Progold GP5

 
  X-Wire Space Odyssey
  X-Wire Rhythm (XLR) Interconnect
  QED SILVER SPECIAL 25th
  ปลั๊กลอย-หิมพานต์
  ก้อนอิทธิเจ
  Cardas Cross XLR Interconnect
  Acoustic Revive RIQ5010, 5010W
  Acoustic Lab Jupiter Power Cord
  Acoustic Revie RD-3
  มหัศจรรย์อุปกรณ์เสริม “ตัวอุด”
  Acoustic Revive : QR-8
  ลองเล่น : ลองเล่นกับไฟ
  PS Audio : Noise Harvester

  Miss Thailand Interconnect 2
 
Miss Thailand Interconnect
 
Wattgate 330iAG :: Dynamic Silver
 
Wattgate 381 AG :: Silver Arrow
 
สายไฟ เอซี JPS Inwall Power Cord
 
Tip Toe : Britannia
 
ดินน้ำมันเดอะหั่ง
 
Monster Quick Lock
 
Gutwire Note Pad
 
Master Stand 2217
 
Shunyata Research Hydra II
  Acoustic Zen Tsunami MK ii
  ACME IEC Inlet
  Eichmann Technologies Topper
  Dragonfoot
  Tip Toe : Michell Tender Feet
  Cardas :: Cuboild Woodblock
  Shurtter Connecter 4781.0100
  Hi-Fi Jack
  ลองเล่น FIM 302 + 303
 
ลองเล่น Hi-Fi Trick
  Isoclean Power ICP-002
  Cardas Cross : Wattgate Signature
  Hovland Main Line
  Alphacore : MI-3 Divinity
  Tip-Toe : Stillpoints
  AV Zone IS500 Plus
  Supra LoRad 2.5
  Monster M351
  สายสัญญาณ Cardas Audio
  5 ปลั๊กไฟเอซี (Receptacle)
  3 ทางเลือกขั้วปลั๊กไฟฯ
  สายลำโพง Ecosse CS2.3 
  EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ
  Tip-Toe : Fine Ceramic


โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com

นอกจากอุปกรณ์เสริมขั้นพื้นฐานของเครื่องเสียงอย่าง "ทิปโท" แล้ว อุปกรณ์สารพัดประโยชน์ราคาประหยัดอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นที่รู้จักของนักเล่นระดับ Entry Level อีกชิ้นหนึ่ง ที่เอ่ยชื่อต้องร้องอ๋อกันเป็นแถว ก็คือ "ดินน้ำมันกาวบูลแท็ค (Blutack)" นี่เอง

เรียกได้ว่าเป็นของคู่บารมีนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่กันแทบทุกราย

จะว่าไปแล้ว ตัวบูลแท็คเองนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่จะใช้ในงานประเภท 'งานสำนักงาน' เป็นหลัก แต่ด้วยความช่างคิดของนักเล่นต่างประเทศกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้ลองนำมาใช้ยึดลำโพง (วางขาตั้ง) กับขาตั้งให้แนบแน่นมั่นคง ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด ทั้งคุณภาพการใช้งานและรวมไปถึงผลต่างทางคุณภาพเสียง

ดินน้ำมันกาวบลูแท็คที่แม้ว่าค่อนข้างราคาสูงเมื่อเทียบกับดินน้ำมันทั่วไป จึงมาฮิตติดตลาดในหมู่นักเล่นเครื่องเสียงอย่างไม่มีข้อสงสัย

ทิปโทลูกละพันยังเล่นได้ ประสาอะไรกับดินน้ำมันกาวที่เอาไว้ยึดลำโพงแผงละแปดสิบ

อย่าว่าใครอื่นเลย ช่วงเริ่มเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆ ผู้เขียนเองซื้อมาใช้แด็มป์ทั้งเครื่อง, ลำโพงและอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถติดได้ ติดมันตะบันราดแม้กระทั่งเก้าอี้นั่งฟังก็ยังไม่ละเว้น นับดูคร่าวๆคงไม่ต่ำกว่าร้อยแผงเห็นจะได้ มองย้อนกลับไปก็ถือว่าบ้าเข้าขั้นเหมือนกัน (แฮะ)

อินโทรฯมาซะยืดยาว เจตนาก็เพื่อจะอ้างถึง "ดินน้ำมันเดอะหั่ง" ดินน้ำมันที่ถูกคิดค้นออกแบบมาจากมันสมองของเดอะหั่ง เจตนาเพื่อใช้ในงานกับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ

ผู้เขียนได้ทดลองใช้งานมายาวนานพอสมควรเพื่อหาข้อสรุปทางเสียงและหลักวิธีการใช้งาน ซึ่งเท่าที่ตนเองได้ลอง ก็พบว่าประโยชน์การใช้งานค่อนข้างกว้าง และครอบคลุมอุปกรณ์เครื่องเสียงแทบทุกประเภท ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอแนวทางในมุมกว้างเพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับชุดเครื่องเสียงของตนเอง

ลักษณะเด่นเฉพาะตัว

  • คิดค้นและออกแบบโดยอ้างอิงหลักการเล่นเครื่องเสียงเชิงศิลปะ
  • ขอบเขตการใช้งานกว้าง จูนได้ตั้งแต่เครื่องเสียงไปจนถึงอุปกรณ์รูมอะคูสติก
  • เป็นอุปกรณ์ที่ให้ตัวได้สูง ใช้งานได้หลายรูปแบบ แต่ต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์บ้างตามสมควร

(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้ผลิต)
ติดต่อ เดอะหั่ง 0-2565-4417 01-915-6121
ราคาตลับละประมาณ 100 บาท

"ตลับ?" ใช่แล้ว ผู้เขียนไม่ได้เขียนผิด "ดินน้ำมันเดอะหั่ง" ขายเป็นตลับ ไม่ได้ขายเป็นแผงเป็นก้อนเหมือนทั่วไป ขนาดของตลับก็เท่าพวกตลับยาโดยประมาณ ผู้อ่านที่เคยชินกับดินน้ำมันกาวบลูแท็คเมื่อเห็นดินน้ำมันตลับนี้ครั้งแรก คงนึกผิดหวังในขนาดและปริมาณของมัน

"อะไรกัน (วะ) ร้อยบาทได้แค่นี้"

ใจเย็นๆครับ ผู้เขียนขอเรียนตามตรงว่า ท่านผู้อ่านอย่าได้ประเมินคุณค่าดินน้ำมันตลับเล็กๆนี้เป็นอันขาด เพราะมันไม่ได้มีดีที่ปริมาณ หากแต่ไปมีดีที่คุณภาพต่างหาก อีกทั้งหลักการใช้งานก็ถือว่าแตกต่างกับบลูแท็คไปคนละแบบ คนละทิศทาง

โดยรวม ดินน้ำมันเดอะหั่งนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับดินน้ำมันทั่วไป แต่จะมีเนื้อที่ร่วนมือกว่า สีสันที่ออกไปทางเหลืองตุ่นๆ เมื่อใช้งานจะมีคราบน้ำมันติดนิ้วมือเล็กน้อย ตรงนี้ไม่ต้องตกใจนะครับ ถือเป็นลักษณะปรกติของดินน้ำมันทั่วไปอยู่แล้ว

เมื่อลักษณะคล้ายกัน ผู้เขียนจึงได้ลองนำดินน้ำมันทั่วไปมาลองเปรียบเทียบดูบ้าง ผลที่ได้แม้จะห่างไกลกับดินน้ำเดอะหั่ง แต่ผู้เขียนก็ขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านได้ลองเทียบดูสักครั้ง เสียงมันทึบ และตายด้านดีจริงๆ (เอ้า...ก้อนละไม่กี่สลึง ลองสักหน่อยนะครับ) ต้องทักไว้ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

แล้วจะใช้งานดินน้ำมันเดอะหั่งอย่างไร ?

ดินน้ำมันเดอะหั่งไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานประเภทรองรับน้ำหนักใดๆทั้งสิ้น เรียกว่าห้ามเอาไปรองอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่มีน้ำหนักตัวนั่นเลย แต่ถูกออกแบบมาเพื่อสลายแรงสั่นสะเทือนไม่พึงประสงค์ต่างๆให้เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น เหมือนหลักการของวัสดุแด็มป์ทั่วๆไป หากแต่ปริมาณและตำแหน่งที่ใช้งานต่างหากที่ทำให้ผู้เขียนยกย่องในคุณค่าดินน้ำมันตลับละร้อยบาทอย่างเต็มปาก เพราะมันใช้น้อยเหลือหลาย

