Magnepan ราคาพิเศษ
Bose RoomMatch / PowerMatch

สัมภาษณ์ VTL
Mr. Luke Manley (ประธานบริษัท VTL)
โดย “ยุทธพงศ์ ลิ้ม” และ “Music Zealot”

ในเดือนมิถุนายน  พุทธศักราช 2550  Mr. Luke Manley ประธานบริษัท VTL (Vacuum Tube Logic) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายแอมป์หลอดยี่ห้อ VTL ได้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อแนะนำแอมป์หลอดรุ่นใหม่ต่อนักเล่นเครื่องเสียงชาวไทย 

Mr. Luke Manley มีกำหนดนัดสัมภาษณ์กับนิตยสารเครื่องเสียงหลายฉบับ  ส่วนการสนทนาและสัมภาษณ์โดยอาจารย์ธนกฤต เสรีรักษ์  ตัวแทนของหนังสือ What Hi-Fi (Thailand) ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 19 ของเดือนเดียวกันนั้น  อาจารย์ธนกฤต เสรีรักษ์  ติดธุระกระทันหัน  จึงได้มอบหมายให้นักเขียนในสังกัดออดิโอทีมจำนวน 2 คน คือ คุณยุทธพงศ์ ลิ้ม  และ  “Music Zealot”  ไปเป็นตัวแทน  และเป็นตัวแทนหนังสือ What Hi-Fi (Thailand) ในการสัมภาษณ์เพื่อสอบถามถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจ  และปรัชญาในการออกแบบเครื่องเสียงหลอดของบริษัท VTL

สถานที่ในการสัมภาษณ์จะเป็นห้องรับรองของ บริษัท เดโค โฮมเอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด  และเมื่อไปถึงสถานที่นัดสัมภาษณ์  เจ้าหน้าที่ของบริษัทเดโคฯ จำนวน 2 คน คือ คุณมนตรี  คงมหาพฤกษ์  และคุณเกียง  ได้ออกมาต้อนรับ  และแนะนำให้รู้จักกับ   Mr. Luke Manley ประธานกรรมการบริษัท VTL จำกัด

เนื่องจาก Mr. Luke Manley มีกำหนดนัดสัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับอื่นในช่วงเวลาถัดไป  เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา  หลังจากที่ได้แนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อย การสัมภาษณ์จึงได้เริ่มต้นในทันที

What Hi-Fi (Thailand): VTL มีปรัชญาในการออกแบบเครื่องเสียงอย่างไรครับ?

Mr. Luke Manley: การออกแบบเครื่องเสียง  สิ่งที่เราคำนึงถึง คือ ความเป็นไปได้ในการทำให้การใช้งานเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ  เมื่อเราเริ่มต้นสร้าง Siegfried Power Amplifier และ  TL 7.5  Pre-amplifier ซึ่งคุณได้เห็นในโชว์รูมเมื่อเดินเข้ามานั้น  สำหรับ TL 7.5 เป็นปรีแอมป์แบบลูกผสมระหว่างหลอดและทรานซิสเตอร์ (Hybrid Tube/Solid State Design) โดยมีภาครับสัญญาณขาเข้าแบบหลอด (Tubes in Gain Stage) และ มีภาคขยายสัญญาณขาออกแบบมอสเฟต (MOS-FET Output Stage)

ส่วน Siegfried Power Amplifier เป็นพาวเวอร์แอมป์ที่มีเทคโนโลยีที่มีรูปลักษณ์ที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก  เมื่อคุณมองไปที่แอมป์ คุณจะมองไม่เห็นหลอด จะเห็นแต่แอมป์ที่มีลักษณะเหมือนหอคอย ในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และมีเสียงในรูปแบบสมัยใหม่  การใช้ Regulated  Power Supply ที่มีความแม่นยำสูง ทำให้เสียงมีความเร็วมาก  และเต็มไปด้วยความเป็นดนตรี  รวมทั้งมีระบบทันสมัยมากมาย เช่น การควบคุมการทำงานด้วย Microprocessor ที่มีความทันสมัย  โดยจะควบคุมการทำงานทั้งหมด  ซึ่งหากมีหลอดใดที่มีข้อบกพร่องในการทำงาน  จะสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นหลอดใดที่เกิดปัญหา  โดยจะมีการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานกับแอมป์แบบสองทิศทางในลักษณะปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกัน (Fully Bidirectional) จากการเชื่อมต่อแบบ  RS-232 
ผ่านระบบควบคุมของ Crestron Control System
ปรัชญาในการออกแบบเครื่องเสียงของเรา คือ  การออกแบบแอมป์ที่ใช้งานง่าย  เสียงที่มีความทันสมัย และมีความเป็นดนตรีสูง  ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีความเรียบง่ายมากที่สุด  ในเรื่องนี้ เราใช้เทคโนโลยีและวิศวกรรมมากมายในการทำให้เสียงมีความทันสมัย  สิ่งที่กล่าวมาเป็นพื้นฐานของการออกแบบ  และเป็นแก่นของปรัชญาในการออกแบบเครื่องเสียงของ VTL โดยมีวงจรที่เรียบง่ายที่สุด ซึ่งจะทำให้สามารถส่งมอบเสียงที่มีความเป็นกลาง  เที่ยงตรง  แม่นยำ และมีความเป็นดนตรีสูง

