Progold GP5

 
  X-Wire Space Odyssey
  X-Wire Rhythm (XLR) Interconnect
  QED SILVER SPECIAL 25th
  ปลั๊กลอย-หิมพานต์
  ก้อนอิทธิเจ
  Cardas Cross XLR Interconnect
  Acoustic Revive RIQ5010, 5010W
  Acoustic Lab Jupiter Power Cord
  Acoustic Revie RD-3
  มหัศจรรย์อุปกรณ์เสริม “ตัวอุด”
  Acoustic Revive : QR-8
  ลองเล่น : ลองเล่นกับไฟ
  PS Audio : Noise Harvester

  Miss Thailand Interconnect 2
 
Miss Thailand Interconnect
 
Wattgate 330iAG :: Dynamic Silver
 
Wattgate 381 AG :: Silver Arrow
 
สายไฟ เอซี JPS Inwall Power Cord
 
Tip Toe : Britannia
 
ดินน้ำมันเดอะหั่ง
 
Monster Quick Lock
 
Gutwire Note Pad
 
Master Stand 2217
 
Shunyata Research Hydra II
  Acoustic Zen Tsunami MK ii
  ACME IEC Inlet
  Eichmann Technologies Topper
  Dragonfoot
  Tip Toe : Michell Tender Feet
  Cardas :: Cuboild Woodblock
  Shurtter Connecter 4781.0100
  Hi-Fi Jack
  ลองเล่น FIM 302 + 303
 
ลองเล่น Hi-Fi Trick
  Isoclean Power ICP-002
  Cardas Cross : Wattgate Signature
  Hovland Main Line
  Alphacore : MI-3 Divinity
  Tip-Toe : Stillpoints
  AV Zone IS500 Plus
  Supra LoRad 2.5
  Monster M351
  สายสัญญาณ Cardas Audio
  5 ปลั๊กไฟเอซี (Receptacle)
  3 ทางเลือกขั้วปลั๊กไฟฯ
  สายลำโพง Ecosse CS2.3 
  EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ
  Tip-Toe : Fine Ceramic

ลองเล่น ACME IEC Inlet

โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com

ยังเป็นประเด็นที่เห็นไม่ตรงกันและยังหาข้อยุติไม่ได้วงการเครื่องเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่านักเล่นที่มีพื้นฐานร่ำเรียนตำราวิชาการ กับ 'นักวิชาเกิน' อย่างเช่นผู้เขียน ไม่ใช่เรื่องใดดอกครับท่านผู้อ่าน มันก็คือ 'อุปกรณ์เสริม' สำหรับเครื่องเสียงนี่เอง

จริงๆแล้ว เรื่องความเห็นไม่ตรงกันที่ว่า ผู้เขียนไม่ได้ยินกับหูของตัวเองตรงๆดอก แต่เหตุที่ทราบเรื่อง ก็เพราะมิตรสหายอันเป็นที่รัก ได้กรุณาส่งข่าวมายังผู้เขียนว่าพักหลังบทความประเภทอภินิหารออดิโอที่ผู้เขียนได้รับใช้ผู้อ่านมาไม่ถึงขวบปีนี้ กำลังเป็นที่จับตามองจากกลุ่มนักเล่นที่มีความรู้เชิงวิชาการชนิดจ้องเขม็งกันเทียว, แหม...ถึงจะเป็นผู้ชายอกสามศอกด้วยกันก็เถอะ จ้องตาเป็นมันวาวอย่างนี้ก็เขินเป็นนะครับนาย

จะเล่าให้ฟัง เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ

ท่านว่า, ตามหลักการแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าผลต่างทางเสียงอาจจะพอมี แต่ถ้ามีคงไม่คุ้มค่าเงิน หรือมีผลจริงก็คงจะให้ปริมาณความต่างที่น้อยนิด ไม่คุ้มกับเงินทองที่ใช้จ่ายออกไป ลำพังอุปกรณ์เสริมชิ้นเดียวเล่นเขียนโม้เป็นตุเป็นตะเสียหลายหน้ากระดาษ มันออกจะเข้าข่ายปั้นน้ำเป็นตัวเกินไป อีกทั้งประวัติคนเขียนเองก็ไม่มีความรู้หลักวิชาการหรืออะไรทำนองนี้มาประกอบการนำเสนอ ดูไม่น่าเชื่อถือ และขัดต่อความเป็นจริงที่ร่ำเรียนมาอย่างยิ่ง

ถึงส่วนหนึ่งมันจะอิงหลักฟิสิกส์ก็เถอะ แต่หูคนมันจะฟังออกขนาดนั้นได้อย่างไร

ฟังท่านวิพากษ์แล้วมาไตร่ตรองดู มันก็จริงของท่านครับ ผู้เขียนเห็นด้วยทุกประการ ว่ากันตามหลักการ มันก็ต้องเป็นไปตามหลักการถึงจะถูกต้อง

แต่บังเอิญผู้เขียนใช้ 'หลักเกิน' นี่สิครับ มันเป็นการใช้หลักคนละอย่างกับที่ท่านยกอ้าง จะว่าไปแล้วคงเป็นการสื่อสารที่ไม่ตรงกันเสียมากกว่าถึงได้เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้น 'หลักเกิน' ที่ผู้เขียนใช้ ก็ยึดถือหลักการเล่นเครื่องเสียงโดยยึดศิลปะเป็นแกนนำ แล้วผสานหลักการทางวิยาศาสตร์เป็นตัวตาม ผลการลองเล่นที่ได้ จะยึดถือศิลปะการเล่นเครื่องเสียงเป็นแก่น นำเสนอในรูปแบบของการเล่าเรื่องเชิงอัตพิจารณ์ หากสามารถยกทฤษฎีขึ้นมาอ้างเพื่อเพิ่มน้ำหนักแก่ชิ้นงานได้ ก็มักจะทำ แต่หากหาหลักการมายืนยันไม่ได้ ก็ไม่ได้ยึดติด, มันถึงได้เป็น 'หลักเกิน' ยังไงล่ะครับ

