Progold GP5

 
  X-Wire Space Odyssey
  X-Wire Rhythm (XLR) Interconnect
  QED SILVER SPECIAL 25th
  ปลั๊กลอย-หิมพานต์
  ก้อนอิทธิเจ
  Cardas Cross XLR Interconnect
  Acoustic Revive RIQ5010, 5010W
  Acoustic Lab Jupiter Power Cord
  Acoustic Revie RD-3
  มหัศจรรย์อุปกรณ์เสริม “ตัวอุด”
  Acoustic Revive : QR-8
  ลองเล่น : ลองเล่นกับไฟ
  PS Audio : Noise Harvester

  Miss Thailand Interconnect 2
 
Miss Thailand Interconnect
 
Wattgate 330iAG :: Dynamic Silver
 
Wattgate 381 AG :: Silver Arrow
 
สายไฟ เอซี JPS Inwall Power Cord
 
Tip Toe : Britannia
 
ดินน้ำมันเดอะหั่ง
 
Monster Quick Lock
 
Gutwire Note Pad
 
Master Stand 2217
 
Shunyata Research Hydra II
  Acoustic Zen Tsunami MK ii
  ACME IEC Inlet
  Eichmann Technologies Topper
  Dragonfoot
  Tip Toe : Michell Tender Feet
  Cardas :: Cuboild Woodblock
  Shurtter Connecter 4781.0100
  Hi-Fi Jack
  ลองเล่น FIM 302 + 303
 
ลองเล่น Hi-Fi Trick
  Isoclean Power ICP-002
  Cardas Cross : Wattgate Signature
  Hovland Main Line
  Alphacore : MI-3 Divinity
  Tip-Toe : Stillpoints
  AV Zone IS500 Plus
  Supra LoRad 2.5
  Monster M351
  สายสัญญาณ Cardas Audio
  5 ปลั๊กไฟเอซี (Receptacle)
  3 ทางเลือกขั้วปลั๊กไฟฯ
  สายลำโพง Ecosse CS2.3 
  EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ
  Tip-Toe : Fine Ceramic

ลองเล่นShunyata Research Hydra II
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com

ราวต้นเดือนก่อน พรรคพวกที่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยมได้แวะเวียนมาหาผู้เขียน จึงได้นัดแนะกินกาแฟที่ร้านประจำ ด้วยความที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาสิบกว่าปี ประเด็นในการสนทนาจึงหลากหลายตามประสาเพื่อนเก่าแต่ยังไม่แก่

พอคุยจบเรื่องสารทุกข์สุกดิบ ถามไถ่ข่าวคราวเพื่อนฝูง เจ้าเพื่อนตัวดีก็เปิดประเด็นสอบถามเรื่องการงาน ทีแรกคิดว่าจะดูดวงให้ นึกอยู่ในใจ 'ไอ้เพื่อนคนนี้เข้าท่า หน้าตาเรียบๆอย่างนี้ นึกไม่ถึงว่าจะหันมาดูดวง' แต่ฟังได้ไม่นานก็จับใจความได้ว่า เดี๋ยวนี้เพื่อนได้ผันตัวมาทำธุรกิจแนวใหม่ เพราะเบื่อหน่ายกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไอ้เราฟังแรกๆก็ตื่นเต้น ตั้งใจฟังอยู่พักใหญ่

สามชั่วโมงผ่านไป...พอจับไต๋ได้

อ้อ...ที่แท้ก็ธุรกิจขายตรงกลายพันธุ์ ถึงว่าสิ, ไม่อย่างนั้นคงไม่ดั้นด้นมาหาเพื่อนเก่าแน่นอน แต่เอาเถอะ ไหนๆก็ตกกระไดพลอยโจนเข้าให้แล้ว ฟังเพื่อนขายของเสียหน่อยจะเป็นไรไป อยากรู้เสียจริงว่า เดี๋ยวนี้วงการธุรกิจขายตรงมีวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหน

ต้องขอชมจากใจจริงครับ ธุรกิจขายตรงยุคนี้พัฒนาตัวเองขึ้นไปมาก สมาชิกประจำแต่ละคนจะถูกอบรมด้านจิตวิทยาการขายอย่างเข้มข้น มีความรู้แน่น สอนแนวคิดกันอย่างมีระบบชนิดตัวต่อตัว จะไม่เปิดประเด็นการขายเมื่อไม่มีจังหวะ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือเพื่อนเก่าของผู้เขียน กว่าจะเริ่มเข้าประเด็นการขายได้ เรียกว่าจากสุพรรณอ้อมขึ้นเชียงใหม่ เลี้ยวไปอุดร วกลงไปหาดใหญ่ แล้วค่อยตีรถด่วนกลับเข้ากรุงเทพ, เนียนจริงๆเพื่อนรัก

หลังจากรู้เจตนาเพื่อนแล้ว ความสนใจใคร่รู้ก็หมดไป เนื่องจากส่วนตัวผู้เขียนเคยลองศึกษาหลักการของอาชีพประเภทนี้ในเบื้องต้นแล้ว พบว่าไม่ตรงกับแนวทางการดำเนินชีวิตของตน แม้ไม่รู้สึกคัดค้าน แต่ก็ไม่ได้ยอมรับเสียทีเดียว

สัมมาอาชีพมามากมาย ถ้ารู้สึกว่า 'ไม่ใช่' ในผิวเผินที่สัมผัส ไม่ต้องศึกษาลงลึกไปกว่านั้นดอกครับ แค่นี้ก็มีเหตุผลและข้ออ้างเพียงพอ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เขียนไม่หันไปประกอบอาชีพขายตรงได้อย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม งานไหนที่ตนเองรูสึกว่า 'ใช่' ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะคัดค้านให้ผู้เขียนไม่ทำได้ ตัวอย่างเช่นงานเขียนที่ท่านผู้อานที่รักได้อ่านอยู่ตรงนี้นี่แหละครับ ต่อให้ไม่ได้เงินสักสลึง เขียนฟรีๆผู้เขียนก็จะทำ เพราะมันรักเข้ากระดูกดำจริงๆ

 

สำหรับท่านที่ประกอบสัมมาอาชีพขายตรงทุกท่าน อ่านบทความนี้แล้วอย่าคิดว่าผู้เขียนต่อต้านระบบขายตรง ผู้เขียนเคารพความคิดเรื่องสัมมาอาชีพของท่านพอๆกับที่เคารพสัมมาอาชีพของตัวเองนั่นแหละครับ ท่านที่ประกอบอาชีพขายตรงอยู่แล้ว และคิดว่า 'อาชีพนี่แหละใช่' ก็ขอให้ดำเนินตามอุดมการณ์ของท่าน และขออวยพรให้ทุกท่านที่อ่าน 'ลองเล่น' ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเรื่อยไปนะครับ

กลับมาที่โต๊ะกาแฟตัวเก่า

หลังจากที่หาจังหวะปลีกตัวอยู่นานสองนาน หาจังหวะตัดบทแยกย้ายกลับบ้านไม่ได้สักที และแล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ทำนองเสียงเรียกเข้าที่คุ้นหู บอกให้รู้ว่าศรีภรรยาได้จุดธูปเรียกตัวแล้ว (ไชโย!)

"นานแล้วนะ เมื่อไหร่จะกลับเสียที"

"จ้าๆ นั่งคุยกันเพลินไปหน่อยน่ะ เดี๋ยวกลับเลยนะ"

แม่เจ้าโว้ย! ขนาดโดนโทรฯตามแบบนี้ เพื่อนรักยังไม่วายทิ้งท้ายว่าคราวหน้าจะเอาเครื่องกรองน้ำไปสาธิต ด้วยความเกรงใจผู้เขียนจึงไม่ขัดข้อง เอาเถอะ, ให้ผ่านพ้นวันนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เพื่อนรักมาถึงบ้านพร้อมเครื่องกรองน้ำและอุปกรณ์สาธิตมากมาย แต่ที่น่าสนใจคือวิธีการนำเสนอนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้เขียนเคยประสบมาบ้างเล็กน้อย ดูๆไปก็เข้าท่าไม่หยอกเหมือนกัน