เราไม่ได้มองหาเครื่องเสียงที่ให้เสียงไพเราะเพราะพริ้งแบบเสียงยุคเก่า ย้อนยุค แบบแอมป์ Single-ended Amplifier หรืออะไรทำนองนั้น  เรามองหาเครื่องเสียงที่ส่งมอบเสียงยุคใหม่ที่ทันสมัย   มีไดนามิคของเสียง  และมีความเป็นดนตรีสูง  ซึ่งในการออกแบบในส่วนภาคขยายของ VTL เราไม่ได้กลัวในการใช้  Transistor ในแอมป์ของเรา  ถ้าหากว่ามีความเหมาะสมในการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ภาค Buffer ใน  Hybrid Pre-amplifier  เราก็ได้ใช้  MOS-FET Buffer หรือ J-Fet ใน Phono Stage ในแอมป์ของเราด้วย  ขึ้นอยู่กับว่าอะไรที่มีความเหมาะสมมากกว่ากัน  นั่นเป็นส่วนที่ทำให้เสียงจากแอมป์ของเรามีความทันสมัย

What Hi-Fi (Thailand): จุดแข็งที่ทำให้ VTL มีความแตกต่างจากเครื่องเสียงหลอดยี่ห้ออื่นๆ  ซึ่งรวมไปถึงแอมป์หลอดยี่ห้อ Manley ด้วย คือ อะไรครับ?

Mr. Luke Manley: ในเรื่องนี้มีความสับสันกันมากในระหว่างบริษัท Manley ด้วยกัน  เพราะว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Manley Professional Products เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้ในวงการบันทึกเสียง  (Manley Studio Equipments)

ไม่มีปฎิสัมพันธ์ต่อกันระหว่าง Manley และ VTL  และคุณพ่อของผมก็ไม่ได้อยู่กับบริษัท Manley อีกต่อไปแล้ว   ซึ่งความเป็นจริงแล้ว  ในตอนนี้คุณพ่อของผมได้กลับกลายมาเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ VTL  ในประเทศฝรั่งเศสแทน... (หัวเราะ)…คุณพ่อของผมอาศัยอยู่ประเทศในฝรั่งเศส...... (Mr. Luke Manley ซึ่งเป็นคนอารมณ์ดี รู้สึกขำ และหัวเราะออกมา ซึ่งทำให้ทุกคนหัวเราะตามไปด้วย)

Manley จะถูกบริหารโดยอดีตภรรยาของพ่อผม (EveAnna Manley)  เธอได้แต่งงานใหม่  และไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์ระหว่าง เธอกับตุณพ่อผม หรือระหว่าง Manley และ VTL หรือกับตัวผมเอง

สำหรับบุคคลทั่วไปอาจจะมีความสับสนอยู่บ้างครับ เพราะว่าผลิตภัณฑ์ Manley และ VTL มีรูปแบบของการออกแบบโดยคนออกแบบคนเดียวกัน  อันที่จริงแล้ว VTL ก็คือ Manley เช่นเดียวกัน  ในช่วงแรกๆ ของการเริ่มต้น  เราจะสังเกตเห็นคำว่า  Manley by VTL 

ในอดีตเราเป็นบริษัทผู้ผลิตเกี่ยวกับหลอด  ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่  คือ  ส่วนแรก Hi-fi Division by VTL ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงที่ใช้ภายในบ้านเรือน, ส่วนที่สอง Manley Professional Products ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับวงการเครื่องเสียงมืออาชีพในวงการบันทึกเสียง  เช่น Microphone, Recording Mixer เป็นต้น   นั่นเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก  และตลาดในวงการเครื่องเสียงมืออาชีพจะใหญ่มาก  ส่วนตลาดสำหรับเครื่องเสียงบ้าน Hi-fi Division จะมีขนาดเล็กกว่ามาก  และส่วนที่สามเป็น Record Labels ซึ่งจะผลิตแผ่นเสียง 