จะว่าไป (อีก) มันก็ต้องมาดูกันในรายละเอียด ว่าที่ผิดต่อหลักการที่ข้างต้นนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าว่าเราเอาศาสตร์ด้านไหนมาตัดสิน

ศิลปะศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์

ยกตัวอย่างง่ายๆ นำรูปเขียนอาจารย์ถวัล ดัชนี มาตรวจวัดทางเคมี วัดสี ตรวจสอบเนื้อผ้าใบที่ใช้ตามหลักการวิทยาศาสตร์ แล้วใช้พื้นฐานทางประวัติศาสตร์มาคำนวณอายุภาพ เพื่อใช้คิดเป็นต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ สรุปอย่างมากก็หลักพันหลักหมื่นบาท นับว่าถูกต้องตามหลักการอย่างถกเถียงไม่ได้

รูปใบเดียวกันนี้ เมื่อมองด้วยสายตาของผู้เสพงานศิลปะอย่างเข้าถึง ยืนนิ่งมองภาพเขียนนับชั่วโมง เนื้อตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลอาบสองแก้ม เกิดความปลื้มปีติขึ้นภายในอย่างอธิบายไม่ถูก ราคาค่างวดที่ถูกตีค่าตามหลักการทางเคมีเพียงหลักพันหลักหมื่น มันกลับเปี่ยมด้วยคุณค่ามีราคาขายเป็นเงินหลักแสนหลักล้านในทันที

รูปเดียวกัน เมื่อใช้ศาสตร์ต่างแขนงในการวัดคุณค่า ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แน่นอนครับ, สำหรับบทความของผู้เขียน ก็ใช้หลักเดียวกันนี้เรียบเรียงออกมาคือผสมผสานทั้งศิลป์และศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยยึดโยงเอาผลลัพธ์จากการได้ลองเล่นลองฟังเป็นที่ตั้ง ลงว่าเข้าขั้นบ้าแล้ว ไม่เข้าข้างตัวเองแล้วจะเข้าข้างใครล่ะครับ

ก็แหม...ชื่อคอลัมน์มันบอกอยู่แล้วนี่ครับว่า 'ลองเล่น' ไม่ได้จั่วหัวว่า 'แล็ปเทสต์' หรืออะไรทำนองนี้สักคำ เครื่องมือเครื่องไม้ที่ใช้ทำมาหากิน ก็มีเพียงสองใบหู หนึ่งสมอง และสองมือเพี้ยนๆของผู้เขียน ฟังไป ลองไป เล่นไปตามประสา พบเจออะไรมาก็นำมาเขียนเล่าสู่ให้ผู้อ่านที่เคารพรักได้อ่านกันเพลินๆ ค้าน้ำหมึกได้เงินค่านมไปเลี้ยงลูก มันก็เท่านั้นเองครับ

"ความจริงทั้งหมด ผมก็ชี้แจงต่อท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปครบถ้วนกระบวนความแล้ว ยังจะให้กล่าวอะไรได้อีกเล่าครับท่านประธานที่เคารพ"

พุทโธ่! (อุ๊บส์)

นี่ถ้าอุปมาชีวิตเป็นรถรา เริ่มต้นเดินทางออกจากรังสิต ตอนนี้ผู้เขียนก็คงติดไฟแดงอยู่แยกแคราย เลี้ยวซ้ายแล้วมุ่งหน้าไปสักหน่อย ก็จะถึงหลังคาแดงรอมร่อ อีกแค่สี่แยกเดียวเท่านั้นก็จะได้เป็นคนบ้าเต็มขั้นกับเขาอยู่แล้ว มาถึงขั้นนี้แล้วจะให้วกรถกลับ

เห็นทีจะห้ามยากแล้วละครับ

บ่นไปก็เท่านั้น ยังไงเสียท่านก็คงยังเห็นค้านกับผู้เขียนอยู่ดีนั่นแหละ เอาเป็นว่าผู้เขียนเข้าใจท่านดีทุกประการ แต่จะให้ตาม 'หลักการ' ของท่านเสียทั้งหมดคงไม่ไหว ยังคงต้องใช้ 'หลักเกิน' ของผู้เขียนต่อไปอยู่ดี เอาอย่างนี้ระครับ จากนี้ไปผู้เขียนจะพยายามผลิตงานเขียนที่อิงบนหลักทางวิชาการเพิ่มขึ้น อย่างน้อยที่สุด ก็ให้อ่านแล้วยังพอยอมรับโดยสากลได้บ้าง ส่วน 'หลักเกิน' ที่ผู้เขียนใช้เป็นแนวทางการลองเล่นนั้น ก็จะผสานเข้าไปให้กลมกลืนตามสัดส่วน มากบ้าง-น้อยบ้างก็แล้วแต่อุปกรณ์ชิ้นนั้นมันจะวิจิตรพิสดารเพียงใด

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับ 'คำติ' ท่านต่อไป ทั้งนี้เพื่อจะได้นำไปประยุกต์และพัฒนาทักษะของผู้เขียนเองให้เพิ่มพูนขึ้น ส่วน 'คำชม' นั้น ไม่มีไม่ซีเรียสครับนายท่าน

