โลกเทคโนโลยีด้านดิจิตอลไม่เคยหยุดนิ่งแม้นาทีเดียว ในที่สุดฟอร์แมทของเครื่องเล่นซีดีก็ได้ปรับอีกโฉมหน้าหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง จากที่ดีแล้วก็มีดีกว่า นั่นคือระบบซูปเปอร์ออดิโอซีดีหรือ SACD ซึ่งงานนี้บริษัทโซนี่เป็นหัวหอกนำร่องมาแต่เบื้องต้น
แนวโน้มที่สนใจก็คือ มีบริษัทญี่ปุ่นอีกหลายรายซึ่งล้วนเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีเครื่องเสียง ได้ทยอยออกตัวเครื่องเล่นเอสเอซีดีตามมาติดๆ ในจำนวนนี้ Accuphase ซึ่งเป็นไฮเอ็นด์สุดขั้วยี่ห้อหนึ่งของญี่ปุ่น ได้เข็นเอาเอสเอซีดีรุ่นเรือธงแยกชิ้นออกมา ตามด้วยเพลย์รุ่นรองในระยะต่อเนื่องกัน ตรงนี้จึงเป็นจุดหักมุมที่น่าติดตามอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็เป็นการบ่งชี้ถึงอนาคตเครื่องเล่นเอสเอซีดีได้อย่างชัดเจน
ผมมีโอกาสได้ลองเล่นเครื่องเล่นเอสเอซีดี Accuphase ทั้งสองรุ่นในเวลาเดียวกัน แต่คราวนี้ก็นำรุ่นใหญ่ คือ Accuphase DP-100 และ Accuphase DC-101 ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงแยกชิ้น มาบอกเล่ากันพอเป็นสังเขป สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่สนใจเครื่องเล่นเอสเอซีดีของค่ายนี้

Accuphase ทำให้ผมรู้สึกทึ่งและประทับใจเมื่อไม่นานนี่เอง ด้วยเครื่องเล่นซีดีล่าสุดคือ DP-75V ต้องปุจฉาเอาไว้ว่า นอกเหนือไปจากเครื่องเล่นซีดีเครื่องนี้แล้ว Accuphase จะผลิตเครื่องเล่นซีดีรุ่นไหนที่จะให้ดีเท่าหรือดีกว่าได้อีก ?
คำตอบที่ได้ก็น่าจะเป็นรูปแบบใหม่ของเครื่องเล่นดิจิตอลนี่เอง เมื่อได้ลองฟังเครื่องเล่นเอสเอซีดีแยกชิ้นคู่นี้ ก็ทำให้เข้าใจว่า นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ Accuphase เดินข้ามไปได้อย่างงดงาม ไม่เพียงรูปลักษณ์ที่หรูหราทรงคุณค่าตามสไตล์เครื่องเสียงยี่ห้อนี้เท่านั้น แต่คุณลักษณ์ในด้านน้ำเสียงและรายละเอียดก็ยังรักษาความเป็นแชมป์บนเส้นทางนี้เอาไว้ได้เหนียวแน่นทีเดียว
ผมจำได้ว่า เคยถามวิศวกรของ Accuphase ถึงเรื่องการโหลดแผ่นหรือถาดรับแผ่นของเครื่องเล่นซีดี ในช่วงหนึ่งเครื่องเล่นของฝรั่งจะนิยมเปิดฝาครอบด้านบนหรือที่เรียกทับศัพท์ว่าท๊อปโหลด แทนลิ้นชักที่เลื่อนเข้าออกด้วยมอเตอร์เช่นที่คุ้นเคยกัน เขาบอกว่านั่นเป็นเรื่องง่ายๆ ในทางปฏิบัติ เหตุเพราะการทำลิ้นชักเลื่อนเข้าออกในแนวนอนด้านหน้าของเครื่อง ต้องมีฝีมือเอามากทีเดียว ไม่ว่าความคล่องตัวที่เสมอต้นเสมอปลาย การเลื่อนเข้าออกที่เงียบสนิท ความมั่นคงแข็งแรง มีเสถียรภาพตลอดอายุการใช้งาน คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก สู้หนีช่องทางนี้ขึ้นไปไว้ด้านบนของเครื่อง แล้วใช้มือเปิดปิดแทนกลไลแมคคานิคแทน
