ติดต่อ เดอะหั่ง 0-2565-4417 01-915-6121
ราคาแท่งละประมาณ 100 บาท
Hi-Fi Trick ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อป้องกันคลื่นรบกวนต่างๆทั้ง RFI (Radio Frequency Interface) หรือ EMI (Electro Magnetic Interface) แต่เป็นการออกแบบเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกเช่น ตัวเครื่อง พื้นผิวต่างๆที่สายวางอยู่ รวมถึงคลื่นเสียงที่เปล่งจากลำโพงเป็นหลัก เรียกได้ว่าพยายามหลีกเลี่ยงคลื่นแรงสั่นสะเทือนจากเสียงพวกนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
รูปร่างของ Hi-Fi Trick จะเป็นแท่งยางมีขนาดยาว 3 นิ้ว กว้าง 1 นิ้ว หนา 3/8 นิ้ว เจาะรูกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 4/8 นิ้ว ไว้ที่ปลายของทั้งสองด้าน โดยเจตนาให้ใหญ่ด้านหนึ่งเล็กด้านหนึ่ง
เท่ากับว่าเวลาร้อยสายเข้าไปกับแท่งยาง Hi-Fi Trick สายสัญญาณจะแตะอยู่กับส่วนของยางเพียงจุดเล็กๆ ซึ่งหากซื้อโดยตรงที่เดอะหั่ง ก็จะได้รับวัสดุแด็มป์ที่ใช้ตัดแล้วยัดเข้าไปในร่องที่เหลือได้เพื่อจูนเสียง เท่ากับเล่นได้สองแบบ อย่างแรกสุ้มเสียงจะสะอาด โปร่ง มีความสงัดรอบตัวโน้ตกำลังดี แบบหลังจะได้เนื้อเสียงอวบอิ่ม มีเนื้อหนัง ชุดเครื่องเสียงของท่านผู้อ่านขาดคุณสมบัติใดจูนแก้ทางตามที่แจ้งไว้ได้ตามใจนึก
แนวทางการใช้ก็อย่างที่เรียนไว้ว่าใช้ Trick ในการเล่นพอสมควรตั้งแต่จุดประสงค์หลักคือการใช้ร้อยสายสัญญาณ เพื่อให้เดินเป็นทางคู่ขนานกันตั้งแต่ต้นกำเนิดสัญญาณ ซึ่งจะให้คุณภาพเสียงที่ยกระดับจากการวางสายให้สัมผัสพื้นผิวต่างๆเช่นพื้นพรม พื้นไม้ปาร์เก้ต์ พื้นคอนกรีต และอาจจะเป็นโครงเหล็กของชั้นวางเครื่องซึ่งใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
ในส่วนของคุณภาพเสียง Hi-Fi Trick ไม่ได้ไปทำให้โทนเสียงเปลี่ยนแปลงมากมายนัก หากแต่จะลดความสว่างเจิดจ้าของเสียงให้ลดลงในระดับน่าฟัง เมื่อจัดจัดตำแหน่งให้ลงตัว เนื้อเสียงทั้งหมดจะกระชับ และมีมวลเสียงที่อวบอิ่มมีทรวดทรงขึ้นมา แต่จะไม่เน้นให้ขอบสันของอิมเมจฟังดูคมหรือขึ้นขอบ พูดง่ายๆว่าเป็นความกระชับที่มีมวลมีทรวดทรงแต่ไม่คมขึ้นขอบ
ข้อดีอีกข้อคือ มันเก็บเงาเสียงที่ฟุ้งรอบตัวโน้ตหลักๆด้วยความพอดี ไม่มาก (จนทึบ ห้วนแห้ง) หรือน้อยเกินไป (จนขาดความสงัด) ชุดเครื่องเสียงของผู้อ่านท่านใดที่ขาดคุณสมบัติทำนองนี้ เมื่อได้ลองใช้งาน Hi-Fi Trick ก็น่าจะต้องใจได้ไม่ยาก
หรือจะใช้เอามารองสายลำโพง (ตั้งด้านกว้างขึ้น) ก็ให้คุณภาพเสียงใช้ได้ดีเช่นกัน คุณสมบัติโดยรวมก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับร้อยสาย แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เสียงจะทึบ ขาดหางเสียงได้
อีกวิธีที่ใช้ได้ผลดี คือการใช้คล้องสายไฟสองเส้นที่ต่อจากปลั๊กผนังหรือปลั๊กไฟตัวเดียวกัน (ปลั๊กผนังทั่วไปจะออกแบบเป็นแบบ 2 ช่องเสียบ) โดยตัดในส่วนโค้งที่ร้อยสายออกเพื่อให้สามารถสวมสายเข้าไปได้โดยไม่ต้องถอดขั้วปลั๊กออกจากสาย จากนั้นสวม Hi-Fi Trick รัดโคนของสายไฟทั้งสองไว้ให้ตึงพอประมาณ จูนระยะห่างขึ้นลงบ้างเล็กน้อย ก็จะสามารถช่วยลดความกระด้างของเสียง เพิ่มความสะอาดและความสงัดรอบตัวโน้ตได้ดี แต่ต้องมีความละเอียดในการจูนบ้างอย่าให้แน่นหรือฝืนสายมากเกินไป มิเช่นนั้นเสียงจะขุ่นทึบได้