ปั้นเท่าเม็ดถั่วเขียวเม็ดเดียวก็ใช้งานได้ผลแล้ว และถ้าเป็นตามที่อ้างไว้ ผู้อ่านลองคิดดูว่าตลับเล็กๆตลับหนึ่งจะปั้นดินน้ำมันเป็นเม็ดเล็กได้กี่สิบลูก

ผู้อ่านที่มีอินทีเกรตแอมป์อย่าง NAD, Creek, Arcam, Cambridge ฯลฯ ที่มีวอลลุ่ม ก็ลองนำเอาดินน้ำมันก้อนที่ว่าไปลองติดไว้ที่ลูกบิดดู อาจจะเริ่มที่ตำแหน่งกึ่งกลางดูก่อนเพื่อฟังหาผลต่างระหว่างติดกับไม่ติดดูก่อนก็ได้ ลูกบิดในอินทีเกรตแอมป์ระดับนี้มักจะออกแบบเป็นพลาสติกหล่อ (ด้านในกลวง) โดยมีร่องสำหรับเสียบยึดกับแกนวอลลุ่มในเครื่องอีกที

ลูกบิดประเภทนี้จะอ่อนไหวต่อวัสดุที่มาแด็มป์กว่าพวกที่เป็นโลหะกลึงที่มีมวลแน่นและน้ำหนักมากกว่า ทั้งนี้ก็เพราะตัวพลาสติกที่กลวงด้านในนี้ มีมวลที่เบาและไม่มีความหนาแน่น เมื่อมีสัญญาณเสียงออกจากลำโพงในระดับความดังมากๆ ตัวลูกบิดก็ต้องมีการสั่นไหวตามแรงกระทำจากสัญญาณเสียง ท่านผู้อ่านที่มีเครื่องอยู่แล้ว สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการลองสัมผัสลูกบิดเวลาใช้เร่งเสียงดูเถิด ท่านจะสามารถรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวอย่างแน่นอน

ดินน้ำมันเดอะหั่งจะทำงานตรงนี้ เมื่อติดลงไปที่ลูกบิด มันก็จะช่วยในเรื่องของการรับคลื่นเสียง (ที่ Play Back ย้อนมาจากลำโพง) ในอากาศหรือผ่านมาตามพื้นห้องแล้วทำหน้าที่คล้ายกับเก็บแรงสั่นสะเทือนไว้ที่ตัวมันเองในระดับหนึ่งก่อนปล่อยย้อนคืนให้สลายไปเองอีกครั้ง

แปลไทยให้เป็นไทยอีกครั้งคือ ตัวมันเองทำหน้าที่แด็มป์ (รับเพื่อสลายและคลาย) การสั่นสะเทือนของลูกบิดให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับแกนวอลลุ่มที่ไปบังคับควบคุมหน้าสัมผัสในเครื่องให้มีการสั่นกวนน้อยลง (หากยังไม่ต้องการลองดินน้ำมัน ก็สามารถลองฟังเสียงระหว่างใส่และถอดลูกบิดเปรียบเทียบได้ด้วยตัวท่านเองได้ ความแตกต่างน่าจะฟังออกได้ไม่ยากเย็น เสียงจะฟุ้งๆลอยๆ คล้ายกับเสียงกว้างขึ้น แต่ทั้งหมดจะขาดน้ำหนักเสียงและอ่อนโฟกัสความเป็นตัวตน)

ผลตามแนวทางหลักการที่อ้างอิงนี้ จะนำมาเทียบกับบลูแท็ค, ยู้ฮูแท็คก็ทำได้ ไม่ผิดกติกาครับ แต่ที่แตกต่างกันแน่นอนคือคุณภาพเสียง ดินน้ำมันกาวสองตัวแรกหากปั้นเป็นเม็ดเท่ากันแล้วติดตำแหน่งเดียวกัน สุ้มเสียงจะเน้นแต่ตัวเสียงหลักๆให้ดูอิ่มหนา มีเนื้อทึบเข้ม และจะติดไปทางขุ่นข้น ขาดบรรยากาศและหางเสียงหรือที่เราเรียกกันว่า 'เสียงตาย' หากขนาดที่ใช้ใหญ่เกินไป