เมื่อผมได้แยกตัวออกจากคุณพ่อในปี ค.ศ. 1993   คุณพ่อของผมได้ครอบครองบริษัทแผ่นเสียง  และบริษัทซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับ Professional Products  คุณพ่อของผมผลิตเครื่องเสียง Hi-fi Products บ้างบางส่วนเหมือนกัน  เพราะว่าในอดีตนานมาแล้วเราก็ผลิตเครื่องเสียง Hi-fi Products เราได้ถกเถียงกันในเรื่องความสับสนเกี่ยวกับตราของผลิตภัณฑ์  ดังนั้น เราจึงได้แยกตัวออกมาเป็น 2 บริษัทอย่างชัดเจน  ตัวผมได้เข้ามาบริหารบริษัท VTL และมุ่งไปทางการผลิตเครื่องเสียงระดับ Hi-end Products แต่ความจริงแล้วธุรกิจเครื่องเสียง Hi-fi Products จะมีตลาดที่กว้างกว่ามาก

ผมไม่คิดว่าการทำตลาดสำหรับเครื่องเสียง Professional Products และการทำตลาดเครื่องเสียง Hi-fi Product  จะสามารถทำร่วมกันไปได้ดี  เพราะว่ามีความแตกต่างกันมาในรูปแบบของเสียง  Hi-fi และ Pro-fi 

ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องเสียง Hi-fi Products  มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในเรื่องเสียงมากกว่า  โดยต้องการได้สิ่งดีที่สุดเท่าที่เขาจะได้ในอุปกรณ์ของเขาที่มีอยู่  ในผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องเสียง Professional Products  จะเน้นการใช้มุมมองทางด้านเทคนิคมาใช้ในกระบวนการ  แต่พวกเขาไม่ได้มุ่งไปสู่ความละเอียดลออของเสียง  ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ Hi-fi Products และ Professional Products

อีกสิ่งหนึ่งสำหรับคนที่ทำงานด้าน Hi-fi Products  จะต้องเน้นความแม่นยำสูงต่อกระบวนการเล่นกลับ   แต่ใน Professional Products จะนำสีสันของเสียงมาใช้ในกระบวนการ  เมื่อเราทำงานกับบริษัท Manley  เราจะให้นักดนตรีมาปรับแต่งไมโครโฟนให้ได้เสียงตามที่ต้องการ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์  ในขณะที่ธุรกิจเครื่องเสียง Hi-fi Products นั้น  กระบวนการเล่นกลับจะต้องมีความแม่นยำสูง  ไม่มีความผิดเพี้ยนของเสียง และการแต่งแต้มสีสันของเสียงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้

ผมคิดว่าแนวความคิดเริ่มแรกของคุณพ่อผมที่แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 บริษัท โดยมีบริษัทแผ่นเสียงนั้น  เป็นความคิดที่น่าทึ่งมาก  คือ  ในการผลิตแผ่นเสียง  เราคิดจะทำการเชื่อมต่อไมโครโฟนจาก  Manley ตลอดเส้นทางไปจนถึงลำโพงสำหรับการเล่นกลับ   ผ่านจากในช่วงกระบวนการบันทึกโดย Manley ไปจนถึงกระบวนการเล่นกลับโดย VTL นี่เป็นแผนของเรา..... (หัวเราะ) 

เริ่มต้นจากไมโครโฟนไปจนสิ้นสุดกระบวนการ  แม้แต่ไปจนถึงลำโพงสำหรับการเล่นกลับ.....(หัวเราะ)  ให้เป็นการทำงานในแบบลูกโซ่ที่สมบูรณ์แบบ

นั่นเป็นเพียงแนวความคิดในอุดมคติ  แต่มีปัญหา คือ เราไม่สามารถเก่งหรือเชี่ยวชาญในทุกสิ่งทุกอย่างได้  นอกจากนี้บริษัทแผ่นเสียงยังมีความแตกต่างจาก บริษัทผลิตเครื่องเสียง Hi-fi Products และเครื่องเสียง Professional Products อย่างมากในด้านปรัชญาการออกแบบเครื่องเสียง   เมื่อเธอ (EveAnna Manley) ให้ความสำคัญต่อเครื่องเสียง Professional Products ก็จะไม่ให้ความสนใจต่อเครื่องเสียง Hi-fi Products  เพราะว่าเป็นตลาดที่เล็กมาก

เอ..ในประเทศไทย มีตัวแทนจำหน่ายของบริษัท Manley ที่ทำตลาดด้านเครื่องเสียงมืออาชีพหรือเปล่า ครับ?

