Progold GP5

 
  X-Wire Space Odyssey
  X-Wire Rhythm (XLR) Interconnect
  QED SILVER SPECIAL 25th
  ปลั๊กลอย-หิมพานต์
  ก้อนอิทธิเจ
  Cardas Cross XLR Interconnect
  Acoustic Revive RIQ5010, 5010W
  Acoustic Lab Jupiter Power Cord
  Acoustic Revie RD-3
  มหัศจรรย์อุปกรณ์เสริม “ตัวอุด”
  Acoustic Revive : QR-8
  ลองเล่น : ลองเล่นกับไฟ
  PS Audio : Noise Harvester

  Miss Thailand Interconnect 2
 
Miss Thailand Interconnect
 
Wattgate 330iAG :: Dynamic Silver
 
Wattgate 381 AG :: Silver Arrow
 
สายไฟ เอซี JPS Inwall Power Cord
 
Tip Toe : Britannia
 
ดินน้ำมันเดอะหั่ง
 
Monster Quick Lock
 
Gutwire Note Pad
 
Master Stand 2217
 
Shunyata Research Hydra II
  Acoustic Zen Tsunami MK ii
  ACME IEC Inlet
  Eichmann Technologies Topper
  Dragonfoot
  Tip Toe : Michell Tender Feet
  Cardas :: Cuboild Woodblock
  Shurtter Connecter 4781.0100
  Hi-Fi Jack
  ลองเล่น FIM 302 + 303
 
ลองเล่น Hi-Fi Trick
  Isoclean Power ICP-002
  Cardas Cross : Wattgate Signature
  Hovland Main Line
  Alphacore : MI-3 Divinity
  Tip-Toe : Stillpoints
  AV Zone IS500 Plus
  Supra LoRad 2.5
  Monster M351
  สายสัญญาณ Cardas Audio
  5 ปลั๊กไฟเอซี (Receptacle)
  3 ทางเลือกขั้วปลั๊กไฟฯ
  สายลำโพง Ecosse CS2.3 
  EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ
  Tip-Toe : Fine Ceramic

ลองเล่น...เล่นกับไฟ

โดย..." Gold Lighton "
E-Mail : grreview@hotmail.com
Page 2....


