20 kHz, 0.02% THD) 140 W + 140 W
Maximum Power (8 ohms, 1 kHz, 10% THD) 115 W + 115 W
(4 ohms, 1 kHz, 10% THD) 190 W + 190 W
Dynamic Power (8/6/4/2 ohms) 105/135/190/220 W
Damping Factor (8 ohms, 20 Hz20 kHz) 160
Input Sensitivity/Impedance 150 mV/47 k-ohms
Phono MM 2.5 mV/47 k-ohms
Phono MC 100 uV/50 ohms
Main In 1 V/47 k-ohms
Maximum Input Signal 1 kHz, 0.5% THD
Frequency Response 20 Hz20 kHz, +0 dB/-0.3 dB
Total Harmonic Distortion (20 Hz20 kHz) 0.015% (90 W/8 ohms)
Phono MM to Rec Out 0.005% (2 V)
Phono MC to Rec Out 0.05% (2 V)
Signal-to-Noise Ratio (150 mV, Input Shorted) 98 dB
Phono MM (5mV, Input Shorted) 93 dB
Phono MC (500 V, Input Shorted) 85 dB
Residual Noise [IHF-A-Network] 73 mV
RIAA Equalization Deviation
Phono MM 20 Hz20 kHz, ?0.5 dB
Phono MC 20 Hz20 kHz, ?0.5 dB
Channel Separation (1 kHz/10 kHz)
CD Terminaled 74 dB/54 dB
Phono MM 90 dB/77 dB
Phono MC 66 dB/65 dB
Tone Control Characteristics
Bass Boost/Cut (at 50 Hz) ?9 dB
Bass Turnover Frequency 350 Hz
Treble Boost/Cut (at 20 Hz) ?9 dB
Treble Turnover Frequency 3.5 kHz
Dimensions (W x H x D) 435 x 137 x 465 mm
Weight 22 kg.
YAMAHA A-S1000 ตอบสนองความถี่ 20 - 20,000 เฮิรตซ์ (+/- 3 ดีบี) ให้กำลังขับต่อเนื่อง 90 วัตต์ที่ความต้านทานปรกติ 8 โอห์ม และกำลังขับจะเพิ่มเป็น 140 วัตต์ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม ค่าความไวสัญญาณขาเข้า 150 มิลลิโวลท์ ความต้านทานขาเข้า 47 กิโลโอห์ม สำหรับภาคไลน์ทุกช่อง 2.5 มิลลิโวลท์ ความต้านทานขาเข้า 47 กิโลโอห์มสำหรับภาค PHONO (MM) และ 100 ไมโครโวลท์ ความต้านทานขาเข้า 50 โอห์มสำหรับภาค PHONO (MC)
ค่าความเพี้ยนโดยรวมน้อยกว่า 0.015% ที่ 90 วัตต์ อัตราแยกสัญญาณภาคไลน์ 98 ดีบี ภาคโฟโน(MM) 93 ดีบี และภาคโฟโน(MC) 85 ดีบี ที่ 1 กิโลเฮริตซ์ ขนาดและสัดส่วนของตัวเครื่อง 435 x137 x 465 มิลลิเมตร (กว้าง x สูง x ลึก) น้ำหนัก 22.0 กิโลกรัม
บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด จัดจำหน่าย 0-2215-2626-39
ราคาขายเครื่องละ บาท |