กลับมาที่อุปกรณ์เสริมสักหมวด เลือกเอาที่กำลังฮ็อตฮิตติดกระแสนั่นแหละครับ จะเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้สำหรับวันนี้ เรามาว่ากันต่อเรื่องอุปกรณ์จ่ายกำลังประเภทสายไฟเอซี และปลั๊กไฟกันต่อดีกว่านะนายท่าน

จวบจนวันนี้ แม้จะมีเสียงปฏิเสธว่าปลั๊กไฟไม่มีผลต่อชุดเครื่องเสียงอยู่บ้าง แต่เสียงของพวกเขาเหล่านั้นในวันนี้ คงไม่ก้องดังกังวานเช่นแต่ก่อน ก็แหม...แค่กดค้นหาคำว่า 'Wall Plug' ที่เซิร์ชเอ็นจิ้นชื่อดังอย่าง Google หรือ Yahoo ดูสินาย ฝ่ายค้านที่เสียงแข็ง ก็อ่อนแรงลงในบันดล อ้อมแอ้มไปคุยเรื่องอื่นแทน

จะไม่ให้อึ้งกิมกี่ยังไงไหว ก็พี่ท่านเล่นค้นเจอปลั๊กไฟจากผู้ผลิตต่างประเทศเป็นร้อยเป็นพันลิ้งค์ นับเฉพาะบริษัทได้เป็นร้อย ถ้านับเป็นรุ่นคงได้รายชื่อปลั๊กไฟ ขั้วปลั๊ก และสายไฟเอซีสำหรับเครื่องเสียงเป็นหมื่นรุ่น

สายไฟอย่างเดียวราคาค่าตัวก็เริ่มตั้งแต่หลักพันไปยันหลักแสนบาท!

เส้นเดียวดาวน์รถเก๋งได้ทั้งคัน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ไอ้สายไฟที่ว่า มันมีคนซื้อนะครับนายท่าน ไม่ใช่ผลิตไว้ตั้งในโชว์รูมอย่างเดียว เรียกว่าซื้อมาเสียบเล่นกันเป็นล่ำเป็นสันทีเดียวเชียว จะว่าบ้าว่าเพี้ยนถูกฝรั่งด้วยกันลวงหลอกก็หาไม่ เพราะพี่ยุ่น-พี่จีน-พี่ไทยรวมถึงประเทศที่พอมีอันจะกินแถบเดียวกับเราเขาก็เล่นกันทั้งหมด นั่นก็แสดงว่าผู้เขียนไม่ได้คิดฝันเอาเองอยู่คนเดียว แต่บ้าตามบริษัทผู้ผลิตและนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลกที่กำลังเห่อสายไฟกันกระหึ่มวงการนั่นแหละนาย

กล่าวถึงปลั๊กไฟ, ผู้เขียนได้ยินข่าวล่าว่ามาแรงว่า ถึงวันนี้บัลลังก์ของ Wattgate ต้องสะเทือนเลือนลั่นอีกครั้ง หลังจากที่ขึ้นชั้นเป็นขวัญใจมิตรรักแฟนเพลงอยู่นาน สุ้มเสียงและคุณภาพของผู้ท้าชิงเป็นอย่างไรมิใคร่ทราบ แต่เท่าที่รู้ อุปกรณ์ขั้วต่อระบบไฟนาม Acrolink บรรลุถึงขั้นรวบรวมเอาวัสดุที่สุดของที่สุดเท่าที่จะหาได้ เรียกว่าอะไรที่เป็นที่สุดของที่สุด ก็จะนำมาบรรจุอยู่ในอุปกรณ์ขั้วปลั๊กของเขาชนิดเต็มพิกัดทุกตัว เฉพาะขั้วปลั๊กหัว-ท้าย (Male Plug - Female Plug) ตั้งราคาขายแบบมิตรภาพที่แปดร้อยยูเอสดอลล่าร์

คู่ละสามหมื่นต้นๆเองครับนายท่าน!!!

กราบเรียนตรงนี้เลยนะครับ เจ้าสัวท่านใดที่ใจถึงซื้อหามาใช้งาน ขอโอกาสให้ผู้เขียนไปฟังเป็นบุญหูสักครั้ง ชั่วชีวิตนี้จะไม่ลืมพระคุณกันเลย

กลับมาที่เมืองไทยกันต่อ, แม้อุปกรณ์จำพวกปลั๊กไฟจะไม่แพร่หลายทัดเทียมพวกสายสัญญาณสายลำโพงก็ตาม แต่ช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีพอสมควร แม้ตัวเลือกจะไม่มากมายดังเช่นในต่างประเทศ แต่ก็พอมีให้เลือกใช้หลายยี่ห้อพอที่จะแนะนำกันได้

แต่ที่จะนำมาเสนอในครั้งนี้ เป็นตัวเลือกที่มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อที่ผลิตออกมาจำหน่าย นั่นคือ IEC Inlet หรือแปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า 'เบ้าเสียบ' ซึ่งเป็นอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายก่อนกระแสไฟจะเข้าสู่ภายในเครื่อง

เท่าที่เห็นมีขายกันในชั่วโมงนี้ มีด้วยกันสามยี่ห้อ Acme Audio lab, Furutech, Schurtter ยี่ห้อสุดท้ายนี้เป็นแบบใช้งานทั่วไป ราคาย่อมเยาเพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานเครื่องเสียงโดยตรง ต่างกับสองยี่ห้อแรกที่เป็นออดิโอเกรดกันตั้งแต่พิมพ์เขียว ด้านคุณภาพเสียงก็ไม่ผิดไปจากที่คาด เบ้าเสียบออดิโอเกรดกินขาดแทบทุกกรณี ยกเว้นเพียงปัจจัยเรื่องราคา ที่กินเบ้าเสียบเกรดธรรมดาไปขาดลอยเหมือนกัน

