Accuphase DP-510
DENON DCD - 510 AE
ROKSAN Caspian M-Series 2
Emotiva ERC-1
Marantz CD6003
Sherwood CD-772
Cayin CD50T
Roksan Kandy K2
Marantz : CD5003
Micromega : CD-30
CEC : CD5300
Audiolab : 8000CDE
Denon : DCD-700AE
Marantz SA-7001
Rotel RCD-06
Rega : Apollo
Accuphase DP-57
Ayre CX-7e
Roksan Kandy KD-1 MK iii
C.E.C : TL51XR
Moon : Equinox
Arcam DiVA CD 73
Accuphase DP-67
Marantz CD-5001
Original A8T
C.E.C TL-51XZ
Marantz SA8400
NAD C521 BEE
Linn Genki
Rotel RCD - 02
Marantz CD7300
Ayre CX-7
NAD C521i
Accuphase DP-100/DC-101


เครื่องเล่นซีดี / DAC Input  : Accuphase  DP-510
“ความสมบูรณ์แบบของไฮเอนด์”
โดย "bluebird u11"


เจเนอเรชั่นใหม่ของเครื่องเล่นแผ่นซีดีไฮเอนด์ที่ปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัยยังยืนหยัดอยู่ในวงการเครื่องเสียงไฮเอนด์ด้วยความภาคภูมิใจ

Accuphase นามเครื่องเสียงไฮเอนด์จากญี่ปุ่นที่รักษามาตรฐานการผลิตรวมถึงการพัฒนาให้อยู่ในทำเนียบเครื่องไฮเอนด์และแข่งขันกับเครื่องเสียงจากฝรั่งได้อย่างน่าภาคภูมิใจยี่ห้อหนึ่งกลับมาพร้อมกับการพัฒนาที่ใช้ระยะเวลาปรับปรุงอยู่หลายปี  โดยผลที่ประจักษ์แจ้งสำหรับเครื่องในเวอร์ชั่นใหม่ของ  Accuphase  สร้างชื่อมาแล้วหลายรุ่น  ทั้งประเภทอินทีเกรทแอมป์,  เครื่องเล่นซีดี / ซุปเปอร์ออดิโอซีดี,  ปรีแอมป์ + เพาเวอร์แอมป์,  สเตอริโอจูนเนอร์  ฯลฯ

นับว่าช่วงปีนี้เป็นช่วงที่เครื่องเสียง  Accuphase  มีแนวโน้มที่โดดเด่นในตลาดมาก  เป็นตัวเลือกหนึ่งในการพิจารณาหามาใช้  ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงเวลาครบรอบ  40th  Anniversary  ที่  Accuphase  ก่อตั้ง  แน่นอนว่าเครื่องเสียงในวาระครบรอบสี่ทศวรรษของ  Accuphase  ต้องมีอะไรพิเศษคืนให้กับลูกค้า  อาจเป็นเครื่องเสียงรุ่นพิเศษสุดที่  Accuphase  ผลิตออกมาเป็น  Special  Limited  Edition

ส่วนไลน์อัพของเครื่องเล่นซีดี  หากจำแนกรุ่นรวมกันตั้งแต่รุ่นเล็กไปยันรุ่นใหญ่สุด   เวอร์ชั่นดั้งเดิมที่จำหน่ายอยู่รหัสเลขสามหลักถูกกำหนดไว้ตั้งแต่รุ่น  400,  500  และ  เครื่องเล่นซีดี /  ซุปเปอร์ออดิโอซีดีเริ่มจากรุ่น  600,  700  ส่วนรุ่นใหญ่กว่านี้จะเป็นรุ่นที่แยกระหว่างเครื่องทรานสปอร์ตกับดีทูเอ  เครื่องทั้งหมดลงท้ายด้วย  00  สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของเครื่องเล่นซีดีในรหัส  500  ที่ถือว่าเป็นรุ่นสูงสุดได้ส่งเครื่องเล่นซีดีในรหัส  510  ออกสู่ตลาดโลกรวมถึงตลาดในประเทศไทย  ในเวอร์ชั่นเลขสามหลักรหัส  10  นี้  มีสิ่งที่ปรับเปลี่ยนให้น่าใช้งานและร่วมใช้งานกับเครื่องเสียงหลายยี่ห้อได้มากขึ้น  เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย     

