Nano Technology แน่นอนครับ ในยุคปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในโลกใบนี้จะเน้นลดขนาดลงแต่ให้คุณภาพที่สูงกว่า เทคโนโลยีนาโนจึงเข้ามามีบทบาทใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น แม้ในการเล่นเครื่องเสียงก็หนีไม่พ้น เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องเสียงในนาม Acoustic Lab ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาร่วมใช้ในการผลิตสายไฟรุ่นใหม่ของ Acoustic Lab Power Cord ในปีพอศอนี้กันแล้ว
ว่ากันด้วยระบบไฟฟ้าที่ใช้สำหรับเครื่องเสียง ผู้ที่พิถีพิถันในการฟังเพลงจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ไม่แพ้เรื่องอื่นๆ สายไฟเอซี(หรือสายไฟกระแสสลับ)ที่ใช้งานควบคู่กับชุดเครื่องเสียงในชุดๆหนึ่งจึงมีความสำคัญเช่นเดียวกัน
Acoustic Lab เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องเสียงหลายต่อหลายอย่างจึงมองข้ามเรื่องสายไฟเอซีไปไม่ได้อย่างแน่นอน ล่าสุด Acoustic Lab ได้ส่งสายไฟรุ่นใหม่ล่าสุดมาให้นักฟังได้ลองเล่นกันนั่นคือ Acoustic Lab : Jupiter Power Cord
Jupiter Power Cord เป็นสายรุ่นใหม่ล่าสุดที่ Acoustic Lab บรรจงสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว กับความตั้งใจและทุ่มเทในการค้นคว้าพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Acoustic Lab ทำให้ได้สายไฟเอซีที่ไม่น่าจะเป็นสายไฟเอซีธรรมดาทั่วไป ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่จะเรียกว่าทันสมัยก็อาจจะน้อยไป อาจจะต้องเรียกว่านวัตกรรมที่ก้าวล้ำไป ซึ่งนิยามได้ว่าเป็นสายไฟเอซีแห่งอนาคตและปัจจุบันก็พอจะนิยามได้
Acoustic Lab AC Power Cord ได้วางตลาดสายไฟเอซีไว้เบื้องต้นสองรุ่นด้วยกัน(ยังมีรุ่นราคาเรือนแสนบาทที่ยังไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย) ซึ่งรุ่นแรกจะเหมาะสมกับแหล่งเครื่องใช้ประเภทดิจิตอล กับอีกรุ่นจะเหมาะกับแหล่งเครื่องใช้งานประเภทอนาลอกเป็นหลัก โดยใช้ชื่อรุ่นกำกับไว้เป็นรุ่น Mercury Power Cord และรุ่น Jupiter Power Cord ตามลำดับ
ครั้งนี้ผมได้รับสายไฟเอซี Acoustic Lab : Jupiter Power Cord มาลองเล่นซึ่งเป็นสายที่เหมาะสมกับการใช้งานประเภทอนาลอกตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
รูปลักษณ์และการใช้งาน
Acoustic Lab : Jupiter Power Cord ออกแบบทางกายภาพดูแล้วน่าซื้อหามาใช้งานเป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ของสายที่มีขนาดใหญ่ ต้องตาต้องใจและบึกบึนน่าเกรงขาม ตัวฉนวนของสายชั้นสุดท้ายเป็นวัสดุผสมระหว่างยางกับพลาสติก(หนังงู)ถักแบบตาข่ายสีเทาดำหุ้มไว้ชั้นสุดท้าย ตัวสายออกแบบให้มีน้ำหนักเบา และโอนอ่อนให้ตัวได้ง่ายไม่แข็งแบบสายแกนเดี่ยว
ขนาดความยาวถือว่าเป็นขนาดความยาวตามมาตรฐานสากลคือ 1.8 เมตรหรือ 6 ฟุต เมื่อมองลอดตาข่ายชั้นนอกสุดเข้าไปพบว่าฉนวนชั้นรองลงมาเป็นสีเทามีลักษณะคล้ายวัสดุประเภทโพลีโพพีลีนผสมหุ้มตัวสายจริงไว้อีกครั้ง
ด้านขั้วตัวผู้มีการเข้าขั้วที่ดูดีมีราคาที่สำคัญปลอดภัยกับการรั่วของกระแสไฟได้ดีมาก เนื่องจากมีการหุ้มขั้วหัวท้าย(ช่วงที่แข็งแรงที่สุด)ด้วยปลอกทองแดงเนื้อหนา และหุ้มไว้ด้วยท่อหดหนึ่งชั้น จากนั้นมีกระดาษสีที่แสดงยี่ห้อ Acoustic Labและรุ่นของสาย Jupiter แปะไว้ พร้อมกับตัวอักษร Nano Physics-Metallurgy ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่ Acoustic Lab นำมาใช้ จากนั้นมีท่อรัดแบบใสห่อหุ้มไว้นอกสุดทำ
งานประกอบขั้วหัวสายประณีตเรียบร้อยดังเช่นสายระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์กันเลยทีเดียว