ว่าจะเล่าให้มิตรรักแฟนเพลงได้ทราบกันหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดงานการที่พุ่งโถมเข้ามาก็เป็นเหตุให้ไม่ได้เล่าถึงปลั๊กลอย Hi-Fi Plug จาก “ เดอะหั่ง ” เจ้าเก่าสักที
มันก็เป็นเรื่องที่น่าฉงนสนเท่ห์สำหรับใครหลายคนทั้งที่เล่นและไม่เล่นเครื่องเสียง หรือแม้แต่นักเล่นบางคนที่มีพรรษาการเล่นเครื่องเสียงเกินสิบๆปีขึ้นไป ว่าไอ้ปลั๊กไฟที่ส่งแรงดัน 220 โวลต์ที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ตัวเล็กๆจะไปมีผลอะไรกับเครื่องเสียงกันถึงขั้นฟังความแตกต่างออก แล้วบรรยายได้เป็นคุ้งเป็นแควอย่างที่เซียนๆทั้งหลายเขาว่ากัน
ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีแรกผมคิดว่ามันน่าจะได้ผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายในทิศทางเดียวกันเมื่อวันเวลาผ่านไปนานมากขึ้น หมายถึง เมื่อมีประเด็นให้บุคคลโต้แย้งกันมากขึ้น มันก็น่าจะเข้าสู่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ปรากฏ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ ความสงสัย คลางแคลงใจก็น่าจะหมดไปจากกลุ่มนักเล่นเครื่องเสียง ในที่นี้, ไม่ได้หมายความว่าจะ “ ต้องฟัง ” ออกหรือ “ ฟังไม่ออก ” แต่หมายถึงข้อสรุปในขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นหนึ่งในสองข้อนี้แน่นอน
แต่อย่างว่าแหละครับ เรื่องที่ดูง่าย แท้จริงมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะถ้าเป็นเช่นที่คิดจริง จนป่านนี้ตัวผมเองยังถูกค่อนแคะว่าเป็นพวกสะกดจิตตัวเองอยู่เลย ก็ไม่รู้ว่ามันจะสะกดจิตตัวเองยังไงได้ตั้งหลายปี
แต่ก็เอาล่ะ, เรื่องที่มีมูลมันย่อมต้องมาจากเหตุ จะว่าเป็นเรื่อง “ สะกดจิตตัวเอง ” มันก็ใช่ส่วนหนึ่งถ้ามองจากมุมคนคัดค้าน เพราะผมก็บอกตัวเองเสมอว่าถ้าอะไรที่คนอื่นฟังออก หูของเราก็มี (และยังปกติ) มันก็ต้องฟังออกเหมือนกันสิ (วะ) อีแบบนี้มองในมุมของเขาเหล่านั้น มันก็ถูกต้องเพราะมีความพยายามหรือเข้าข้างตัวเองอยู่หน่อยๆเป็นเชื้อไว้พอประมาณอยู่แล้ว
จับความแตกต่างออกคนเดียวไม่พอ ยังไปปล่อยเชื้อบ้า ทำตัวท่าเป็นผู้รู้ ชี้นำให้คนทำตามอีกเพียบ อย่างนี้ไม่เรียก “ สะกดจิตเดี่ยว ” แต่ต้องนิยามว่าเป็นการ “ สะกดจิตหมู่ ” ได้แล้วพวก...อันนี้มุมมองของคนเห็นค้านเขาว่ากันมาให้ได้ยินแว่วๆเสมอ
ครั้นคิดไปอีกมุมหนึ่งเพื่อหักล้าง, ต้องใช้คำถามเพื่อเป็นคำตอบ...ไม่ทราบใครเคยปั่นจักรยานบ้าง?
ตอนเด็กที่หัดปั่นจักรยาน ร้อยทั้งร้อยจะเริ่มจากการปั่นจักรยานสี่ล้อเป็นเบื้องต้น มีพี่เลี้ยงคอยดูแล คอยสอนให้หัดบังคับขา (เพื่อปั่น) ให้สัมพันธ์กับแขน (เพื่อบังคับทิศทาง) ส่วนเรื่องที่ยากกว่าคือการทรงตัวบนล้อเพียงสองล้อนั้น เอาไว้ว่ากันหลังจากรู้หลักใหญ่ๆทั้งสองให้เคยชินก่อน
เมื่อถึงเวลาที่ควบคุมแขนขาให้สัมพันธ์กันดีแล้ว ก็ต้องให้พี่เลี้ยงนี้แหละที่คอยจับ คอยประคองให้จักรยานสองล้อทรงตัวได้ กว่าจะเริ่มควบคุมรถโดยปราศจากพี่เลี้ยงได้ ต้องแลกด้วยเลือดที่แขนขากันสักหลายแผลก่อนเป็นค่าขึ้นครู
