|
เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของเครื่องเล่นซีดี Marantz CD 6003 ได้ออกมาทดแทนรุ่นเก่าอย่าง CD 6002 ได้อย่างงดงาม
ถ้าเรียบเรียงคำกล่าวข้างต้นใหม่หมด น่าจะกล่าวได้ว่าเครื่องเล่นแผ่นซีดีในเวอร์ชั่นล่าสุด ได้ส่งเครื่องเล่นแผ่นซีดีรุ่นนัมเบอร์หกออกมาตามหลังรุ่นน้องและรุ่นพี่ในซีรี่ยห้า, ซีรี่ย์เจ็ดและซีรี่ย์แปดตามลำดับเวลา แต่หากมองถึงการเล่นเฉพาะแผ่นซีดีไม่รวมการเล่นกับแผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดี นับว่า Marantz CD 6003 มีพิกัดที่ใหญ่สุดของเครื่องเล่นแผ่นซีดีในปัจจุบันของ Marantz เอง
 หากย้อนรอยของเครื่องเล่นแผ่นซีดีและแผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีของ Marantz ในอนุกรมที่เลขสี่หลักที่ลงท้ายด้วยเลขสาม ตัวน้องสุดอย่าง CD 5003 และตัวพี่ใหญ่อย่าง SACD 8003 ได้แวะเวียนเข้ามาให้ใช้งานในห้องฟังผมอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถึงกับยกย่องเครื่องเล่นรุ่นน้องในความคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด ในส่วนของเครื่องเล่นรุ่นพี่ก็ครอบคลุมการใช้งานที่มากที่สุดฟอร์แมทหนึ่งทีเดียว จึงไม่เป็นการยากที่จะรับรู้ว่าเครื่องเล่นของ Marantz ในอนุกรมนี้มีความแตกต่างหรือพัฒนากับเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างไร สำหรับ Marantz CD 6003 เป็นเครื่องเล่นซีดีที่ออกมาตอบสนองการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้นจากรุ่น CD 5003 นับว่า Marantz ออกเครื่องเล่นตัวนี้มาอุดช่องว่างของตลาดได้เป็นอย่างดี
คงไม่ต้องย้อนรอยประวัติอันยาวนานของ Marantz อีกแล้ว เพราะเกือบทุกครั้งผมได้ลำดับความให้ฟังคร่าวๆของประวัติเครื่องเสียงยี่ห้อนี้ จะยกย่องอีกครั้งว่าเป็นตำนานที่มีชีวิตยันปัจจุบันของเครื่องเสียง Marantz ก็ไม่ผิดนัก ล่าสุดเครื่องเล่นแผ่นซีดี Marantz CD 6003 ได้เข้ามาถึงห้องฟังเพื่อลองฟังเอาประเด็นอีกครั้งหลังจากที่เครื่องรุ่นพี่และเครื่องรุ่นน้องทำไว้ได้ดีอย่างน่าชื่นชมทีเดียว

รูปร่างหน้าตาของ Marantz CD 6003 มีรูปร่างหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเครื่องรุ่นพี่อย่าง SACD 8003 ด้วยตัวถังเครื่องที่มีขนาดสูงขึ้นทำให้ได้ความใหญ่โตของเครื่อง ตัวเครื่องดูหนาบึกบึนน่าใช้งานเป็นอย่างมาก สไตล์นี้บอกได้เลยว่าถูกใจนักเล่นในบ้านเราไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากความนิยมชมชอบเครื่องที่มีความหนาบึกบึนมักจะส่งผลทางด้านจิตใจในเรื่องราคากับขนาดตัวถังเป็นส่วนมาก ตัวเครื่องที่ได้รับมานี้มีสีทองแชมเปญที่ดูสวยงามและดูมีราคามากเช่นกัน