มันเป็นอย่างนี้ครับ, นอกจากเอกสารประกอบทางวิชาการที่ได้ท่องจำ ที่ทำความเข้าใจจนทะลุปุโปร่ง แม่นยำ ดุจดั่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องกรองน้ำเอง ฟังไปก็เคลิ้มไปในสรรพคุณของน้ำที่ได้จากเครื่องกรองสุดวิเศษ ราวกับว่าแร่ธาตุที่ได้รับจากการบริโภคตั้งแต่ยังไม่ทันได้ดื่มนั่นเทียว (เราเองก็อยากจะบอกเพื่อนเหลือเกินว่า ถ้ามีสารต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจาก 'ชาเขียว' ผสมไว้ในใส้กรองฯ แล้วเปลี่ยนไปโน้มน้าวศรีภรรยาของเราแทน เราคงไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากอาการ 'ชาเขียวฟีเวอร์' ของเธอได้...ฮา) เพื่อนรักยังนำน้ำบรรจุขวดยี่ห้อดังหลายยี่ห้อ ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด มาสาธิตด้วยวิธีการเบสิกที่ผู้เขียนนึกไม่ถึง

นั่นก็คือการให้ 'ชิมเปรียบเทียบ' ครับ

นับเป็นไอเดียการสาธิตที่ค่อนข้างชัดเจนและตีประเด็นการเปรียบเทียบได้แตกจริงๆ และก็ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่ผู้เขียนได้ลองชิมน้ำขวดต่างๆเปรียบเทียบกับน้ำกรองจากเครื่องกรองน้ำของเพื่อน ขวดไหนดีกว่า และดีกว่าอย่างไร ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึงนะครับ ประเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องเครื่องกรองน้ำไป แต่ที่ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุด นั่นคือน้ำแต่ละยี่ห้อมีรสชาติที่แตกต่างกันชัดเจน

ครั้งแรกผู้เขียนเองก็ไม่สามารถจับความแตกต่างได้มากมายนัก แต่หลังจากการเปรียบเทียบแบบกลับไปกลับมาหลายครั้ง ความแตกต่างที่ว่าน้อย กลับชัดเจนและเป็นประเด็นมากขึ้น ทั้งที่เกือบทั้งหมดของน้ำที่นำมาให้ลองชิมนั้น ผ่านระบบการกรองด้วยระบบเดียวกันคือ RO (Reverse Osmosis) เกือบทั้งสิ้น

เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้เขียนไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย ทั้งๆที่ตัวเองก็ดื่มกินมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รู้แต่ว่าแตกต่างกันบ้าง แต่ไม่ได้สังเกตและจดจำ

อย่างว่าแหละครับ, อาชีพใครก็อาชีพมัน

ลองให้ตั้งวงโม้เรื่องเครื่องเสียงกันบ้างสิ ผู้เขียนจะโม้ให้ให้ขี้หูแห้งๆของเพื่อน กลายขี้หูเปียกกันไปข้างหนึ่งกันเลย, ต้องให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร

พูดถึงเครื่องกรองน้ำ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเครื่องกรองไฟกันบ้าง จะใครที่ไหนได้ล่ะครับ ก็พรรคพวกตัวดีทั้งหลายที่สนิทสนมเป็นส่วนตัวของผู้เขียนนี่สิ สอบถามกันใหญ่ถึงเครื่องกรองไฟตัวล่าสุดจาก Shunyata Research "เกลอเป็นนักเขียนนักฟัง รู้จักตามข่าวสารเสียบ้าง ของมันออกมานานพอดูแล้ว" จริงของมัน พักหลังมานี้ผู้เขียนไม่ได้ตามข่าวคราวใหม่ๆในวงการเลย ทั้งที่เป็นคนวงในแท้ๆ ยังต้องให้พรรคพวกเป็นคนตักเตือน

"ฟังแล้ว อย่าลืมโทรฯมาบอกด้วยล่ะว่าน่าเล่นไหม เกลอเองก็ยังไม่ได้ฟังเหมือนกัน เห็นเขาว่าดี" อ้อ-นึกว่าไปลองฟังมาแล้ว, มันเข้าใจใช้คนจริงๆ

ไม่นานเกินรอ, เครื่องกรองไฟ Shunyata Research ก็ถูกส่งมาถึงมือผู้เขียน ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คุณชาญชัยแห่งร้าน Gramaphone 0-2302-0174 ที่ได้เอื้อเฟื้อเครื่องกรองไฟ พร้อมทั้งยังติดสายไฟยี่ห้อเดียวกันมาให้ถึงสองรุ่น