พอชำนาญหน่อยความคะนองในใจก็บังเกิด ที่ปั่นเพื่อเดินทางชักจะไม่โก้อย่างที่คิดเสียแล้วครับท่าน มันต้องหาลีลาทีเด็ดไว้โชว์เพื่อนหรืออวดสาวๆให้เห็นแล้วต้องตะลึงตึงตึง เห็นเพื่อนฝูงปั่นผาดโผนด้วยการปล่อยมือ ก็หัดทรงตัวปล่อยมือกับเขาบ้าง สุดท้าย...มันก็ต้องละเลงเลือดทาถนนกันสักหน่อย เพื่อให้คุ้มค่ากับสิงห์นักปั่นที่ริอยากโก้เก๋ และความเท่ห์ที่กินไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะถามต่อเนื่องให้คิดใคร่ครวญไปพร้อมกันว่า ปั่นจักรยานเป็นแล้ว...เป็นเลยหรือไม่?ถ้าเป็นแล้วเป็นเลย ถามต่อว่าท่านหัดปั่นได้ด้วยตัวท่านเอง ไม่ต้องมีใครสอน?
หรือถ้าหัดปั่นเองได้ ถ้าไม่ฝึกฝนจนชำนาญ จะสามารถปล่อยมือปั่นได้โดยไม่ล้มหกคะเมนตีลังกา?
ถึงบรรทัดนี้ ท่านตอบให้ผมฟังคงไม่ได้ยินอยู่ดี คำตอบทั้งหมดที่ท่านรู้อยู่แก่ใจนั่นแหละ คือคำตอบเดียวกันกับที่ผมจะตอบ
ขึ้นต้นว่า “ สะกดจิต ” นั่นแล้ว ถึงวันหนึ่งมันก็ต้องมีคลายสะกด ถ้าเกิดเปรียบเทียบแยกแยะความแตกต่างเพียงเล็กน้อยออกได้ชัดเจนต่อหน้าผู้สะกดจิตแล้ว สักวันสิ่งที่สะกดไว้ให้ฟังออก มันต้องคลายสะกดกลายเป็นคนฟังความแตกต่างไม่ออกอยู่ดี ทำนองว่าวันนี้ฟังออก พอข้ามวันก็กลับมาเป็นฟังไม่ออกนั่นแหละ
เช่นเดียวกับเรื่องการปั่นจักรยานที่ยกขึ้นมาอ้าง ถ้าวิธีการเดียวกันกับที่ผมสาธิตให้นักเล่นทั้งหลายฟังนั้นเป็นการสะกดจิตจริงๆ การแนะนำหรือสอนปั่นจักรยาน การหัดว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเรียนภาษาต่างประเทศ ก็ย่อมเรียกได้ว่า “ สะกดจิต ” เช่นเดียวกัน เพราะวิธีการไม่แตกต่างแม้แต่น้อย แต่ถ้าไม่สามารถเรียกได้ว่า “ สะกดจิต ” เรื่องอุปกรณ์เสริมเครื่องเสียงก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการ “ สะกดจิต ” เช่นเดียวกัน
นั่งเล่าเรื่องนี้ให้พรรคพวกฟัง พวกถามกลับมาสั้นๆว่า
“ ถ้าเอ็งฟังออก เพราะทดลองฝึกฝนจนได้ผลแบบเดิมซ้ำๆเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วเขาก็บอกว่าเอ็งสะกดจิตตัวเอง แล้วการที่เขาเหล่านั้นฟังไม่ออก ทั้งที่ไม่เคยฟัง ไม่เคยฝึกมาก่อน บอกแต่ฟังไม่ออกแน่นอนเพราะไม่มีหลักการมารองรับ เขาที่ว่านี่ไม่ได้สะกดจิตให้ตัวเองฟังไม่ออกหรือไง? ”
เอาล่ะครับ, โต้กันไปมากกว่านี้ผมว่าชักจะไม่เข้าท่าแล้ว กลับมาต่อเรื่อง Hi-Fi Plug จาก “ เดอะหั่ง ” กันต่อดีกว่า
ในฐานะที่ผมเองได้ซื้อ Hi-Fi Plug มาใช้งานเป็นส่วนตัวมาหลายปี ขณะเดียวกันความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยก็มักจะประกอบปลั๊กลอยด้วยเทคนิควิธีการต่างๆเพื่อมาประชันกับ Hi-Fi Plug อยู่เสมอ เรียกว่าว่างเมื่อไหร่เป็นไม่ได้ ต้องดิ้นรนหาเรื่องใส่ตัวอยู่ร่ำไปเพราะความคันคะเยอในตัวก็สูงเกินพอดี แล้วปลั๊กลอย Hi-Fi Plug ตัวนี้ ผมเองก็ซื้อมาใช้งานในจริงๆไม่ได้ขอยืมจาก “ เดอะหั่ง ” มาลองฟังเพื่อรีวิวเช่นอุปกรณ์ตัวอื่น มันจึงเป็นเรื่องสนุกอย่างมากสำหรับคนมือคันอย่างผมที่จะทดลองสลับสับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆไปตามเรื่อง
