Progold GP5

 
  X-Wire Space Odyssey
  X-Wire Rhythm (XLR) Interconnect
  QED SILVER SPECIAL 25th
  ปลั๊กลอย-หิมพานต์
  ก้อนอิทธิเจ
  Cardas Cross XLR Interconnect
  Acoustic Revive RIQ5010, 5010W
  Acoustic Lab Jupiter Power Cord
  Acoustic Revie RD-3
  มหัศจรรย์อุปกรณ์เสริม “ตัวอุด”
  Acoustic Revive : QR-8
  ลองเล่น : ลองเล่นกับไฟ
  PS Audio : Noise Harvester

  Miss Thailand Interconnect 2
 
Miss Thailand Interconnect
 
Wattgate 330iAG :: Dynamic Silver
 
Wattgate 381 AG :: Silver Arrow
 
สายไฟ เอซี JPS Inwall Power Cord
 
Tip Toe : Britannia
 
ดินน้ำมันเดอะหั่ง
 
Monster Quick Lock
 
Gutwire Note Pad
 
Master Stand 2217
 
Shunyata Research Hydra II
  Acoustic Zen Tsunami MK ii
  ACME IEC Inlet
  Eichmann Technologies Topper
  Dragonfoot
  Tip Toe : Michell Tender Feet
  Cardas :: Cuboild Woodblock
  Shurtter Connecter 4781.0100
  Hi-Fi Jack
  ลองเล่น FIM 302 + 303
 
ลองเล่น Hi-Fi Trick
  Isoclean Power ICP-002
  Cardas Cross : Wattgate Signature
  Hovland Main Line
  Alphacore : MI-3 Divinity
  Tip-Toe : Stillpoints
  AV Zone IS500 Plus
  Supra LoRad 2.5
  Monster M351
  สายสัญญาณ Cardas Audio
  5 ปลั๊กไฟเอซี (Receptacle)
  3 ทางเลือกขั้วปลั๊กไฟฯ
  สายลำโพง Ecosse CS2.3 
  EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ
  Tip-Toe : Fine Ceramic

GutWire Note Pad

โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้อ่านเจออุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจในหน้าปกิณกะของนิตยสารเครื่องเสียงไทยฉบับหนึ่ง อุปกรณ์ชิ้นนี้ออกแบบมาเพื่อใช้รองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นหลัก ซึ่งหากมีคุณสมบัติเพียงเท่านี้ก็คงยังไม่เพียงพอต่อความสนใจของผู้เขียนแน่นอน เพราะถึงแม้จะเล่นเครื่องเสียงมาเพียงสี่ห้าปี แต่ผู้เขียนก็เป็นเป็นนักเล่นผู้หนึ่งที่นิยมสรรหาอุปกรณ์เสริมมาเล่นอยู่ตลอดเวลา อุปกรณ์ชนิดไหนที่ว่าทำให้เสียงดีและมีราคาไม่กระเทือนกระเป๋าสตางค์จนเกินไป ก็จะขวนขวายซื้อหามาลองใช้งานเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ

เป็นคนจำพวก (หู) อยู่ไม่สุขนั่นแหละ

แต่เหตุที่นำมากล่าวถึงในคอลัมน์นี้ ก็เพราะว่ามันไม่ได้ใช้งานได้เพียงเป็นอุปกรณ์เสริมรองรับเครื่องเท่านั้น วิธีการใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนี้ดูจะหลากรูปแบบกว่าอุปกรณ์รองเครื่องทั่วไป เพราะมันมันใช้งานประเภท "กดทับ" ได้ด้วยอีกประการ, อ๊ะๆ น่าสนใจ

GutWire Note Pad คือชื่อเสียงเรียงนามของอุปกรณ์เสริมดังกล่าว

แรกเริ่มเดิมที ผู้เขียนได้รับข่าวจากคุณพิจิตแห่งร้าน Paradise AV ว่าจะนำ GutWire Note Pad ส่งผ่านผู้เขียนให้ท่าน 'เจ.เจ.' ลองฟัง ด้วยความที่สนใจในเรื่องจำพวกนี้อยู่แล้ว จึงแจ้งเพิ่มจำนวนของผู้เขียนไปด้วยอีกชิ้นหนึ่ง หลังจากที่ได้ลองใช้งานจนเคยชิน จึงติดต่อขอยืมอีก 2 ชิ้นจากคุณหนุ่มไฮไฟซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อนำมาลองเล่นในเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม

เพิ่มไปเพิ่มมา ทับบ้าง รองบ้าง ก็เลยมาเป็นงานเขียนที่ผู้อ่านกำลังชมอยู่นี่แหละ ลองอ่านดูนะครับ

คุณสมบัติจำเพาะ

  • รองรับน้ำหนักได้มากถึงชิ้นละ 10 กก.
  • ใช้สาร Polymer gel สูตรพิเศษเพื่อซึมซับแรงสั่นสะเทือนอันไม่พึงประสงค์ ทั้งยังมีผลในการป้องกันคลื่นรบกวนประเภท EMI และ RFI
  • สารที่ใช้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายภายนอก
  • สามารถทนต่อความร้อนได้สูงถึง 70?C
  • เพื่อรักษาความคงทนในการใช้งาน ควรเก็บไว้ในที่ร่มหลีกเลี่ยงแสงแดด

(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้จัดจำหน่าย)
ติดต่อ ร้าน Paradise AV ศูนย์การค้า E-Square 09-771-8895
หนุ่มไฮ-ไฟ 0-2591-3454 01-442-0687
ราคาชิ้นละประมาณ 1,100 บาท


GutWire Note Pad ที่ผู้เขียนได้รับมาลองเล่น มีลักษณะเฉพาะตัวที่แปลกแยกแตกต่างจากอุปกรณ์รองรับเครื่องชนิดอื่น ซึ่งโดยมากแล้วหากไม่ใช้วัสดุที่แข็งแกร่งจำพวกโลหะ, เซรามิกหรือไม้ ก็จะเป็นจำพวกยางหรือวัสดุสังเคราะห์พวกซิลิโคนที่อ่อนนุ่ม มีความหยุ่นตัวอะไรทำนองนั้นไปเลย

แต่ด้วยลักษณะภายนอกเป็นถุงผ้า (คล้ายผ้าร่มแต่หนา, เหนียวและแข็งแรงมาก) ใส่โพลีเมอร์เจลขนาดกว้าง 18.5 ยาว 13 และมีความหนาประมาณ 2 ซม. ซึ่งแนวทางการออกแบบก็ดี ชนิด วัสดุที่ใช้ก็ดี รวมถึงขนาดรูปทรงก็ดี

สามจุดนี้เองที่ทำให้ GutWire Note Pad มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นมากในสายตาของผู้เขียน คุณสมบัติของเจลเนื้อข้น (ที่เข้าใจว่าใส่สารบางอย่างเพื่อช่วยลดคลื่นรบกวนทางไฟฟ้าจำพวก EMI และ RFI) ผสานกับคุณสมบัติในการซึมซับแรงสั่นสะเทือนในแบบของเหลวที่อ่อนนุ่ม แทบจะไร้แรงต้าน แทนที่จะเป็นวัสดุอ่อนจำพวกยางซึ่งแม้จะมีคุณสมบัติซึมซับได้ดี แต่ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของยาง ก็จะมีแรงสะท้อนกลับด้วยเสมอไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือรูปทรงใด ยิ่งออกแบบมาไม่ดีเพียงพอ ยิ่งมีการส่งแรงสั่นสะเทื่อนกลับไปมากเท่านั้น

เหตุที่แจ้งว่า GutWire Note Pad ถูกออกแบบใช้รองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงก็เพราะเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของมันถูกตีพิมพ์อัตราการรับน้ำหนักที่พิมพ์ไว้ที่ตัวถุงได้อย่างชัดเจน "ชิ้นเดียวรับน้ำหนักได้ถึง 10 กก." หมายถึงถ้าใช้เพียง 3 ชิ้นก็สามารถรองเพาเวอร์แอมป์ที่มีน้ำหนักมากๆทั้งหลายได้สบาย (หรืดจะเป็นเครื่องชนิดอื่นๆก็ทำได้ ไม่มีปัญหาเช่นกัน) ส่วนเครื่องรุ่นไหนที่ขารองเครื่องสูงกว่า 2 ซม. ก็ขอเสนอว่าให้ตัดแผ่นไม้ MDF หนาสัก 10 ม.ม. ขึ้นไป ขนาดกว้าง-ยาวก็ขอให้ใหญ่กว่าตัวเครื่องสักประมาณข้างละ 1 นิ้ว มาคั่นระหว่างเครื่องไว้อีกชั้นหนึ่ง ก็ได้ผลในการใช้งานได้ผลใกล้เคียงกัน (ท่านที่เป็นคนละเอียดพิถีพิถันกับคุณภาพเสียง ขอเสนอให้คัดเกรดไม้ประกอบด้วยเพื่อความเหมาะสมกับชุดเครื่องเสียงที่ใช้งานด้วยนะครับ แต่ถ้าไม่จริงจังนัก ก็เลือก MDF นี่แหละครับ ใช้งานได้ดีเหมือนกัน)