"เครื่องกรองไฟรุ่นนี้ใช้ Inlet 20 แอมป์ ผมจึงติดสายไฟมาให้ฟังประกอบอีกสองเส้น รุ่นเล็กสุดที่คุณถืออยู่นี่คือ Diamond Black อีกเส้นที่อยู่ข้างกันคือ Copperhead ลองฟังดูนะครับ" กล่าวเสร็จก็ร่ำลากันในทันที คนทำการค้ามีนิสัยชัดเจน ฉับไวเช่นนี้ น่าชื่นชมจากใจจริงครับ

เครื่องกรองไฟ Shunyata Research ตัวที่ผู้เขียนได้มานี้ รูปร่างรูปทรงเล็กกว่าที่ผู้เขียนคาดไว้พอสมควร ชื่อรุ่นของมันคือ Hydra Model2 ซึ่งอยู่ในอนุกรม Hydra ที่มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันคือ Hydra Model2, Hydra Model4, Hydra Model 6 และสุดท้าย Hydra Model8 ตัวเลขที่กำกับอยู่ด้านท้าย มีความหมายถึงจำนวนช่องเสียบที่เครื่องกรองไฟในแต่ละรุ่นนั่นเอง

ด้านกว้าง-ยาวที่เท่ากันคือ 5 นิ้ว ความสูงจากพื้นรวมขายางเพียง 2 นิ้วครึ่ง ตัวถังสีดำ ด้านหนึ่งมีเบ้าเสียบหรือที่เรียกกันว่า Inlet แบบ 20 แอมป์ ไม่ใช่แบบ 15 แอมป์ทั่วไป ด้านตรงข้ามติดตั้งเต้ารับมาตรฐานซึ่ง Shunyata Research ได้ออกแบบตัวโลหะนำกระแสด้วยตัวเอง นั่นพอจะคาดเดาในเบื้องต้นได้ว่า เครื่องกรองไฟ Hydra Model2 ตัวนี้ต้องมีอะไรที่ 'ไม่ธรรมดา' ซ่อนอยู่ภายในเป็นแน่

ส่วนจะแน่จริงหรือแน่เก๊, เดี๋ยวก็รู้กัน

ในเมื่อให้สายไฟมาถึงสองเส้น ทั้งยังเป็นสายไฟใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ขั้นตอนที่จำเจแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวัดผล นั่นคือการเบิร์น ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าทั้งหมดจะเข้าที่เข้าทาง

แม้จะน่าเบื่อ แต่อยากเรียนท่านผู้อ่านที่รักไว้ประการหนึ่ง ข้อดีของการได้เบิร์นเครื่องหรืออุปกรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็คือการได้สัมผัสช่วงเวลาแรกของอุปกรณ์ชิ้นนั้น ท่านสามารถฟังและจดจำลักษณะโดยรวมของเสียงได้ระดับหนึ่ง พร้อมทั้งยังสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน จนกระทั่งท้ายที่สุด คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเสียงอีก นั่นแสดงว่าเครื่องพ้นเบิร์นอินแล้ว ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ จะหาไม่สามารถหาฟังได้อีกตลอดไปจนกระทั่งเครื่องๆนั้นหมดอายุ

เหมือนการปลูกถั่วงอก กับการซื้อถั่วงอกนั่นแหละครับ แม้อย่างหลังจะสะดวก แต่อย่างแรกมันได้ความรู้สึกร่วมมากกว่า

ทั้งหมดใช้ไปไม่มากไม่มาย แค่ห้าหกร้อยชั่วโมงเองครับ

การใช้แผ่นเบิร์นนั้น จริงๆแล้วผู้เขียนจะเปิดในระหว่างที่ตนเองไม่ได้เข้ามาใช้งานชุดฯ นอกเหนือจากนั้น ก็จะเป็นการใช้งานกับแผ่นเพลงทั่วไปเท่าที่ต้องการจะฟัง แผ่นไทย แผ่นเทศ จะแผ่นออดิโอฟาย หรือไม่'ฟาย ฟังหมดมันทุกแผ่นที่อยากฟังนั่นแหละครับ