ว่ากันในภาพรวมของ Hi-Fi Plug , เป็นปลั๊กลอยดูเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนัก ส่วนประกอบหลักแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน ส่วนแรก, บล็อกไม้ประดู่ขุดทั้งชิ้น ไม่มีรอยเชื่อมต่อ เนื้องานการขัดและเคลือบเงานั้น เข้าขั้นงานเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี
ส่วนที่สอง, ปลั๊กผนัง ซึ่งปัจจุบันนี้ “ เดอะหั่ง ” ใช้ปลั๊กของ Eagle เกรดธรรมดาเป็นพื้นฐาน ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เว้นแต่ลูกค้าระบุความต้องการเป็นปลั๊กผนังระดับออดิโอเกรดมาเท่านั้น จึงจะเปลี่ยนให้ตามความต้องการ
ส่วนที่สาม, ชุดสายเดินภายในที่ต่อเชื่อมกับเบ้าเสียบอย่างดี ตรงนี้แหละครับทีเด็ดซึ่งเป็นไม้ตายของ Hi-Fi Plug! ใครที่เคยประกอบปลั๊กลอยด้วยตัวเองจะทราบว่า หากไม่มีความชำนาญในการประกอบแล้ว ลำพังสายเดินภายในเพียงชุดเดียวยังทำเอามือแทบพัง แต่ “ เดอะหั่ง ” กลับผสมสายเงินฉนวนเทฟล่อนที่มีหน้าตัดใหญ่ถึงสามเส้นต่อชุด (ไลน์, นิวตรอน, และกราวด์) เท่ากับว่ามีสายที่ต่อเชื่องเข้าปลั๊กหนึ่งตัวจำนวนเก้าเส้น ทั้งยังต่อเชื่อมจากเบ้าเสียบแบบขนาน ซึ่งหมายถึงสายเดินภายในทั้งสองปลั๊ก (สิบแปดเส้น) ต่อเชื่อมเข้าที่เบ้าเสียบทั้งหมดหนึ่งตัว !
ลองคิดดูนะครับ สายเดินภายในเส้นหนึ่งใหญ่เท่าไม้ขีดไฟหนึ่งก้าน แล้วสายทั้งหมดหกเส้นต่อชุดมาต่อรวมกันที่ปลายขาของเบ้าเสียบเพียงจุดเดียว มันจะประกอบและเชื่อมด้วยความยากเย็นเพียงไหน และรองรับกระแสไฟที่ไหลผ่านตัวมันส่งเข้าสู่ตัวปลั๊กผนังได้มากเพียงใด
ทั้งสามส่วนนี้ คือส่วนประกอบหลักของ Hi-Fi Plug จาก “ เดอะหั่ง ” ซึ่งดูจากโครงสร้างแล้ว ก็ไม่ได้แปลกประหลาดพิสดารจากปลั๊กลอยอื่นๆแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ดูเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไรนี่แหละที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามกันไป
มาว่ากันเรื่องคุณภาพเนื้องานกันบ้าง ผมเองอาจจะไม่ได้ใช้งาน Hi-Fi Plug มาเป็นสิบๆปี แต่ด้วยเวลากว่าเจ็ดปีที่ใช้งานปลั๊กลอยตัวนี้ เปลี่ยนปลั๊กผนังมาแล้วแทบทุกยี่ห้อที่มีนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย (สุดท้ายมาจบที่ Wattgate 381 ทั้งสองตัว) ขอยืนยันในความแข็งแรงแน่นหนาในการประกอบทุกจุด Hi-Fi Plug ไม่เคยทำให้ต้องผิดหวังในจุดนี้แม้แต่ครั้งเดียว
เนื้องานทางเสียงนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนที่ปลั๊กผนังออดิโอเกรดทั้งหลายจะเป็นที่นิยมแพร่หลายเช่นทุกวันนี้ ผมก็ว่ามันให้คุณภาพที่สมราคาค่าตัวไม่น้อย แม้ราคาที่ซื้อมาใช้ในช่วงหลายปีก่อน “ เดอะหั่ง ” จะคิดราคาแบบคนกันเองที่ 5,500 บาทต่อปลั๊กลอยหนึ่งชุด ซึ่งนับว่าสูงเอาเรื่องในช่วงที่ไม่มีกระแสสนับสนุนจากเมืองนอกก็ตาม (ตอนนี้ปรับราคา Hi-Fi Plug ขึ้นไปอยู่ที่ 6,500 บาทต่อหนึ่งชุด)