ก่อนหน้านี้  เครื่องเล่นซีดีในเวอร์ชั่นใหม่  รุ่น  DP  510  ได้เข้ามาให้สัมผัสอยู่ยาวนานในห้องฟังห้องหนึ่ง  จุดเปลี่ยนของเครื่องดังกล่าวที่เห็นได้ชัดเจนและเป็นจุดเปลี่ยนในทางที่ดี  เป็นเรื่อง  Phase  ของวงจรบาลานซ์เอาท์พุทที่  Accuphase  ได้ปรับปรุงโดยติดตั้งสวิทช์ปรับเฟสของเอาท์พุทสัญญาณและปรับปรุงเกนขยายสัญญาณ  เพื่อให้ใช้งานได้ทั้งแบบ  American  Type  และเฟสสัญญาณแบบ  Europe  Type  เพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานและให้ผลรวมที่โดดเด่นมากขึ้น

Accuphase  DP-510  เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ทดแทน  DP-500  หากพิจารณาจากรูปร่างภายนอกของตัวเครื่องแล้ว  เสมือนไม่มีความแตกต่างจากเดิมมากนัก  ด้วยการออกแบบและผลิตตามเอกลักษณ์จำเพาะของ  Accuphase  จึงเป็นที่มาของความแตกต่างที่ไม่มากแต่ยังคงความสวยงามสไตล์คลาสสิกดั้งเดิมของเครื่องเล่นซีดี   Accuphase  ด้วยแผงด้านหน้าที่วางเลย์เอาท์ทั้งหมดไว้คล้ายคลึงกับรุ่นใหญ่กว่า  เสมือนใช้แพลทฟอร์มเดียวกันจากรุ่นใหญ่สู่รุ่นเล็ก  มีเพียงรายละเอียดเชิงลึกที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  แต่ต้องพินิจพิเคราะห์ลงไปให้ลึกอีกชั้นจึงจะพบจุดแตกต่าง

เริ่มจากแผงหน้าปัทม์อลูมิเนียมสีทองแชมเปญที่ใหญ่โตและดูเรียบหรู  ออกแบบกัดเสี้ยนเป็นริ้วตามแนวนอนของแผงหน้าปัทม์ตลอดทั้งแผง  เมื่อมองกระทบกับแสงจะเห็นเด่นชัดมาก  แผงหน้าปัทม์ชิ้นนี้เมื่อพิเคราะห์ลงลึกเข้าไปเป็นแผงหน้าปัทม์ชิ้นนอกสุดที่นำมาประกบเข้ากับตัวเครื่อง  คล้ายกับกระจังหน้ารถยนต์เมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วจะให้ความสวยงามและเป็นอัตลักษณ์ของเครื่อง  แผงหน้าชิ้นนี้บริเวณด้านล้างเว้าเข้าด้านในให้มีระดับลึกลงไปมากกว่าชิ้นใหญ่  น่าจะกัดด้วยเครื่อง  CNC  เพราะงานที่ได้นี้เนี๊ยบจนหาจุดตำหนิไม่ได้เลย  นี่คือเอกลักษณ์ของแผงหน้าปัทม์เครื่องเล่น  Accuphase

