Progold GP5

 
  X-Wire Space Odyssey
  X-Wire Rhythm (XLR) Interconnect
  QED SILVER SPECIAL 25th
  ปลั๊กลอย-หิมพานต์
  ก้อนอิทธิเจ
  Cardas Cross XLR Interconnect
  Acoustic Revive RIQ5010, 5010W
  Acoustic Lab Jupiter Power Cord
  Acoustic Revie RD-3
  มหัศจรรย์อุปกรณ์เสริม “ตัวอุด”
  Acoustic Revive : QR-8
  ลองเล่น : ลองเล่นกับไฟ
  PS Audio : Noise Harvester

  Miss Thailand Interconnect 2
 
Miss Thailand Interconnect
 
Wattgate 330iAG :: Dynamic Silver
 
Wattgate 381 AG :: Silver Arrow
 
สายไฟ เอซี JPS Inwall Power Cord
 
Tip Toe : Britannia
 
ดินน้ำมันเดอะหั่ง
 
Monster Quick Lock
 
Gutwire Note Pad
 
Master Stand 2217
 
Shunyata Research Hydra II
  Acoustic Zen Tsunami MK ii
  ACME IEC Inlet
  Eichmann Technologies Topper
  Dragonfoot
  Tip Toe : Michell Tender Feet
  Cardas :: Cuboild Woodblock
  Shurtter Connecter 4781.0100
  Hi-Fi Jack
  ลองเล่น FIM 302 + 303
 
ลองเล่น Hi-Fi Trick
  Isoclean Power ICP-002
  Cardas Cross : Wattgate Signature
  Hovland Main Line
  Alphacore : MI-3 Divinity
  Tip-Toe : Stillpoints
  AV Zone IS500 Plus
  Supra LoRad 2.5
  Monster M351
  สายสัญญาณ Cardas Audio
  5 ปลั๊กไฟเอซี (Receptacle)
  3 ทางเลือกขั้วปลั๊กไฟฯ
  สายลำโพง Ecosse CS2.3 
  EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ
  Tip-Toe : Fine Ceramic

ลองเล่น Eichmann Technologies Topper

โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่

ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมน้องใหม่ไฟแรงจากออสเตรเลียรายนี้มีชื่อเสียงมาจากการออกแบบ RCA Plug แบบใหม่ด้วยแนวคิด Less is more จนก่อกำเนิดเป็น “Bullet Plug” ที่นับเป็นการปฏิวัติวงการขั้วต่อสัญญาณ หลักการที่ใช้ตัวนำน้อยที่สุดเสมือนหนึ่งไม่มีขั้วต่อสัญญาณมาขวางกั้นสัญญาณบริสุทธิ์จากสัญญาณต้นทาง

แม้แต่ WBT ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของวงการยังต้องนำแนวทางดังกล่าวมาพัฒนา RCA Plug ของตนในนาม NextGen

ราคาขายก็สมกับชื่ออนุกรม NextGen เพราะสูงกว่า RCA Plug ระดับ Topline อย่าง 0108 ไปอีกช่วงตัว หนึ่งชุดมี RCA Plug 4 ตัว ราคาระดับเฉียดหนึ่งหมื่นบาท !! ในขณะที่ Bullet Plug ต้นแบบแนวคิดมีราคาขายถูกกว่าพอสมควร

ผู้เขียนเข้าใจว่า ด้วยความที่เป็นนักคิดนักออกแบบเชิงปฏิวัติ อุปกรณ์เสริมชนิดอื่นที่กำเนิดขึ้นมาในภายหลังจากมันสมองของเขา จึงสามารถสัมผัสกลิ่นไอของความเป็นนวัตกรรมเจือปนให้สัมผัสได้อยู่เสมอ

Topper ที่ผู้เขียนกำลังจะเสนอผลการลองเล่นก็เช่นกัน

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่

คุณสมบัติจำเพาะ (คัดลอกจากเอกสารผู้ผลิต)

•  Cleaner, more focused sound

•  Reduced upper bass haze and overhang

•  Increased low level detail

•  Improved sound stage

(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้จัดจำหน่าย)

ติดต่อ บริษัท Ultimatist 0-2693-3020 0-2691-3361

ราคาประมาณ 2,800 บาท (1กล่อง)

จำได้ว่าใครสักคนเคยกล่าวถึงนิยามของการเล่นเครื่องเสียงไว้อย่างน่าสนใจว่า “ การเล่นเครื่องเสียงนั้น ในแง่หนึ่งเป็นศาสตร์ที่พิสูจน์ผลลัพธ์และหาที่มาที่ไปได้จากกราฟแสดงความถี่จากเครื่องมือวัดผลต่างๆ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นศิลปะการควบคุมและจัดการกับแรงสั่นสะเทือน (Vibration Control) ซึ่งวัดไม่ได้ว่าเท่าไหร่จึงพอดีต่อรสนิยม ”