สุ้มเสียงก็เป็นตามสไตล์ “ เดอะหั่ง ” นั่นคือน้ำเสียงที่นุ่มนวล ออกไปทางอ่อนหวานประปรายติดปลายนวมตลอด เป็นความนุ่มนวลจากเนื้อเสียงที่ละเอียดและแนบเนียน ไม่หวานจนเลี่ยน เพียงแต่ในแง่ความฉับพลันทันทีทันใด หรือจะแจ้งเด็ดขาดนั้น Hi-Fi Plug จะผ่อนปรนให้ฟังสบายเป็นพื้น ประเภทเสียงคมเสียงแข็ง เสียงแห้ง หรืออะไรเทือกนี้ ไม่มีได้ยินจาก Hi-Fi Plug ละครับ
พละกำลังก็เป็นจุดหนึ่งที่เด่นมากๆ แม้น้ำเสียงจะค่อนไปทางนุ่มนวล แต่เรี่ยวแรงและพลังขับเคลื่อนในระดับความดังสูงๆนั้น ตรงนี้ต้องยกนิ้วโป้งให้สองนิ้วงามๆทีเดียว เสมือนหนึ่งเพิ่มกำลังของแอมป์ขึ้นอีกระดับ ฟังได้นานโดยไม่มีความเครียดล้า ไม่มีเสียงจัดจ้านแม้แต่น้อย
รูปวงก็ทำได้สวยงามครับ มันเสริมการกระจายตัวของชิ้นดนตรีต่างให้มีช่องไฟกว้างขวางมากขึ้น พื้นเสียงกระจ่างใส สำเนียงส่วนใหญ่จะกระเดียดไปทางโทนสว่าง ทั้งที่ตัวเนื้อเสียงนั้นออกจะนุ่มนวล ฟังนานๆแล้วเปลี่ยนเป็นปลั๊กติดผนังตัวเดิมๆ เรียกว่าลำโพงที่อุตส่าห์เซ็ตให้หายไปในตอนแรก กลับโผล่ขึ้นตรงหน้า หาตำแหน่งลำโพงเจอในทันที
ด้วยความสงสัยจึงเปลี่ยนกลับไปใช้ Hi-Fi Plug ใหม่อีกครั้ง นั่นไงล่ะ ! ลำโพงคู่เดิมนี่แหละหายวับไปต่อหน้าต่อตาทันที
ใช้งานมาได้สามสี่ปี หลังจากที่หัดประกอบสายเดินภายในมาชิงแช้มป์กับสายเดินภายในของ Hi-Fi Plug ผมเริ่มรู้ว่าไม่ใช่เพียงแต่คุณภาพของสายเดินภายในเท่านั้น แต่หมายถึงการจูนเสียงของสายเดินภายในให้เข้ากันได้ดีกับเนื้อไม้อีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงในการออกแบบอุปกรณ์เครื่องเสียง เหมือนการวาดภาพศิลปะชิ้นหนึ่ง ซึ่งไม่ได้วัดกันที่คุณภาพสีหรือพู่กันที่ใช้วาด แต่ต้องรวมเอาทักษะความสามารถ และประสบการณ์ของศิลปินผู้นั้นเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้เกิดงานศิลปะชั้นดี
หลายท่านอาจจะเถียงในใจ...แล้วถ้าพู่กันไม่ดี สีก็ห่วย มีฝีมือแล้วมีค่าอะไร?
จริงครับ, เมื่อวัดกันที่มูลค่า แต่ขอถามว่างานศิลปะชั้นดีมันวัดกันที่ “ มูลค่า ” หรือ “ คุณค่า? ”
เรื่องนี้สองคนยลตามช่อง ท่านผู้เจริญด้วยปัญญาทั้งหลายย่อมหาคำตอบได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว ผมจะไม่ชี้นำเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ
กลับมาว่ากันที่ Hi-Fi Plug กันต่อ, หลังจากเคยชินกับเสียงอยู่นาน ความทะเยอทะยานในใจก็รบเร้าให้เกิดการท้าทายความสามารถของ “ เดอะหั่ง ” อีกครั้ง
“ ผมต้องการให้เฮียจูนเสียงของสายเดินภายในให้เข้ากันได้ดีกับ Wattgate 381 ที่ต้องการคือให้มันคงความอิ่มหวานเช่นเดิม แต่เติมไดนามิกให้เต็มที่กว่าเดิม...เฮียทำได้หรือเปล่า? ”
