หัวเข็มเอ็มซี Benz Micro : ACE
Dynavector : DV-20X
Roksan : Radius 5
Benz Micro : MC Silver
Pro-Ject Perspective
VPI Aires Scout
Beta Aurum
Music Hall MMF 7
Music Hall MMF 2.1
Rega Planar P25
C.E.C. ST-930
SOTA COMET
VPI HW-19 Mk3
Music Hall MMF-5
Black Cube
Rega p2:RB250: Elys

โดย "เด็กวัด"

คลิกเพื่อชมภาพขยายล่าสุดที่ผมได้พูดถึงหัวเข็มเป็นเรื่องเป็นราวนานมาแล้ว ก็ช่วงที่หัวเข็มเอ็มซีไฮเอาท์พุท Sumiko Blue Point เปิดฉากเข้ามาในแวดวงนั่นแหละ จากนั้นก็ห่างหายไปพักใหญ่ จะมีแทรกสอดเป็นครั้งคราวก็เมื่อพูดถึงหัวเข็มและโทนอาร์ม Rega RB300/RB600 ควบด้วยหัวเข็ม Elys และ Super Elys อีกครั้ง

ปัจจุบันมีนักเล่นเครื่องเสียงรุ่นใหม่ หันมาเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียงมากขึ้น หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็น่าจะใช้คำว่า จำนวนไม่น้อยทีเดียว หลายคนที่เคยคาดหมายว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียง ต้องมีอันลาจากแวดวงนักเล่นไวนีลอย่างแน่นอนนั้น ก็คงให้มีอาการแปลกใจอยู่บ้างกับพฤติกรรมนี้

แต่หากเป็นคอไวนีลขนาดแท้กันแล้ว คงไม่มีอะไรที่จะทำให้รู้สึกแปลกใจ หากจะมีนักเล่นเครื่องเสียงรุ่นใหม่ ให้ความสนใจหรือบางรายก็ถึงขนาดเป็นปลื้ม หลงใหลน้ำเสียงจากหัวเข็มจรดแผ่นไวนีลด้วยซ้ำไป เพราะต่างก็ซาบซึ้งอย่างถ่องแท้แก่ใจตนเองดีแล้วว่า อันเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้น มันมีมนต์เสน่ห์อันยิ่งใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ทั้งพฤติกรรมในการเล่นและคุณภาพด้านสุ้มเสียงทั้งหมด

คราวนี้ได้ลองเล่นหัวเข็ม Clearaudio Beta Aurum ชนิดเต็มๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ น่าประทับใจกับน้ำเสียงที่ได้ฟังครับ ก็เลยได้ประเด็นมาแนะนำกันอีกคราว ลองพิจารณาพอเป็นสังเขปนะครับ

ก่อนหน้านี้, คราวที่ได้ลองฟังเครื่องเล่นแผ่นเสียง C.E.C ก็ได้มีโอกาสสัมผัสอรรถรสจากหัวเข็มยี่ห้อนี้มาบ้างแล้ว แต่นั่นเป็นรุ่น Alpha ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุดของยี่ห้อนี้ น้ำเสียงที่อ่อนหวานละเมียดประณีต ยังเป็นสิ่งที่น่าประทับใจและจดจำไว้ได้เสมอ แม้วันนี้ก็ตาม

ต่อมา, Clearaudio ก็ทยอยออกหัวเข็มรุ่นใหม่ๆ ออกมา (พร้อมด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้อนี้อีกหลายโมเดล) จาก Alpha ก็พัฒนามาเป็น Alpha II เป็นอาทิ แต่ในบรรดาหลายๆ รุ่นที่ว่านี้ หากพิจารณาที่ราคาค่าตัวและความเป็นไปได้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงทั่วๆ ไปที่นักเล่นฯส่วนใหญ่ครอบครองกันอยู่ Clearaudio Beta Aurum ดูจะเป็นหัวเข็มที่น่าสนใจเป็นพิเศษครับ

คลิกเพื่อชมภาพขยายตัวเรือนเข็มทั้งหมดค่อนข้างหนาใหญ่กว่าหัวเข็มอื่นๆ ที่คุ้นเคยกัน โดยเฉพาะแผ่นหลังที่จะเป็นส่วนประกบกับเฮดเชลล์นั้น แบบเรียบเป็นหน้ากว้าง หรือจะเรียกว่า "รุ่นหลังเตารีด" ก็น่าจะได้ ตัวเรือนทั้งหมดประกอบขึ้นด้วยอลูมิเนียม ด้วยเหตุที่ตัวเรือนหนาใหญ่และเป็นอลูมิเนียม จึงทำให้หัวเข็ม Clearaudio Beta Aurum มีน้ำหนักสุทธิรวม 10 กรัมทีเดียว

ก็แน่นอนว่า น้ำหนักขนาดนั้น คงต้องแมทช์กับโทนอาร์มอย่างน้อยก็ประเทภ Medium mass ไปถึงพวก Hi-mass เท่านั้น หาไม่แล้วก็จะโหลดน้ำหนักหัวเข็มรุ่นนี้ไม่ไหว (รุ่น Beta Aurum Wood จะเหมาะกับโทนอาร์ม Low mass ด้วยน้ำหนักสุทธิหัวเข็มประมาณ 6 กรัม)

ตอนแกะกล่องใหม่ๆ ต้องระวังสกรูขนาดเล็กที่ผลิตจากสารโพลีเมอร์ไนล่อนหรือไรนี่แหละ ติดแถมมาในกล่องด้วย เป็นสกรูขนาดเล็กๆ สองตัวสีขาวขุ่น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ติดตั้งหัวเข็มโดยไม่ต้องโหลดน้ำหนักของสกรูเพิ่ม (ปกติทั่วไปจะเป็นอลูมิเนียม ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า) หรืออย่างน้อยสกรูสองตัวที่จะร้อยยึดหัวเข็มเข้ากับเฮดเชลล์ ไม่เป็นภาระในด้านน้ำหนักส่วนเกินอีก

การติดตั้งกับเฮดเชลล์ของโทนอาร์มทั่วๆไป ไม่มีความยุ่งยากใดๆเลย ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยด้วยความระมัดระวังเท่านั้น ทุกอย่างก็เข้าที่พร้อมที่จะลงมือบรรเลงกันได้ทันที

Clearaudio Beta Aurum จัดจำหน่ายโดย ห้างอิมเมจ มิวสิคแอนด์ฟิล์ม
ราคา 18,000 บาท

 

 

 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com