เริ่มจากด้านหน้าเครื่องที่สวยงามจัดวางจอแสดงสถานะการทำงานขนาดใหญ่อยู่กึ่งกลางโดยมีไฟแสดงสถานะหน้าจอตัวใหญ่สีขาวชัดเจนมาก ในแผงหน้าจอมีไฟแสดงสถานะสีแดงอยู่สองฟังก์ชั่น หนึ่งคือไฟแสดงสถานะ MP3 / WMA ลำดับที่สองคือไฟแสดงสถานะปิดหน้าจอดิสเพลย์ ไฟดังกล่าวจะติดขึ้นเมื่อใช้งานฟังก์ชั่นเหล่านี้ ด้านบนของจอเป็นถาดสำหรับโหลดแผ่นซีดีเข้าเครื่อง การทำงานของถาดรับแผ่นซีดีนุ่มนวลกว่ารุ่นเล็ก ไม่มีอาการรุนแรงกระชากใดใด ด้านบนของถาดมีโลโก้ยี่ห้อ Marantz ตัวนูนและสกรีนรุ่น CD 6003 ไว้ด้วย
แผงด้านหน้าออกแบบให้มีลักษณะโค้งและมีการเซาะร่องไว้ข้างซ้ายและขวาอย่างละหนึ่งร่อง ตัวแผงหน้าทำจากพลาสติกชิ้นหลัก อีกหนึ่งชิ้นเป็นโลหะอลูมิเนียมชุบสีทองและกัดเสี้ยนครอบไว้อีกชั้น ด้านขวาของตัวเครื่องมีเพียงปุ่มเปิด ปิดเครื่องขนาดใหญ่แบบสัมผัสพร้อมไฟแสดงสถานะเครื่องสีแดงขณะอยู่ในโหมดรอเปิดเครื่อง ส่วนด้านซ้ายเป็นหน้าปัทม์โล่งๆ แผงกลางด้านขวาของจอดิสเพลย์มีปุ่มกลมเล็กๆวางเรียงตามแนวดิ่งอยู่ข้างละสามปุ่ม เริ่มจากบนสุดเป็นคำสั่งกดเปิดเอาแผ่นเข้าออก ปุ่มที่สองสั่งเลือกแทร็คเดินหน้า ปุ่มที่สามสั่งเลือกแทร็คถอยหลัง ด้านซ้ายจอดิสเพลย์ปุ่มบนสุดสั่งเล่น ถัดลงมาเป็นปุ่มหยุด ปุ่มที่สามเป็นปุ่มหยุดชั่วขณะ ด้านล่างสุดจะเป็นช่องเสียบหูฟังพร้อมโวลลุ่มของหูฟัง วัสดุของปุ่มต่างๆแข็งแรงใช้งานง่ายและดูดีมาก แผงด้านหน้าเครื่องเรียบง่ายและสวยงามทีเดียว
สิ่งที่ CD 6003 มีเพิ่มมาให้มากกว่ารุ่น CD 5003 คือเครื่องรุ่นนี้จะมีช่องเสียบ USB อยู่ที่ใต้ปุ่มสั่งงานในการเลือกแทร็คถอยหลัง ช่อง USB ดังกล่าวสามารถนำ iPod และ Thumb Drive มาเสียบใช้งานได้ รองรับการเล่นไฟล์ได้หลากหลายกว่า ทั้ง WMA,MP3 เป็นต้น ใกล้ๆช่องเสียบนี้เองจะมีปุ่มสั่งงานปุ่มเล็กๆเพื่อกดสั่งให้เล่นและออกจากโหมดการเล่นผ่านช่องนี้ นับว่าเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่นิยมชมชอบไฟล์เพลงที่ริบไฟล์มาจากคอมพิวเตอร์ หรือเหมาะมากกับผู้ที่นิยมใช้งาน iPod สำหรับฟังเพลง
 ตัวถังเครื่องด้านบนเป็นโลหะชุบสีทองชิ้นเดียว ใช้วิธพับปีกทั้งสองข้างเพื่อคลุมด้านข้างเครื่อง แผงด้านข้างตัวเครื่องทั้งซ้ายและขวายึดไว้ด้วยสกรูหัวสี่แฉกข้างละสามตัว ตัวถังด้านท้ายเครื่องยึดด้วยสกรูชนิดทองแดงหัวสี่แฉกสามตัวจึงมั่นใจถึงความแน่นหนาได้เป็นอย่างดี หากมาดูด้านท้ายเครื่องอีกครั้งจุดแรกที่เห็นแล้วสร้างความประทับใจน่าจะเป็นสกรูยึดอุปกรณ์ต่างๆของเครื่องจะใช้วัสดุที่ทำด้วยทองแดงทั้งหมดเพื่อลดการรบกวนของคลื่น RF ในอากาศ แม้ราคาต้นทุนจะสูงกว่าสกรูแบบชุบซิงค์แต่ Marantz ก็เลือกที่จะให้ความสำคัญ