อีกหนึ่งจุดดั้งเดิมของเครื่องคือจอแสดงผลที่วางไว้กึ่งกลางแผงหน้าปัทม์ด้านบนของถาดรับแผ่นซีดี  ตัวจอออกแบบเป็นจอดำสนิทยาวเท่ากับปุ่มด้านข้างถาดรับแผ่น  เน้นระยะช่องว่างช่องไฟให้สมดุลทางสายตามากที่สุด  ด้านในตัวจอนี้เป็นลักษณะจอแว่นที่มองแล้วเสมือนมีเลนส์ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา  รายละเอียดด้านในจอข้างขวาเป็นการบอกสถานะการทำงานและสถานะอินพุทดิจิตอลจากภายนอก  ส่วนด้านซ้ายเป็นสถานะเวลาและระดับเกนขยาย  แสดงไว้ด้วยตัวเลขสีส้มอำพัน  ส่วนกึ่งกลางของจอเป็นสัญลักษณ์ยี่ห้อ  Accuphase  สีเขียวมรกต  สามารถมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อเครื่องเปิดใช้งาน  ถ้าเครื่องปิดอยู่จะมองเห็นเพียงลายน้ำในหน้าจอเท่านั้น  เมื่อมองไปที่ด้านขวาของแผงหน้าปัทม์  ตำแหน่งนี้ติดตั้งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องสีทองแบบป๊อบอัพมีกลไกแบบสปริงในตัวปุ่ม  พร้อมสกรีนชื่อปุ่มไว้ชัดเจน  ด้านใต้ปุ่มนี้สกรีนประเภทของแผ่นใช้งานไว้ด้วยเช่นกัน

ส่วนด้านล่างของจอแสดงผลปุ่มด้านขวาสำหรับเลือกอินพุทดิจิตอล  ปุ่มด้านซ้ายของถาดรับแผ่นเป็นปุ่มสำหรับกดนำถาดรองรับแผ่นเข้าและออก  การทำงานช่วงเวลาที่เลื่อนแผ่นเข้าและออกนี้เป็นจุดเด่นมากที่สุดกับเครื่องเล่นซีดีที่มีจำหน่ายในโลกนี้  ด้วยการทำงานที่ราบเรียบมากไร้อาการสะดุดและกระตุกใดๆ  ขนาดลองนำระดับน้ำแบบตลับวางด้านบนของเครื่องแล้วสั่งให้ถาดรองรับแผ่นเลื่อนเข้าออก  ระดับน้ำด้านบนเครื่องนี้ไม่มีการกระเพื่อมใดๆเลยเมื่อมองด้วยตาเปล่า  เป็นสิ่งที่น่าประทับใจสำหรับเครื่องเล่นซีดีของ  Accuphase  รุ่นต่อรุ่น

แผงหน้าปัทม์ด้านซ้ายของเครื่องวางปุ่มสั่งงานไว้ทั้งหมดห้าปุ่มโดยเริ่มจากปุ่มเล่น,  ปุ่มหยุดชั่วขณะ,  ปุ่มเลือกแทร็คถอยหลัง,  ปุ่มเลือกแทร็คถัดไป,  ปุ่มหยุดเล่น  (Play,  Pause,  Back,  Next,  Stop)  ทุกปุ่มทำงานด้วยความรวดเร็วกระชับ  มีตัวอักษรสีดำสกรีนไว้ครบถ้วน  ส่วนด้านใต้ปุ่มนี้ในตำแหน่งที่เว้าเข้าของแผงหน้าปัทม์สกรีนตัวอักษร  MDS  Compact  disc  player  DP-510  ที่บ่งบอกรุ่นไว้ชัดเจน

สำหรับด้านบนของตัวเครื่องเป็นแผ่นโลหะชุบสีในสไตล์สีด้าน  ยึดไว้ด้วยสกรูท้ายเครื่อง  ตัวแผ่นด้านบนเครื่องนี้วางไว้ที่ขอบด้านข้างของตัวถังเครื่องอีกที  ส่วนด้านข้างของเครื่องทำจากอลูมิเนียมที่มีความหนามาก  นำมาพับโค้งด้านบนและด้านล่างพร้อมทั้งเซาะเป็นร่องเพื่อรองรับแผงครอบเครื่องด้านบน  แผงด้านข้างทั้งสองข้างนี้ชุบสีเงาโทนเดียวกับแผงเครื่องด้านบน  ขอบด้านล่างของแผงข้างทั้งสองข้างเซาะร่องลึกไว้ด้านละห้าร่อง  เป็นงานสร้างที่อลังการมาก  หากมองเพียงงานด้านวิศวกรรม  นับว่าตัวเครื่องสมฐานะราคาจำหน่ายไปแล้วกว่าครึ่ง

