เท่าที่มีอยู่ในแวดวงสายลำโพงสายสัญญาณ ก็เห็นมีสายอยู่สองรูปแบบ พวกหนึ่งนำเอาตัวนำโลหะมาทำเป็นสายฝอยๆ เส้นเล็กๆ แล้วก็นำมาจับกลุ่มตีเกลียวรวมเข้าด้วยกัน ประเภทนี้เรียกว่ามัลติคอร์ อีกประเภทหนึ่งก็เห็นจะเป็นพวกสายโลหะตัวนำซึ่งรีดหรือดึงลวดขึ้นมาเป็นเส้นๆ ใช้ตัวนำเป็นแกนเดี่ยว ประเภทนี้ก็เรียกว่าโซลิดคอร์ ตามสภาพ
ถ้าถามว่าใครดีกว่าใคร ตอบไม่ได้ นับแต่ปางบรรพ์มาถึงวันนี้ ก็มีสายลำโพงสายสัญญาณทั้งสองประเภท ให้เกลื่อนกล่นดารดาษไปหมด ผลัดกันรุกผลัดกันรับในเชิงการค้ามาตลอด ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำลำหักกันสักราย ถ้าใครดีกว่าใครแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด วันนี้ก็คงเหลือสายสัญญาณสายลำโพงเพียงประเภทเดียวเท่านั้น
เผลอๆ ก็มีเพียงยี่ห้อเดียวด้วยซ้ำไป
วันนี้อีกนั่นแหละ มีสายสัญญาณสายลำโพงประเภทโซลิดคอร์ที่โดดเด่นอยู่ในแวดวงเพียงหนึ่งเดียว ใช่แล้วครับ, Alphacore นี่เอง คุณภาพก็หาใช่ขี้ไก่ละครับ เรียกว่าถ้าไม่แน่พวกก็คงไม่แช่แป้ง
ผมได้ลองเล่นลองฟังสายสัญญาณสายลำโพงยี่ห้อนี้แล้วหลายๆรุ่น นั่นก็นานนมกาเลมาแล้ว แต่หาเวลาที่จะขยับขยายนำมาขายความกันให้เป็นบทเป็นตอนไม่ได้สักที วันนี้(อีกนั่นแหละ)ได้ฤกษ์ยามดีเสียที จะได้นำสายลำโพงรุ่นหนึ่งของยี่ห้อมาจาระไนกันพอเป็นสังเขป
Alphacore MI-3 Divinity ออกแบบเป็นสายลำโพงทรงแบนบาง ใช้โลหะตัวนำทองแดงรีดเป็นแผ่นบางๆที่วัดกันเป็นไมครอน ในแต่ละชั้นก็เคลือบฟิล์มบางๆเป็นไดอิเลคทริค สายรุ่นนี้ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้กับแอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ ประมาณว่าร้อยวัตต์ขึ้นไปนั่นแหละ ยิ่งแอมป์กำลังขับสูงๆก็ยิ่งดี
แต่ในทางปฏิบัติเท่าที่ผมลองสังเกตสังกาในการใช้งานที่หลากหลายพอตัว พบว่ากับอินทิเกรตแอมป์ทั่วไปที่กำลังขับร่วมร้อยวัตต์ต่อข้างหรือมากกว่าเช่น Moon i-3, Ayre AX-7(Mk2), หรือ Krell KAV400xi ก็สัมฤทธิ์ผลเป็นที่น่าพออกพอใจไม่น้อยเช่นกัน
ดุลน้ำเสียงในมุมมองกว้างๆ ต้องถือว่า Alphacore MI-3 Divinity เป็นสายลำโพงที่ถ่ายทอดดุลน้ำเสียงได้กลมกลืนดีมากๆ ไม่มีอาการโน้มเอียงไปทางโทนเสียงใดๆมากเป็นกรณีพิเศษ เรียกว่าเป็นไปตามต้นฉบับว่างั้นละกัน, พิจารณาที่เสียงทุ้มก็มี เสียงกลางก็ปรากฏ เช่นเดียวกับเสียงแหลมก็มาก เอาเป็นว่าไม่มีอะไรน้อยไปกว่าหรือมากไปกว่ากัน
เสียงแหลมให้น้ำหนักแต่ละโน้ตได้อย่างจะแจ้ง เรียกว่ามีตัวมีตนที่แจ่มแจ้งเด็ดขาด ทุกเส้นเสียงไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มากหรือน้อย คงความเป็นตัวตนเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด ลอยเป็นตัวๆแทบจะสัมผัสจับต้องกันได้ อะไรประมาณนั้น
