(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้จัดจำหน่าย)
ติดต่อ หนุ่มไฮ-ไฟ 0-2591-3454 01-442-0687
ราคาตัวละประมาณ 250 บาท
ก่อนที่จะถึงส่วนของคุณภาพเสียง ผู้เขียนขอบอกเล่ากล่าวถึงวิธีการลองเล่นในครั้งนี้ก่อน เริ่มต้นด้วยการลงทุนซื้อใช้สายไฟธรรมดาสองเส้นโดยให้ยี่ห้อ ความยาว และอายุการใช้งานเท่ากัน จากนั้นก็ตัดปลายสายด้านที่จะเสียบเข้าเครื่องของเส้นหนึ่งออก แล้วประกอบ Shurtter 4781 เข้าแทนที่ แล้วก็เริ่มการใช้งานทั่วไปในสภาพเดียวกันกับชุดฟังเพลงอีกไม่ต่ำกว่า 1 อาทิตย์ต่อเนื่องโดยปิดพักเครื่องเพียงสองสามครั้ง ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ก็แวะมานั่งฟังจับความเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะๆ
ยังไม่หนำใจ ผู้เขียนเอามาใช้ในชุดดูหนังต่ออีกราวหนึ่งเดือน แต่เป็นการใช้งานแบบทั่วไปไม่ใช่แบบต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับการใช้งานจริงของท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ รวมระยะเวลาคร่าวๆสำหรับการเบิร์นอินไม่ต่ำกว่าก็ใกล้เคียง 300 ชั่วโมงเห็นจะได้ สุดท้ายจึงนำผลรวมตั้งแต่เริ่มต้นมารวมกับขั้นตอนของการลองเล่นในห้องฟังเพื่อสรุปความอีกครั้ง
คุณภาพเสียง ?
สายไฟสองเส้นที่มีความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือขั้วปลั๊กที่ใช้ต่อเข้าเครื่อง แต่ผลต่างของเสียงก็มากพอจับความได้ว่า เนื้อเสียงทั้งหมด จะมีมวลอิ่ม ขึ้นรูปทรงเป็นตัวตนได้ชัดเจนขึ้น ลดอาการหยาบกร้าวที่ปลายเสียงแหลมหมดจด พร้อมทั้งยังให้ดุลเสียงทั้งหมดมีความสะอาด โปร่ง แยกแยะรายละเอียดต่างๆได้แจ่มแจ้งมากขึ้น
ช่วยให้ฟังเพลงไทยที่ไม่เน้นคุณภาพการบันทึกเสียงให้น่าฟังขึ้นอีกหลายส่วน
สังเกตได้ทันทีจากการฟังเพลงร็อคเน้นจังหวะอย่างโลโซ ที่มีครบรสทั้งเพลงช้าและเพลงเร็วนั้น รับรู้ได้ถึงการตอบสนองจังหวะจะโคนที่ดูแม่นยำ และหนักแน่นมากขึ้น เป็นผลพวงมาจากการเปลี่ยนขั้วปลั๊กเพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่สำคัญคือ มันช่วยลดอาการเสียงหยาบและกร้าวแข็งในย่านกลางสูงซึ่งเป็นปัญหาของเพลงไทยส่วนใหญ่ได้อย่างพอเหมาะพอดี ไม่ฟังดูว่านุ่มหนาจนขาดรายละเอียด แล้วก็ไม่ได้ฟังดูสมใส คมชัดเกินจริง
จากที่ได้ทดลองใช้เพลงจำพวกให้จังหวะตีหรือเคาะทั้งหลาย พบว่าการแยกช่องว่างระหว่างโน้ตก็ทำได้ดีขึ้น ฟังออกว่าช่วงดนตรีที่สลับซับซ้อน Shurtter 4781 จะควบคุมดุลเสียงทั้งหมดได้นิ่งกว่าขั้วมาตรฐานแบบสังเกตได้ ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเร่งระดับความดังสูงขึ้นไปอีก ครั้งหนึ่งผู้เขียนลองกับแผ่นกลองชุดของค่าย Sheffield Lab ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสดและไดนามิกที่ดุดัน ลองกันแบบไม่ต้องจับผิดก็รับรู้ถึงความต่างอย่างง่ายดาย
เสียงของขั้วธรรมดาที่ติดมากับสายนั้นออกอาการก้าวร้าวผิดกันชัดเจน
แล้วผลต่างล่ะ...มากไหม ?
