Accuphase E460
NAD C316Bee
Yamaha A-S1000
Accuphase E250
AMC 306D
Roksan Kandy K2
NAD C355BEE
VTL iT85
Krell KAV400Xi Signature
CEC : 3300R
AudioLab 8000SE
Rotel RA-05
Classic Audio
Accuphase E-550

Rega Mira 3

Marantz PM7001 KI Signature
Roksan : Caspion M Series-1
CHPO : 8001 MK ii
DENON PMA-700AE
Prima Luna Prologue One
Dussun : V8i
Classic : No.6.10
Rotel : RA-1062
NAD M3
Audiolab 8000S
Melody H-88 MK ii
Dared MP-2A3C
NAD C-352
Marantz PM-7001
PrimaLuna Prologue one
DARED MP-15
DARED MP-7
NAD C-320BEE
Moon I-3
Arcam DiVA A-75
Granite Stone Henge
Accuphase E-212
Krell KAV 400xi
Rotel RA - 1070
Accuphase E-530
Unison sr1
Ayre AX-7
NAD C-370
Accuphase E-307
Cambridqe Audio A-500

: Yamaha A-S1000

โดย "วีระพัฒน์ ณัฏฐ์ธนภัทร"

รูปลักษณ์ของอุปกรณ์เครื่องเสียง คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักเล่นเครื่องเสียงใช้กอปรการพิจารณาเลือกซื้อ  เฉกเดียวกับการเลือกซื้ออาหารมารับประทานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่ความสวยงามของสีสันคือปราการด่านแรกที่ดึงดูดให้อยากลิ้มชิมรส   ซึ่งในที่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกท่านที่ได้ประสพพบเจอจะต้องมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้เหมือนกันไปหมด

มูลเหตุที่ทำให้คิด ให้ชอบ หรือเกิดความหลงใหลต่างกันก็คือ  รสนิยม  หรือความพึงพอใจส่วนตัว  นี่คือที่มาที่ไปทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายแหล่บนโลกใบนี้มีรูปลักษณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ  สำหรับอุปกรณ์เครื่องเสียงก็เช่นกันทุกสำนักผู้ผลิตต่างก็รังสรรค์อุปกรณ์รุ่นใหม่ๆประเภทใหม่ขึ้นมาอยู่เป็นประจำ 

โดยที่บางสำนักเน้นการออกแบบรูปร่างหน้าตาให้แปลกแหวกแนว  บางสำนักเน้นความเล็กกะทัดรัดเป็นวัตถุประสงค์  บางสำนักเน้นความเป็นเอกลักษณ์แบบคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ซึ่งหนึ่งในสำนักผู้ผลิตที่มีแนวคิดแบบหลังก็คือ  YAMAHA  สำนักผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงจากแดนอทิตย์อุทัยที่ยืนหยัดอยู่คู่กับสังคมเครื่องเสียงโลกมากว่า 80 ปี 

ด้วยความงดงามของผลิตภัณฑ์ทั้งทางด้านรูปลักษณ์  คุณลักษณ์  และความไว้เนื้อเชื่อใจจากนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลกนี่กระมังที่ทำให้สำนักผู้ผลิตแห่งนี้ยังคงเดินหน้าผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงอย่างต่อเนื่อง  หนึ่งในพยานวัตถุที่ช่วยยืนยันคำกล่าวข้างต้นได้อย่างแจ่มแจ้งก็คือ  อินทีเกรดแอมป์ YAMAHA A-S 1000 นวัตกรรมชิ้นล่ามาใหม่ที่ได้รับมาทำรายงานทดลองฟังฉบับนี้

กล่าวคือหลังจากได้ทราบข่าวจากทางกองบรรณาธิการว่าทางบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ได้จัดส่งอินทีเกรดแอมป์รุ่นใหม่มาให้ทำรายงาน  จึงได้เข้าไปศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นจาก http://www.yamaha.ca/index.jsp   สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจในทันทีก็คือรูปลักษณ์ของอินทีเกรดแอมป์รุ่นใหม่ทุกรุ่นที่ต่างมีหน้าตาคล้ายอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่ในอดีต 

นั่นก็หมายความว่าท่านที่เคยพลาดโอกาสครอบครองอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่ของสำนักผู้ผลิตแห่งนี้มีโอกาสที่จะสมหวังกันในคราวนี้  ซึ่งก่อนที่ท่านจะตัดสินใจอุปการะอินทีเกรดแอมป์รุ่นใหม่ก็คงอยากจะทราบถึงอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้  ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาขอเชิญร่วมพิจารณาสรรพคุณของอินทีเกรดแอมป์รุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยครับ

ดังที่ได้เกริ่นนำไปในเบื้องต้นถึงรูปลักษณ์ของอินทีเกรดแอมป์รุ่นนี้ว่ามันมีความละม้ายกับอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่ในอดีต  ดังนั้นในวาระแรกของรายงานฉบับนี้จึงควรชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์เสียก่อน  เมื่อมองจากภาพที่แนบมาให้จะเห็นว่า องคาพยพของอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้ถูกออกแบบให้มีลักษณะใหญ่โตพอสมสมควรทีเดียว 