สำหรับแง่มุมการลองเล่นนั้น ผู้เขียนได้ต่อเชื่อมในหลายๆเงื่อนไข ตั้งแต่ใช้เป็นปลั๊กต้นทางจากสายไฟหลัก การต่อผ่านเฉพาะอุปกรณ์ ตั้งแต่แหล่งโปรแกรม ปรีแอมป์ สุดท้ายคือเพาเวอร์แอมป์ รวมไปถึงการใช้งานต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์เพื่อวัดผลทั้งภาพและเสียง สลับสับเปลี่ยนไปมาตามวาระ โดยทั้งหมดจะต่อผ่านสายไฟทั้งสองเส้นของ Shunyata เอง ในช่วงคาบเกี่ยวที่ต้องการวัดผลลัพธ์แยกเฉพาะเครื่องกรองไฟเพียงตัวเดียว ก็จะใช้สายไฟที่คุ้นเคยเป็นการส่วนตัว โดยได้ติดต่อขอยืมสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII ที่ใช้ขั้วปลั๊ก Wattgate 320HC 20 แอมป์ สลับกับใช้สายไฟ JPS Inwall (แดง) ที่มีใช้งานเป็นส่วนตัวอยู่แล้วประกอบการลองเล่นอีกชั้นหนึ่ง

ผลลัพธ์จากการใช้งาน?

น่าทึ่งมากครับ, เสียงมันคล้ายเครื่องกรองไฟทีเดียว ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าเหตุใดผู้เขียนจึงกล่าวเช่นนี้ เพราะตามปรกติที่เคยลองเครื่องกรองไฟหลายตัว ทั้งในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่า ผู้เขียนพบว่าจะเกิดสำเนียงอยู่ลักษณะหนึ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องกรองไฟร่วมอยู่ในชุดเครื่องเสียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองยี่ห้อไหน แบบใดก็ตาม

นั่นคือลักษณะของเสียงที่ถูก 'ฟอก' อย่างสะอาดเกินควร

ถ้าเครื่องกรองไฟมันพูดภาษาคนได้ มันคงจะกระแนะกระแหนผู้เขียนทำนองว่า "อ้าว! ก็ผมเป็นเครื่องกรองไฟนี่ครับเฮีย ไม่ได้เป็นทิปโท ไฟไม่สะอาดก็บ่น ไฟสะอาดเกินไปก็ว่า จะเอายังไงกันแน่(วะ)" แล้วถ้าผู้เขียนตอบโต้ได้ ก็จะสวนกลับไปว่า

"ที่ต้องการจริงๆคือ 'ซัก' ให้สะอาด ไม่ใช่ให้ 'ฟอก' เสียจนซีดเซียว" แล้วถ้าโชคดีผู้อ่านเกิดไปเจอคนบ้านั่งคุยกับเครื่องกรองไฟ โต้ตอบไปมาภาษามนุษย์ต่างดาว ท่านก็ไม่ต้องสงสัยละครับ

ไอ้บ้านั่น, มันก็คือผู้เขียนนี่เอง

กลับมาที่ 'ฟอก' กันต่อ, ลักษณะของเสียงที่ถูกฟอกเกินควร ก็ไม่ต่างกับการนำน้ำประปาไปกลั่นนั่นแหละครับ เราท่านก็ทราบดีอยู่ ว่าน้ำกลั่นนั้นมีความบริสุทธิ์เพียงไหน หากแต่เมื่อมองในมุมกลับกัน ท่านผู้อ่านคิดจะบริโภคน้ำกลั่นหรือไม่ ถ้าไม่, เพราะเหตุใดกันเล่า? หากไม่ใช่เพราะมันสะอาดเกินธรรมชาติ

ในบางแง่มุม บางท่าน ถึงกลับขวนขวายหาน้ำแร่มาดื่ม ทั้งที่รู้ว่ามันไม่สะอาด ซ้ำยังมีแร่ธาตุปะปนอยู่พอสมควร อีกทั้งราคาขายก็สูงกว่าน้ำกรองทั่วไปหลายสตางค์อยู่ นั่นไม่ใช่เพราะหวังว่าแร่ธาตุที่มีในน้ำ จะซึมซาบเข้าสู่และก่อประโยชน์แก่ร่างกายเราดอกหรือ และถ้าใช่ด้วยเหตุผลดังนี้ เครื่องกรองไฟที่ 'ฟอก' ไฟฟ้าเสียสะอาดเอี่ยมอ่องเกินเหตุตามหลักการ มันถูกต้องอยู่ตามหลักที่ตั้งขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเสียบเครื่องกรองไฟเข้าในชุดฯเมื่อใด เป็นอันต้องจั๊กกะจี้รู้หูทุกครั้งไป