สำหรับ Furutech นักเล่นที่ชื่นชอบน้ำเสียงจากสายยี่ห้อ Furugawa คงได้ซาบซึ้งกับน้ำเสียงที่สด ฉับไว ขยันขันแข็ง มีแรงปะทะที่เฉียบคมของเบ้าเสียบยี่ห้อนี้กันบ้างแล้ว ส่วน Acme Audio lab นั้นมาแนวนุ่มนวล สะอาด ติดไปทางหวานระรื่น ถือเป็นทางเลือกที่แตกต่างอย่างชัดเจนในหมวดหมู่อุปกรณ์ชนิดเดียวกัน

ด้วยมูลเหตุข้างต้น นักเล่นนักฟังที่เน้นการฟังเพลงเพื่อการผ่อนคลาย จึงนิยมใช้เบ้าเสียบ Acme Audio lab เพื่อตอบสนองความต้องการของตน แต่ก็มีเสียงติติงเล็กน้อยว่า มันอ่อนความสด ความคมชัดของอิมแพ็คประเภทหัวโน้ตชันๆไปสักนิด ถ้าได้เพิ่มอีกหน่อยคงจะลงตัวกว่านี้เป็นไหนๆ

คิดว่าเสียงสะท้อนของนักเล่นส่วนใหญ่จากทั้งในและต่างประเทศ คงแสดงความเห็นออกมาในทิศทางเดียวกัน บริษัทจึงได้ทำการปรับปรุง เพิ่มเทคนิคเพื่อให้ได้คุณลักษณ์ทางเสียงตามความต้องการของลูกค้า แน่นอนว่าต้องออกแรงสมองค้นคว้ากันหนักหนาสาหัสทีเดียว

อะไรมันจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้น

อ้าวนายท่าน! ก็นี่มันงานโลหะกรรมนี่ครับ ไม่ใช่ปรุงก๋วยเตี๋ยวต้มยำเสียหน่อย ชิมเข้าปากขาดรสไหนก็เติมรสนั้น งานค้นคว้าประเภทนี้ต้องมีความรู้เชิงโลหะวิยา มีความรู้ทางไฟฟ้าและฟิสิกส์ระดับสูง ที่สำคัญคือต้องสามารถแสดงความแตกต่างจากการฟังด้วยหูได้ชัดเจน ไม่ใช่มีความต่างเฉพาะค่าในเครื่องมือเท่านั้น ผู้เขียนค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าไม่คิดจะประกอบเป็นวิชาชีพ คงไม่มีนักเล่นคนไหนซื้อเครื่องวัดมาใช้เพื่อการนี้แน่นอน

เอาล่ะ, จะด้วยกรรมวิธีใดก็แล้วแต่ เบ้าเสียบรุ่นใหม่จาก Acme Audio lab ได้ผ่านการ 'ลองเล่น' ด้วยกรรมวิธีหลากหลายของผู้เขียนนานหลายเดือนแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะนำมาเล่าขานเสียที

เมื่อมองจากภายนอก เบ้าเสียบรุ่นใหม่นั้นแทบไม่มีความแตกต่างทางกายภาพจากเบ้าเสียบรุ่นก่อนเลย จะมีก็เพียงแต่มีการสกรีนสัญลักษณ์ยี่ห้อสีฟ้าไว้เท่านั้น ทางผู้นำเข้าแจ้งว่าได้มีการเคลือบเงินเพิ่มเข้าไปอีกชั้นจากรุ่นก่อนที่เคลือบเพียงชั้นเดียว

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเสียงแตกต่างกัน?

ไม่ยากครับ ไม่มีเครื่องมือวัด ก็ใช้สองหูนี่แหละในการฟัง วิธีการลองนั้นก็ไม่ยากเย็น เพราะผู้เขียนมีเบ้าเสียบรุ่นก่อนใช้งานอยู่แล้วหลายตัว ทั้งในปลั๊กลอย และที่ติดกับเครื่อง ทุกจุดที่ใช้งาน ก็ไม่ได้บัดกรีด้วยตะกั่ว แต่ใช้การย้ำสายด้วยกิ๊ปแล้วเสียบเข้าที่ขาของเบ้าเสียบอีกที

แม้ว่าการต่อเชื่อมด้วยแบบนี้จะไม่แน่นหนาเท่ากับการบัดกรี แต่ประโยชน์ของการต่อด้วยวิธีนี้ จึงเอื้อต่อการสลับสับเปลี่ยนเบ้าเสียบหลากยี่ห้อ และไม่มีผลต่างจากการถูกกระทำด้วยความร้อนสูงของหัวแร้งอีกด้วย ซึ่งภาษาเซียนหูทองเขาว่า โลหะที่ถูกกระทำด้วยความร้อนสูงบ่อยครั้ง จะเกิดความเครียดที่เนื้อโลหะ ส่งผลทำให้การเรียงตัวของโมเลกุล 'เปี๊ยนไป๋' ผลที่ได้มันจึงปรากฏในลักษณะเสียงทั้งหมดบอบบาง กร้าวแข็ง หยาบกระด้าง ไม่มีน้ำหนัก อะไรประมาณนี้ ฟังจบเพลงถามหายาหม่องยาดมกันไม่ทัน