ยกขึ้นมาอ้างเพราะผู้เขียนมีความเห็นตรงกับคำกล่าวข้างต้นเป็นส่วนใหญ่ เพราะแรงสั่นสะเทือนสามารถแสดงออกมาทางกราฟแสดงความถี่ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ในแง่มุมของทฤษฎี แต่เมื่อมองในมิติอื่น กราฟดังกล่าวก็มีข้อจำกัดในตัวเองเช่นกัน มันแสดงถึงการตอบสนองค่าความราบเรียบของสัญญาณ, ค่าความเพี้ยนของสัญญาณในแง่การตอบสนองความถี่ที่วัดได้จากเครื่องเสียง

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่

แต่เครื่องดังกล่าววัดค่าความ ” ไพเราะ ” และ “ ความเป็นดนตรี ” ไม่ได้ !

ที่วัดได้จริงๆ มันก็เป็นหูสองใบของคนเรานี่เอง สำหรับความเห็นของผู้เขียน กราฟความถี่จึงเป็นเพียงข้อมูลสนับสนุนส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังคงต้องอาศัยประสบการณ์จากการฟังด้วยหูของตนเองเป็นหลักอยู่เช่นเคย

เพราะไม่ว่าอย่างไร อุปกรณ์เครื่องเสียงก็เจตนาผลิตมาเพื่อให้มนุษย์ฟังอยู่ดี และหูสองใบของมนุษย์เรานี่แหละ ที่มันตอบสนองความถี่ไม่ราบเรียบ เพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านที่เคยใช้เครื่องมือวัดค่าการตอบสนองความถี่ของเครื่องหรือห้องฟังว่ามันราบเรียบดีแล้ว ไฉนเลยจึงฟังว่าสุ้มเสียงที่ได้ยินนั้นมันจึงไม่เข้าหู ไม่ชวนฟัง ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ล่องลอยไปตามจินตนาการแห่งดนตรี

แล้วก็เสียงดนตรีนี่ก็หนึ่งล่ะ มันเกิดจากจินตนาการของมนุษย์ เรียงร้อยท่วงทำนองออกมาจากจิตใจ ไม่ใช่ถูกโปรแกรมด้วยเครื่องมือเครื่องจักร ฉะนั้นแล้ว นักเล่นนักฟังบางท่านจึงฟังออกว่าเสียงดนตรีสังเคราะห์จากจักรกลต่างๆที่มีความถูกต้องแม่นยำ มันไม่มีความเป็นดนตรีเอาเสียเลย ดูอย่างเครื่องหลอดหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงสิครับ ค่าความเพี้ยนที่เครื่องมือวัดได้สูงยิ่งกว่าเครื่องสมัยใหม่แทบทุกเครื่อง แต่เหตุผลที่คนยังนิยมเล่นอยู่ นั่นก็มีเพียงเหตุผลเดียวคือสุ้มเสียงมันถูกหูนี่เอง จะเรียกว่าความเพี้ยนที่กล่าวมานี้ เป็นความเพี้ยนที่ถูกหูต้องรสนิยมคนเรานี่เองก็ว่าได้

ก็เขาผลิตให้คนฟังนี่ครับ ไม่ใช่ให้หุ่นยนต์ฟัง

อา...หลุดอีกแล้วครับ, วกกลับมาที่ Topper ดีกว่า

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่

Topper บรรยายสรรพคุณไว้ว่า เมื่อใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆโดยการวางทับไว้ในตำแหน่งที่แนะนำ มันจะเป็นตัวช่วยลดความถี่อันไม่พึงประสงค์ อันเป็นตัวก่อให้เกิดความเพี้ยน ช่วยให้สัญญาณเสียงต่างๆที่ถ่ายทอดออกมามีความเที่ยงตรง (ที่ต้องโฉลกกับโสตประสาท) ให้เพิ่มพูนขึ้น และหากพิจารณาจากรูปร่างรูปทรงของอุปกรณ์สลายแรงสั่นสะเทือนตัวนี้ดูแล้ว ก็จะพบว่ามีความเป็นไปได้สูงตั้งแต่แรกเห็นทันที