What Hi-Fi (Thailand): น่าจะไม่มีนะครับ  ไม่เคยได้ยินมาก่อน

Mr. Luke Manley: ผมไม่ได้คิดว่า Manley เป็นตัวเปรียบเทียบของ VTL ผมคิดว่า Audio Research เป็นตัวเปรียบเทียบมากกว่า  เมื่อคุณดูที่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ หรือเข้าไปดูในเว็บไซท์จะพบว่ามีความแตกต่างกันมากระหว่าง Manley และ VTL

สำหรับ VTL เรามุ่งการทำตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้คนทั่วไปสามารถใช้งานได้   เป็นเครื่องมือสำหรับคนที่หลงใหลในเสียงดนตรี (Music Lover) และสนุกสนานเพลิดเพลินกับเสียงดนตรี  ซึ่งเป็นวิถีทางที่แตกต่างกัน

ผมอยากจะกล่าวถึงคู่แข่งขันของเรา  โดยปกติเราจะไม่เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของเรากับแอมป์แบบ Solid-State  แต่เราจะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของเรากับแอมป์ประเภทหลอดเหมือนกัน  ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของเรากับ Audio Research

ในภาพใหญ่กว่านั้น ก็จะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของเรากับแอมป์แบบ Solid-State  แต่ในภาพใหญ่ขึ้นไปอีกก็จะเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเครื่องเสียง เช่น การใช้เงินไปท่องเที่ยวในวันหยุด  การนำไปซื้อรถยนต์คันใหญ่  หรืออย่างอื่นแทนที่จะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาซื้อเครื่องเสียง VTL เป็นต้น .....(หัวเราะ) 

What Hi-Fi (Thailand): ผู้ออกแบบแอมป์โซลิดสเตจส่วนใหญ่  มักจะบอกว่าเสียงจากเครื่องหลอดมี สีสันของเสียง (Coloration) ทำให้เสียงมีความผิดเพี้ยน  และในฐานะที่คุณเป็นผู้ผลิตแอมป์หลอดชั้นนำของโลก  คุณคิดอย่างไรต่อคำกล่าวลักษณะนี้ครับ?

Mr. Luke Manley: มีความเป็นไปได้มากทีเดียวครับ  ที่แอมป์หลอดจะมีสีสันของเสียง  หากคุณผลิตแอมป์ที่ให้เสียงยุคเก่าประเภทย้อนยุค  แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะลงความเห็นอย่างนั้นระหว่างแอมป์ที่ใช้หลอด หรือ Transistor 

ก็เป็นอย่างที่คุณได้รู้มาว่า  ในการผลิตแอมป์หลอด  จะถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ประเภท  โดยฝั่งแรกจะเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงที่ชื่นชอบเสียงในแบบยุคเก่า เช่น Single-ended Amplifier ซึ่งมีกำลังวัตต์น้อยๆ อาจจะเป็น 7 วัตต์  ใช้ FET Power Supply เป็นผลิตภัณฑ์ที่เห็นได้ชัดมาก  และอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นยี่ห้อที่ผลิตแอมป์กำลังสูง เช่น Audio Research, Conrad Johnson เป็นต้น

เรามองหาความสมจริง  แต่การมีสีสันในแอมป์หลอดย่อมมีโอกาสเป็นไปได้  การลงความเห็นให้ชัดเจนเป็นเรื่องยาก  เช่นเดียวกับแอมป์ประเภท Solid-State ถูกแบ่งออกเป็น Bi-Polar และ MOS-FET  ซึ่ง MOS-FET ก็มีความแตกต่างกันอย่างมากจาก  Bi-Polar Transistors  คุณสามารถแยกแยะออกมาได้

โดยทั่วไปแล้ว  หลอดสามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างมาก  หลอดโดยตัวของมันเองแล้วไม่มีสีสัน  แต่สิ่งที่ได้ยินเป็นสีสันของดนตรี  ซึ่งจะมีความแตกต่างจากสีสันซึ่งเกิดจากความเพี้ยนของเสียง (Coloration)  คุณสามารถได้ยินสีสันของเสียงดนตรี  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นสีสันอันเกิดจากความเพี้ยนของเสียงแต่อย่างใด

ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นคุณสมบัติของสิ่งที่เป็นตรงข้ามกัน ดังนี้  หลอดมีคุณสมบัติประจำตัวของความเป็นเชิงเส้นทางการขยายแรงดันสูง  มันไม่มีความเป็นเชิงเส้นของการขยายกระแสไฟฟ้าสูง   แต่สำหรับ Transistors โดยทั่วไปแล้วจะตรงกันข้าม  ซึ่งจะมีความเป็นเชิงเส้นทางการขยายกระแสไฟฟ้าสูง  ไม่ใช่มีความเป็นเชิงเส้นทางการขยายแรงดันสูง

ปัญหาที่กล่าวถึงนั้นก็คือ แอมป์ของเราเป็นแอมป์ที่มีการขยายแรงดันสูง  และตามความเป็นจริงแล้ว  แอมป์ของเราเป็นแอมป์หลอด  และเป็นแอมป์ที่มีความเป็นเชิงเส้นมากกว่า  ซึ่งไม่ต้องการการแก้ไขความผิดพลาดที่มากมายเหมือนกับ Transistor ในการขยายกระแส  

นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมหลอดจึงมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า  Transistor เพราะว่าความจำเป็นในการใช้สัญญานป้อนกลับแบบลบในการแก้ไขความผิดเพี้ยนของเสียงมีน้อยกว่า  Transistor  ในการขยายแรงดัน  Transistor ต้องการสัญญาณป้อนกลับแบบลบมากกว่าเพื่อทำให้มีความเป็นเชิงเส้น  เนื่องจากคุณสมบัติประจำตัวที่มีความเป็นเชิงเส้นน้อยกว่าหลอด

เป็นเรื่องจริงที่ Transistor เป็นตัวขยายกระแสที่ดี นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงใช้ MOS-FET ในส่วน Buffer ของปรีแอมป์

ผมอยากจะกล่าวถึงเรื่องความผิดเพี้ยนของเสียงอีกสักหน่อย  โดยทั่วไปแล้วหลอดจะมีความผิดเพี้ยนของความถี่ในสัญญาณฮาร์โมนิคลำดับคู่ที่ต่ำ (Low Even Order Harmonic)   จึงเป็นเหตุผลที่เรายอมให้มีความผิดเพี้ยนที่สูงกว่า  เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว  หากดูตามสายตา  ความผิดเพี้ยนจะมีค่าสูงในสัญญาณความถี่ฮาร์โมนิคลำดับต่ำกว่า (Lower Order Harmonic)

สำหรับ Transistor โดยทั่วไปแล้ว จะมีความผิดเพี้ยนในสัญญาณความถี่ฮาร์โมนิคลำดับที่สูงกว่า (High Order Harmonic)  ซึ่งมีความผิดเพี้ยนน้อยกว่าเมื่อมองตามสายตา  แต่หูจะจับความผิดเพี้ยนได้เร็วกว่า

ในแอมป์ประเภท Transistor จึงไม่ยอมให้มีความผิดเพี้ยนของสัญญาณเกินกว่า 1 เปอร์เซนต์  โดยจะยอมให้มีความผิดเพี้ยนของสัญญาณสูงสุดเพียง 1 เปอร์เซนต์เท่านั้น  แต่ในแอมป์หลอดนั้นค่าความผิดเพี้ยนสามารถมีได้ถึง 3 เปอร์เซนต์  เพราะว่าความเพี้ยนมีค่ามากกว่าเมื่อมองดูตามสายตา  

นั่นเป็นประเด็นแรกเกี่ยวกับความเพี้ยนของเสียงของแอมป์หลอดซึ่งมองดูสูงตามสายตา  แต่เมื่อฟังด้วยหูจะรู้สึกถึงความผิดเพี้ยนน้อยกว่า

ประเด็นที่สอง  เมื่อหลอดทำงานที่กำลังสูงสุด จะมีความผิดเพี้ยนเพิ่มขึ้นทีละเล็กละน้อยมากๆ  แต่หากเป็นแอมป์ Transistor เมื่อทำงานจนเต็มกำลังสูงสุด  จะมีความเพี้ยนที่สูง  รูปสัญญาณจะเปลี่ยนแปลงเป็นรูปสี่เหลี่ยม  ซึ่งจะทำความเสียหายต่อลำโพง

เมื่อความแรงของสัญญาณดนตรีขึ้นไปที่จุดสูงสุด  เราจะสามารถรับฟังเพลงจากแอมป์หลอดได้อย่างสบายหูในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าการรับฟังจากแอมป์ Transistor  ผมขอรับประกัน (หัวเราะอีกครั้ง)