ขั้นตอนการลองก็ไม่ยากเย็นอะไร นำเครื่องหรือปลั๊กที่มีอยู่แล้วขันสกรูว์เอาเบ้าเสียบ Acme รุ่นก่อนออก แล้วเสียบแทนด้วย Acme รุ่นใหม่ แล้วใช้งานจริงไปเรื่อยๆสลับกับการเปิดแผ่นเบิร์นบ้าง ฟังผลความเปลี่ยนแปลงตามโอกาส เบ้าเสียบรุ่นใหม่นี้เข้าเบรกนานเช่นรุ่นก่อน กว่าจะสุกงอมเต็มที่นับชั่วโมงได้ก็น่าจะอยู่ราว 200 ชั่วโมงขึ้นไปนี่แหละ

เมื่อฟังจับใจความได้ระดับหนึ่ง จึงสลับเบ้าเสียงรุ่นแรกเข้าแทนที่แล้วฟังต่อทันที แล้วก็ฟังต่อเนื่องไปอีกสักวันสองวัน จากนั้นค่อยสลับเบ้าเสียบรุ่นใหม่กลับเข้าไปแทนที่อีกครั้ง ทำซ้ำอยู่หลายครั้งจนเกิดความมั่นใจในความต่างที่เกิดขึ้น ว่าไม่ใช่อุปทานแน่นอน

กระบวนการทั้งหมดนี้ ยังถูกใช้กับเครื่องเล่นซีดี Rotel 965 BX Limited edition ตัวเก่งที่ผ่านการเจาะท้ายเครื่องมานานแล้ว โดยยึดแนวทางในการลองฟังเช่นเดิมทุกขั้นตอน

ผลต่างระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่?

ต่างกันแน่นอนครับ งานนี้แฟนประจำของ Acme ที่เคยบ่นต้องการความสด กระชับ และอิมแพ็คที่ชัดคม เตรียมตัวตบกระเป๋าเงินเจียดเงินที่จะจัดสรรไปให้ 'กิ๊ก'ไว้ได้เลย เพราะเบ้าเสียบรุ่นใหม่นี้ฟังดูสด สะอาด มีเรี่ยวแรงและพละกำลังเพิ่มขึ้นดังที่อ้างไว้จริงๆ

แล้วส่วนที่เสริมเข้าไปนั้น มันก็มีความลงตัวในตัวของมันเอง ไม่ถึงกับสดเปิดมากไปจนกลายเป็นสาดพุ่ง หรือให้ท่วงทำนองลีลารุกเร้าเกินไป และก็ไม่น้อยจนถึงขั้นจับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถือเป็นการแบ่งสันปันส่วนจนลงตัวระหว่าง ความสด กระชับ ฉับพลัน ผสมผสานกับเนื้อเสียงที่นุ่มนวล อ่อนหวาน พิรี้พิไรได้ลงตัว

เหมือนต้มยำกุ้งอ่อนเปรี้ยว ก็บีบมะนาวลงไปสักซีก รสชาติจี๊ดจ๊าดไปอีกเสต็ป
ท่านผู้อ่านอาจจะคิด อะไรมันจะง่ายดายปานนั้น นี่มันงานโลหะกรรมนะอาตี๋ ไม่ใช่ปรุงอาหาร เกิน-ขาดเติมใส่ได้ตามใจนึก จะว่าอย่างนั้นมันก็ถูกต้องในแง่หนึ่งครับนาย แต่อาหารนี่เองไม่ใช่หรือ ที่แลดูด้วยตาเปล่าว่าทำง่าย แต่หลายคนตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว แม้จะใช้ส่วนผสมที่เหมือนกัน น่าแปลกที่ต่างคนทำ รสชาติความเอร็ดอร่อยลึกล้ำก็แตกต่างไป

ท่านคงเคยอ่านหนังสือเผยเคล็ดลับสูตรอาหารต่างๆมาบ้าง ก็เห็นอยู่ว่าเขาแจงรายการวัตถุดิบ เครื่องปรุง รวมถึงกรรมวิธีในการปรุงทุกชนิด หากแต่ท่านเคยสังเกตไหม ไม่ว่าทำอย่างไรก็ทำไม่เหมือนที่เคยกินมาเลยสักครั้ง ท่านผ่านทราบหรือไม่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว นอกจากรายละเอียดวัตถุดิบที่แจ้งมา ยังมีรายละเอียดเคล็ดลับที่ไม่เปิดเผยอยู่อีกมาก เหมือนเป็นเทคนิคที่ "มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า" ซุกซ่อนอยู่

ใครเขาจะทุบหม้อข้าวตัวเองกันละครับ มันก็ต้อง 'กั๊ก' กันไว้บ้างล่ะ

ในแง่เดียวกันนี้ สำหรับเราท่านที่ไม่ได้ศึกษาศาสตร์ทางโลหะวิทยามา นับเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาได้ว่า การใช้วิธีการโลหะกรรมรูปแบบใด จะส่งผลต่อเสียงที่ต้องการ แน่นอนว่า สำหรับนักออกแบบที่มีความรู้ในเชิงนี้ ก็ไม่ต่างกับพ่อครัวมือดีที่รู้ถึงแก่นแท้ของการปรุงอาหาร แล้วก็ไม่ต้องไปถามเขานะครับว่าทำได้อย่างไร

ถ้าเขาบอกมันจะใช่เคล็ดลับหรือครับนายท่าน

กลับมาเบ้าเสียบ Acme กันต่อ ผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือสุ้มเสียงทั้งหมดจะมีความสด กระชับ ให้ลีลาที่ฉับไวเพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงกับการตอบสนองสัญญาณฉับพลัน ให้มีความเด็ดขาดชัดคม ควบคุมจังหวะได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ในขณะที่จุดเด่นเรื่องความละเมียดอ่อนหวานในรุ่นก่อน แม้จะถูกริดรอนลงไปบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้เสียชื่อ 'ปลั๊กหวานเย็น' ที่เคยสร้างไว้ในครั้งก่อนแต่อย่างใด มันยังคงถ่ายทอดหางเสียงหรือความกังวานอ่อนๆได้อย่างครบถ้วน ไม่ใช่ดึงให้ "ช่วงต้นสดคม ช่วงกลางตึงตัว ช่วงหางด้วนกุด" เหมือนเบ้าเสียบทั่วไป