ด้านซ้ายของหลังเครื่องถูกวางขั้วอะนาลอกเอาท์แบบอันบาลานซ์ไว้ตามแนวนอนหนึ่งชุดมีระยะห่างระหว่างกันพอควร(เป็นจุดดีถ้าใช้สายสัญญาณที่ขั้วใหญ่จะไม่เกิดปัญหา) ถัดมาเป็นขั้วดิจิตอลเอาท์เริ่มจากขั้วโคแอกเชียลและขั้วสัญญาญแสงตามลำดับ ถัดมาเป็นขั้วสัญญาณรีโมทคอนโทรลเข้าและออก ใกล้กันเป็นสวิทช์เลื่อนปรับว่าจะใช้รีโมทภายนอกหรือภายใน ขั้วสัญญาณทั้งหมดชุบทองที่เงาแวววาวและดูแข็งแรง ท้ายที่สุดเป็นขั้วสายไฟเอซีเข้าเครื่องแบบมาตรฐาน IEC ถอดเปลี่ยนสายไฟเอซีเพื่ออัพเกรดระบบได้ มีเพียงขั้วตัวนำระหว่างไลน์กับนิวตรอนที่มีตัวนำติดมาให้ ส่วนตัวนำของกราวน์ไม่มีมาให้ เป็นการออกแบบให้ลงกราวน์ภายในระบบ
ด้านล่างของตัวเครื่องให้ขารองรับตัวเครื่องพลาสติกขนาดใหญ่ทั้งสี่ขา โดยที่ขอบนอกของตัวขานี้จะมีการเคลือบผิวให้เงาแวววาวสวยงาม ที่ใต้ล่างสุดของขานี้จะมีแผ่นสักกะหลาดแปะรองรับอยู่ เป็นการรองระหว่างตัวขาของเครื่องกับตัวชั้นวางเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่จะมากระทบกับตัวเครื่องได้ นับว่างานออกแบบเครื่องมีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ เพราะทุกรุ่นที่ทำออกมามีความเนี๊ยบคล้ายคลึงกันทั้งหมด
อุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาพร้อมเครื่อง มีคู่มือเล่มใหญ่แปดภาษามาให้หนึ่งเล่มรายละเอียดการใช้งานครบถ้วน เส้นสายที่ให้มามีสายไฟเอซีชนิดสองขากลมแบบถอดได้มาหนึ่งเส้น สายสัญญาณอะนาลอกแบบธรรมดามาหนึ่งคู่ สายรีโมทคอนโทรลภายนอกมาให้หนึ่งเส้น แบตเตอรี่ขนาด AAA สองก้อนพร้อมรีโมทคอนโทรลไร้สายมาหนึ่งอัน อุปกรณ์ทุกชิ้นบรรจุมาภายในกล่องที่ป้องกันการกระแทกจากการขนส่งได้ดีเยี่ยม ตัวกล่องบรรจุมีความหนาและลวดลายสไตล์ Marantz สกรีนไว้พร้อมป้ายแสดงรุ่น ใบรับประกันและเบอร์เครื่องแปะไว้ด้วย
ตัวรีโมทคอนโทรลไร้สายที่ให้มาเป็นรุ่น RC002CD ดูจากฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วพบว่ารีโมทตัวนี้สามารถควบคุมอินทีเกรทแอมป์ของ Marantz ได้เช่นกัน ปุ่มสั่งการทั้งหมดจะอยู่ที่รีโมทแทบจะทุกฟังก์ชั่น สั่งเปิด ปิดเครื่องได้โดยตรงจากรีโมท อีกทั้งเปิด ปิดถาดรับแผ่นก็สั่งงานได้ทั้งหมด มีฟังก์ชั่นสั่งปิดไฟหน้าจอดิสเพลย์ ฟังก์ชั่นปรับระยะรอบหมุนของแผ่นซีดีให้ช้าหรือเร็ว(เป็นสิ่งที่ Marantz มีให้เสมอมา) อีกทั้งฟังก์ชั่นคือการเล่นซ้ำ เลือกสุ่มเล่น โปรแกรมตามใจชอบ หรือ A-B และย่นระยะช่องว่างในแต่ละแทร็ค มีมาให้ครบครันมากกว่าเครื่องเล่นในระดับเดียวกัน ที่สำคัญการปรับโหมด Audio EX เปิดและปิดสั่งงานได้จากรีโมทคอนโทรลนี้เท่านั้น