หากดูจากกราฟการตอบสนองความถี่ของ VTL คุณจะเห็นว่ามีการตอบสนองที่ดีและมีความราบเรียบมาก  เพราะว่าเราใช้เงินจำนวนมากในภาคต้นรับสัญญาณ และภาคขยายสัญญาณสุดท้าย   ผมคิดว่าการผลิตแอมป์หลอดนั้น สามารถทำได้ด้วยความเรียบง่าย  ในขณะที่การผลิตแอมป์ Solid-State จะต้องมีความซับซ้อนกว่าในการทำให้แอมป์มีคุณภาพเสียงที่ดี 

ปัญหาที่เกิดขึ้นในการผลิตแอมป์ Solid-State คือ การใช้ชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนก็มีความเพี้ยนอยู่แล้ว  ตามสามัญสำนึกแล้ว  การใช้อุปกรณ์ที่น้อยที่สุดย่อมทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า 

What Hi-Fi (Thailand): แน่นอนว่า, อุปกรณ์ทุกชิ้นล้วนสำคัญต่อการออกแบบ  แต่สิ่งที่คุณให้ความสำคัญที่สุดในการออกแบบเครื่องเสียงของ VTL คืออุปกรณ์อะไร ส่วนไหนครับ?

Mr. Luke Manley: แน่นอนที่สุด Power Supply เป็นส่วนที่เราให้ความสำคัญมาก  ไม่ว่าแอมป์ชนิดใดก็ตาม Power Supply จะเป็นส่วนสำคัญอันดับแรก  ส่วนสำคัญอันดับที่สองจะเป็น Output Transformer  ส่วนสำคัญอันดับสาม  ผมอยากจะกล่าวว่าเป็น รูปแบบของการออกแบบวงจร (Circuit Topology)  จากนั้นจึงจะมาถึงความสำคัญของชิ้นส่วนที่นำมาประกอบกันเป็นเครื่องเสียง คุณภาพของชิ้นส่วนต่างๆ.....อย่างไรก็ตาม  Power Supply ยังคงเป็นอันดับหนึ่ง

What Hi-Fi (Thailand): ลักษณะของลำโพงที่เหมาะสมต่อเครื่องเสียงของ VTL จะต้องมีลักษณะเฉพาะอย่างไร?     คุณมีลำโพงยี่ห้อไหนที่อยากแนะนำเป็นพิเศษหรือไม่  และลำโพงยี่ห้อใดที่ VTL ใช้เป็น Reference ในการออกแบบครับ? 

Mr. Luke Manley: ลำโพงที่เหมาะสมอย่างนั้นหรือ ?????
เนื่องจากเราผลิตแอมป์ที่มีกำลังสูง  ผมเห็นว่าลำโพงทุกชนิดที่มีการตอบสนองความถี่ที่กว้างขวางมากๆ  จะมีความเหมาะสมกับแอมป์หลอด VTL ครับ 

ลำโพงที่ผมใช้ในบ้าน  เช่น Avalon Acoustics, Wilson Audio และ ลำโพงประเภท Electrostatic อย่าง Martin Logan CLS1 แต่ผมไม่คิดว่าลำโพงแบบ Electrostatic นี้จะเป็นที่นิยมในประเทศไทย  มีแอมป์ไม่มากนักที่จะสามารถขับลำโพงที่สามารถตอบสนองความถี่กว้างขวางได้ดี..... เดี๋ยวเราจะให้คุณดูและฟังลำโพง Nola และ ลำโพง Aerial 20T ที่อยู่ในห้องฟัง

เรามีลูกค้าของเราในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งใช้งานแอมป์ Siegfried กับ ลำโพง Revel Salon  ลำโพงของลูกค้าโดยส่วนมากแล้วจะเป็นลำโพงที่โหดสำหรับแอมป์ที่นำมาขับ  ลูกค้าบางคนจะใช้แอมป์ Siegfried กับลำโพง Wilson หรือ Wisdom Audio สำหรับตัวผมเองก็มีลำโพง Wilson Maxx 2 ใช้งานอยู่ที่บ้าน  รวมถึงลำโพง B&W (Bower & Wilkinson) ดังนั้น แอมป์ของเราจึงเหมาะกับลำโพงยี่ห้ออะไรก็ตาม  ที่สามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างขวาง  ซึ่งมีมากมายหลายยี่ห้อครับ

 

 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com