เช่นนี้แล้ว ท่านจึงเคยได้ยินนักเล่นหลายคน ตื่นเต้นในครั้งแรกที่ได้เครื่องกรองไฟเข้าร่วมกับชุดเครื่องเสียง ชื่นชมไปต่างๆนานาว่าเสียงดีอย่างนั้น อย่างนี้ นานวันเข้ากลับต้องผ่องถ่ายเครื่องกรองไฟตัวนี้ออกไป ด้วยเหลุผลเดียวกันกับที่ผู้เขียนได้อธิบายเปรียบเทียบไปข้างต้น

แปลกันตรงก็คือเสียงมันโดนฟอกจน 'เสียงแห้ง' นั่นแหละครับ

เกริ่นเสียหลายย่อหน้า เพียงเพราะผู้เขียนต้องการจะสื่อสารให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า Model2 ตัวนี้มี น้ำเสียงที่เปิดเผย โปร่งใสตามแบบฉบับที่เครื่องกรองไฟชั้นดีควรมี หากแต่มันไม่ทำให้เสียงทั้งหมด ถูกฟอกจนขาดหางเสียงและบรรยากาศ จนล้ำไปถึงนิยามของคำว่าเสียงแห้งนั่นเอง

เรียนย้ำตรงนี้ว่า ห่างไกลไม่น้อยสำหรับนิยาม 'เสียงแห้ง' ที่อ้างถึงครับ

น้ำเสียงทั้งหมด สดใส เปิดโปร่ง ให้ลักษณะที่ค่อนไปทางโทนสว่าง โดยปราศจากอาการเจิดจ้า กร้าวแข็ง หรือจัดจ้านแน่นอน อิมเมจที่กะทัดรัดลงเล็กน้อย ประกอบกับพื้นอากาศที่สะอาดใส รองรับตัวเสียงนั้นๆให้รับรู้ได้เป็นทรวดทรงสามมิติ แยกแยะรายละเอียดที่เกิดขึ้นในบทเพลง ก่อให้เกิดความเพลิดเพลินชนิดที่หมดแผ่นไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันทีเดียว

เอ...หรือเพราะไม่ได้สนใจจะฟังเพลงกันแน่

มิได้เป็นเช่นนั้นแน่นอนครับท่านผู้อ่านที่เคารพ ผู้เขียนได้สอบทานอีกครั้งด้วยแผ่นเพลงบัลลาดทำนองเนิบช้าอีกหลายแผ่นด้วยกัน ลักษณะอาการที่ว่านี้ ก็ไม่ได้เปลี่ยนผันไปแม้แต่น้อย ยิ่งฟังเพลินเช่นนี้ เล่นเอาผู้เขียนลืมกินข้าวไปหลายมื้อ จะว่าเป็นเหตุในการลดความอ้วนก็ไม่ใช่เสียด้วย

นั่งสงสัยตัวเองอยู่นานสองนาน มารู้ตัวทีหลังก็ครั้งที่ย้าย Model2 ออกไปเล่นกับชุดโฮมฯนั่นแหละครับ เสียงของ Eileen Farrell ที่ร้องในลีลาที่ออดอ้อนเนิบช้าในชุดฟังเพลง กลับร้องแบบไร้อารมณ์เอาดื้อๆ รีบร้องรีบเล่นให้จบนั่นเทียว เหมือนที่เขาว่า "ร้องแบบสามีมารออยู่หน้าร้าน" ยังไงยังงั้น

นี่ทำให้ผู้เขียนทราบในทันที คุณสมบัติด้านคอนทราสต์จากการใช้ Model2 นั้นเข้าข่าย 'ไม่ธรรมดา' และก็หาไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอุปกรณ์ประเภทเครื่องกรองไฟ เรียกได้ว่ากำเงินจำนวนเท่ากันไปซื้อเครื่องหลักในวันนี้ คงจะหาที่มีคุณสมบัติด้านคอนทราสต์ที่ซอยลำดับความอ่อน-แก่ ดัง-ค่อย หนัก-เบาของเสียงได้ละเอียดยิบเพียงนี้, งมเข็มในแม่น้ำดูจะง่ายกว่ากระมัง