“ เดอะหั่ง ” ขอเวลาหนึ่งสัปดาห์ในการทำสายเดินภายในชุดใหม่ทั้งหมดด้วยเงื่อนไขที่ว่า ถ้าไม่ได้อย่างที่ผมต้องการ จะไม่ยอมคิดเงินผมแม้แต่สลึงเดียว ! (ได้เลยครับ...ถ้าไม่ดีจริงอย่างที่ว่า พ่อจะติให้เสียราคาปลั๊กลอยในตำนานไปเลย)
เมื่อถึงเวลานัด ผมได้รับ Hi-Fi Plug ที่ผ่านการอัพเกรดมาอีกครั้ง ด้วยความสงสัย ผมจึงตัดสินใจเปิดฝาครอบดูรายละเอียดของสายเดินภายในที่อัพเกรดให้ทั้งหมดอีกครั้ง พบว่าสายเดินภายในเป็นของใหม่หมดทุกชิ้น แต่คราวนี้มีการเสริมเส้นสายหลายขนาดเข้ามาร่วมแจมด้วยพอสมควร กะเกณฑ์จากสายตาของหน้าตัดสายทั้งหมด คิดว่าต้องใช้เวลาเบิร์นอินให้เส้นสายเข้าที่ไม่ต่ำกว่า 200 ชั่วโมงแน่นอน
ความที่ใจร้อน “ เดอะหั่ง ” ลับตาไปได้ไม่นาน ผมรีบขึ้นไปต่อ Hi-Fi Plug เข้าในระบบทันที คิดในใจว่าอย่างน้อยที่สุด ถ้ามันมีแววดีอยู่ในตัว มันต้องเผยออกมาให้ได้ยินบ้างล่ะ (วะ)
แล้วก็เป็นดังที่คาด สุ้มเสียงเข้าสู่จุดสมดุลมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด รายละเอียด และน้ำเสียงชัดคมและมีน้ำหนักย้ำเน้นอย่างที่ต้องการ แต่คล้ายเร่งสปีดเสียงทั้งหมดให้เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียว ยังคงมีอาการเสียงอั้นให้ได้ยินตลอด คงต้องใช้เวลาเบิร์นอินสักระยะเพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้แล้วค่อยวัดผล
ผมแปลกใจอย่างมาก ที่สายเดินภายในของ Hi-Fi Plug เบิร์นอินนานเกินมาตรฐานทั่วไปมากทีเดียว ใช้เวลาไปทั้งสัปดาห์ต่อเนื่องก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางสักที มาถึงบางอ้อก็ตอนที่ถาม “ เดอะหั่ง ” อีกครั้งว่าต้องใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ขึ้นไปจึงจะพ้นระยะเข้าเบรก
ผมเขียนไม่ผิดครับ “ สองสัปดาห์ ” 14 วันต่อเนื่อง ! เกือบ 350 ชั่วโมง !!!
อะไรมันจะบ้าเลือดขนาดนั้น แค่เปลี่ยนสายเดินภายในใหม่ช่วงสั้นๆ เล่นเบิร์นกันต่อเนื่องยังใช้เวลาขนาดนี้อย่างกับเปลี่ยนปลั๊กใหม่ทั้งชุด ถ้าใช้ฟังแบบนักเล่นทั่วไป มิต้องใช้เวลากันหลายเดือนดอกหรือ? แต่ความจริงก็คือความจริง พอเริ่มเข้ากลางสับดาห์ที่สามนั่นแหละ ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางอย่างที่ “ เดอะหั่ง ” ว่าไว้จริงๆ
กลับมาฟังที่สุ้มเสียงอีกครั้ง ทุกแนวเพลงที่ฟังได้ว่าสปีดค่อนไปทางเร็วเกินไป กลับเข้าสู่จุดสมดุลดีมากคือไม่เร็วและไม่ช้าอย่างน่าทึ่ง เรียกว่าพอดิบพอดีกว่าตอนที่ยังไม่เปลี่ยนสายเดินภายในที่ติดไปทางหน่วงช้านิดๆเหมือนหนังคนละเรื่องทีเดียว ตรงนี้สำคัญมาก, เพราะทำให้เข้าถึงอารมณ์เพลงได้ดีขึ้น ซึ่งถ้าจะคิดถึงแง่ความเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณที่เอาความเปลี่ยนแปลงมากๆเป็นตัวชี้วัด ผมว่า Hi-Fi Plug อัพเกรดอาจสอบตกรอบแรกสำหรับใครหลายคนไปก่อนแน่นอน
แต่ถ้าวัดกันที่คุณภาพของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเชิงลึกตามอัตตาของผม ไม่ใช่ “ ดีขึ้น ” แต่ต้องใช้คำว่า “ สมบูรณ์แบบ ”