มูลเหตุที่ทำให้ต้องกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องมาจากน้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่อง  และสัดส่วนทางด้านความลึกของตัวถังที่มีอัตราส่วนมากกว่าอินทีเกรดแอมป์สามัญประจำห้องพอสมควรนั่นเอง  ดังนั้นการยกย้ายอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้จากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่งโดยลำพังจึงควรวางแผน  และตั้งหลักตั้งท่ากันให้ดีไม่เช่นนั้นหลังของท่านอาจจะเคล็ดยอกได้ 

เมื่อทราบถึงสัดส่วนอย่างคร่าวๆของอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้กันแล้ว  คราวนี้ก็มาสำรวจรายละเอียดต่างๆบนแผงหน้าปัดกันต่อเลย  เริ่มจากบริเวณด้านซ้ายสุดในระนาบบนจะเห็นว่าตำแหน่งดังกล่าวได้มีการสกรีนชื่อของสำนักผู้ผลิต สรรพคุณ และตามด้วยชื่อรุ่นซึ่งตัวหนังสือทั้งหมดเป็นสีเทาดำ  ถัดมาในระนาบด้านล่างเป็นสถานที่ติดตั้งสวิทช์ เปิด-ปิด เครื่องแบบโยกขึ้นโยกลงติดตั้งอยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายสุด  

ถัดมาเล็กน้อยเป็นสถานที่ติดตั้งเซ็นเซอร์สำหรับรับสัญญาณจากรีโมทคอนโทรลไร้สายซึ่งทางผู้จัดจำหน่ายมิได้แนบมาให้  ถัดมาทางด้านขวาเป็นช่องเสียบสำหรับต่อเชื่อมกับหูฟัง  และสวิทช์สำหรับ ปิด –  เปิด และเลือกช่องสำหรับต่อเชื่อมสายลำโพง  ระหว่างชุดเอ ,ชุดบี และชุดเอ+ชุดบี

คราวนี้ก็มาถึงบริเวณกึ่งกลางของแผงหน้าปัดด้านหน้าในระนาบกึ่งกลางซึ่งเป็นสถานที่ติดตั้งปุ่มปรับรายละเอียดเสียงจำนวนสามปุ่ม  ปุ่มแรกทางด้านซ้ายเป็นปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับดุลเสียงต่ำ  ,ปุ่มที่สองอยู่ตรงกลางเป็นปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับดุลเสียงสูง  และปุ่มปรับที่สามทางด้านขวาเป็นปุ่มปรับความสมมาตรระหว่างภาคขยายด้านซ้าย และภาคขยายด้านขวา 

โดยที่ปุ่มปรับทั้งสามปุ่มนี้มีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือจะกล่าวว่าเป็นเพราะปุ่มปรับเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้อินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้มีหน้าตาคล้ายอินทีเกรดแอมป์รุ่นพี่

สุดท้ายบนแผงหน้าปัดด้านหน้าบริเวณด้านขวาเป็นสถานที่ติดตั้งปุ่มลูกบิททรงกลมขนาดกลางที่ใช้สำหรับปรับเปลี่ยนเลือกแหล่งต้นทางของสัญญาณเสียง  ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 6 ช่องทางให้เลือกใช้งานอันได้แก่ MAIN DIRECT ,LINE 2 ,LINE 1 ,CD ,TUNER และ PHONO ( MM/MC ) ที่สำคัญเมื่อเลือกแหล่งต้นทางสัญญาณใดหลอดแอลอีดีสีส้มก็จะสว่างขึ้นในตำแหน่งนั้นๆ   

ถัดมาบริเวณด้านขวาเป็นปุ่มลูกบิททรงกลมขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับปรับเพิ่ม/ลดระดับความดังของเสียง (VOLUME)  ซึ่งบริเวณกึ่งกลางระหว่างปุ่มปรับทั้งสองปุ่มในตำแหน่งระนาบด้านล่างเป็นสถานที่ติดตั้งปุ่มปรับสำหรับปิดเสียงชั่วคราวแบบคันโยกพร้อมหลอดแอลอีดีสีส้มสำหรับบอกสถานะ

เมื่อทราบถึงรายละเอียดของปุ่มปรับต่างๆบริเวณแผงด้านหน้าจนครบถ้วนขบวนความกันแล้วก่อนที่จะพลิกไปดูรายละเอียดบริเวณแผงด้านหลัง  มองจากภาพที่แนบมาให้จะเห็นว่าบริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งของตัวถังถูกประกบด้วยแผ่นไม้จริงสีบีชที่มีความหนา  20 มิลลิเมตร  ที่สำคัญบริเวณด้านบนของตัวถังยังได้มีการเจาะช่องระบายความร้อนเอาไว้เป็นจำนวนมาก