ผู้เขียนเคยสอบถามนักเล่นหลายท่านจากสไตล์การเล่นหลายแนวทาง ปรากฏว่ามีความเห็นตรงกัน จะแตกต่างกันบ้างคือในเรื่องนิยามของคำว่า "สงัด" ซึ่งหลายท่านให้ความเห็นว่า การใช้ดินน้ำมันกาวข้างต้นจะช่วยให้เสียงสงัด มีช่องไฟระหว่างโน้ตดีขึ้น

สำหรับผู้เขียนเองแล้ว มีความเห็นว่าดินน้ำมันกาวทั้งสองไม่ได้ทำให้เกิดความสงัดอย่างที่เรียกว่าสมบูรณ์ เพราะมันดูดซับเอาบรรยากาศรอบตัวโน้ตไปหมด ซ้ำยังแผ่อิทธิพลไปถึงบรรยากาศภายในเวทีเสียง เป็นผลให้ตัวเสียงหลักถูกเน้นให้เด่นชัดขึ้น (แบบทึบเข้ม อิ่มหนา) แต่ในขณะที่บรรยากาศรอบๆ รวมถึงบรรยากาศก้องสะท้อนอ่อนที่ทำให้รับรู้ถึงขนาดของเวทีเสียงหายไปสิ้น

แปลตรงๆว่า 'เสียงแห้ง' ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

เอาเป็นว่าผู้เขียนนิยามไว้คร่าวๆประมาณนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านมีจุดร่วมในการอ่านและตีความ ส่วนจะผิดจะถูก จะเห็นด้วยหรือไม่ในนิยามของใคร ผู้เขียนก็ขอฝากให้พิจารณาด้วยวุฒิภาวะของท่านผู้อ่านแต่ละท่าน คนเรามีสิทธิในการจำกัดคำนิยามแตกต่างกันได้ ไม่ใช่เรื่องผิดถูกที่จะต้องนำมาทะเลาะเบาะแว้งกัน

เล่นเครื่องเสียงเสพดนตรีนี่ครับ ไม่ได้เล่นไปแข่งโอลิมปิก

ออกทะเลอีกแล้ว...กลับมาที่ดินน้ำมันเดอะหั่งกันต่อดีกว่า จุดเด่นที่สุดของดินน้ำมันรุ่นนี้ก็คือคุณภาพเสียง เนื้อเสียงทั้งหมดจะนุ่มนวล ประณีต แต่ควบแน่นเป็นตัวตน ราวกับว่าเสียงทั้งหมดมีความเป็นระเบียบแบบแผน ช่วยให้เกิดความต่อเนื่องไหลลื่น มีความเป็นดนตรีสูงขึ้น ที่สำคัญคือยังคงรักษาบรรยากาศรอบตัวโน้ตให้คงอยู่ได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เกิดความใสของพื้นเสียงที่ช่วยให้สามารถแยกแยะเสียงนั้นๆ ให้หลุดลอยอยู่ในอากาศอย่างชัดเจน และเป็นแบบมีทรวดทรง มีบอดี้ ไม่ใช่ประเภทชัดเข้มเป็นจุดๆ

ทั้งหมดเกิดขึ้นจากดินน้ำมันก้อนเท่าเม็ดถั่วเขียวเพียงเม็ดเดียว!!
ขี้โม้ !!! มันจะเกินไปแล้ว ดินน้ำมันนะไม่ใช่เปลี่ยนสายลำโพง

จริงครับ, แม้ขณะที่ผู้เขียนนั่งพิมพ์อยู่ตอนนี้ ก็ยังคิดอยู่เสมอว่าหากตนเองเป็นคนที่ไม่เคยได้เล่นของพรรค์นี้มาก่อน ก็ยากยิ่งที่จะเกิดความเชื่อถือ มันหักล้างแนวทางการเล่นเครื่องเสียงที่มีส่วนผสมของวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ไปชนิดที่เรียกว่าหากเชื่อถืองานเขียนแบบนี้ ก็ต้องโยนตำราที่ร่ำเรียนมาทิ้งกันไปเลย แต่จนถึงบรรทัดนี้ผู้เขียนเองก็ขอยืนยันอีกครั้งว่า จริงๆแล้วหากผู้เขียนไม่ได้ฟังเองกับหู ก็คงจะอุทานเช่นนั้นเหมือนกัน มันจะเป็นไปได้ยังไง ดินน้ำมันแค่ก้อนเดียว

แต่จากการลองเล่นมานานนับปี ผลลัพธ์ที่ได้มันก็เป็นไปตามที่โม้ไว้ทุกประการ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีเหมือนกัน

"นายลองเขียนอธิบายรสชาติความเค็มของเกลือให้คนที่ไม่เคยกินอ่านดูสิ ดูซิว่าต้องบรรยายกันกี่หน้ากระดาษ สู้เอาเกลือป้ายลิ้นทีเดียวได้ไหม ? พอชิมเสร็จแค่มองตากันทีเดียวก็รู้เลยว่ารสชาติมันเป็นยังไง ไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาว"

หนึ่งในคำสอนของ "ท่านเจเจ" ที่ยังคงจับใจผู้เขียนมาจนวันนี้ ของอย่างนี้ต้องหาโอกาสลองด้วยตัวเองมันถึงจะเข้าใจ ท่านผู้อ่านที่เคารพท่านใดที่สนใจ ผู้เขียนก็ขอเสนอว่าให้ลองติดต่อขอลองฟังกับเดอะหั่งโดยตรงนะครับ เจ้านี้ไม่เคยเกี่ยงเรื่องขอลองฟังลองเล่น ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว (วิธีการใช้งานนั้นค่อนข้างหลายหลาย ท่านผู้อ่านสอบถามเทคนิคโดยตรงกับเดอะหั่งได้เลย)

สำหรับแนวทางการใช้กว้างๆอีกส่วนที่อยากเสนอก็คือ ลองติดไว้กับบริเวณตัวถังของเครื่องเสียงที่เคาะดูแล้วสั่นสะเทือนมากที่สุด เช่นฝาเครื่อง แผ่นลิ้นชักเครื่องเล่นซีดี หม้อแปลงต่างๆ (ต้องไม่ร้อนมากนะครับ เพราะดินน้ำมันจะละลายไม่เป็นรูปทรง) โดยละเว้นการใช้งานบริเวณจุดตัดตรงกลางระหว่างเส้นทแยงมุมของเครื่อง ผู้เขียนลองมาหลายเครื่องพบว่าได้ไม่เท่าเสีย (ประเด็นนี้รวมไปถึงอุปกรณ์ทับเครื่องชนิดอื่นๆด้วย)

และขอแนะนำว่าติดแค่เครื่องละจุดสองจุดต่อเครื่องก็เพียงพอแล้วครับ ไม่ต้องใช้ทั้งตลับนะครับ นอกจากจะเปลือง, สกปรก จุดสำคัญคือเสียงจะนุ่มหนามากเกินไป ของอย่างนี้ต้องใช้ให้สมดุลครับ, มากไปไม่ได้ น้อยไปไม่ดี

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ติดจูนอะคูสติกห้องได้อีกด้วย วิธีการลองง่ายๆคือ ลองปั้นดินน้ำมันขนาดเท่าเม็ดถั่วลิสง แล้วติดตรงผนังด้านหลังลำโพง โดยยึดตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างลำโพงเป็นที่ตั้ง ความสูงนั้นก็พิจารณาเทียบเคียงตำแหน่งความสูงของทวีตเตอร์เป็นเกณฑ์ โดยยอมให้ปรับได้สูงต่ำกว่านี้อีกเล็กน้อย หากมีแผงดิฟฟิวเซอร์ก็ให้ติดที่สันไม้ หากเป็นผนังโล่งก็ติดตรงผนังได้เลย

ผลที่ได้คือ ตำแหน่งชิ้นดนตรีในบริเวณตรงกึ่งกลางลำโพงจะมีความชัดเจนแม่นยำเป็นตัวตนมากขึ้น แต่มันไม่ได้ทำให้เกิดความชัดเจนแบบขึ้นเป็นขอบเป็นสัน แต่จะเป็นแบบมีทรวดทรงมากกว่า ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นจะครองตำแหน่งอย่างมั่นคง นิ่งสนิท ลดอาการเสียงกลางแหลมฟุ้งลงไปได้พอสมควร

กับเสียงร้องนี่สิทีเด็ด เรียกว่าแต่ละเสียงที่เปล่งออกมาช่างไพเราะน่าฟัง คล้ายกับว่านักร้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้น ลีลาการร้องเปิดเผยแพรวพราวขึ้นผิดหูผิดตา ใครที่ชอบเสียงร้องออดอ้อนพิรี้พิไรประเภทลูกคอเจ็ดชั้นล่ะก็ รับรองว่าไม่ผิดหวังเป็นแน่