ก็ความเปลี่ยนแปลงทางเสียงที่เรามองว่าเล็กน้อยนี่แหละครับ แต่เป็นส่วนของความน้อยที่ลงตัว เหมือนเวลาที่เรากินหูฉลามหม้อละเป็นหมื่น ถามว่าซ้อสเปรี้ยว (จิ๊กโฉ่ว) ที่จะใช้กินร่วมกับหูฉลามเพียงเล็กน้อย จะต้องเป็นซ้อสเปรี้ยวอย่างดีจำนวนเล็กน้อย หรือซ้อสเปรี้ยวเกรดต่ำจำนวนมาก?
หรือถ้าจะให้ชัดเจนกว่านั้น คำว่า “ เที่ยงตรง ” คือเที่ยงตรง ไม่ใช่สิบเอ็ดโมงห้าสิบเก้านาที หรือเที่ยงหนึ่งนาที ความพอดีที่ว่านี้ คือไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป ก็เข้าข่ายเดียวกัน
เช่นเดียวกับเครื่องเสียง แม้นิยามทางเสียงของ Hi-Fi Plug จะไม่ถึงขั้น “ เที่ยงตรง ” ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังคงมีสีสันเฉพาะตัวหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เพียงแค่การเปลี่ยนสายเดินภายในของ Hi-Fi Plug เข้าไปในจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว ปริมาณและความยาวของสายที่ใช้ก็ไม่มากมายอะไรเช่นที่ใช้ในตัวเครื่อง แต่ถ้าคุณภาพของสายเดินภายในของปลั๊กต้นทางถูกยกระดับให้เหนือขึ้นมาอีกชั้น นั่นหมายถึงเครื่องทุกเครื่องที่ต้องเสียบและบริโภคกระแสไฟจากมันทั้งหมดทุกเครื่อง จะต้องมีคุณภาพเพิ่มขึ้นทุกเครื่องและทุกส่วนอย่างเท่าเทียม และด้วยระยะทางที่ห่างจากเครื่องเคราต่างๆอยู่พอสมควร บุคลิกและอิทธิพลทางด้านน้ำเสียงของปลั๊กลอย จึงไม่ไปรบกวนให้เกิดการเบี่ยงเบนน้ำเสียงหลักๆมากเกินไป ทำให้เครื่องเสียงทำงานได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่คุณภาพเสียงดีขึนเพราะถูกเบี่ยงให้เสียงเปลี่ยนไป ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าเสียงที่เปลี่ยนไปในทิศทางนั้นๆ จะดีขึ้นหรือแย่ลง และก็บอกไม่ได้ว่า ที่ดีขึ้นหรือแย่ลงดังกล่าว จะคงอยู่ในสภาวะนั้นได้นานเท่าใด
ผลรวมของการใช้งาน Hi-Fi Plug เข้าไปในระบบ จึงพอสรุปความได้ดังนี้
หนึ่ง, บุคลิกน้ำเสียงที่สดใส สว่าง ถึงพร้อมด้วยรายละเอียดเสียงทั้งรายละเอียดหลัก (ในเชิงปริมาณ) และรายละเอียดหยุมหยิม (ในเชิงคุณภาพ) ลีลาที่ค่อนไปทางอิ่มหวานประปราย ทำให้เกิดความต่อเนื่องลื่นไหล ชวนให้เกิดความเพลิดเพลินในการฟังดนตรีต่างๆได้เป็นอย่างดี
สอง, คุณสมบัติด้านไดนามิกที่ค่อนข้างครบเครื่อง มันเป็นปลั๊กลอยตัวหนึ่งซึ่งไม่เพียงเด่นในแง่การให้พละกำลังในการถ่ายทอดทุกๆเสียงออกมาในลักษณะที่เรียกว่า “ ปลดปล่อย ” ไม่มีอาการอั้น ตื้อ หรือบีบให้ขอบเขตไดนามิกเร้นจ์หดแคบลง ตรงกันข้าม, มันยังช่วยขยายให้ขอบเขตดังกล่าวกว้างขวางมากขึ้นอย่างเต็มที่อย่างที่ควรเป็น ไม่ว่าเครื่องเสียงชุดนั้นจะมีราคาระดับหลักหมื่นหรือทะยานขึ้นไปในชุดเครื่องเสียงหลักล้านบาท ! (ผมได้ลองใช้งาน Hi-Fi Plug กับชุดเครื่องเสียงกว่าสามล้านบาท พบว่ามันช่วยเสริมศักยภาพของชุดฯให้ทะยานขึ้นไปอีกไกลโข)