สองย่อหน้าข้างต้นที่กล่าวถึง ถือเป็นไฮไลต์ของเบ้าเสียบ Acme รุ่นใหม่นี้เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนกับเครื่องหรือปลั๊กลอย ก็จะสัมผัสได้ถึงคุณสมบัติที่กล่าวถึงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ มิติเสียงก็จัดวางได้สวย เบ้าเสียบรุ่นก่อนจะเน้นให้สมดุลกว้างลึกค่อนข้างดี ส่วนรุ่นใหม่นี้ด้านลึกใกล้เคียงของเดิม แต่ด้านกว้างนี่สิเด่นกว่าชัดเจน แผ่ล้นชนผนังกันทีเดียว

แล้วถ้าเทียบกับเบ้าเสียบธรรมดาหลักสิบบาทล่ะ คุณภาพห่างกันมากไหม?

อันนี้ชัดเจนครับ, เบ้าเสียบทั่วไปจะไม่ได้พิถีพิถันกับงานโลหะ ส่วนใหญ่จะใช้ทองเหลือเกรดต่ำ ที่เน้นเพียงให้ได้หน้าตัดที่ใหญ่ตรงเสป็คก็เพียงพอแล้ว บางรุ่นที่มีราคาสูงสักหน่อย ก็จะเคลือบนิกเกิ้ลเพื่อกันการเกิดปฏิกิริยากับอากาศ เมื่อเทียบกันตรงๆโดยสลับไปมา ก็พบว่าเบ้าเสียบทั่วไปจะเนื้อเสียงที่หยาบกว่า ออกไปทางสาก กระด้าง ทำนองว่าเน้นที่ตัวเสียงหลักให้ชัดขึ้นมา ดุลเสียงก็จะโยกไปทางย่านกลางสูงให้เจิดจ้า แข็ง อะไรเทือกนี้ มิติเวทีเสียงไม่ต้องพูดถึง ชักแถวเรียงหนึ่งเป็นหน้ากระดานนั่นเลย ด้านลึกที่ลดหลั่นลงไปไม่ต้องถามหากันเลยแหละ

ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนครับนายท่าน!

จะว่าไปมันก็แปลกนะครับ แต่ก่อนตอนยังไม่ได้เปลี่ยนเบ้าเสียบ ก็ฟังกันได้ทุกวี่ทุกวัน ไม่เคยต้องเดือดร้อน แต่พอได้พบได้เจอสิ่งที่ดีกว่า ไม่รู้ทำไม หูเจ้ากรรมดันออกลวดลายไม่สบอารมณ์กับเบ้าเสียบตัวเก่าเอาดื้อๆ ร่ำๆจะเปลี่ยนเอาให้ได้

ที่เขาว่า 'ได้ใหม่ลืมเก่า' คงเป็นอย่างนี้กระมัง

(ภรรยาสุดสวยถือกรรไกรมากระซิบข้างหู "เมื่อครู่...ป๊าพูดว่าอะไรนะ อะไรใหม่ อะไรเก่า?" …. ไม่มีอะไรหรอกจ้าหม่าม้า เรื่องเครื่องเสียงจ้า...เครื่องเสียง) เอาล่ะสิ...หวิดไปแล้วไหมล่ะ ทำไมก่อนแต่งไม่เห็นเป็นอย่างนี้ (วะ)

สาธยายมาพอสมควรแล้ว เครื่องระดับไหนที่ควรเปลี่ยน?

จุดนี้ไม่มีข้อห้ามนะครับ จะเครื่องระดับไหน ราคาเท่าใด หากสามารถสับเปลี่ยนเบ้าเสียบได้โดยไม่ทำให้เครื่องบอบช้ำ ของราคาเท่านี้ หากเป็นของดีมีคุณภาพ มันก็สมควรแก่การลองเล่นอยู่แล้ว

เพียงแต่อยากเสนอว่า เท่าที่เคยลองกับเครื่องระดับไฮเอ็นด์ประเภทราคาหลักแสนทั้งหลายมาบ้าง ผู้เขียนพบว่าบางครั้งมันน้ำเสียงมันก็ไม่ค่อยเหมาะกับบางเครื่อง ในขณะที่บางเครื่องมันก็ทำตัวเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ รวมๆแล้วดีขึ้นจริงแต่มีเงื่อนไขการใช้งานอยู่

ถ้าท่านผู้อ่านใช้งานเครื่องระดับนี้อยู่แล้วเกิดนึกสงสัยว่า เบ้าเสียงตัวนี้เหมาะสมกับเครื่องของท่านหรือไม่ เพียงใด ก็ขอให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนเบ้าเสียบ Acme ตัวนี้ จะต้องไม่สร้างความเสียหายให้แก่เครื่อง รวมถึงสามารถสลับกลับเป็นเบ้าเสียบตัวเดิมได้เมื่อต้องการ

หากทำได้เช่นนี้ ผู้เขียนก็ขอยุส่งให้ท่านผู้อ่านที่รักได้ทดลองดูสักครั้งเถิด เบ้าเสียบราคาครึ่งพันแลกกับคุณภาพเสียงที่ได้มาข้างต้น นับว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนอยู่แล้ว

ถ้าลองแล้วเกิดไม่ถูกใจ จะได้นำไปใช้กับเครื่องอื่นๆต่อได้ในภายหน้า

ที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่งคือ ถ้าเป็นเครื่องในระดับที่ต่ำลงมาประเภทมิดเอ็นด์ หรือระดับเริ่มต้นทั้งหลายแหล่ เบ้าเสียบ Acme ตัวนี้กลับทำหน้าที่ของมันได้เต็มที่มากกว่า ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของเครื่องทั้งหลายให้มีคุณภาพสูงขึ้นไปอีก ไม่ว่าเครื่องๆนั้นจะอยู่ในหมวดสเตริโอ หรือใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์

เห็นผลชัดเจนกว่า, ว่างั้นเถอะนาย

ถามว่าเทียบกับรุ่นก่อนล่ะ เสียงต่างกันไหม?