ความเพี้ยนที่ว่านี้ จะเป็นตัวลดทอนความเป็นดนตรีที่มีอยู่ในบทเพลงที่นำมาเล่นกลับผ่านอุปกรณ์เครื่องเสียง ซึ่งเราท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ยิ่งผ่านขั้นตอนมากเท่าไหร่ ความเป็นดนตรียิ่งถูกบั่นทอนลงไปเท่านั้น

ที่ว่าน้อยอยู่แล้ว ก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก

Topper มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขนาด 4.5 x 5 x 2.5 เป็นความกว้าง, ยาว, และสูงที่ออกจะดูเล็กไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับสรรพคุณของมัน จุดเด่นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ขนาด รูปทรงต่างหากที่บ่งชี้ว่ามันเป็นอุปกรณ์ประเภทสลายแรงสั่นสะเทือน

เพราะอะไร ?

Topper มีรูปทรงที่มองจากด้านหน้า (ที่มีตราสัญลักษณ์ Topper ) คล้ายกับดาวกระจายแปดแฉกผ่าครึ่ง โดยแต่ละแฉกก็จะแบ่งเป็นแฉกย่อยอีกที นับเหลี่ยมมุมดูแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบมุมต่อชิ้น ดูแล้วคล้ายครีบระบายความร้อนกรายๆ ส่วนด้านล่างที่สัมผัสพื้นผิวก็เรียบสนิท เข้าใจว่าเจตนาตั้งใจไว้เพื่อเป็นตัวรับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกจากจุดนี้ สะสมแล้วค่อยผ่อนคลายไปตามครีบต่างๆอีกขั้นหนึ่ง

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่วัสดุที่ใช้ทำเป็น Topper นี้ ผู้ผลิตไม่ได้แจ้งในเอกสาร แต่การสัมผัสและลองเล่นดู ผู้เขียนคาดการณ์ว่าเป็นโลหะเนื้อตัน ( Solid ) ซึ่งคาดคะเนว่าน่าจะเป็นโละหะประเภทอลูมินั่ม เพราะมีความแข็งแต่น้ำหนักไม่มากเมื่อเทียบกับขนาด ทั้งกล่องให้ Topper มาจำนวน 6 ชิ้นด้วยกัน

สำหรับวิธีการใช้งานก็ไม่ยากเย็น เริ่มจากเครื่องเล่นฟร้อนท์เอ็นด์ทั้งหลาย ให้เริ่มวางที่ระนาบด้านหน้าเครื่อง อาจจะเรียงแถวหน้ากระดานโดยเว้นระยะให้เท่าๆกันเพื่อจับความแตกต่างระหว่าง ” ใช้ ” กับ “ ไม่ใช้ ” Topper ดูก่อน

ดักคอไว้ก่อนตรงนี้เลยว่า หากต้องการให้ Topper ช่วยให้เสียงแหลมไปได้ไกลกว่าเก่า หรือเสียงทุ้มลงได้ลึกกว่าเดิมอะไรทำนองนี้ คงต้องมองผ่าน Topper ไปได้เลยนะครับ อุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ไม่ได้ให้เนื้องานในลักษณะนั้น ถ้าต้องการเสียงแบบที่กล่าวมาทิปโทบางรุ่นก็ทำได้ครับ เพียงแต่มันจะเป็นไปแบบ ‘ ได้อย่างเสียงอย่าง ' เสมอ ลักษณะเฉพาะตัวของ Topper จะถ่ายทอดออกมาได้ล้ำลึกและแยบยลกว่าที่จะไปปรุงแต่งดุลเสียงทั้งสามย่านหลักให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปริมาณมากๆเช่นหนักไปทางกลาง-ทุ้ม หรือทำให้เสียงโปร่งบางเด่นไปทางย่านกลาง-แหลมอะไรทำนองนี้

ไม่ใช่นิยามดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแน่นอน

ตรงกันข้าม มันให้สำเนียงเสียงที่ค่อนข้างอิงแอบความเป็นกลางเสียส่วนใหญ่ ซึ่งสำหรับนักเล่นมือใหม่ที่คุ้นเคยกับการใช้ทิปโทราคาลูกละไม่กี่สิบบาท ดินน้ำมันกาวสำหรับใช้ในสำนักงาน หรืออุปกรณ์เสริมลักษณะดังกล่าวที่ใช้งานแล้วเกิดผลต่อดุลเสียงโดยรวมเช่น ถ้าสดกระชับ เน้นความคมชัด เนื้อเสียงก็จะโปร่งบาง และได้หางเสียงห้วนสั้นติดปลายนวมมาด้วย หรือจะเป็นอบอุ่นนุ่มนวลแต่ขาดซึ่งโฟกัสที่คมชัด, แรงปะทะต้นโน้ต, รวมถึงน้ำหนักเสียง ฟังแล้วขาดความคึกคักเร้าใจ เป็นต้น