คอนทราสต์ที่ละเอียดและราบรื่น ส่งผลโดยตรงกับการถ่ายทอดไทมิ่ง ทำให้บทเพลงที่เร็ว คึกคักฉับไว ฟังดูสนุกสนานเร้าใจ ตบเท้าเข้าจังหวะเพลงไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกัน มันก็ช่วยให้ลีลาที่อ่อนหวาน พิรี้พิไรของนักร้องสาวพราวเสน่ห์ ฉอเลาะ อ้อยสร้อยกินใจขึ้นอีกเป็นกอง

มันถึงเดือดร้อน (หู) ก็ตอนที่ถอดปลั๊กยังไงละครับ

เมื่อขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสะอาด ความใส และมีคอนทราสต์ที่ละเอียด การเว้นช่องว่างช่องไฟในเชิงมิติมายาทางเสียง ก็ดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษ นี่ถ้าเชิญท่านผู้อ่านมานั่งตรงที่ผู้เขียนฟังอยู่นี้ ท่านคงคิดแบบเดียวกันแน่นอน

ก็แหม...มิติกว้างลึกไม่ต้องพูดถึง มันไม่ได้ไปขยายวงหรือสัดส่วนเวทีเสียงให้แผ่ล้นชนผนังเช่นที่เกิดขึ้นกับเครื่องหลักหรืออุปกรณ์อื่น ถ้าต้องการคุณสมบัติอย่างนี้ ไม่ต้องหาจากเครื่องกรองไฟชั้นดีนะครับ สายไฟที่ดีเด่นในทางนี้ มีให้เลือกหามาใช้งานบานกระบุง แต่จุดที่ Model2 ทำงานนั้น ลึกล้ำแยบยลไปกว่าที่สายไฟราคาเท่ากันหรือสูงกว่าทำได้ตรงที่มันไปขจัดปัดเป่าหมอกควันที่ขุ่นหนาจนกลบรายละเอียดในบริเวณขอบเวทีโดยรอบ ทำให้เวทีเสียงมันกว้าง-ลึกอย่างที่ควรจะเป็นต่างหาก, ตรงนี้สิแน่จริง

ที่น่าติดตามไม่แพ้กัน สำหรับท่านที่ชื่นชอบหรือสะสมแผ่นประเภทเน้นมิติเสียง เน้นตำแหน่งแห่งที่ภายในเวที Model2 จะเสริมให้การจำลองภาพพจน์ทางมายาที่ท่านเคยสงสัยคลางแคลงใจ ตำแหน่งที่ได้ยินนั้นใช่ที่ควรเป็นหรือไม่ อย่างไร ท่านจะจำแนกระยะที่เว้นห่างและตัดกันของตำแหน่งชิ้นดนตรีและเสียงต่างๆอย่างที่ไม่เคยนึกว่าต้องทำเช่นนี้ ไม่ต้องใครละครับ ตัวผู้เขียนเองนั้นค่อนข้างมั่นใจในตำแหน่งวางลำโพงอยู่พอสมควร เนื่องจากคุ้นเคยกับห้องฟังตนเองมานานนับปี ยังต้องมาตายน้ำตื้นก็คราวนี้เอง, เซ็ตลำโพงผิดไปตั้งสองมิลล์

เล่นเอาต้องเซ็ตตำแหน่งการจัดวางลำโพงกันใหม่กันเลย

อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผู้เขียนเป็น 'หูทอง' เพราะถ้าใช่จริง ที่ผ่านมาคงรู้มาก่อนแล้วมาตำแหน่งยังไม่ตรงจุด ก็ได้ Model2 นี่แหละที่มาเสริมศักยภาพในชุดฯ ทำให้มองเห็นจุดบกพร่องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้เป็นเพียงจุดเล็กน้อย

กับระบบโฮมเธียเตอร์ก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน รายละเอียดที่อ้างถึงในการฟังเพลงขั้นต้น มันส่งผลในลักษณะเดียวกันกับการใช้งานในการดูหนังทุกกระเบียดนิ้ว ความสะอาดของเนื้อเสียงที่ช่วยทำให้ได้ยินรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่สงัด หรือบทพูดบทสนทนาทั้งหมด เป็นไปอย่างชัดถ้อยชัดคำดีมาก

ยิ่งเป็นเรื่องลำดับชั้นของตำแหน่งที่เสียงปรากฏนั้น กระซิบดังๆว่าแม่นยิ่งกว่าแม่น ราวกับเกิดขึ้นตรงนั้นจริง ทั้งที่เมื่อมองดูด้วยสายตาแล้ว นั่นมันพื้นอากาศว่างเปล่าชัดๆ

ผีหลอกกลางวันเข้าแล้วไง!