ฟังแล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา การคุยโม้โอ้อวดความสามารถของตนว่าเหนือกว่าชาวบ้าน น่าจะเป็นสิ่งที่ควรพูดสำหรับธุรกิจเชิงนี้ ใครก็ต้องถนอมเครดิตของตนเองเอาไว้
แต่ที่สุดแล้ว Accuphase DP-100 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคำบอกกล่าวนั้นชัดเจน เมื่อเอสเอซีดีซึ่งทำหน้าที่เป็นทรานสปอร์ตเครื่องนี้ จัดวางถาดรับแผ่นไว้ด้านบน โดยใช้ฝาครอบเลื่อนเปิดปิดด้วยการขับเคลื่อนของมอเตอร์ ซึ่งทำงานได้อย่างน่าพอใจ มีความแน่นอนเสมอต้นเสมอปลาย
แรกที่ลองเล่นก็ออกจะสับสนเล็กน้อย เนื่องเพราะคุ้นเคยกับการวางแผ่นลงในถาดด้านหน้า ครั้นเล่นไปได้สักพักก็เริ่มเข้ามือ มีความคล่องตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อวางแผ่นซีดีลงไปแล้ว จะต้องครอบหมุดทับแผ่นไว้กึ่งกลางเพื่อแดมป์แผ่นให้นิ่ง ( หากลืมหรืออย่างไรก็ตาม เมื่อปิดฝาครอบแล้ว เครื่องก็จะเตือนด้วยถ้อยคำต่างๆบนจอดิสเพลย์ด้านหน้า ซึ่งจอดิสเพลย์ส่วนนี้ก็ยังทำหน้าที่บอกกล่าวฟังก์ชั่นหรือการทำงานส่วนต่างๆ ด้วยอักษรที่ชัดเจนอีกหลายรายการ
อาจจะไม่ทันอกทันใจนักสำหรับการอ่านแผ่นของเครื่องเล่นชุดนี้ จำเป็นต้องรอเวลาสักระยะหนึ่งเมื่อวางแผ่นลงไปและกดปุ่มเพลย์ เพราะเครื่องจะต้องอ่านรหัสเพื่อเลือกชนิดของแผ่นที่วางลงไป ซึ่งข้อความต่างๆ ก็จะโชว์บนหน้าปัดของเครื่อง ทั้งหมดนี้ ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากเครื่องเล่นซีดีที่เราคุ้นเคย ซึ่งเพียงกดปุ่มเพลย์ชั่วอึดใจเท่านั้น ก็จะได้สรรพสำเนียงผ่านออกลำโพงทันที
Accuphase DC-101 ทำหน้าที่ปรับแปลงสัญญาณจาก DP-100 อีกทอดหนึ่ง ซึ่งการโอนถ่ายสัญญาณระหว่างกัน ผ่านสายสัญญาณ HS สำหรับสัญญาณเอสเอซีดี (แถมมาในกล่องด้วย) ส่วนสัญญาณจากแผ่นซีดีฟอร์แมทเดิม จะต้องส่งผ่านด้วยสายสัญญาณดิจิตอลโคแอกเชียลเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า เครื่องเล่นเอสเอซีดีสามารถเล่นแผ่นซีดีได้ทั้งสองฟอร์แมทในเครื่องเดียวกัน ทั้งนี้ วงจรของเครื่องจะเลือกแผ่นที่วางลงไป
หรือในกรณีที่เป็นไฮบริดจ์(เล่นได้ทั้งเอสเอซีดีและซีดีทั่วไป) ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะเล่นในเวอร์ชั่นใดก็ได้ โดยเลือกปุ่มฟังก์ชั่นที่หน้าปัดเครื่องหรือที่รีโมท
ความงดงามหรือความมั่นคงแข็งแรงในด้านรูปลักษณ์ ตลอดถึงงานออกแบบ เห็นจะไม่ต้องพรรณนาถึงกันอีกสำหรับ Accuphase ยี่ห้อนี้ ร้อยทั้งร้อยก็คือความเป็น Accuphase เต็มรูปแบบนั่นเอง
|