ด้านใต้ของเครื่องติดตั้งขารองรับเครื่องมาทั้งหมดสี่ขา  และมีวัสดุประเภทผ้าสักหลาดแปะไว้ด้านล่างสุดของขารองรับเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างชั้นวางกับตัวเครื่อง  บริเวณแผงด้านล่างชิ้นนี้ปั๊มนูนลึกลงตั้งแต่กึ่งกลางเครื่องไปจรดขอบแผงด้านหน้าเครื่อง  แผงเครื่องด้านล่างชิ้นนี้เป็นโลหะชุบสีดำเช่นกัน  แผงด้านหลังของเครื่องมีรายละเอียดการวางตำแหน่งเชื่อมต่อไว้ครบครันและป้องกันการรบกวนขณะใช้งาน  เริ่มจากอินพุทดิจิตอลวางไว้ด้านซ้ายของเครื่องทั้งหมดหนึ่งชุดเรียงตามแนวนอนจาก  Coaxial  แล้วจึงเป็น  Optical  จากนั้นตำแหน่งเดียวกันเป็นชุดทรานสปอร์ตสัญญาณแบบ  Coaxial  กับ  Optical  เช่นเดียวกัน  วางตามแนวระนาบเหมือนกัน  การใช้งานต้องดูให้ถี่ถ้วนก่อนจึงเสียบสายเชื่อมต่อเข้าไป

สำหรับช่อง  Coaxial  Input  มีความสามารถรับสัญญาณดิจิตอลขาเข้าได้ตั้งแต่  32 kHz/16 bit  จนถึงระดับ  192  kHz/24 bit  ส่วนช่องอินพุทดิจิตอลแบบ  Optical  มีความสามารถรับสัญญาณดิจิตอลขาเข้าได้ตั้งแต่  32 kHz/16 bit  จนถึงระดับ  96 kHz/24 bit  ทำให้เครื่องเล่นซีดีเครื่องนี้ใช้งานในอนาคตร่วมกับฟอร์แมทช์ไฟล์เพลงจากมิวสิคเซอฟเวอร์และใช้งานร่วมกับทิศทางการเล่นแบบ  Hi-Res  ได้อีกด้วย  นับว่า  Accuphase  มองทิศทางอนาคตไว้สำหรับเครื่องเล่นซีดีในสังกัดของตน

ด้านขวาของหลังเครื่องเริ่มจากด้านล่างเป็น  IEC  แบบสามขาตัวนำติดตั้งไว้  ด้านบนของ  IEC  นี้สกรีนยี่ห้อ  รุ่นและประเทศผู้ผลิตไว้ชัดเจน  ถัดมาตามแนวนอนเป็นตำแหน่งติดตั้งขั้วนำสัญญาณอะนาลอกเอาท์พุท  เริ่มจากขั้วไลน์แบบอันบาลานซ์ชุบทองหนึ่งคู่  ถัดมาเป็นขั้วอะนาลอกเอาท์พุทแบบบาลานซ์หนึ่งคู่  ใกล้ๆกับขั้วบาลานซ์เป็นสิ่งปรับเปลี่ยนโดย  Accuphase  DP-510  ใส่สวิทช์สำหรับปรับเฟสให้ตรงกับเครื่องที่จะใช้งานร่วม  โดยปกติสวิทช์ตั้งค่าแบบ  Europe Type  มาให้  หากใช้งานร่วมกับเครื่องทางฟากอเมริกาต้องปรับสวิทช์นี้ไปตำแหน่ง  2 +(HOT)  เพื่อให้เฟสสัญญาณตรงกัน  ทำให้ไม่ต้องยุ่งยากในการสลับขั้วบวกและขั้วลบที่สายลำโพงอีกต่อไป  ด้านใต้ของขั้วต่ออะนาลอกเอาท์พุทนี้เป็นตำแหน่งติดตั้งเพลทเบอร์ของเครื่องที่ตัวเพลทตอกตัวอักษรและตัวเลขเอาไว้  พร้อมยึดไว้ด้วยหมุดย้ำ