ส่วนจะใช้งานจำนวน 3 หรือ 4 ชิ้น ก็แล้วแต่น้ำหนักของเครื่องเป็นหลัก ลองดูด้วยตนเองน่าจะฟังออกไม่ยาก เลือกเอาที่สุ้มเสียงสมดุลเป็นหลักไว้ก่อนย่อมได้เปรียบกว่าในการปรับแต่งรายละเอียดในภายหลัง

ถ้ารองเครื่อง 4 ชิ้นที่มีน้ำหนักไม่มาก ก็วางตามมุมได้ปรกติ แต่หากเครื่องที่มีน้ำหนักเทไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ก็ให้จัดวาง GutWire Note Pad แบบสี่เหลี่ยมคางหมู โดยให้ด้านแคบนั้นเป็นจุดที่รองรับด้านที่มีน้ำหนักมาก อีกสองจุดก็จัดวางใกล้มุมตามปรกติ

สำหรับตำแหน่งการวางในเงื่อนไขของ 3 ชิ้นก็เช่นกัน สมควรที่สุดที่จะต้องลองฟังเปรียบเทียบดูว่าควรวางแบบไหน อย่างไร ของอย่างนี้ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ผู้เขียนฟันธงให้ไม่ได้นะครับ

ถ้าเป็นไปได้ เวลาใช้รองรับเครื่องโดยใช้ร่วมกับแผ่นไม้นั้น ก็ควรจัดวางทิศทางของมันให้เป็นลักษณะเดียวกัน ไม่ควรวางคว่ำบ้างหงายบ้าง หรือในลักษณะบิดไปมาไม่ตรงกัน ผู้เขียนขอเรียนว่าถึงแม้ท่านจะฟังไม่ออก แต่ดูตามสายตาแล้วมันก็ไม่เป็นระเบียบไม่ใช่หรือ แต่นี่ไม่เพียงเฉพาะเรื่องความสวยงาม เพราะเท่าที่ลอง (แล้วลองอีก) ก็พบว่า มันควรวางให้เป็นระเบียบจริงๆ ไม่อย่างนั้นสุ้มเสียงจะไม่กลมกลืนราบรื่น คล้ายไปกันคนละทิศคนละทาง

จะใช้ศัพท์เซียนหูทอง ก็ต้องเรียกตามเขาว่าผิดหลัก 'ฮวงจุ้ยออดิโอ' นั่นเลย

เอาล่ะๆ มันก็เริ่มใกล้จะเป็นไสยศาสตร์เข้าไปทุกทีแล้วนะเฮีย แล้วผลของการใช้รองรับเครื่องแล้วเป็นยังไง ?

ผู้เขียนได้ลองใช้รองรับเครื่องเล่นซีดี, อินทีเกรตแอมป์, ปรีแอมป์, รวมถึงเพาเวอร์แอมป์ระดับกลางๆ (หนักราวสิบกว่ากิโล) โดยได้ลองใช้งานเพียงสามชิ้น ก็ขอเสนอว่าหากต้องการให้เห็นผลต่างแบบเห็นหน้าเห็นหลัง ก็ควรเริ่มต้อนกับแหล่งโปรแกรมต้นทางอย่างเครื่องเล่นซีดี (หรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง) จะเห็นผลทั้งปริมาณและคุณภาพชัดเจนที่สุด ส่วนภาคขยายอื่นๆก็ลดหลั่นลงตามลำดับ จุดนี้แม้จะไม่ถือว่าเป็นแนวทางสากล เพราะแต่ละชุดแต่ละเครื่องอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันบ้าง แต่รวมๆเท่าที่ลองใช้ระยะหนึ่งก็เป็นอย่างที่เรียนไว้ข้างต้น