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่Topper ไม่มีคุณลักษณ์ที่กล่าวถึงข้างต้น หากแต่ผลที่มันไปลดแรงสั่นสะเทือนไม่พึงประสงค์จากอุปกรณ์จนเกิดความเพี้ยนที่ลดต่ำลง ผลที่ได้ลำดับแรกๆคือการถ่ายทอดท่วงทำนองของต้นสัญญาณให้เข้าใกล้ความเที่ยงตรงขึ้นอีกระดับ ( Timing ) ช่วยให้จำแนกน้ำหนักเสียงที่ย้ำเน้นทั้งในช่วงดนตรีมีจังหวะรวดเร็วกระชั้นถี่หรือที่ช่วงที่ลีลาเนิบช้าลึกซึ้งกินใจ ให้รับรู้ถึงลำดับความเข้มข้นเจือจางในแต่ละเสียงที่บรรเลงอย่างชัดเจนและแม่นยำ ( Dynamic Contrast ) ได้อย่างเต็มอารมณ์มากขึ้น

ต้องกับรสนิยมหูของเราๆท่านๆแน่นอน

การจะจับประเด็นคุณสมบัติข้างต้นที่กล่าวถึงนี้ นักเล่นมือใหม่คงจับความแตกต่างที่อ้างถึงไม่ง่ายนัก เพราะถือเป็นแง่มุมที่ต้องอาศัยประสบการณ์อยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะยากเย็นเกินกำลังประเภทต้องเล่นกันเป็นสิบปีถึงฟังออก ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน

ของอย่างนี้ต้องใช้เวลาและประสบการณ์บ้าง เพราะฉะนั้นหากใช้แล้วฟังไม่ออกในช่วงแรกๆก็ไม่ต้องแปลกใจ ปล่อยไว้สักหลายวันค่อยปลดออก เมื่อนั้นท่านลองฟังอีกครั้งอาจจะพบคำตอบด้วยตัวท่านเอง

อาจจะฟังน้ำเสียงไม่ออก แต่ถ้า ‘ รู้สึก ' ได้ว่าเพลงไม่เพราะเหมือนเดิมล่ะก็ ใช่เลย

นั่นเพราะคุณสมบัติทั้งสองประการคือส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดความเป็นดนตรี ( Musical ) ซึ่งค่อนข้างลำบากในการประเมินผลอยู่บ้าง แต่หากพื้นฐานเป็นคนช่างสังเกต ก็จะจับประเด็นนี้ได้ไม่ยากเย็นเท่าใดนัก

นอกจากนี้ ลักษณะของเสียงที่กระชับ สด การย้ำเน้นหนักเบาโดดเด่น และยังคงรักษาการจางหายของเสียงไว้ครบถ้วน เสียงแหลม-กลาง-ทุ้ม ได้เนื้อเสียงทั้งหมดที่สะอาดเพิ่มขึ้นโดยไม่ทำให้เนื้อเสียงบอบบางอ่อนมวล สังเกตง่ายๆที่เสียงทุ้มที่จะมีความกระชับแน่น สะอาด และสามารถสัมผัสโน้ตต่ำได้โดยไม่รู้สึกถึงมวลเสียงที่บอบบาง หรือมีหมอกควันที่ล้อมรอบตัวเสียงหลักไว้จนทำให้ขาดรายละเอียดเสียงที่ดีไป ส่งผลไปยังย่านเสียงที่สูงขึ้นไปให้ปลอดโปร่ง รับรู้ถึงความโปร่งใสของพื้นเสียงได้ยอดเยี่ยม

ทั้งหมดนี้ ยังรวมถึงความสามารถในการสำแดงอิมเมจในเชิงมิติมายาทางเสียงที่นับว่าใช่ย่อย ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นที่ปรากฏ มีโฟกัสชัดคม ขึ้นขอบ แต่ไม่กระด้างแข็ง ให้ทรวดทรงกระชับพอเหมาะ ไม่หนาไม่บาง มีการเว้นช่องว่างช่องไฟอย่างสมส่วน แต่ละส่วนต่างมีพื้นที่ของตนเอง มีระยะตื้นลึกที่เด่นชัด ทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นรูปวงตามที่บันทึกตามแหล่งรายการต้นทางส่งผ่านออกมาชัดเจน หมดจด

แล้ววิธีการวางล่ะ ?