การแสดงความเปรียบต่างหรือไดนามิกคอนทราสต์ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน สมมติว่าปลั๊กลอยธรรมดาแสดงความเปรียบต่างของระดับเสียง 100 ดีบีได้ 50 ระดับ ก็เท่ากับว่าปลั๊กลอยตัวนั้นมีความละเอียดในระดับ 2 ดีบีต่อหนึ่งระดับ แต่ Hi-Fi Plug นั้นจะแสดงความเปรียบต่างที่ว่านี้ได้ถึง 200 ระดับ ซึ่งเท่ากับว่ามันสามารถแจกแจงไดนามิกคอนทราสต์ในช่วง 0 – 100 ดีบีได้ในระดับที่ละเอียดมากถึงขั้น 0.5 ดีบีต่อหนึ่งระดับทีเดียว
ไม่ใช่เพียงแค่ความละเอียดในการซอยความเปรียบต่างเท่านั้น “ ไทมิ่ง ” หรือการตอบสนองด้านเวลาก็มีความถูกต้องมากขึ้น เพลงที่ช้าก็ช้าจริง เพลงที่เร็วก็เร็วจริง เช่นนี้, การเข้าถึงอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงจึงมีความไพเราะและน่าติดตามขึ้นไปอีกมากชนิดที่พรรคพวกมานั่งฟังด้วยกันถึงกับเอามือไปลูบแขนตัวเองแล้วกล่าวลอยๆขึ้นมา... “ ขนลุกซู่เลยว่ะ ”
“ หนาวหรือครับ? ” ผมถามกลับ
“ ไม่ได้หนาว แต่ฟังลีลาการร้องของไฉ่ฉวินเพลงนี้ดีๆสิ ไม่เคยสัมผัสอารมณ์รันทดขนาดนี้มาก่อนเลย ” พวกตอบกลับทันควัน ขณะที่มือยังลูบแขนไปมา
ทั้งหมดจากปลั๊กลอย Hi-Fi Plug รุ่นอัพเกรด มีเพียงเท่านี้
มีแค่นี้?...ใช่ครับ ประสิทธิภาพของ Hi-Fi Plug มีแค่นี้จริงๆ ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้ ไม่ขาดหรือเกินไปจากนี้อีกแล้ว
สรุปสุดท้าย ผมต้องจ่ายเพิ่มอีก 2,500 บาทสำหรับค่าเสียหายทั้งหมดให้กับ “ เดอะหั่ง ” โดยแลกกับการเปลี่ยนสายเดินภายในใหม่หมดทั้งชุด และการอัพเกรดปลั๊กผนัง Wattgate 381 ในส่วนของกราวด์ เพื่อให้เกิดความเข้ากันได้กับสายเดินภายในชุดใหม่ที่เปลี่ยนเข้ามา
เอาล่ะ, เคาะเครื่องคิดเลขทบทวนอีกครั้งนะครับ เฉพาะตัว Hi-Fi Plug รุ่นปัจจุบัน ราคาล่าสุดเคาะกันอยู่ที่ 6,500 บาท ส่วนค่าอัพเกรดสายเดินภายในและระบบกราวด์ของปลั๊กผนังสำหรับ Hi-Fi Plug อยู่ที่ 2,500 บาท ซึ่ง “ เดอะหั่ง ” แจ้งว่าสามารถอัพเกรด Hi-Fi Plug ได้ทุกรุ่น ไม่มีข้อจำกัด
ท่านผู้อ่านที่รักอาจสงสัย แล้วการเพิ่มปลั๊กลอยอย่าง Hi-Fi Plug เข้าไปในระบบแล้วให้ผลต่างเพียงเท่านี้ สู้เอาเงินไปเปลี่ยนสายสัญญาณที่มีราคาเท่ากันไม่ดีกว่าหรือ?
ก็อย่างที่ผมได้เรียนไว้ตลอดว่าคุณสมบัติเพียงเล็กน้อยเท่านี้นี่แหละ ที่แม้แต่เครื่องเสียงในระดับราคาหลักแสนบาทหลายเครื่องยังไม่มีให้ อย่าว่าแต่สายสัญญาณหรือเครื่องที่มีราคาต่ำกว่าเลย หรือถ้าจะมีจริงๆซึ่งก็พบได้บ้างกับเครื่องบางรุ่นบางตัว แต่อาจมีให้ไม่ครบถ้วนทุกประการอย่างที่บรรยายมา คล้ายๆจะออกไปในแนวขาดๆเกินๆ หรือไม่ก็เกินๆขาดๆนั่นแหละ
เอาล่ะ ! , จะรีรอชักช้าใส่เกียร์ว่างเป็นไปใย ไปฟังให้รู้ด้วยหูตัวเองก็สิ้นเรื่องน่าจะถูกกาลเทศะ ผมทำหน้าที่ผมเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้ไป ก็ต้องอยู่ที่ท่านผ่านที่รักแล้วละครับ


[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com