เนื้อเสียงนุ่มนวล สุภาพ ให้มวลเสียงที่มีบอดี้กลมกลึง กระชับพอเหมาะไม่หนักแน่นและเข้มข้นเกินควร ลองฟังพวกเสียงเปียโนหรือไวบร้าโฟนเทียบเคียงดู เครื่องดนตรีสองชนิดนี้จะเด่นในแง่ของการแยกแยะตัวเสียงหลักกับบรรยากาศรอบตัวโน้ต อุปกรณ์ที่ดีก็จะช่วยให้สามารถแยกแยะคุณสมบัติดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมที่สัมผัส (ทางโสตประสาต) ได้ง่ายขึ้น หากเป็นแผ่นที่บันทึกมาดี ท่านจะรับรู้ได้ถึงทรวดทรงของเปียโนในแต่ละโน้ตที่บรรเลง ว่ามันมีทรวดทรงที่กลมเป็นเม็ดๆจริงๆ

ใครที่ใช้เครื่องเล่นดีวีดีระดับเริ่มต้นฟังเพลงคงนึกรัก GutWire Note Pad เป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงจะให้สำเนียงไปทางสุภาพนุ่มนวล แต่มันยังอุดมด้วยความต่อเนื่องลื่นไหลของเสียง ทั้งยังเพิ่มพูนความเป็นดนตรีให้กับเครื่องเล่นดีวีดีที่ขาดแคลนคุณสมบัติประเภทนี้ได้มากพอสมควรทีเดียว โทนเสียงทั้งหมดจะลดความสว่างเจิดจ้าลงหนึ่งเสต็ป สะกดอาการหยาบกระด้าง อาการเสียงคมขึ้นขอบแข็งที่น่ารำคาญทั้งหลายได้ชงัดนัก

ทั้งหมด ก็ไม่ได้สูญเสียน้ำหนักย้ำเน้นหนักเบาที่ก่อให้เกิดความเปรียบต่างทางด้านคอนทราสต์ลง เพียงแต่รักษาการถ่ายทอดให้ออกมาในรูปแบบที่สุภาพราบรื่น ไม่ว่าจะดังไปหาค่อย (ระดับความดัง) หรือจะเป็นหนัก-เบา อ่อน-แก่ (น้ำหนักเสียง) ทั้งหมดนี้ล้วนสำแดงออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น

เปรียบเป็นมวย ก็เป็นมวยมีชั้นเชิง ไม่ออกหมัดโฉ่งฉ่างสะเปะสะปะเป็นมวยวัดนั่นล่ะครับ
คุณสมบัติในการถ่ายทอดมิติเวทีเสียงก็ใช่ย่อย ความสงัดของพื้นเสียงที่เพิ่มขึ้น มีผลโดยตรงกับการขึ้นรูปของอิมเมจให้เป็นทรวดทรงสามมิติล่องลอยในอากาศอย่างน่าฉงน ทั้งนี้ GutWire Note Pad ยังทำหน้าที่คล้ายปัดเป่าหมอกควันรอบตัวเสียงหลักให้เกิดช่องว่างในพื้นอากาศที่โปร่งใสมากขึ้น นอกจากจะช่วยจำแนกตำแหน่งของอิมเมจต่างๆให้ดูมีอิสระต่อกันแล้ว ยังช่วยให้เกิดความสมจริงในการเสพดนตรีเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

แล้วการเซ็ตอัพล่ะ ยากไหม ?

สำหรับแง่ของการรองรับ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด หากมีสามชิ้นก็ลองวางเทียบดูระหว่างหน้าหนึ่งหลังสอง และหน้าสองหลังหนึ่งดู เอาด้านที่เสียงสามย่านหลัก (ทุ้ม - กลาง - แหลม ) สมดุลกันไว้ก่อน หรือถ้าเครื่องหนักข้างซ้ายหรือขวา ก็ให้ใช้วิธีรองสองชิ้นในข้างที่หนักกว่าเป็นต้น

"แล้วก็อย่าลืมเรื่องหลักฮวงจุ้ยด้วยล่ะ" เซียนหูทองย้ำ

ที่ดูจะยุ่งยากกว่าคงเป็นวิธีการกดทับนี่แหละ เพราะอาจจะต้องอาศัยทักษะประสบการณ์ในการปรับแต่งตำแหน่งที่วางพอสมควร ในกรณีเครื่องเล่นซีดีผู้เขียนขอเสนอให้ลองวางบนตำแหน่งทรานส์ฟอร์เมอร์, ตำแหน่งบนถาดรับแผ่น, หรือบริเวณวงจร D/A ของเครื่องเป็นจุดแรกๆ หากเป็นอินทีเกรตแอมป์หรือเพาเวอร์แอมป์ ก็เริ่มที่ตำแหน่งทรานส์ฟอร์เมอร์เป็นต้น