ผู้เขียนยอมรับตามตรงว่า ผลทางเสียงโดยรวมมีผลฟังออกชัดเจน จุดเด่นที่แท้จริงคือการช่วยเพิ่มพละกำลังในการถ่ายทอดเสียง ให้เกิดความชัดเจนเข้มข้น ช่วยให้เนื้อเสียงทั้งหมดมีมวลอิ่ม เนียน ทำให้ฟังออกว่าผ่อนปรนราบรื่นมากขึ้น ไม่รุกเร้าบีบเค้นมากเกินไปเหมือนขั้วปรกติจากสายเกรดมาตรฐาน ส่วนผลทางบุคลิกน้ำเสียงซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ฟังความแตกต่างได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับส่วนแรกแล้ว ประเด็นนี้ดูจะน้อยกว่าพอสมควร ประเด็นหลักที่จับมาเล่นให้ฟังได้ก็คือเสียงทั้งหมดจะมีความสด ฉับพลัน เนื้อเสียงแม้อิ่ม แต่จะเป็นเนื้อเสียงที่สะอาด ลดสากเสี้ยนดิจิตอลลงไป เป็นผลให้ฟังดูราบรื่นขึ้น
เพราะฉะนั้น ผู้อ่านท่านใดที่เกิดลองใช้งานแล้วฟังไม่ออก หรือฟังออกจริงแต่ไม่ชัดเหมือนการเปลี่ยนสายไฟ ก็ขอได้โปรดอย่าแปลกใจว่าทำไมไม่เหมือนกับที่ผู้เขียนชื่นชมไว้ข้างต้น ทั้งนี้ควรให้เวลากับตัวเองสักระยะ ไม่ต้องถึงกับรีบร้อน เค้นให้ตัวเองฟังออกอย่างรวดเร็วแต่ประการใด ท่านผู้อ่านค่อยๆฟังไป ล่วงเลยไปสักวันสองวันแล้วค่อยถอดออกยังไม่สาย เมื่อนั้นท่านผู้อ่านจะประจักษ์แก่หูของตัวเองแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ขั้วปลั๊กเพียงตัวเดียว ไม่มีทางให้อานุภาพ (คุณภาพและปริมาณ) เทียบเท่าสายไฟแน่นอน จะเทียบได้ก็เพียงอุปกรณ์ในหมวดหมู่เดียวกัน มันจึงจะดูสมเหตุสมผลหน่อย แล้วก็ไม่ควรไปเทียบกับขั้วที่ราคาสูงกว่าอย่าง Marinco 320 หรือ WattGate 320 นะครับท่านผู้อ่าน สองชิ้นนี้คนละระดับราคากัน คุณภาพเสียงย่อมได้เปรียบหลายส่วนแน่นอน
สายไฟที่เหมาะสม ?
เอาที่หน้าตัดไม่ใหญ่เกินเบอร์ 12 AWG เป็นพอ ส่วนถ้าเลือกได้ ก็ขอแนะว่าไม่ควรใช้สายไฟที่มีความแข็งเกินไป จะทำให้ประกอบยากกว่าปรกติ สายไฟอย่าง Supra Lorad, Kimber PK14, Belden, Cardas Crosslink 1S (สายลำโพงที่นำมาใช้ดัดแปลงเป็นสายไฟได้) Van Den Hul Mainstreams หรือจะเป็นสายรุ่นล่าที่มีตัวนำเป็นสายแกนเดี่ยวที่แข็งตัวพอสมควรอย่าง Acuostic ZEN Sound Zen1 ก็ใช้ได้ ไม่มีปัญหาในการประกอบ ผู้เขียนลองมาหลายรุ่นแล้ว ไม่พบปัยหาในการใช้งานเลย
ขั้วปลั๊กต้นทาง (Male Plug) ล่ะ... ใช้ยี่ห้อ/รุ่น ?
เท่าที่ใช้ พบว่ามันไม่เกี่ยงยี่ห้อ จะเอาขั้วปลั๊กตัวไหนมาใส่ที่ต้นทาง มันก็โอนอ่อนผ่อนปรนไปตามพวก เป็นประเภทเข้ากับเขาได้หมด ใช้ Hubbell 5965V ทรงสี่เหลี่ยมดำ มันก็ช่วยเพิ่มความชัดเจนของแต่ละเสียง ได้ไดนามิกย้ำเน้นหนักเบาดี การเว้นช่องว่างในแต่ละช่วงได้เงียบสงัด พอเปลี่ยนมาใช้ Marinco หัวกลมก็จะช่วยให้เกิดความอิ่มเอิบของตัวเสียงให้ขึ้นรูปทรงกึ่งสามมิติ มีบรรยากาศและมีความความราบรื่นของเสียงมากยิ่งขึ้น พอขยับไปเล่นกับ Bryant รุ่นฟ้าขาว มันก็ช่วยเปิดปลายเสียงให้ทอดตัวพลิ้วไปไกล สุ้มเสียงทั้งหมดจะกระชับ กะทัดรัด มีการแจกแจงรายละเอียดหยุมหยิมให้เด่นชัดขึ้นไปอีก และแม้ต้องขี่น้ำหนักประกบกับ Watt Gate 330 ก็ไม่ทำให้เสียราคาของจนรู้สึกรังเกียจได้ (แปลตรงๆว่าราคานี้คุ้มสตางค์ดี แต่ต้องไม่คาดหวังมากเกินไปกับขั้วปลั๊กราคาเท่านี้)
สรุปความสั้นๆได้เลย ว่าถ้าผู้อ่านหรือนักเล่นเครื่องเสียงท่านใดก็ตาม ที่ยังคงมีความคลางแคลงใจเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมประเภทนี้ ผู้เขียนคิดว่าการลงทุนรอนสักสองร้อยกว่าบาทเพื่อซื้อประสบการณ์เริ่มต้นสำหรับขั้วปลั๊กตัวเมีย (ราคาจ๊าบ!) ชิ้นหนึ่ง คิดว่าไม่เป็นการเสียหลายแน่นอนหากจะลองเล่นขั้วปลั๊กตัวเมีย Shurtter 4781 ตัวนี้สักตัว
แล้วท่านจะทราบว่า ทำไม George Cardas ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อมดแห่งวงการเครื่องเสียงต่างประเทศ จึงหันมาใช้เพียงขั้วปลั๊กตัวเมียราคาคุ้มสตางค์ตัวนี้
มันมี "ดี" ที่เสียงครับท่าน!
"Gold Lighton"
พฤษภาคม 2548