คราวนี้ก็มาถึงบริเวณแผงด้านหลังกันต่อเลย  เริ่มจากบริเวณด้านซ้ายสุดเป็นสถานที่ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงแบบไบดิ้งโพสชุบทองของภาคขยายด้านขวาจำนวน 2 ชุด  คือชุดเอ และชุดบี  สำหรับบริเวณกึ่งกลางเป็นสถานที่ติดตั้งขั้วต่อสายสัญญาณขาเข้าจำนวน 6 ชุดอันได้แก่ CD ,PHONO ,TUNER ,LINE 1 ,LINE 2 และ MAIN IN  และขาออกจำนวน 2 ชุดอันได้แก่  REC และPRE OUT 

นั่นก็หมายความว่าอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้สามารถนำไปใช้งานในลักษณะที่เป็นปรีแอมป์ และเพาเวอร์แอมป์ได้ด้วย  ที่สำคัญสำหรับการต่อเชื่อมกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนภาคขยายหัวเข็มระหว่าง MM และMC ได้อีกด้วย  ซึ่งสวิทช์ดังกล่าวถูกติดตั้งอยู่ด้านข้างขั้วต่อสัญญาณขาเข้า  PHONO  ที่แนบมาให้พร้อมกับขั้วต่อสายดินชนิดขันแน่นด้วยมือ

สุดท้ายบริเวณด้านขวาสุดเป็นสถานที่ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงแบบไบดิ้งโพสชุบทองของภาคขยายด้านซ้ายจำนวน 2 ชุด คือชุดเอ และชุดบี  พร้อมขั้วต่อสายไฟเอซีชนิดถอดเปลี่ยนได้แบบสองขา

ข้อมูลจำเพาะของอินทีเกรดแอมป์เครื่องนี้

Minimum RMS Output Power (8 ohms, 20 Hz—20 kHz, 0.019% THD) 90 W + 90 W
(4 ohms, 20 Hz—20 kHz, 0.02% THD) 140 W + 140 W
Maximum Power                      (8 ohms, 1 kHz, 10% THD) 115 W + 115 W
(4 ohms, 1 kHz, 10% THD) 190 W + 190 W
Dynamic Power                        (8/6/4/2 ohms) 105/135/190/220 W
Damping Factor                        (8 ohms, 20 Hz–20 kHz) 160
Input Sensitivity/Impedance    150 mV/47 k-ohms
Phono MM                               2.5 mV/47 k-ohms
Phono MC                                100 uV/50 ohms
Main In                                     1 V/47 k-ohms
Maximum Input Signal             1 kHz, 0.5% THD
Frequency Response                 20 Hz–20 kHz, +0 dB/-0.3 dB
Total Harmonic Distortion       (20 Hz–20 kHz) 0.015% (90 W/8 ohms)
Phono MM to Rec Out             0.005% (2 V)
Phono MC to Rec Out              0.05% (2 V)      
Signal-to-Noise Ratio           (150 mV, Input Shorted) 98 dB
Phono MM          (5mV, Input Shorted) 93 dB
Phono MC           (500 V, Input Shorted) 85 dB
Residual Noise                     [IHF-A-Network] 73 mV

RIAA Equalization Deviation

Phono                                   MM 20 Hz–20 kHz, ?0.5 dB
Phono                                   MC 20 Hz–20 kHz, ?0.5 dB
Channel Separation             (1 kHz/10 kHz)
CD Terminaled                   74 dB/54 dB
Phono MM                         90 dB/77 dB
Phono MC                         66 dB/65 dB

Tone Control Characteristics

Bass Boost/Cut                  (at 50 Hz) ?9 dB
Bass Turnover Frequency 350 Hz
Treble Boost/Cut               (at 20 Hz) ?9 dB
Treble Turnover Frequency 3.5 kHz
Dimensions (W x H x D)  435 x 137 x 465 mm 
Weight                              22 kg.

YAMAHA A-S1000  ตอบสนองความถี่ 20 -  20,000 เฮิรตซ์  (+/- 3 ดีบี) ให้กำลังขับต่อเนื่อง 90 วัตต์ที่ความต้านทานปรกติ 8 โอห์ม  และกำลังขับจะเพิ่มเป็น 140 วัตต์ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม ค่าความไวสัญญาณขาเข้า  150 มิลลิโวลท์  ความต้านทานขาเข้า  47  กิโลโอห์ม  สำหรับภาคไลน์ทุกช่อง   2.5  มิลลิโวลท์  ความต้านทานขาเข้า  47  กิโลโอห์มสำหรับภาค PHONO (MM)  และ 100  ไมโครโวลท์  ความต้านทานขาเข้า  50  โอห์มสำหรับภาค PHONO (MC)   

ค่าความเพี้ยนโดยรวมน้อยกว่า 0.015% ที่ 90 วัตต์  อัตราแยกสัญญาณภาคไลน์ 98 ดีบี  ภาคโฟโน(MM) 93 ดีบี และภาคโฟโน(MC)   85 ดีบี  ที่ 1 กิโลเฮริตซ์  ขนาดและสัดส่วนของตัวเครื่อง   435 x137 x 465   มิลลิเมตร (กว้าง x สูง x ลึก) น้ำหนัก 22.0 กิโลกรัม

บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด   จัดจำหน่าย  0-2215-2626-39 

ราคาขายเครื่องละ                บาท

 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com