ไม่แนะนำอยู่จุดเดียวคือกึ่งกลางเครื่องหรือบริเวณจุดตัดมุมทแยงเครื่อง เท่าที่วางดู จุดนั้นดูจะให้ผลเสียมากกว่าได้เสมอ

ผลของการวางก็จะให้น้ำเสียงโดยรวมเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับรองรับเครื่อง จะต่างกันบ้างเล็กน้อยก็ตรงน้ำหนักเสียงและความสงัดที่จะดูเบาบางกว่าตามจำนวนที่ใช้ต่อเครื่อง

อุปเท่ห์ในการวางทับก็พอตัว ท่านผู้อ่านเห็นภาพแล้วคงคิดว่ารูปร่างแบบนี้วางอย่างไรก็ได้ สุ้มเสียงคงเหมือนๆกัน ซึ่งเท่าที่ผู้เขียนเองเล่นมาระยะหนึ่งพบว่าหากผู้อ่านเป็นคนง่ายๆ ไม่ซีเรียสจริงจังกับคุณภาพเสียงมากมาย แค่วางก็เห็นผลเข้าท่าไม่น้อยอยู่แล้ว แต่ถ้ามีทักษะประสบการณ์จากการปรับอิฐ VPI มาบ้าง ก็ใช้หลักการขยับหมุนคล้ายๆกัน คือค่อยๆบิดไปทางใดทางหนึ่ง อาจจะเริ่มที่ตามเข็มหรือบิดทวนเข็มนาฬิกาก็ไม่ผิดกติกา

ถ้าบิดไปทางหนึ่งแล้วเสียงโปร่งบางหางเสียงสั้น ได้ความชัดคมของอิมเมจ มิติเด่นไปทางกว้างแต่หย่อนด้านลึก อีกด้านมักจะให้ดุลเสียงที่กลมกล่อมกว่า ลดทอดความชัดคมที่เกินจริงแลกกับบอดี้และเนื้อหนังที่อิ่มเอิบ รูปวงแคบลงแต่ได้ส่วนสัมพันธ์กับด้านลึกพอดีๆ

ถ้าบิดซ้ายบิดขวาวนไป-มาแล้วเสียงยังถูกใจ ก็ให้ลอง 'ตีลังกา' คว่ำเอาด้านที่มียี่ห้อกดทับที่ตัวเครื่องแทน ใช้วิธีการบิดจูนแบบเดียวกันกับย่อหน้าข้างต้น ซึ่งผลลัพธ์นั้นบอกไม่ได้ว่าด้านใดให้คุณภาพเสียงดีกว่ากัน บางเครื่องคว่ำดีกว่า บางเครื่องหงายดีกว่า ตรงนี้ฝากเป็นข้อสังเกตให้ท่านผู้อ่านที่ชอบเล่นชอบลองนำข้อมูลไปต่อยอดดูอีกทีนะครับ

ท่านผู้อ่านก็เลือกเอาตามรสนิยมความชอบของแต่ละท่านได้ตามแต่สะดวก ซึ่งสำหรับแนวทางการฟังเป็นส่วนตัว ผู้เขียนมักเลือกลักษณะเสียงอย่างหลังเสมอ เพราะฟังได้นานและมีไทมิ่งที่พอเหมาะพอควร ไม่รู้สึกเร็วหรือช้าจนเกินไป

ข้อสำคัญอีกสองประการสำหรับการปรับจูน GutWire Note Pad คือเรื่องของอุณหภูมิและการทิ้งตัว ซึ่งประการแรกนั้นผู้เขียนสังเกตได้หลังจากที่นำไปวางบนกล่อง UBC ซึ่งมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง ปรากฏว่าพอนำไปใช้ทับเครื่องเล่นดีวีดีที่ใช้ร่วมกันในตำแหน่งเดิม สุ้มเสียงกลับออกไปทางบอบบางและติดไปทางเจิดจ้าคล้ายเน้ไปทางกลาง-แหลมพอสังเกตได้ ด้วยความสงสัยจึงนำไปลองแช่เย็นในช่องแช่แข็งของตู้เย็นราวครึ่งวัน ปรากฏว่าพอนำออกมาก็จะพบว่าตัวเจลนั้นมีลักษณะที่เหนียวข้นเป็นพิเศษ เมื่อนำมาวางทับที่เครื่องเล่นดีวีดีตัวเดิมสุ้มเสียงกลับทึบหนา เนื้อเสียงข้น ไม่มีรายละเอียดเสียงโดยเฉพาะย่านสูงๆ