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่สำหรับแหลงโปรแกรมเช่นเครื่องเล่นซีดี ท่านผู้อ่านสามารถเริ่มต้นที่การจัดเรียง Topper ไว้บนฝาเครื่อง ด้านหน้าสองชิ้น ด้านหลังหนึ่งชิ้น หากเป็นไปได้ก็ควรเทียบกับการวางด้านหน้าหนึ่งชิ้น ด้านหลังสองชิ้นสลับดูว่าแบบไหนเหมาะสมกว่ากัน โดยพยายามเลือกแบบที่มีผลต่อดุลเสียงน้อยที่สุด ไม่ทำให้เสียงคมชัดแต่บอบบางเกินไปเป็นใช้ได้แล้วครับ

ส่วนลำโพงไม่ว่าจะเป็นลำโพงคู่หลักหรือจะเป็นลำโพงแอ็คทีฟซับ-วูฟเวอร์ ก็แนะว่าให้เริ่มแบบเดียวกันกับการใช้กับเครื่องดู แล้วเทียบกับการวางเรียงแถวหน้ากระดานด้านหน้าลำโพงเริ่มต้นจากจุดนี้เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นก็แล้วแต่ทักษะของนักเล่นแต่ละท่านจะปรับละเอียดอีกระดับไหน

แสดงว่าเซ็ตยาก ?

ไม่เชิงครับ, จุดเด่นของ Topper อีกจุดคือ แม้ว่าจะเริ่มต้นวางในตำแหน่งที่ไม่ดีหรือไม่เข้าจุด คุณภาพเสียงโดยรวมก็ยังอยู่ในข่ายที่ดีมากกว่าเสียอยู่หลายส่วน ประเภทที่ว่าปรับไม่ถูกจุดแล้วเสียงแย่ลงกว่าเดิมมากนั้นแทบไม่เคยเจอในการลองเล่นครั้งนี้ จนเมื่อมีความเข้าใจในการปรับเพิ่มมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะช่วยให้คุณภาพเสียงรุดหน้าไปอีกเสต็ป

แล้วชุดที่เหมาะสมล่ะ ?

น่าทึ่งมากที่มันสามารถใช้งานร่วมในชุดเครื่องเสียงระดับเริ่มต้นได้ดีเยี่ยม และเมื่อขยับระดับของชุดขึ้นไปสูงอีก มันก็ช่วยเปิดเผยศักยภาพของชุดได้ดีมากเช่นเคย แต่ถ้าจะให้แนะนำเจาะจงสักหน่อยก็ขอเสนอว่า ควรให้ระดับราคาของชุดเครื่องเสียงฟังเพลงอยู่สักชุดละสามสี่หมื่นไปจนถึงชุดละแสนกลางๆ หรือถ้าเป็นชุดดูหนังก็ชุดละสามสี่หมื่นไปจนถึงชุดละสองแสนก็ยังมีความเหมาะสมดี ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้ตามรสนิยมของนักเล่นแต่ละท่าน ส่วนม่านผู้อ่านที่ชุดเล็กหรือใหญ่กว่านี้สนใจใคร่ลอง ก็สามารถซื้อหามาลองเล่นได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดใหญ่ตัวอย่างเช่นผู้เขียน ที่ ” ลองเล่น ” Topper กับเครื่องเล่นเกมส์ Play Station 2 ของน้องชาย ผลที่ได้คือ ‘ โดนยึดเป็นการถาวร ' ไปสามชิ้น เพราะน้องชายตัวดีเกิดอาการ ‘ ฟังออก-มองเห็น ' ความเปลี่ยนแปลงของภาพและเสียงที่เกิดขึ้นกับเครื่องเล่นเกมส์ของตัว ผู้เขียนจะเก็บกลับเข้ากล่องหรือก็ไม่ทันการ

“ สายไปแล้วตั่วเฮีย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไหนๆก็ให้มาสามตัวแล้ว ที่เหลืออีกสามตัวอั๊วขอไปลองใช้กับทีวีที่ห้องเลยก็แล้วกัน เห็นว่าใช้วางข้างบนแล้วเห็นผลไม่ใช่เหรอ? ”

“ เอาไปสามตัวก็พอแล้ว ที่เหลือจะเอาไว้ใช้บ้าง ”

“ ขอบใจ...ไปล่ะ ”

“ เฮ้ย !!! อั๊วไม่ได้ให้ลื้อนะ (โว้ย ! ) ”

สุดท้าย ก็ต้องไปดิ้นรนมา “ ลองเล่นเป็นการส่วนตัว ” อีกกล่องตามระเบียบ

 

Gold Lighton
สิงหาคม 2548



 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com