มันต้องต่างกันซีครับท่าน, ผู้เขียนเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน ไอ้เจ้าเนื้อโลหะเงินที่เคลือบให้หนาขึ้นอีกชั้น มันจะจับมานั่งฟังถึงความแตกต่างกันออกถึงเพียงนี้ จะอ้างว่าตัวผู้เขียนเองมีทักษะประสบการณ์ มันก็ถูกอยู่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น ก็เพราะพาคนในบ้านที่ไม่ประสีประสาเรื่องเครื่องเสียงมาฟัง ไม่ได้ชี้นำอะไร ส่วนใหญ่ก็ฟังออกตามนั้น

มันเป็นอย่างนี้ครับ เสียงรุ่นก่อนจะให้น้ำเสียงค่อนไปทางนุ่มนวล ละเมียดละไม ประณีต ติดไปทางอ่อนหวานประปราย นั่นทำให้ฟังเพลงร้องได้ลึกซึ่งกินใจอย่างยิ่ง กับน้ำเสียงโทนสะอาด แต่เยือกเย็นแบบนี้

แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นแนวเพลงที่สด จะแจ้ง เน้นไปทางลำหักลำโค่น ก็จะฟังออกว่าเบ้าเสียบรุ่นนี้สุภาพไปไปสักนิด ขอบเสียงที่ควรจะคมกริบ ยังไม่เด็ดขาดเพียงพอ อย่างว่าแหละครับ ราคาเท่านี้จะไปหวังให้ครบทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้

ตัวอื่นที่ให้เสียงออกไปทางคมชัดก็มีครับ แต่มันชัดเกินเหตุ เน้นเกินธรรมชาติของเสียงที่ควรจะเป็น ถ้าฟังเสียงประเภทเอาตื่นเต้นสะใจวัยสะรุ่นละก็ว่าไปอย่าง สุ้มเสียงอย่างนั้นก็มันส์ไปอีกแบบครับ ฟังจบเพลงไม่ต้องแคะหูกัน ไอ้ที่สะสมไว้ในรูหูของท่าน มันจะร่วงออกมาเองแบบออโตเมติกทันที

อย่างที่เรียนไว้นี่แหละครับเบ้าเสียบ Acme รุ่นใหม่แก้ทางด้วยน้ำเสียงที่สดคมขึ้นกว่ารุ่นก่อน เติมความคมชัด ให้โฟกัสที่แม่นยำขึ้นอีกในแบบพอประมาณ ไม่ให้ฟังดูเน้นเกินจริง ตรงกันข้าม ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าอ่อนหวานกว่าที่ควรจะเป็น

ความเป็นวงเป็นเวทีนั้นเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยให้เข้ากับยุคสมัย ในเมื่อคมชัดเพิ่มขึ้น มิติด้านกว้างก็จะเด่นขึ้นอีกนิด แผ่กว้างขึ้นประมาณหนึ่ง เพื่อแลกกับมิติด้านลึกที่ร่นให้ตื้นขึ้นมาอีกหน่อย ไม่มากไม่มายครับ ถ้าไม่จับผิดจริงๆ ฟังไม่ต่างกันมากดอกครับนายท่าน ในส่วนอื่นๆนั้น คงลักษณะเดิมๆไว้ครบถ้วน ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากจนเป็นประเด็นสำคัญ

ครั้งนั้น, ราคาค่าตัวของเบ้าเสียบ Acme รุ่นก่อนขายถึงมือที่ราคา 500 บาท ถือว่าค่อนข้างคุ้มสตางค์ทีเดียวสำหรับคุณภาพเสียงที่ได้รับกลับมา ครั้งนี้, ผู้เขียนได้ประเมินจากสุ้มเสียงและรายละเอียดที่ได้ยิน คิดว่าถ้าราคาถึงมือลูกค้าสัก 700 บาท ก็นับว่าเข้าข่ายหยิบยกมาแนะนำแก่มิตรรักแฟนเพลงกันได้เต็มปากเต็มคำกันเลย

แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นซีครับนาย คุณหนุ่มไฮไฟแจ้งมาว่า ราคาสุดท้ายที่เคาะถึงมือลูกค้าอยู่ที่ 550 บาทถ้วน! ปรับขึ้นจากรุ่นก่อนเพียง 50 บาทเท่านั้น

คุณภาพเสียงที่ปรับปรุงขึ้นจากรุ่นก่อน ทั้งความสด รายละเอียด รวมถึงแนวทางที่พัฒนาเพื่อตอบสนองแนวเพลงที่กว้างขวาง หลากหลาย ทั้งหมดคิดค่าอัพเกรดเพียงห้าสิบบาทถ้วน ไม่เรียกว่าคุ้มสุดคุ้ม ผู้เขียนก็ไม่รู้จะกล่าวอย่างไรแล้วล่ะครับท่าน