ประการที่สองคือการทิ้งตัวของสารใน GutWire Note Pad ที่ควรจะให้เวลาจัดระเบียบสักครึ่งชั่วโมงขึ้นไป ปรับเสร็จวันนี้ พรุ่งนี้มาฟังใหม่อย่าตกใจที่เสียงดีขึ้นอีก ของเหลวมันทิ้งตัวเป็นระเบียบแล้วเสียงก็จะเป็นระเบียบตามกันไปเอง

อา...มันช่างยุ่งยากดีเสียจริง พ่อเจ้าประคุณทูนหัว

อย่าหาว่ายุ่งยากเกินไปเลยนะครับท่านผู้อ่านที่เคารพ "มี" ให้ยังไงก็ดีกว่า "ไม่มี" เลยจริงไหมครับ วันไหนเล่นจนหน้ามืดเวียนหัว ก็เอาเจ้า Note Pad ที่อยู่ในช่องแช่แข็งนี่แหละครับ มาประคบหน้าผากให้ลดความดันไปในตัว ผู้เขียนลองดูกับตัวเองแล้ว แม้ไม่มีผลต่อเสียงแต่มันก็เย็นชื่นใจดีเหมือนกันครับ

ความดันลด แต่ความบ้าเพิ่มขึ้น, เอาเข้าไป

มาต่อกันที่วิธีการใช้งานอื่นๆที่รู้มาบ้างก็มีเอาไว้ใช้รองสายไฟสายสัญญาณต่างๆให้ยกหนีจากพื้นผิวที่ไม่ต้องการให้สายสัมผัสโดน หรือจะนำไปทับบนหลังลำโพง ทับขาตั้งเพื่อลดความเป็นโลหะลง ก็สุดแล้วแต่ทักษะความช่างคิดของท่านผู้อ่านจะบรรเจิดเพริศแพร้วขนาดไหน

พอแล้วๆ น้ำท่วมทุ่งทั้งนั้น...ตกลงว่ามาเลยชุดระดับไหนที่เหมาะสม ?

อุปกรณ์ชิ้นนี้มีขอบเขตค่อนข้างกว้าง เริ่มต้นได้ตั้งแต่ระดับมินิคอมโปเสียงกระด้างทั่วไป ไล่ไปถึงชุดสักสองแสนก็ยังไหว ไม่ส่ออาการอั้นเหมือนอุปกรณ์บางตัว จำพวกชุดที่ขาดมวลที่ละเอียดประณีตนุ่มนวล หรืออ่อนความต่อเนื่องของเสียง เรียกว่าเข้าท่าที่สุดกับชุดประมาณนี้

แนะอีกข้อว่าผลของ GutWire Note Pad จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับจุดที่ใช้งาน ใกล้แหล่งกำเนิด (ตั้งแต่แหล่งโปรแกรมจนถึงลำโพง) เสียงก็ฟังออกมากหน่อย ไกลออกไป (เช่นใช้กับอุปกรณ์ปรับอะคูสติกทั้งหลาย) ก็ได้ผลน้อยลงตามสำดับ

กับราคาขายต่อชิ้นเพียงพันต้นๆ มีลูกเล่นในการใช้งานถึงขนาดนี้ ไม่เรียกว่าคุ้มค่าก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว อย่างน้อยที่สุดเวลาปวดหัวตัวร้อน ก็ได้มันนี่แหละ เอาไปแช่ตู้เย็นสักชั่วโมง ค่อยเอามาประคบหน้าผาก ช่วยลดไข้ให้ผู้เขียนมาแล้วหลายครั้งหลายครานั่นเลย

เป็นอุปกรณ์เสริมสารพัดประโยชน์จริงๆ (ฮา)

เอ่อ...มุกสุดท้ายนี่อย่าเอาไปลองทำตามนะครับ "ของมันจะเสียเอาได้" เซียนหูทองฝากบอก (ฮารอบสอง)


"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549

 

 


 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com