นอกจากความชัดคมสมใจนึกแล้ว ผิวเสียงก็เก็บตัวได้งดงาม ไม่ฟุ้งหรือแผ่ออกมาเป็นฝอยประเภทหลอกหูให้น่ารำคาญ ผิวเสียงที่ว่านี้ ช่างเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้านเหลือกำลัง มีประกายความสุกใสเต็มที่ โดยเฉพาะบรรดาเครื่องเคาะในบทเพลงแนวแจ๊สทั้งหลายทั้งปวง ช่างอุดมสมบูรณ์ด้วยรายละเอียดที่มีความเป็นธรรมชาติ หมายถึงไม่ได้เจาะจงให้ฟังหรือไปจ้องจับผิดว่ามีหรือไม่มี แต่เสียงที่ผ่านสายลำโพงรุ่นนี้ มันบอกของมันเองว่ามี
แล้วที่มีนั้น ก็ฟังได้สบายหูราบรื่นโดยไม่ต้องใช้สมาธิไปเพ่งพิศแต่ประการใดๆ
เอาเป็นว่ารายละเอียดในช่วงเสียงแหลม (ที่จริงก็ตลอดทุกช่วงโทนเสียงนั่นแหละ) หาข้อติติงมิได้
คุณสมบัติอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับสายลำโพง, ถ้าไม่มี ก็ไม่ค่อยมันส์ ว่างั้นเถอะ คุณสมบัติที่ว่านี้ ก็เห็นจะได้แก่พวกแรงปะทะต้นโน้ตหรือแรงปะทะแรกกระทบ ชนิดที่ดังออกมาทันทีทันใด สายลำโพงรุ่นนี้ถ่ายทอดไดนามิคในช่วงที่ว่านี้ได้อย่างเลิศหรู ประณีตวิจิตรบรรจงโดยแท้ ทั้งให้คอนทราสต์ที่เป็นคลื่นเล็กคลื่นน้อย หนักบ้างเบาบ้างสลับคละๆกันไป ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงแคบๆ เป็นไปอย่างละเอียดอ่อน
ตรงนี้ขอบอกว่ายอดเยี่ยมไร้เทียมทานทีเดียวเชียว !
ในด้านเสียงกลางก็ทำนองนั้น ให้ความชัดคมเป็นตัวตนที่อิ่มแน่น มีความกระชับรัดตัวอย่างฟังได้ชัด แต่เป็นไปในลักษณะที่ผ่อนคลายอยู่ในที ไม่ใช่กระชับแล้วลุกลี้ลุกรน ฟังเสมือนว่าจะรีบไปทำอะไรสักอย่าง สายลำโพงบางรุ่นเป็นอย่างนั้นจริงๆ ชัดคมเหลือเกิน แต่ให้จังหวะจะโคนที่เร่งเร้าชนิดที่ฟังสักพักก็ให้ออกอาการเหนื่อยล้า
เสียงกลางของ Alphacore MI-3 Divinity มีความคมชัดเป็นตัวตนที่มีมวลอิ่มแน่นด้วยอัตราที่สูงมาก (ไม่ออกบางแน่นอน) แต่ไม่ได้หมายความว่ามันขยายสเกลของชิ้นดนตรีให้แลดูอิ่มใหญ่เสมือนเข้าไปนั่งฟังอยู่ใกล้ๆ อะไรทำนองนั้นนะครับ
สเกลสัดส่วนของแต่ละเสียงนี่ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เหมาะเจาะพอเหมาะพอควร สมสัดส่วนของเสียงนั้นๆอย่างไร้ข้อวิพากษ์เป็นอื่นได้อีก
ไม่เพียงชัดคม ไม่เพียงแต่กระชับอิ่มแน่นเท่านั้นนะครับ รายละเอียดก็อย่างที่เรียนไว้ในย่อหน้าของเสียงแหลม ยังลื่นไหลมาที่เสียงกลางอย่างอุดมสมบูรณ์เหลือหลาย ถ้าเป็นเพลงขับร้องที่บันทึกมาดีเยี่ยม จะได้ยินหมดไม่เหลือ เสียงริมฝีปาก เสียงไรฟัน เสียงลงคอหรือลงในช่องท้อง คุณสมบัติที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่ได้ยินหรือสักแต่ว่าได้ยิน แต่มันถ่ายทอดออกมาเป็นจุดเด่นของสายลำโพงเส้นนี้เลยทีเดียว
พื้นอากาศที่รายล้อมตัวโน้ต (ที่ฝรั่งมั่งค่าเรียกว่าแอร์นี่แหละ) ถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยม ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมกระเทียมดองกันเลยเชียว นิ่ง แล้วก็เกิดความสงัดตามมา ก็แน่นอนว่า ยิ่งทำให้แต่ละโน้ตชัดคม หนักแน่น เป็นตัวเป็นตนลอยแยกออกมาเป็นอิสระยิ่งขึ้นนั่นแล้ว