ปิดท้ายแถมให้อีกรายการสำหรับผู้ที่ต้องการอ๊อพชั่นเพิ่มเติมสำหรับเบ้าเสียง Acme รุ่นนี้ นั่นคือ 'กิ๊บหนีบสาย' ซึ่งเป็นของกรุแตกจากจ้าวยุทธจักรโมดิฟาย ไม่ใช่ใครที่ไหน เอ่ยชื่อขึ้นมาแฟนประจำต้องร้อง 'อ๋อ' กันเป็นแถว "เดอะหั่ง" เองครับนายท่าน คราวนี้ทั้งสองเจ้ามือเก๋าและมือใหม่แห่งเส้นทางโมดิฟายจับมือเป็นพันธมิตรกันแล้ว

ความพิเศษของมัน อยู่ตรงที่เป็นของเก่าเก็บจากสมัยที่เดอะหั่งเปิดร้าน Hi-Fi House นั่นก็สิบกว่าปีมาแล้ว เป็นกิ๊บหนีบสายทองแดงชุบนิกเกิ้ลเกรดดี มันวาว เนื้อหนา และแข็งแรงดีมาก ที่สำคัญคือ หน้าสัมผัสที่จะประกบกับขาโลหะของเบ้าเสียบ เรียกได้ว่าแนบสนิทเต็มพื้นที่กันทีเดียว

นอกจากนี้ความดีของการใช้กิ๊บหนีบสายคือการหลีกเลี่ยงความร้อนในการบัดกรีที่ดีที่สุด ไม่ชอบใจสายที่ใช้กับเบ้าเสียบ ก็แค่ปลดกิ๊บหนีบสายออกเท่านั้น ไม่ต้องบัดกรีซ้ำไปซ้ำมาให้เสียของ

ตัวผู้เขียนเองก็นับว่าไปเดินเตร่แถวบ้านหม้อเพื่อซื้ออุปกรณ์โมดิฟายเป็นประจำ กิ๊บหนีบสายไฟ ท่อหด หนังงู และอื่นๆที่มีแววจะนำไปใช้งาน ที่ผ่านมาก้อุดหนุนกิ๊บหนีบสายไฟมาก็มากรุ่นหลายราคา ไม่เคยเห็นแบบที่เดอะหั่งให้มาลองดูสักแบบ

เขียนไปก็หมั่นใส้ตัวเอง ฟังเทียบกับกิ๊บหนีบสายตัวละบาทสองบาท โดยใช้สายต่อเข้าปลั๊กไฟเป็นยี่ห้อเดียวกัน ความยาวเท่ากันตามประสาคนบ้าลอง เสียงที่ได้ยิน มันก็ต่างกันพอสังเกตได้ครับนายท่าน

แม้ออกจะให้ปริมาณความต่างน้อยนิดสำหรับมือใหม่ แต่คุณภาพถือว่าเข้าขั้นสำหรับมือเก๋าทีเดียว เนื้อเสียงละเอียด นุ่มนวล โปร่งสะอาด ให้ความราบรื่นดีมาก ถือว่าเข้ากันได้ดีสำหรับการใช้งานร่วมกับเบ้าเสียบ Acme รุ่นใหม่นี้ไม่น้อย ราคาหลักสิบสำหรับกิ๊บหรีบสายไฟหนึ่งชุดสามตัว ถือว่าไม่แพงจนโอเวอร์ กับคุณภาพเสียงที่ได้รับ ก็ขอเรียนว่ามันก้เข้าข่ายคุ้มสตางค์เช่นกัน

ใกล้จะถึงหลังคาแดงแล้วครับนาย อีกไฟแดงเดียวเท่านั้น

สนนราคาของกิ๊บหนีบสายไฟเดอะหั่งตัวนี้คิดตัวละ 20 บาทถ้วน ชุดหนึ่งใช้สามตัว ราคาค่าตัวต่อหนึ่งชุดตก 60 บาท แต่ถ้าต้องการใช้พร้อมกับเบ้าเสียบ Acme อันนี้เดอะหั่งให้โควตาพิเศษที่ชุดละ 50 บาท เมื่อรวมราคาหนึ่งชุดมีเบ้าเสียบพร้อมกิ๊บหนีบสายไฟ สนนราคา 600 บาทไทยพอดิบพอดี

เอาล่ะครับ, ยาระงับประสาทใกล้จะหมดฤทธิ์ เริ่มได้ยินปลั๊กไฟคุยกับทิปโทมาแว่วๆแล้ว ก่อนที่จะเพี้ยนหนักไปกว่านี้ ผู้เขียนขอเสนอแนะว่า หากท่านผู้อ่านสนใจแนวทางข้างต้น ก็นี่เลยครับ 01-442-0687 เบอร์โทรตรงตัวของคุณหนุ่มไฮไฟ สอบถามต่อรองราคากันได้ตามสะดวก คนๆนี้พูดน้อย ปากไม่หวาน นิสัยไม่ค่อยเหมือนพ่อค้าเครื่องเสียงทั่วไป แต่ถ้ารู้จักมักคุ้นสักหน่อย ความจริงใจ ถือว่าใช้ได้คนหนึ่งทีเดียว

ขอชมจากใจ หนุ่มไฮไฟ...งานนี้นายแน่มาก

"Gold Lighton"
มกราคม 2549

 


 
[ เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตั้งค่ารายละเอียดหน้าจอ (Screen Resolution) ที่ 1024 X 768 Pixels ]

เวปไซต์นี้รังสรรค์โดย ธนกฤต เสรีรักษ์, E-mail : thanakrit@audio-teams.com
Copyright ® 2001-2007  www.audio-teams.com All rights reserved by Audio-Teams.Com
Contact :  info@audio-teams.com