ตัวนำด้านขั้วตัวผู้ทั้งขาไลน์ ขานิวตรอน และขากราวด์ เคลือบผิวด้วยเงินและโรเดียมทำให้มีความเงางามและนำสัญญาณได้ดี ที่ตัวปลั๊กมีอักษรปั๊มนูนคำว่า NICOON ปั๊มนูนไว้ จึงสัญนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นขั้วปลั๊กตัวผู้ยี่ห้อดังเขย่าวงการอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นแน่แท้
ด้านขั้วตัวท้ายหรือขั้วปลั๊กตัวเมีย มีตัวอักษรดังกล่าวเช่นกัน กรรมวิธีการเข้าขั้วเหมือนกันและมีท่อหดแบบใสชั้นสุดท้ายห่อหุ้มอยู่ เพียงแต่ว่าไม่มีป้ายยี่ห้อและรุ่นใส่ไว้เช่นด้านขั้วตัวผู้
ขั้วตัวเมียด้านท้ายมีขนาด 15 แอมป์ นับว่าพอเพียงกับการใช้งานสำหรับเครื่องเสียงทั่วไปและเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ที่ไม่ใหญ่มากจนถึงขนาดกระแส 20 แอมป์
พูดก็พูดเถอะ เครื่องส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นท้าย IEC ขนาด 15 แอมป์เป็นส่วนมากที่ใช้งานกันหลากหลายที่สุด Jupiter จึงตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก วัสดุตัวนำของขั้วตัวท้ายก็ชุบเงินและโรเดียมเช่นกัน
บริเวณขั้วตัวผู้และขั้วตัวเมียมีการชีลด์ไว้ทั้งสองด้าน(ด้วยปลอกทองแดง) เพื่อป้องกันคลื่นสัญญาณรบกวนประเภท RFI และ EFI ทำให้สายไฟเอซี Acoustic Lab : Jupiter Power Cord ปราศจากคลื่นรบกวนประเภทดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเสียบใช้งานพบว่าทั้งขั้วตัวผู้และขั้วตัวเมีย ให้ความแน่นกระชับที่พอเหมาะ ไม่ถึงขนาดแน่นมากจนต้องใช้อวัยวะส่วนอื่นช่วยดึงออก แต่ก็ไม่หลวมแบบเสียบแล้วถอยหลังออกจากเครื่องได้ง่าย เรียกว่าจะเสียบจะดึงก็ไม่ต้องกังวลกัน การใช้งานก็ไม่ควรที่จะงอหรือพับสาย(ที่จริงสายไฟทุกยี่ห้อก็ไม่ควรทำเช่นนั้นอยู่แล้ว) ควรมีพื้นที่ให้สายได้โค้งงอบ้างแล้วจะพบบุคลิกที่คาดไม่ถึง
การผลิตที่ดูเหนือกว่าสายไฟเอซีทั่วไปก็คงจะหนีไม่พ้นเทคโนโลยีที่กล่าวไว้เบื้องต้น คือ ตัวสายผ่านการปรับโครงสร้างภายหลังการประกอบขั้วด้วยระบบ Nano Physics-Metallurgy
Technology (NPM=ขบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเรียงตัวของโมเลกุลแบบถาวร) และ Demagnetizer ซึ่งเป็นกระบวนการ Thermal Treatment ที่ถูกระบุว่าดีที่สุดในปัจจุบัน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.thehificity.com )
เทคโนโลยีที่ว่านี้ทำให้สายไฟเอซี Acoustic Lab มีความแตกต่างจากสายไฟเอซีทั่วไป และผู้ผลิตระบุไว้ว่าสามารถถ่ายทอดสัญญาณที่มีค่าความต้านทานต่ำมากๆให้ถ่ายทอดสัญญาณเสมือนไม่มีตัวนำ Cable with No Cable ด้านตัวนำใช้ทองแดงบริสุทธิ์ ที่มีค่าสูงถึง 99.999999%(6N Crystal) กับตัวนำทองแดงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่หน้าตัดถึง 7 AWG
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย Hi Fi Sound City โทร 086-087-8585 หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน Hi Fi Tower : 02-881 7273-7,Hi End Audio : 02-251 2136-7,จิตจันทร์ (Fortune Tower) : 081-6268201, 081-7558102. ราคาโดยประมาณ 25,000 บาท/เส้น (1.8 เมตร) (กันยายน 2008)
ข้อมูลจำเพาะของสายไฟเอซี Acoustic Lab : Jupiter
Application : Analog source, Power amplifier, Pre amplifier, Integrated amplifier, Turntable.
Fully Nano Physics Metallurgy(NPM) and Demagnetizing treated.
Super fine (Nano standard) 6N crystal: 7 AWG.
Mechanical cable vibrations free design (Patented).
Triple unique shielding for 100% filtering RFI and EFI interference signals
Power plug and IEC connector 15 Amp : Silver and Rhodium plating. |