อันนี้ได้ยินจากนักเล่นรุ่นเก๋า ท่านว่าเอาไปใช้วางจูนห้อง โดยวางตามแผงดิฟฟิวเซอร์จะตั้งจะนอนก็ลองดูว่าทางไหนเหมาะกว่า ถ้าจับตั้งจะได้เสียงโปร่งกว่า ส่วนจับนอนจะได้เนื้อเสียงอิ่มมีมวลเข้มข้น แต่ที่ผู้เขียนชอบใจคือไอเดียในการใช้วางจูนบนหลังทีวี วางสักสองชิ้นแล้วดูตำแหน่งดีๆก็จะเห็นผลต่อภาพได้เช่นกัน (ไม่ชัดเจนเท่ากับใช้จูนสายและเครื่องโดยตรง เพราะไม่ได้กระทำโดยตรงกับอุปกรณ์หลัก ผู้อ่านที่เคยชินกับการปรับจูนอุปกรณ์อะคูสติกทั้งหลายน่าจะพอใจผลลัพธ์ดังกล่าว แต่สำหรับมือใหม่อาจต้องทำความคุ้นเคยกับการปรับสักนิด)
เอาเป็นว่าถ้าลองเล่นดูแล้วฟังไม่ออกก็ไม่ต้องซีเรียส เล่นไปสักพักเดี๋ยวมันก็จะฟังออกเอง อย่ากังวล กังวลแล้วจะฟังไม่ออก เซียนหูทองเขาว่าอย่างนั้น
สุดท้ายมาจากบทความ Sound Talk ของท่านเจเจ (สามารถดูรายละเอียดการสั่งซื้อหนังสือรวมเล่มได้ที่ www.audio-teams.com ราคา 170 บาทถ้วน) วีธีการคือเจาะรูตรงกลางของ Hi-Fi Trick เพิ่มจาก 2 เป็น 3 รู แล้วใช้ร้อยสาย Component Video ที่ใช้กับระบบภาพของเครื่องเล่น DVD ก็ส่งผลถึงสีสันของภาพที่อิ่มเข้ม แยกแยะมิติได้ดี รวมถึงช่วยให้การ Pan ภาพหรือสำแดงภาพเคลื่อนไหวให้มีความ Smooth เพิ่มขึ้นด้วย เก๋ไก๋ทีเดียว
ข้อจำกัด ?
การปรับจูนที่ไม่มีความละเอียดเพียงพอ จะมีผลต่อสุ้มเสียงทั้งหมดจะติดไปทางมืดมัว ขุ่นหนา ขับให้ตัวเสียงหลักเด่นชัดเกินไป ฟังดูแกนๆด้านๆทำนองนี้ อาการนี้จะพบได้ก็ต่อเมื่อใช้ในปริมาณมากเกินขนาดสักหลายสิบคู่ อันนี้ผู้เขียนว่ามากเกินไป ทุกอย่างควรอยู่บนความพอดี ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เสริมชนิดใดก็ตาม เล่นตามสมควรดีที่สุด
ชุดที่เหมาะสม ?
เหมาะที่สุดน่าจะเป็นชุดระดับเริ่มต้น (เพราะใช้แล้วเห็นผลมากที่สุด) เป็นอุปกรณ์เสริมที่ราคาถูก คุณค่าจึงไปตกกับชุดเครื่องเสียงชุดเล็กๆ ที่มักจะให้โทนเสียงหลักติดไปทางเสียงแห้ง หรือแปลตามตัวแบบที่เขาว่า "โปร่ง" (แต่บางไม่มีเนื้อหนัง) "ใส" (แต่ขาดช่องไฟ) "รายละเอียดดี" (แต่ไม่มีบรรยากาศรอบตัวโน้ต) เครื่องเสียงที่มีคุณลักษณ์จำพวกนี้จะเหมาะสมเป็นที่สุด ซึ่งจะหาได้ตามเครื่องเล่น DVD ราคาไม่กี่พัน หรืออาจจะเป็นเครื่อง CD หรืออินทีเกรตแอมป์ราคาเบสท์บายทั้งหลายที่เกรนเสียงออกหยาบก็ได้ ไม่ว่ากัน
สำหรับชุดที่ราคาสูงกว่า การใช้งานจะเลือกพื้นที่มากขึ้น จะต้องใช้ให้ถูกที่ถูกทำเล ไม่ไปทำงานขัดกับอุปกรณ์เสริมตัวอื่นในชุด (เคยเห็นร้อยสายด้วย Hi-Fi Trick แล้วยังรองด้วยทิปโทเพื่อยกสายหนีพื้นพรมอีกที จะเป็นได้อย่างเสียหลายอย่างไป) หรือหากว่าฟังแล้วไม่ถูกใจ ก็หันมาใช้เสริมกับอุปกรณ์ประเภทจูนเสียงทั้งหลายก็ได้ เช่นวางบนอิฐ VPI หรือ Dyna Feet เพื่อเพิ่มความเนียนของเสียงก็ทำได้เช่นกัน
เอาเป็นว่า ราคาชิ้นละร้อยถือว่าเหมาะที่จะเป็นปราการด่านแรกสำหรับผู้อ่านที่สนใจจะเล่นอุปกรณ์เสริม เท่าที่ผู้เขียนทราบเป็นส่วนตัว "เซียนหูทอง" ในวงการหลายท่านก็เริ่มต้นจาก Hi-Fi Trick ชิ้นเดียวนี่เอง
Trick สมชื่อจริงๆครับท่านผู้อ่าน