ด้านภาพนั่นหรือ ไม่ผิดเพี้ยนจากที่คาดเดา Model2 ช่วยเพิ่มความสะอาด ใส สว่างไสวของภาพ ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า หลุดลอยเป็นสามมิติ ทั้งที่ทั้งหมดกำเนิดจากจอภาพแบนๆ

คอนทราสต์ที่ยอดเยี่ยม แม้โทนหลักของภาพจะติดไปทางสว่าง แต่รายละเอียดในส่วนที่มืดน้อยไปสูมือมากจนถึงลำดับสุดท้ายคือมืดสนิท ต้องยอมรับในจุดนี้ว่า Model2 แยกแยะได้ละเอียด สำแดงลำดับชั้นตื้น-ลึก อ่อน-แก่ หนัก-เบาอย่างตรงไปตรงมา

เรียกได้ว่ามีทั้งชัดตื้นและชัดลึกครบอยู่ในฉากเดียวกัน

ในด้านสีสัน ก็ช่วยให้สามารถจำแนกโทนสีของภาพได้แม่นยำขึ้น ในฉากแอ็คชั่นที่สลับมุมกล้องไปมาอย่างรวดเร็ว สามารถทราบได้ว่าแต่ละฉากมีการจัดโทนสีแตกต่างกัน ซึ่งประเด็นเดียวกันนี้ แทบจะจับความแตกต่างได้น้อยมากเมื่อไม่ได้ใช้

ขอแวะข้างทางสักนิด ยกตัวอย่างเช่นฉากพายุในหนังเรื่อง X-Men2 ฉากแอ็คชั่นที่สลับมุมกล้องไป-มาอย่างรวดเร็ว หากไม่สังเกต คงไม่สามารถจำแนกสีสันและโทนภาพได้อย่างละเอียด เนื่องจากการตัดภาพไป-มาค่อนข้างเร็ว แต่กับ Model2 นั้น มันทำให้ผู้เขียนถึงกับเห็นระดับความแตกต่างขอโทนสีในแต่ละมุมกล้องได้อย่างชัดเจน ในช่วงเดียวกันที่โทนสีหลักต้องออกไปทางสีเทา ให้รู้สึกถึงเมฆครึ้มจากกลุ่มพายุที่โรมรันเข้าขัดขวางเครื่องบิน บางฉากที่ว่ากลับให้โทนสีออกไปทางเขียวอย่างไม่ต้องเพ่งมอง มันค่อนข้างแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ด้วยตาเปล่าแม้จะไม่สังเกต

ทีนี้มาดูกันว่า ควรใช้ Model2 กับเครื่องประเภทใด?

แม้ทาง Shunyata เองจะเคลมว่า Model2 สามารถส่งผ่านกระแสไฟได้มากพอสำหรับชุดเครื่องเสียงทั้งชุด ซึ่งเท่าที่ผู้เขียนลองเล่นมาระยะเวลาหนึ่ง ก็พบว่าส่วนใหญ่มักจะพบลักษณะเด่นที่ส่งเสริมกับชุดได้เป็นอย่างดี แต่ก็ควรเว้นไว้บ้างสำหรับเพาเวอร์แอมป์ประเภทสองคนหามสามคนแบกไว้สักข้อหนึ่ง ส่วนเพาเวอร์ระดับกลางๆกำลังวัตต์และกำลังสำรองไม่สูงนัก น่าจะเป็นทางออกที่ลงตัวกว่าในบางเงื่อนไข

ส่วนเครื่องชนิดอื่นตั้งแต่แหล่งโปรแกรมยันไปถึงปรีแอมป์ อินทีเกรตแอมป์ รวมไปถึงอุปกรณ์แสดงภาพทุกชนิด ผู้เขียนขอเรียนว่า มันช่วยเสริมศักยภาพในทุกด้านเท่าที่ชุดๆนั้นจะพึงมี ให้ปรากฏออกมาในรูปแบบของเนื้อเสียงที่สะอาด กระชับ โปร่งใสโดยไม่หยาบกระด้างได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

ท่านที่สนใจแนวทางการใช้เครื่องกรองไฟในลักษณะนี้ ไม่ควรพลาดในการลองฟังครับ


 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com