ไม่เพียงแต่ลีลาเสียงร้องเท่านั้น ท่านผู้อ่านยังสามารถปรับตำแหน่งความสูงของนักร้องได้ตามใจนึกอีกต่างหาก โดยเลื่อนตำแหน่งติดดินน้ำมันให้สูงขึ้น ตำแหน่งของเสียงร้องก็จะขยับสูงขึ้นไปตามตำแหน่งที่ติดเลยทีเดียว (แนะนำว่าอย่าปรับให้สูงเกินไป เสียงจะลอยและขาดฐานเสียงมากเกินจริง นักร้องสาวจะกลายเป็นกระสือสาวได้ ในขณะที่ถ้าติดต่ำเกินไป จะกลายเป็นนักร้องคุกเข่าร้องเพลง ชิ้นดนตรีในตำแหน่งที่ติดจะลดระดับความสูงลง)

จุดสังเกตที่ต้องแจ้งไว้สำหรับการใช้งานในระยะยาวคือ ดินน้ำมันนี้เป็นวัสดุเนื้ออ่อน ให้ตัว แน่นอนว่ามันย่อมอ่อนไหวต่อแรงกระทำและอุณหภูมิ เมื่อไหร่ก็ตามที่พบว่าตัวเนื้อดินน้ำมันเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เช่นเริ่มแข็งหรืออ่อนตัว แต่ยังอยู่ในวิสัยที่พอจะปั้นใหม่ได้ ก็ให้ปั้นแล้วติดใหม่ แต่หากดูแล้วหมดสภาพก็จำเป็นต้องเปลี่ยนนะครับ โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ในระยะเวลาราว 3-6 เดือน ซึ่งก็นับว่าเกินความคุ้มค่าไปแล้วกับดินน้ำมันเม็ดเท่าถั่วเขียวเม็ดเดียว

ส่วนแนวทางการเล่นอื่นๆอีกหลายรูปแบบ ท่านผู้อ่านสามารถโทรสอบถามได้โดยตรงพร้อมทั้งสามารถทดลองฟังการสาธิตได้ที่เดอะหั่งได้ตลอดเวลานะครับ

บรรยายขนาดนี้ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องเป็นชุดไฮเอ็นด์หรือห้องต้องดีจึงจะฟังออก ?

ขอตอบแบบฟันธงว่าไม่มีความจำเป็นครับ ดินน้ำมันเดอะหั่งไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานในส่วนนี้ ขอแต่ผู้ใช้งานควรจะต้องมีทักษะในการปรับจูนอุปกรณ์เสริมมาบ้าง (รูปทรงที่ปั้นก็สำคัญ จะเอาทรงไหนก็ได้ อย่าให้แบนเป็นไข่ดาวก็เป็นอันใช้ได้) จะได้สามารถใช้งานดินน้ำมันตลับเล็กพริกขี้หนูได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เครื่องเล่นดีวีดีจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไปจนถึงเครื่องเล่นซีดี Accuphase ก็ไม่เคยส่ออาการเสียมากกว่าได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เอาเป็นว่าที่ผู้เขียนออกอาการชื่นชมเป็นพิเศษ ก็ไม่ได้มีความคิดอื่นใด นอกจากเห็นว่าดินน้ำมันตลับเล็กพริกขี้หนูของเดอะหั่งนี้ มีคุณค่าและคุณภาพที่จัดได้ว่าเข้าข่ายคุ้มค่าคุ้มราคาเงินทุกบาทที่จ่ายออกไป โดยเมื่อเทียบคุณภาพกับของต่างประเทศที่เป็นที่นิยมมากกว่า ก็พบว่ามันไม่เพียงทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่น้อยหน้า หากแต่ทำได้ดีกว่าแทบทุกประเด็นอีกด้วย

สุดท้ายก็เหลือแค่เพียงอย่างเดียวที่ผู้เขียนต้องการจะกล่าว คือหากมีโอกาส ก็ขอให้ท่านผู้อ่านได้ลองหาโอกาสให้อุปกรณ์เสริมชิ้นหนึ่งได้พิสูจน์คุณค่าในตัวเองด้วยหูของตัวท่านเองสักครั้ง

แล้วท่านจะรู้ด้วย (หู) ตัวเองว่า มันคุ้มค่ากับเงินหนึ่งร้อยบาทของท่านขนาดไหน


"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549

 


 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com