สิ่งพิเศษที่ Marantz CD 6003 มีมาให้เหนือกว่ารุ่นเก่าและเป็นจุดเด่นของ Marantz รุ่นใหญ่คือ HDAM SA2 (Hyper Dynamic Amplifier Module) ซึ่งเป็นจุดขายและจุดเพิ่มคุณภาพของเครื่องในรุ่น Reference Series ที่วางจำหน่ายอยู่ วงจรดังกล่าวถูกนำมาใช้งานในรุ่น CD 6003 ซึ่งเป็นเครื่องที่มีราคาจำหน่ายไม่สูงนับว่าผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากขึ้น
อีกหนึ่งจุดที่ Marantz ให้ความพิเศษคือโหมด Audio EX ซึ่งปรับโหมดเอาท์พุทได้สามแบบ แต่แบบที่ปรับแล้วให้เสียงดีที่สุดและ Marantz แนะนำคือการปรับไปโหมด Audio Ex2 เมื่อปรับโหมดนี้แล้วสัญญาณดิจิตอลเอาท์จะถูกปิดลงโดยตัวเครื่องไม่สามารถปล่อยสัญญาณดิจิตอลได้อีก ไฟแสดงสถานะที่หน้าปัทม์จะถูกปิดอัตโนมัติภายในระยะเวลาสามวินาที และไม่สามารถใช้งานฟังก์ชั่น Pitch Control ได้ และไฟล์ที่เล่นผ่านช่อง USB จะไม่สามารถส่งผ่านช่องดิจิตอลเอาท์ได้ กรณีที่นำ CD 6003 ไปเป็นเครื่องทรานสปอร์ต(โปรดศึกษาการปรับจากคู่มือที่ให้มาพร้อมกับเครื่อง)
ภาคดีทูเอในเครื่อง CD 6003 ยังคงเลือกใช้ชิพถอดรหัสดิจิตอลเป็นอะนาลอกระดับโลกอย่าง Cirrus Logic 192kHz/24 bit(CS4392) ที่มีใช้ในเครื่องเล่นแผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีและเครื่องเล่นดีวีดีออดิโอที่มีแบนด์วิธด์กว้างกว่าเครื่องเล่นแผ่นซีดีธรรมดา นับว่าเป็นชิฟที่ทรงอิทธิพลและมีคุณภาพสูงมากทีเดียว Marantz ในหลายๆรุ่นจึงใช้ชิฟดีทูเอรุ่นนี้
Marantz CD 6003 รองรับการใช้งานแผ่น CD-R, CD-RW, Mini CD-R, MP3/WMA และ USB Media / iPod ได้(FAT16,FAT32) แต่การใช้งานกับแผ่นประเภท MP3/WMA และ USB Media / iPod จะต้องศึกษาวิธีการใช้งานอย่างละเอียดจากคู่มือที่ให้มา การลองฟังในครั้งนี้ได้ลองใช้งานฟอร์แมทดังกล่าวด้วย
Marantz CD 6003 มีขนาดและสัดส่วน กว้าง 440 สูง 106 ลึก 399 มิลลิเมตร น้ำหนักเครื่องเปล่า 6.6 กิโลกรัม น้ำหนักสุทธิรวมแพคเกจ 8.6 กิโลกรัม นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท เอ็ม อาร์ แซท สแตนดาร์ด จำกัด โทร 02-222-9181, 02-224-0839 ราคาโดยประมาณ บาท/เครื่อง (เมษายน 2553)
ข้อมูลจำเพาะ Marantz CD 6003 (Specifications)
สัญญาณขาออก Analog output (RCA) 2 Channels
สัญญาณขาออกหูฟัง Headphone output 18 mW / 32 ohms (variable maximum)
ตอบสนองความถี่ Frequency range 2 Hz-20 kHz
ไดนามิกเร้นจ์ Dynamic range 100 dB
อัตราเสียงต่อสัญญาณรบกวน S/N 110 dB
ความเพี้ยนโดยรวม THD 0.002 % (1 kHz)
ระดับสัญญาณขาออก Output level 2.35 V rms
ชนิดสัญญาณ Signal type 16-bit linear PCM
สุ่มความถี่ Sampling frequency 44.1 kHz
ดิจิตอลเอาท์พุท Optical -19 dBm, Coaxial 0.5 Vp-p, 75 ohms
กำลังไฟฟ้า Power Supply AC 230 V @ 50Hz 19 W, Standby 0.3 W
|