เช่นเดียวกับย่านเสียงด้านทุ้มครับ, คุณสมบัติเด่นๆทั้งหลายแหล่ที่พรรณนามานั้น นับว่าสอดคล้องกลมกลืนกันตลอดทุกโทนเสียง แหลมสะอาดสะอ้านชัดคมอย่างไร กลางก็ได้อย่างนั้น ทุ้มก็คล้อยตามชนิดถอดพิมพ์ออกมาเลย เรียกว่าแทบไม่ต้องบรรยายขยายความอะไรกันอีก
แต่ไม่อธิบายเสียหน่อยก็จะหมดฟอร์มเอาได้ ลองอ่านต่อกันไปอีกสักสองสามย่อหน้าก็น่าจะสมบูรณ์ความกระมังครับ
เสียงกีตาร์เบสกีตาร์อะคูสติคหรือดับเบิ้ลเบส ไม่มีข้อสงสัย ทั้งกระชับด้วยมวลเสียงที่อิ่มเข้ม กะทัดรัดไม่รุ่มร่าม ดังขึ้นและเก็บตัวเมื่อสิ้นสุดลงได้ดี ในเวลาที่เหมาะสม แต่ที่ต้องออกปากชื่นชมกันเลยทีเดียวนั้น ก็ตรงที่มันให้ไดนามิคกระแทกกระทั้นได้อย่างหนักหน่วง
เรียกว่าทั้งอิ่มแน่นแล้วก็หนักหน่วง คู่คละกันออกมาทั้งสองส่วน ชนิดที่กลมกลืนเข้าด้วยกันอย่างสวยงามยิ่ง
จะบอกว่าอิ่มแน่นมากกว่าหนักหน่วง ก็ไม่ถนัดปาก ครั้นจะบอกว่าหนักหน่วงมากกว่าอิ่มแน่น ใจก็ค้านอีก เอาเป็นว่ามันมาพร้อมๆกันนั่นแหละ
ท่ามกลางคุณสมบัติที่ว่าไว้ การแยกแยะตัวโน้ตต่างๆ ให้เป็นอิสระไม่เบียดเสียดยัดเยียดเป็นปลากระป๋อง อันนี้ก็เยี่ยมอีก ตรงนี้จะทำให้ฟังได้สบายๆ โดยที่มีความชัดคม, หนักแน่นหนักหน่วง แล้วก็ความฉับพลันทันทีทันใดที่เป็นไดนามิคพลวัตฉับพลัน รุกเร้ากับแนวเพลงทำนองนี้ได้อย่างออกรสออกชาติ โดยแยกแยะช่องว่างช่องไฟระหว่างเสียงต่อเสียงได้อย่างดีเยี่ยม-ยอดเยี่ยม อะไรแถวๆนี้นี่แหละ
ก็ลงว่าสายลำโพงที่ให้การแยกแยะช่องว่างช่องไฟระหว่างตัวเสียงหนึ่งๆได้อย่างปลอดโปร่งโล่งอก ดีเลิศปานนี้ แถมมีความสะอาดใสห่อหุ้มเอาไว้ทอดหนึ่ง ก็แน่นอนละครับ ในด้านมิติเวทีเสียงก็ย่อมได้อานิสงส์ที่ว่านี้ติดพันมาด้วย
พูดได้ว่า Alphacore MI-3 Divinity ถ่ายทอดมิติเวทีเสียงในภาพรวมออกมาได้อย่างโอ่อ่า มีบรรยากาศ ไม่ใช่ชัดคมมีรายละเอียด เหลือกินเหลือใช้ แต่บรรยากาศโล่งๆหายเกลี้ยง อย่างนั้นคงหมดรสชาติการฟังไปมากทีเดียว ไม่ต่างจากฟังคลาสสิคโหมโรงกลางในสนามฟุตบอล หมดกระบวนท่า
แล้วการวางวงของสายลำโพงรุ่นนี้ ก็ชักรูปได้งดงาม ตีวงโค้งโอบย้อนไปด้านหลัง วาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีตัวยูห้อยติดท้ายเอาไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา ไม่ใช่เวทีเสียงรูปวีชาร์ปอะไรพรรค์อย่างนั้น แล้วที่เรียงลึกลงไปทางด้านหลังก็เปิดกว้างออก เรียกว่ายิ่งลึกก็ยิ่งขยายด้านข้างให้เปิดเผยยิ่งขึ้น ประมาณนั้นละครับ
เอาเป็นว่า สายลำโพง Alphacore MI-3 Divinity ในวงเงินประมาณสองหมื่นกลางๆ สำหรับสายลำโพงที่มีขั้วต่อสำเร็จรูปข้างละแปดฟุตคู่นี้ ไม่เป็นสองรองใครในเรทเงินเท่าๆกัน ว่างั้นเลยทีเดียว ถ้าใครอยากเสียสตางค์กับการเปลี่ยนสายลำโพง หรือเล็งแล้วเล็งอีก ไม่ได้ลงมือเสียที แล้วแอมป์กับเงินอยู่ในเกณฑ์ที่ว่านี้
ไปโน่นเลยทีเดียว โฟร์ดีดิจิตอลแลน์ด ชั้น 4 อาคารเพลินจิต คงได้สำราญละครับท่าน
เจ. เจ.
มิถุนายน 2547