จุดเด่นนอกเหนือจากภาคกลไกขับหมุนอ่านข้อมูลแผ่นดิสแล้ว  ภาคถอดรหัสข้อมูลดิจิตอลไปเป็นอะนาลอกใช้หลักการอันเลื่องชื่อ  MDS++  (Multiple  Delta  Sigma)  และเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ  Accuphase  โดย  DP-510  ใช้  DAC Chip  คัดพิเศษเบอร์  PCM  1796  ของ  BurrBrown  จำนวนมากถึง  6  ตัว  ทำงานแบบ  Delta  Sigma  ในลักษณะคู่ขนานทำให้สัญญาณรบกวนและความเพี้ยนถูกหักล้างไป  เป็นผลให้ค่าสัญญาณต่อเสียงรบกวนมีค่าที่สูงขึ้น  พร้อมทั้งออกแบบวงจรกรองสัญญาณอะนาลอกแยกการจ่ายสัญญาณขาออกของเอาท์พุททั้งอันบาลานซ์และบาลานซ์ออกจากกันเป็นอิสระ  นอกจากนี้ตัวเครื่องสามารถควบคุมระดับความแรงสัญญาณขาออกของขั้นตอนดิจิตอลได้ถึง  60  ระดับโดยไม่มีผลข้างเคียงต่อเสียงแม้แต่น้อย

DP-510  มาพร้อมกับรีโมทรุ่น  RC-100  พร้อมทั้งสายนำสัญญาณอะนาลอกแบบอันบาลานซ์ของ  Accuphase  มาหนึ่งคู่  สายไฟเอซีเข้าเครื่องมาพร้อมกันหนึ่งเล้น  การบรรจุตัวเครื่องใส่มาในกล่องที่แน่นหนาสกรีนตัวอักษรระบุไว้ที่กล่องด้านนอกชัดเจน  ส่วนด้านในกล่องมีกล่องใส่สายเชื่อมต่อและรีโมทรองรับกับโฟมที่ออกแบบไว้อย่างดี  ตัวเครื่องมีโฟมแบบนิ่มยืดหยุ่นตัวได้ล้อมรัดไว้อีกชั้นหนึ่ง  นอกจากนี้ยังมีคู่มือการใช้งานพิมพ์สี่สีและวงจรอยู่ในคู่มือชัดเจนมาก  สมฐานะเครื่องไฮเอนด์ชั้นดีจากญี่ปุ่น

Accuphase  DP-510  มีขนาดและสัดส่วน  กว้าง  465  สูง  151  ลึก  393  มิลลิเมตร  น้ำหนัก  17.8  กิโลกรัม  รวมแพ็คเกจ  24  กิโลกรัม  นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย  บริษัท  ไฮเอนด์ออดิโอ  จำกัด  โทร 0-2611-4809, ราคาโดยประมาณ  220,000  บาท  (กันยายน  2554)

ข้อมูลจำเพาะอินทีเกรทแอมป์  Accuphase  DP-510

สัญญาณขาออก                       Analog output(RCA) 1  ชุด  (XLR)  1 ชุด

ตอบสนองความถี่                      Frequency response  4 Hz-20 kHz +- 0.3 dB

ไดนามิกเร้นจ์                            Dynamic range 110 dB or better (24-bit input)
อัตราเสียงต่อสัญญาณรบกวน   S/N  114 dB or better
ความเพี้ยนโดยรวม                   THD   0.001% (24 bit input)
D/A Converter                         24 bit,  6 MDS++ type 
การแบ่งแยกแชนแนล               Channel separation 110 dB or better
กำลังไฟฟ้า                               Power  Consumption  AC 230 V @ 50/60Hz 18 W

 

 

 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com